รีวิวเครื่องเสียง Acoustic Energy รุ่น AE1 Active ลำโพงแอ๊คทีฟแบบดั้งเดิม

ขณะที่ใครๆ เขากำลังเมามันส์กับการทำลำโพงแอ๊คทีฟที่เรียกว่า All-in-One กันอยู่นั้น วิศวกรของ Acoustic Energy กลับมองออกไปไกลกว่านั้น คือในขณะที่แต่ละเจ้ามุ่งแต่คิดที่จะเอาทั้ง source (DAC) และ amp เข้าไปฝังอยู่ในตัวลำโพง เพราะอยากนำเสนอ ความสะดวกให้กับผู้บริโภค แต่เพราะความที่ AE อยู่ในวงการลำโพงที่เน้นคุณภาพเสียงมานาน เป็นเหตุให้พวกเขามองเลยคำว่า สะดวกออกไปไกลถึงคำว่า คุณภาพเสียงแล้วพบว่า การเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคที่ทำงานในโดเมนดิจิตัลอย่างเช่น DAC เข้าไปอัดรวมกันอยู่กับแอมปลิฟายมันทำให้เกิดผลเสีย 2 อย่าง อย่างแรกคือ เกิดการรบกวนของ noise ที่เกิดจากภาค DAC แทรกซึมไปที่แอมป์ ส่งผลเสียต่อคุณภาพเสียงได้ ส่วนผลกระทบที่สอง เมื่อภายในตู้ลำโพงต้องมีการทำงานหลายอย่างเข้าไปอัดแน่นอยู่ในนั้น บังคับให้ผู้ออกแบบต้องเลี่ยงไปเอาภาคขยาย Class-D มาใช้ ถึงแม้ว่าแอมป์คลาสดีในปัจจุบันจะได้รับการพัฒนาทางด้านคุณภาพเสียงขึ้นมามากแล้วก็ตาม แต่ยังไงก็ยังไม่ดีเท่ากับภาคขยาย Class-AB อยู่ดี

ด้วยเหตุนี้ วิศวกรของ AE จึงเปลี่ยนวิธีคิดในการออกแบบลำโพงแอ๊คทีฟซะใหม่ โดยพยายามผสมผสานระหว่าง ความสะดวกกับ คุณภาพเสียงให้ออกมาลงตัวมากที่สุด

Acoustic Energy AE1 Active
ลำโพงแอ๊คทีฟ แบบดั้งเดิม” !!

แบบดั้งเดิม” …? คือลำโพงแอ๊คทีฟที่มีเฉพาะเพาเวอร์แอมป์ในตัวนั่นเอง เป็นรูปแบบของลำโพงแอ๊คทีฟในอดีต ไม่มีส่วนของ source อยู่ในตัวเหมือนลำโพงประเภท All-in-One ในปัจจุบัน นั่นแสดงว่า ลำโพงแอ๊คทีฟของ Acoustic Energy รุ่น AE1 Active ตัวนี้ ไม่มี DAC ในตัว มีแต่เพาเวอร์แอมป์ Class A/B อย่างเดียว

ทำไมวิศวกรของ Acoustic Energy ถึงได้คิดทำ AE1 Active ออกมาลักษณะนี้.? แนวคิดของพวกเขาเกิดขึ้นจากข้อเท็จจริงที่ว่า ปัจจุบันได้มีอุปกรณ์ประเภท DAC/Preamp และ Music Streamer ออกมาในตลาดจำนวนมาก ซึ่งอุปกรณ์เครื่องเสียงทั้งสองประเภทข้างต้นนั้นจะมีการทำงานของภาค DAC และปรีแอมป์อยู่ในตัวแล้ว วิศวกรของ AE จึงตัดภาค DAC ออกไป ให้เหลือเฉพาะเพาเวอร์แอมป์อย่างเดียว ด้วยเหตุนี้ ทำให้พวกเขาสามารถใส่เพาเวอร์แอมป์ Class A/B ที่มีคุณภาพสูงกว่า Class D เข้าไปในตัวลำโพงได้ และเมื่อไม่มีภาค DAC เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ทำให้ปราศจาก noise ของวงจรดิจิตัลเข้ามารบกวนคุณภาพเสียง

แค่นั้นเหรอ.? มิได้ครับ.. AE1 Active มีอะไรน่าสนใจอีกเยอะ แต่ก่อนจะไปลงรายละเอียดเกี่ยวกับอะไรเหล่านั้น ผมอยากจะพาคุณย้อนกลับมาพิจารณาที่รูปลักษณ์ภายนอกกันก่อน…

สวยเกินกว่าจะทำออกมาเล่นๆ .!

