ตอนสำคัญที่สุดก็คือตอนนี้แหละ เพราะการเล่นไฟล์ MQA มันมีเงื่อนไขหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจ ซึ่งทางที่ดีที่สุดก็คือ ตามไปดูที่เว็บไซต์ของ MQA นั่นเอง ตามไปดูกันเลย …
ในเว็บไซต์ www.mqa.co.uk มีข้อมูลอยู่หลายส่วน ตอนแรกนี้เราจะเข้าไปดูในส่วนที่ Bob Stuart พูดถึงการเล่นไฟล์ MQA กันก่อน | Link
MQA Playback
MQA draws on recent research in auditory neuroscience, digital coding and in the perception of high-quality sound.
Our ‘Origami’ folding technology creates a single, compact, efficient, streamable MQA distribution file with no playback restrictions, that can be used for download or streaming and enjoyed in many different situations including mobile, in-car, on a PC, with a Hi-Fi and so on.
The MQA file can be fully unfolded to recover the exact sound of the studio preview using a Full Decoder. To add convenience, unfolding can proceed step by step, enabling a number of intermediate quality steps, each of which can be previewed in the studio and Authenticated.
ย่อหน้าแรกพูดถึงที่มาของการคิดค้น MQA ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจในศาสตร์หลักๆ ถึง 3 อย่างด้วยกัน อย่างแรกคือศาสตร์ที่เกี่ยวกับการได้ยินของมนุษย์ เรื่องที่สองคือศาสตร์ของการเข้ารหัสสัญญาณดิจิตัล ออดิโอ และสุดท้ายคือศาสตร์ที่เกี่ยวกับการรับรู้เสียงที่มีความละเอียดสูง
ย่อหน้าต่อมา ทาง MQA พูดถึงเทคโนโลยีที่ใช้ ซึ่งพวกเขาใช้คำเรียกมันว่า “Origami” folding technology ซึ่งคำว่า “Origami” คือชื่อของศิลปะการพับกระดาษของชาวญี่ปุ่น โดยใช้เทคนิคการพับกระดาษทบไปทบมาจนออกมาเป็นอะไรหลายอย่าง อาทิ เรือ, นก และเครื่องบิน ว่าแต่ ที่น่าสนใจก็คือว่า พวกเขาเอา Origami folding technology มาทำอะไร.? เกี่ยวยังไงกับการเล่นไฟล์ MQA ?
ใจความเต็มๆ ของย่อหน้าที่สอง : ด้วยเทคโนโลยี Origami ของเรา ทำให้เกิดเป็นระบบเดียวที่ได้ทั้งความกระทัดรัด, ประสิทธิภาพ และสามารถสตรีมได้ ซึ่งการจำหน่ายจ่ายแจกไฟล์ MQA จะไม่ทำให้เกิดข้อจำกัดในการเล่น สามารถใช้ได้ทั้งการดาวน์โหลดและสตรีมมิ่ง ผู้ใช้สามารถเอนจอยกับไฟล์ MQA ได้ทุกสถานะการณ์ ไม่ว่าจะบนอุปกรณ์พกพา, ในรถ, บนคอมพิวเตอร์, กับชุดเครื่องเสียง และอื่นๆ
ย่อหน้าที่สามพูดถึงการถอดรหัสไฟล์ MQA ให้ออกมาเป็นสัญญาณดิจิตัลไฮเรซฯ จะต้องอาศัย decoder แบบเต็มระบบ ซึ่งพวกเขาแบ่งการถอดรหัส (decode) ออกเป็นขั้นๆ (พับ) แต่ละขั้น (พับ) จะได้คุณภาพเสียงที่ต่างกัน ซึ่งโดยปกติแล้ว MQA decoder จะเลือกคลี่ (ถอดรหัส) สัญญาณเสียงออกมาในระดับสูงสุดเท่าที่ฮาร์ดแวร์จะอนุญาต (Generally, MQA decoders automatically ‘unfold’ as far as the hardware permits. – ข้อความจากในเว็บไซต์)
ต่อจากตรงนี้ก็เป็นการอธิบายลักษณะการ ‘คลี่‘ (unfolds) ไฟล์ MQA ขั้นตอนต่างๆ | Link

MQA Core Decoder
