บางทีนะ… การเกิดขึ้นของสิ่งใหม่บางอย่าง ก็แอบทิ้งบางอย่างไว้ข้างหลัง เครื่องเสียงก็เช่นเดียวกัน ในขณะที่หลายๆ แบรนด์ผู้ผลิตกำลังเปิดตัวเครื่องเสียงรวมชิ้นแบบ all-in-one รุ่นใหม่ๆ ออกมาในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็เพื่อตอบสนองให้กับคนชอบฟังเพลงที่อยากได้ความสะดวกสบายในการฟังเพลงที่ไม่ต้องรู้สึก “ยุ่งยาก” ในการจัดการกับซิสเต็มที่ซับซ้อน แต่ถ้าคุณกำลังมีความสนใจอยากจะก้าวย่างเข้าสู่โลกของ “การเล่นเครื่องเสียง” ซึ่งเป็นสันทนาการที่ให้ทั้งความรู้ทางด้านอิเล็กทรอนิค และให้ความเพลิดเพลินในการฟังเพลงไปพร้อมกัน ในสถานการณ์แบบนี้ เครื่องเสียง all-in-one แบบรวมทุกอย่างไว้ในชิ้นเดียวไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับคุณ เพราะชุด all-in-one ไม่เหมาะที่จะใช้เป็น “ชุดเริ่มต้น” สำหรับการเล่นเครื่องเสียงของคุณ
Cambridge Audio AX Series
เครื่องเสียงไฮไฟฯ ระดับเริ่มต้น
เพราะอยู่ในวงการเครื่องเสียงมานาน Cambridge Audio จึงรู้ดีว่านักฟังเพลงยุคใหม่ต้องการอะไร.? และนักเล่นเครื่องเสียงมือใหม่ต้องการอะไร.? ในขณะที่พวกเขากำลังนำเสนอเครื่องเสียง all-in-one ซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า “EVO series” ออกมา พวกเขาก็ได้นำเอาอุปกรณ์เครื่องเสียงแบบแยกชิ้นรุ่นใหม่ออกมาเปิดตัวไปพร้อมกันด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ซีรี่ย์ “AX” ที่เป็นเครื่องเสียงแยกชิ้นเหล่านี้ถูกออกแบบและผลิตขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนที่อยากเริ่มต้น “เล่นเครื่องเสียง” นั่นเอง
ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงในซีรี่ย์ “AX” มีทั้งเครื่องเล่นซีดี, อินติเกรตแอมป์ และสเตริโอ รีซีฟเวอร์ ซึ่งเครื่องเล่นซีดีและอินติเกรตแอมป์นั้น มีรุ่นใหญ่คือ AXC35 + AXA35 และรุ่นเล็กคือ AXC25 + AXA25 ให้เลือก ซึ่งความแตกต่างหลักๆ ระหว่าง AXA25 กับ AXA35 ก็คือกำลังขับระหว่าง 25W กับ 35W นั่นเอง ส่วนเครื่องเล่นซีดีก็แทบจะไม่มีอะไรต่างกัน

แน่นอนว่า AXC35 + AXA35 จะไม่เตะตาต้องใจสำหรับคนที่อยากได้เครื่องเสียงที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน แต่สำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นเข้าสู่สนาม “การเล่นเครื่องเสียง” แล้ว ต้องบอกว่า เครื่องเล่นซีดี+อินติเกรตแอมป์คู่นี้แหละเหมาะสำหรับคุณ เพราะเครื่องเล่นซีดี+อินติเกรตแอมป์ของ Cambridge Audio คู่นี้จะเปิดโอกาสให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการ “แม็ทชิ่ง” สายสัญญาณและสายลำโพงเพื่อสร้างลักษณะเสียงที่หลากหลาย ซึ่งสิ่งนี้แหละที่เป็นสีสันและความสนุกของการเล่นเครื่องเสียง ถึงแม้ว่า AXC35 และ AXA35 จะมีราคาไม่สูง แต่มันก็ถูกออกแบบมาด้วยความพิถีพิถันอย่างมาก เรามาดูรายละเอียดกันหน่อยว่า เครื่องเสียงทั้งสองชิ้นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง.?
“AXC35”
เครื่องเล่นซีดี