ตอนแกะกล่องยกลำโพงออกมาผมแทบไม่เชื่อสายตาว่านี่คือลำโพงแอ๊คทีฟ.! เพราะคำว่า ลำโพงแอ๊คทีฟที่พบเห็นมาส่วนใหญ่ มันถูกออกแบบมาให้ใช้งานแบบ ลำลองมากกว่า เอาจริงจังแต่หลังจากได้เห็นตัวจริงของ AE1 Active แล้วผมถึงรู้สึกแปลกใจว่า มาทรงนี้พวกเขาไม่น่าจะทำมาให้ใช้เล่นๆ แล้วล่ะ.!

สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดคือ ตัวตู้ของ AE1 Active ซึ่งบอกตรงๆ เลยว่า ความแวววาวของผิวตู้มันแทงตามาก.! ตัวตู้ทำด้วยไม้ MDF ที่หนาถึง 18 .. โดยรอบปะผิวด้วยวีเนียร์ลายไม้แท้ แล้วเคลือบชักเงาจนวาววับ ด้านหน้ามีหน้ากากผ้าโปร่งสีดำที่ติดอยู่บนแผงหน้าด้วยแม่เหล็ก ทำหน้าที่ป้องกันไดเวอร์ข้างละ 2 ตัวที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก ซึ่งประกอบด้วยทวีตเตอร์ขนาด 27 มิลลิเมตร หรือ 1.08 นิ้ว เป็นทวีตเตอร์ทรงโดมโลหะที่ถูกออกแบบด้วยเทคนิค Wide Dispersion Technology (WDT) เพื่อช่วยขยายมุมกระจายเสียงของความถี่จากทวีตเตอร์ให้แผ่ขยายกินพื้นที่กว้างออกไปมากกว่าปกติ เมื่อทำงานร่วมกับความถี่ต่ำของตัวมิด/วูฟเฟอร์ที่แผ่ออกมาพร้อมกัน มันจึงเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า constant directivity ซึ่งทำให้เสียงแหลมและทุ้มที่เดินทางมาที่ผู้ฟังเป็นเสียงที่ตรงออกมาจากไดเวอร์ทั้งสอง ไม่ใช่เสียงที่สะท้อนมาจากผนังห้อง แน่นอนว่าทำให้ได้ยินเสียงที่ตรงกับต้นฉบับมากที่สุด เป็นเทคนิคที่วิศวกรของ Acoustic Energy พัฒนามานานหลายปี ส่วนอีกตัวคือมิด/วูฟเฟอร์ขนาด 125 .. หรือ 5 นิ้ว ที่ใช้ไดอะแฟรมโลหะที่ให้ทรานเชี้ยนต์ไดนามิกที่ดี ทำงานร่วมกับท่อระบายเบสแบบท่อยาว ซึ่งนอกจากจะใช้พื้นที่บนผนังหลังของตัวตู้น้อยกว่าแบบท่อกลมแล้ว ท่อระบายเบสแบบเส้นยาวๆ ยังมีข้อดีอีกอย่างตรงที่มีเสียงลมครูดไปกับผนังท่อน้อยกว่าแบบท่อกลมด้วย

ส่วนสัดตัวตู้ของ AE1 Active อยู่ในข่ายของลำโพงเล็กขนาดปานกลาง คือขนาดของมันไม่ได้ถือว่าเล็กหรือใหญ่ และส่วนหนึ่งเป็นเพราะด้านในตัวตู้มีเพาเวอร์แอมป์ฝังตัวอยู่ทั้งสองข้าง ทำให้แต่ละตัวมีน้ำหนักมากถึง 9 กิโลกรัม ต่อตัว

แอ๊คทีฟระดับ มอนิเตอร์” !!