การ ‘คลื่‘ ไฟล์ MQA พับแรกด้วย MQA Core Decoder จะได้สัญญาณเสียงที่มีคุณภาพ ‘สูงกว่า‘ มาตรฐานของ CD ซึ่ง MQA Core Decoder จะมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยสัญญาณออกทางช่อง digital output อาทิเช่น เครื่องเล่นของ Bluesound, Pioneer และ Onkyo รวมถึงสตรีมมิ่งเซอร์วิส อาทิเช่น TIDAL และโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงอย่าง Audirvana Plus, Amarra และ roon
การ ‘คลี่‘ ไฟล์ MQA พับแรก จะได้สัญญาณเสียงออกมาสูงสุดเท่ากับ 88.2kHz หรือ 96kHz

MQA Renderer
ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ (ในภาพคือ Audioquest รุ่น Dragonfly) มีฟังท์ชั่น MQA Renderer ซึ่งทำให้สามารถ ‘คลี่‘ ไฟล์ MQA ออกมาจนสุดทางได้ ซึ่งฟังท์ชั่น MQA Renderer นี้มีผลดีกับอุปกรณ์ประเภทพกพามากเป็นพิเศษ อย่างเช่น USB-DAC และหูฟัง ยกตัวอย่าง Dragonfly ของ Audioquest เมื่อเชื่อมต่อกับ MQA Core decoder จะสามารถ ‘คลี่‘ ไฟล์ MQA ออกมาได้สุดทาง
นอกจากนั้น MQA Renderer ยังมีฟังท์ชั่น ‘stream lock‘ อยู่ด้วย แต่ตัวมันเองจะไม่สามารถถอดรหัส MQA ได้

MQA Full Decoder
ผลิตภัณฑ์ที่มี MQA Full Decoder จะสามารถ ‘คลี่‘ ไฟล์ MQA ออกมาได้จนสุดทาง ซึ่งเป็นอ๊อปชั่นที่ทำให้มีโอกาสที่จะได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดออกมาจากไฟล์ MQA ในระบบเพลย์แบ็คด้วยไฟล์ MQA ที่ถูกต้องกับฮาร์ดแวร์ DAC ที่มี MQA ดีโค๊ดเดอร์ในตัว จะช่วยกันจัดการให้คุณได้ยินสิ่งที่ศิลปินสร้างสรรในสตูดิโอ ผลิตภัณฑ์ที่ร่วมอยู่ในกลุ่มนี้ก็มี Aurender, Bel Canto Design, Brinkmann, Cary Audio, Meridian, MSB, MyTek, NAD และ Technics
จริงๆ แล้ว เงื่อนไขการเล่นไฟล์ MQA มีความสลับซับซ้อนอยู่พอสมควร ต้องลำดับความเข้าใจกันเยอะมากถึงจะพอจับประเด็นต่างๆ ของมันได้ ผมทดลองทำชาร์ตขึ้นมาใบหนึ่ง อาจจะช่วยให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการเล่นไฟล์ MQA ได้ง่ายขึ้น

เริ่มต้นจากตัวไฟล์ MQA ด้านบนสุด ซึ่งเป็นไฟล์ที่เข้ารหัสมาจากสตูดิโอ โดยที่สัญญาณ digital PCM ที่อยู่ข้างในนั้นอาจจะเป็นสัญญาณ 24/176.4, 24/192, 24/352.8, 24/384 หรือ 24/768 ก็ได้ ก่อนจะ ‘พับ‘ เป็นไฟล์ FLAC หรือ ALAC ที่มีขนาดเท่ากับ 24/48 หรือ 24/44.1 (ตัวไฟล์จะมีนามสกุล .mqa.flac)
แถวที่สองถัดลงมาที่เป็นรูปโน๊ตบุ๊ค แสดงแทนการเล่นไฟล์บนฮาร์ดแวร์ (คอมพิวเตอร์ หรือ เน็ทเวิร์ค สตรีมเมอร์) ด้วยโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงแบบที่มีและไม่มี MQA Core Decoder ส่วนแถวที่สามถัดลงไปเป็นฮาร์ดแวร์ external DAC ที่รองรับสัญญาณต่อจากโปรแกรมเล่นไฟล์เพลง ซึ่งมีทั้งแบบที่มีและไม่มี MQA Full Decoder ในตัว รูปการที่เกิดขึ้นจริงจึงมีความเป็นไปได้อยู่ 4 สถานะ