1. ช่องอินพุต XLR / RCA
2. ปุ่มหมุนปรับเพิ่ม/ลด เสียงเบสและเสียงแหลม
3. ปุ่มหมุนปรับวอลลุ่ม (เกน)
4. ช่องเสียบปลั๊กไฟเอซี
5. สวิทช์เปิด/ปิดไฟเข้าเครื่อง
6. ท่อระบายอากาศ

เชื่อว่าถ้าใครได้มาเห็นแผงหลังของ AE1 Active จะเข้าใจทันทีว่านี่คือลำโพงแอ๊คทีฟที่คนทำ ตั้งใจให้มีความเป็น activeที่แท้จริงตามคำเรียกขาน และถ้าพิจารณาในแต่ละฟังท์ชั่นที่ผู้ผลิตใส่มาให้ใช้ ก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความตั้งใจของผู้ผลิตที่จะทำให้ลำโพงคู่นี้แสดงศักยภาพของเสียงออกมาได้ไม่ต่างจากลำโพงแอ๊คทีฟระดับมอนิเตอร์ที่ใช้ในสตูดิโอ

Inputs > AE1 Active ให้ช่องรับสัญญาณอะนาลอกจากปรีแอมป์เข้ามาได้ 2 ช่องทาง ถ้าต้นทางจากปรีแอมป์มาเป็นสัญญาณบาลานซ์ แยก +/- และกราวนด์ พวกเขาก็มีอินพุตบาลานซ์ผ่านขั้วต่อ XLR (มาตรฐานอเมริกัน โดยใช้ขั้วต่อหมายเลข 2 สำหรับสัญญาณซีกบวก และใช้ขั้วต่อหมายเลข 3 สำหรับสัญญาณซีกลบ ส่วนขั้วต่อหมายเลข 1 เชื่อมต่อกับกราวนด์) มาให้ใช้ แต่ถ้าสัญญาณจากปรีแอมป์มาเป็นสัญญาณซิงเกิ้ลเอ็นด์ เข้าก็มีขั้วต่อ RCA ไว้ให้ใช้

Bass & Trble control > ฟังท์ชั่นปรับปริมาณของความถี่ในย่านทุ้ม (bass) กับปริมาณความถี่ในย่านแหลม (treble) มีไว้ให้ผู้ใช้ปรับจูนในส่วน โทนัลบาลานซ์ของเสียง อย่างเช่น ถ้าวางลำโพงชิดผนังหลังมากจนเบสล้น คุณก็สามารถปรับลดปริมาณเสียงทุ้มลงได้ด้วยการหมุนปุ่ม Bass ไปทางด้านซ้าย (-) ในทางกลับกัน กรณีที่คุณวางลำโพงห่างหนังหลังเยอะ ถ้ารู้สึกว่าเบสบาง ก็ให้หมุนปุ่ม Bass ไปทางขวา (+) ซึ่งผู้ผลิตให้ช่วงการปรับแต่งเสียงไว้เท่ากับ 4dB (-2/+2) ซึ่งทางด้านแหลมก็เช่นเดียวกัน สามารถปรับจูนปริมาณเสียงแหลมเพิ่มหรือลดได้ 4dB (-2/+2) เช่นเดียวกัน ซึ่งจากการทดลองใช้งานผมพบว่า ช่วงความถี่ที่มีผลกับการปรับแต่งทั้งปุ่ม Bass และ Treble มันส่งผลกับความถี่ที่ไม่กว้างมาก ในบางสถานการณ์ของการทดสอบ ผมทดลองเพิ่ม/ลดทั้งเบสและแหลมแบบสุดสเกล (+2dB และ -2dB) พบว่าการทำเช่นนั้นก็ไม่ได้ถึงกับทำให้เสียงโดยรวมแย่ลง ทางผู้ผลิตให้ฟังท์ชั่นนี้เพื่อตั้งให้ใช้ ปรับแต่งโทนเสียงไปตามที่ผู้ใช้อยากได้มากกว่า แนะนำให้ทดลองปรับใช้งานดู อาจจะทำให้ได้โทนเสียงที่คุณชอบ