ซ้ายมือสุดในชาร์ต เป็นการเล่นไฟล์ MQA ด้วยโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงที่มี MQA Core Decoder และจัดส่งสัญญาณไปที่ DAC ที่มี MQA Full Decoder ในตัว เมื่อโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงตรวจสอบพบว่า ฮาร์ดแวร์เอ๊าต์พุตมี MQA Full Decoder มันจะทำหน้าที่แค่แตก FLAC แล้วจัดส่งไฟล์ MQA ไปให้ DAC โดยไม่มีการปรับแต่งใดๆ เมื่อ DAC ได้รับไฟล์ MQA เข้ามา ภาค MQA Decoder ในตัว DAC จะทำการ ‘คลี่‘ ไฟล์ MQA ออกมาเป็นสัญญาณไฮเรซฯ PCM ตามที่ถูกบรรจุมาในแพ็คเกจ MQA นั้น พร้อมกันนั้น metadata ที่มากับสัญญาณ MQA จะทำการ authenticate เพื่อให้สัญญาณไฮเรซฯ PCM นั้นมีลักษณะตรงตามที่มาจากสตูดิโอ ด้วยการ invert original filter ของสัญญาณนั้นก่อนส่งไปเข้าชิป DAC ซึ่งจะทำให้ได้ออกมาเป็นสัญญาณอะนาลอกเหมือนกับตอนก่อนผ่านขั้นตอน A/D ในสตูดิโอ ซึ่งเป็นเงื่อนไข playback ที่ “มีโอกาสมากที่สุด” ที่จะทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ “ดีที่สุด” จากไฟล์ MQA
เงื่อนไขถัดมา เป็นการเล่นไฟล์ MQA ด้วยโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงที่มี MQA Core Decoder และจัดส่งสัญญาณไปที่ DAC รุ่นเก่าที่ไม่มี MQA Full Decoder ในตัว ซึ่งตัว MQA Core Decoer จะทำการ ‘คลี่‘ ไฟล์ MQA ออกมาให้หนึ่งชั้น ได้สัญญาณ digital PCM ที่มีความละเอียดออกมาเต็มที่แค่ 24/96 หรือ 24/88.2 เท่านั้น ไม่ว่าเนื้อสัญญาณออริจินัลที่อยู่ในแพ็คเกจ MQA จะสูงแค่ไหนก็ตาม
เงื่อนไขที่สาม กรณีเล่นไฟล์ MQA ด้วยโปรแกรมเล่นไฟล์ที่ไม่มี MQA Core Decoder แต่ฮาร์ดแวร์ DAC ที่เชื่อมต่อเอ๊าต์พุตของเพลเยอร์มี MQA Full Decoder ถ้าต้องการให้ได้คุณภาพเสียงจากไฟล์ MQA ที่ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ คุณ “ต้อง” จัดการปรับตั้งเอ๊าต์พุตของโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงตัวนั้นเพื่อทำให้ข้อมูลในไฟล์ MQA ถูกส่งออกไปถึง DAC ด้วยลักษณะที่เป็น bit-perfect ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า โปรแกรมเล่นไฟล์เพลงนั้นจะยินยอมหรือไม่ (โปรแกรม Foobar2000 กับ JRiver สามารถปรับตั้งได้) ในกรณีนี้ MQA Full Decoder ในตัว DAC จะทำการ ‘คลี่‘ ไฟล์ MQA ออกมาจนสุดทาง คุณภาพเสียงที่ได้จากไฟล์ MQA ที่เล่นด้วยเงื่อนไขนี้ (ในทางทฤษฎีควร) จะเท่ากับการเล่นแบบเงื่อนไขแรก
เงื่อนไขสุดท้ายคือเล่นไฟล์ MQA ด้วยโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงที่ไม่มี MQA Core Decoder และ DAC ที่เชื่อมต่อกับเอ๊าต์พุตของโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงก็ไม่มี MQA Full Decorder ในกรณีนี้ ไฟล์ MQA จะไม่ถูก ‘คลี่‘ ส่วนที่เป็นไฮเรซฯ ออกมา ตัวโปรแกรมเล่นไฟล์จะจัดส่งสัญญาณไปให้ DAC ที่ระดับ 24/44.1 หรือ 24/48 เท่านั้น แต่ทาง Meridian ผู้คิดค้นฟอร์แม็ต MQA ให้ข้อมูลว่า แม้ว่าไฟล์ MQA จะไม่ถูก ‘คลี่‘ สัญญาณไฮเรซฯ ออกมา ทว่า คุณภาพเสียงที่ได้ก็ยังออกมา “ดีกว่า” เสียงของไฟล์ CD และไฟล์ Lossy ทั้งหลายที่สตรีมกันอยู่บนอินเตอร์เน็ต เพราะระดับสัญญาณต่ำสุดของไฟล์ MQA เป็นสัญญาณ 24bit ที่ผ่านการทำมาสเตอร์ที่พิถีพิถันมากกว่าไฟล์เพลงทั่วไปนั่นเอง
ยังมีเงื่อนไขพิเศษอีกบางแง่มุมของการเล่นไฟล์ MQA ซึ่งผมจะค่อยๆ รวบรวมเป็นประเด็นๆ มาเพิ่มเติมเป็นตอนๆ รวบรวมไว้ในบทความต่อเนื่องชุด MQA The series โปรดติดตาม .. /
***************
MQA The series
ตอนที่ 1 : MQA คืออะไร | Link
__________
MQA The series
ตอนที่ 2 : วิธีสร้างไฟล์ MQA จากสตูดิโอ | Link