Volume control > ฟังท์ชั่นนี้มีประโยชน์ 2 อย่าง อย่างแรก กรณีที่คุณใช้แหล่งต้นทางสัญญาณที่ไม่มีวอลลุ่มควบคุมความดัง คุณก็สามารถใช้วอลลุ่มของ AE1 Active ในการปรับความดังที่ต้องการได้ แต่ผมลองใช้แล้วไม่ค่อยเวิร์ค หนึ่งคือปรับลำโพงเพราะไม่มีรีโมทมาให้ ต้องมาปรับโดยหมุนที่ปุ่มบนตัวลำโพงโดยตรง ซึ่งค่อนข้างลำบากเพราะความดังของเพลงในแต่ละเพลงมันสวิงไปเรื่อย แต่ประโยชน์ที่แท้จริงของปุ่มวอลลุ่มนี้ที่ผมค้นพบในการใช้งานก็คือ ใช้ควบคุม ปริมาณความดังสูงสุดที่จะถูกส่งไปที่เพาเวอร์แอมป์ของลำโพงเพื่อป้องกันลำโพงเสียหาย ด้วยการปรับให้มันทำงานร่วมกับวอลลุ่มของปรีแอมป์ต้นทาง พูดง่ายๆ ในกรณีนี้ ปุ่มวอลลุ่มของตัว AE1 Active จะทำหน้าที่คล้ายกับตัวปรับ gain ของเพาเวอร์แอมป์นั่นเอง ในการทดลองใช้งานจริง ผมพบว่า การปรับปริมาณวอลลุ่มที่ตัว AE1 Active ผสมกับวอลลุ่มของปรีแอมป์จากต้นทางมีผลกับลักษณะเสียงที่ออกมา คือถ้าปรับตั้งวอลลุ่มที่ AE1 Active ไว้ ต่ำเกินไปเสียงโดยรวมจะขาดพลัง จากการทดลองผมพบว่า ปรับตั้งวอลลุ่มที่ AE1 Active ไว้ระหว่าง 75-100% แล้วไปปรับเพิ่ม/ลดที่ปรีแอมป์จะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ไม่ควรตั้งวอลลุ่มที่ AE1 Active ไว้ต่ำกว่า 75% ของปริมาณวอลลุ่ม

หลังจากกดปุ่มเปิดเครื่องที่ด้านหลัง ไฟ LED ที่อยู่ตรงขอบไดเวอร์มิด/วูฟเฟอร์ (ศรชี้ในภาพข้างบน) จะติดสว่างขึ้นเพื่อแสดงให้รู้สถานะพร้อมใช้งาน

การเชื่อมต่อใช้งานกับชุดเครื่องเสียง

ในกล่องมีสายสัญญาณ RCA ยาว 3 เมตร มาให้หนึ่งชุดเพื่อให้ใช้เชื่อมต่อระหว่างอินพุตของ AE1 Active กับช่องอะนาลอกเอ๊าต์พุตของอุปกรณ์ภายนอก ซึ่งจากชาร์ตภาพบนสุดที่แสดงลักษณะการเชื่อมสัญญาณไว้ 2 รูปแบบ แบบแรกคือ เชื่อมต่อสัญญาณจากช่องอะนาลอกเอ๊าต์พุตของอุปกรณ์เครื่องเสียงประเภท external DAC หรือ Streamer DAC ที่มีปรีแอมป์ในตัว หรือแบบที่สองคือ เชื่อมต่อสัญญาณจากปรีแอมป์อะนาลอกที่มีอุปกรณ์ต้นทางต่างๆ ต่อพ่วงอยู่

การเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะส่วนใหญ่จะมีช่องเอ๊าต์พุตสำหรับหูฟังมาให้ ซึ่งมักจะผ่านขั้วต่อ mini 3.5mm คุณสามารถดึงสัญญาณเอ๊าต์พุตจากช่องหูฟังที่ว่านี้มาใช้เชื่อมต่อกับช่องอินพุต RCA ของ AE1 Active ได้ โดยใช้สายสัญญาณ mini 3.5 mm > RCA stereo (ตัวอย่างตามภาพด้านบน) ซึ่งคุณต้องซื้อมาเอง ในกล่อง AE1 Active ไม่มีมาให้ หรือถ้าคุณมีสายสัญญาณ RCA แบบสเตริโออยู่แล้ว ก็อาจจะใช้ตัวอะแด๊ปเตอร์ mini2RCA (ภาพล่าง) แปลงขั้วต่อให้ก็ได้ ส่วนการปรับวอลลุ่มต้องควบคุมผ่านโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงบนคอมพิวเตอร์เป็นหลัก นอกจากคอมพิวเตอร์ทั้งสองรูปแบบแล้ว คุณยังสามารถใช้เอ๊าต์พุตจากเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพาที่เรียกว่า DAP (Digital Audio Player) เป็นแหล่งต้นทางสัญญาณป้อนให้กับอินพุต RCA ของ AE1 Active ได้ด้วย ซึ่งก็ต้องใช้สายสัญญาณ mini 3.5 mm > RCA stereo เช่นเดียวกัน

ทดลองฟังเสียงของ AE1 Active

ผมทดลองเอา AE1 Active ไปทดลองใช้งานในห้องรับแขกร่วมกับทีวี ดูทีวี, ดูหนังจาก Netflix และฟังเพลงจาก YouTube โดยใช้อินติเกรตแอมป์ของ Nuprime รุ่น Omnia ที่มีช่องปรีเอ๊าต์ มีอินพุต HDMI สำหรับรับสัญญาณเสียงจากทีวี และมีรีโมทไร้สายที่มีวอลลุ่มให้ปรับระดับความดังได้ ซึ่งเสียงที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีน่าพอใจมาก ส่วนตัวผมชอบฟังท์ชั่นที่ให้ปรับทุ้ม/แหลมของลำโพงคู่นี้ เพราะมันช่วยเพิ่มสีสันให้กับการดูหนังและฟังเพลงจากแหล่งต้นทางที่มีความหลากหลายในคุณภาพเสียงลักษณะนี้ได้ดีเลย เหมาะสมมาก

ใครที่ใช้ Bluesound New NODE (REVIEW) อยู่ก็เอามาใช้ร่วมกับ AE1 Active ได้ เพราะ New NODE เป็นสตรีมเมอร์ที่มีอินพุต HDMI สำหรับรับสัญญาณจากทีวี และมีช่อง sub-out สำหรับส่งสัญญาณเสียงไปให้ลำโพงแอ๊คทีฟซับวูฟเฟอร์ด้วย แต่มีความยากอยู่อย่างนึงสำหรับการใช้ Bluesound New NODE ต่อตรงเข้า AE1 Active คือปรับวอลลุ่มยาก เนื่องจาก Bluesound New NODE ไม่มีรีโมทไร้สายมาให้ เมื่อต่อสัญญาณ audio out ของ Bluesound New NODE ไปเข้าที่อินพุตของ AE1 Active เวลาปรับวอลลุ่มก็ต้องปรับผ่านแอพลิเคชั่นที่ใช้ควบคุมการทำงานของ Bluesound New NODE ซึ่งถ้าบ้านคุณมีระบบเน็ทเวิร์ค ปัญหาเรื่องนี้ก็หมดไป (ผมใช้ Roon nucleus+ ควบคุม New NODE อีกที สามารถปรับวอลลุ่มได้สบาย)

ช่วงที่สอง ผมเอา AE1 Active เข้าไปทดสอบในห้องฟังเพลงที่เน้นคุณภาพเสียงโดยใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต้นทาง 2 ชุด ชุดแรกใช้ all-in-one รุ่น Omnia ของ Audiolab (REVIEW) เป็นแหล่งต้นทาง ซึ่งตัว Omnia มีช่องปรีเอ๊าต์มาให้ใช้ พร้อมรีโมทไร้สายไว้ปรับวอลลุ่ม นับว่าลงตัวมาก เพราะบนตัว Omnia มันมีอินพุตให้ใช้ครบมาก ทั้งเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คสตรีมมิ่ง, เล่นแผ่นซีดี, มี Bluetooth ไว้รองรับสัญญาณเสียงที่สตรีมจากอุปกรณ์พกพาด้วย ครบมาก แถมเสียงที่ออกมาก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีน่าพอใจ *ในภาพข้างบนผมทดลอง ขี่ช้างจับตั๊กแตนด้วยการใช้สตรีมเมอร์และ DAC ระดับไฮเอ็นด์ฯ ที่แพงกว่า AE1 Active หลายเท่า เพื่อดูว่า AE1 Active จะให้คุณภาพเสียงออกมาได้สูงสุดแค่ไหน ไปกับอุปกรณ์ต้นทางระดับไหนที่ให้คุณภาพเสียงออกมาคุ้มค่ามากที่สุด จากผลการทดลองนี้ผมพบว่า อุปกรณ์ต้นทางที่จับกับ AE1 Active แล้วได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดในหลายๆ ด้าน ทั้งความสะดวกในการใช้งานร่วมกัน และทางด้านคุณภาพเสียง ก็คือตัวออลอินวันของ Audiolab รุ่น Omnia

สรุป

จากการทดสอบที่ผ่านมา ผมพบอีกว่า AE1 Active เหมาะกับการใช้งานทั้งแบบลำลองและแบบเอาจริง ถ้าคุณเป็นนักเล่นเครื่องเสียงที่ต้องการเน้นคุณภาพเสียงจาก AE1 Active อย่างเต็มที่ แนะนำให้เซ็ตอัพ AE1 Active ในลักษณะการฟังแบบ nearfield คือนั่งฟังไม่ไกลจากตัวลำโพงมาก จะทำให้คุณได้รับคุณภาพเสียงที่ดีน่าพอใจ ได้ความเข้มของเสียงที่มากพอ ได้ยินคุณสมบัติของเสียงออกมาครบทั้งแง่ของไดนามิก, เวทีเสียง และรายละเอียดที่ลงลึกถึงอารมณ์ของเพลงซึ่ง AE1 Active มีมาให้ครบ (ความสะอาดของเสียงช่วยได้มาก!) ส่วนคนที่ฟังเพลงแบบลำลอง เน้นความสะดวกสบาย AE1 Active ตอบโจทย์คุณได้ ดีกว่าที่คาด” เยอะ แถมด้วยความคุ้มค่าจากการประหยัดค่าแอมป์ไปได้อีกส่วนหนึ่ง ยิ่งกว่านั้น แอมป์ที่บรรจุมาในตัว AE1 Active ได้ผ่านการปรับจูนมากับลำโพงอย่างลงตัวแล้ว หลังจากได้ทดสอบฟังเสียงของ AE1 Active แล้ว ผมเชื่อเลยว่า จะหา ลำโพงพาสซีฟ + อินติเกรตแอมป์ + สายลำโพงที่มีราคาใกล้เคียงกับ AE1 Active และให้คุณภาพเสียงดีเท่า AE1 Active ยากมาก.!!

AE1 Active คือระบบลำโพง + แอมป์ ที่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนรูปแบบของชุดเครื่องเสียงให้มีความเรียบง่ายมากขึ้น ในขณะที่ยังคงรักษาระดับของคุณภาพเสียงตามมาตรฐานไฮไฟฯ ดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ถ้ามีโอกาส แนะนำให้คุณทดลองสัมผัสลำโพงชุดนี้ให้ได้ ไม่ว่าคุณจะตั้งใจซื้อหรือไม่ก็ตาม.. !!!

***************************
ราคา : 61,900 – 71,500 บาท / คู่ (ขึ้นอยู่กับสีของตู้)
***************************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
. Conice Electronic
โทร. 02-276-9644

สั่งซื้อได้ที่ conice.co.th

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า