ด้านหน้าของ AXC35
A = ปุ่ม power สำหรับกดเพื่อ “เปิด” และกดซ้ำเพื่อ “ปิด” เครื่อง
B = ลิ้นชักรับแผ่นซีดี
C = จุดรับคลื่นอินฟราเรดของรีโมทไร้สาย
D = หน้าจอแสดงผล
E = ปุ่มกดเพื่อเลื่อนลิ้นชักรับแผ่นเข้า/ออก
F = ปุ่มกดสั่งเล่นแผ่นซีดี / กดซ้ำเพื่อหยุดค้าง
G = ปุ่มกดเพื่อสั่งหยุดเล่นแผ่น
H = กดเมื่อต้องการถอยหลับไปเริ่มต้นเพลงใหม่ หรือถอยหลังไปแทรคก่อนหน้า
I = กดเมื่อต้องการข้ามไปเล่นแทรคต่อไป

ด้านหลังของ AXC35
J = ช่องดิจิตัล เอ๊าต์พุต
K = ช่องไลน์ (สัญญาณอะนาลอก) เอ๊าต์พุต
L = ช่องเสียบสายไฟเอซี
AXC35 ถูกออกแบบมาให้เล่นแผ่นซีดีธรรมดาๆ ที่บันทึกสัญญาณ PCM และสามารถเล่นแผ่น CD-R, CD-RW และแผ่น CD-ROM ที่บันทึกไฟล์เพลงฟอร์แม็ต MP3 กับฟอร์แม็ต WMA ได้ด้วย นอกจากนั้น AXC35 ตัวนี้ยังมีช่อง “Digital Out” ติดตั้งมาให้หนึ่งช่อง ทำให้สามารถใช้ AXC35 เป็นเครื่องเล่นซีดี ทรานสปอร์ต เพื่อส่งสัญญาณดิจิตัลออกไปให้อุปกรณ์ประเภท external DAC ภายนอก ในกรณีที่คุณต้องการอัพเกรดคุณภาพเสียงในอนาคต
AXC35 มีฟังท์ชั่น “Auto Power Down” (APD) ซึ่งจะปิดตัวเองอัตโนมัติถ้าไม่มีการใช้งานตัวเครื่องนานเกิน 20 นาที คุณสามารถปรับตั้งเพื่อเลือกเปิดใช้ หรือปิดการทำงานของฟังท์ชั่น APD นี้ได้ด้วยการกดปุ่ม power เปิดเครื่องขึ้นมา จากนั้นให้กดปุ่ม power ค้างไว้จนไฟ LED บนตัวปุ่ม power กระพริบ ซึ่งมีอ๊อปชั่นให้เลือก 2 อ๊อปชั่นคือ
1. กระพริบ 5 ครั้ง = ปิดการทำงานของฟังท์ชั่น APD
2. กระพริบ 10 ครั้ง = เปิดใช้งานฟังท์ชั่น APD
หน้าตาของเครื่องเล่นแผ่นซีดีตัวนี้ก็ออกมาในรูปแบบมาตรฐานทั่วไป คือมีลิ้นชักรับแผ่นติดตั้งอยู่ตรงกลางของแผงหน้า โดยมีจอแสดงผลการทำงานของเครื่องถัดลงมาด้านล่าง นอกจากนั้นก็มีปุ่มกดทรงกลมแบนจำนวน 6 ปุ่ม เรียงอยู่ทางขวาของแผงหน้า 5 ปุ่ม และแยกไปทางซ้ายมืออีกหนึ่งปุ่มเป็นปุ่ม power สำหรับกดเปิด/ปิดการทำงานของตัวเครื่อง ส่วน 5 ปุ่มที่อยู่ทางขวานั้นก็มีปุ่มกดเพื่อสั่งเลื่อนลิ้นชักออก/เข้า ที่เหลืออีกสี่ปุ่มคือคำสั่งเพื่อควบคุมการเล่นเพลง
“AXA35”
อินติเกรตแอมป์

แผงหน้าของ AXA35
1. ปุ่ม power สำหรับกดเพื่อ “เปิด” และกดซ้ำเพื่อ “ปิด” เครื่อง
2. ช่องเสียบแจ๊คหูฟัง
3. ช่องรับคลื่นอินฟราเรดจากรีโมทไร้สาย
4. ช่องอินพุตสำหรับสัญญาณอะนาลอกจากเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพา หรืออุปกรณ์พกพาอื่นๆ
5. จอแสดงรายละเอียดต่างๆ ของตัวเครื่องขณะทำงาน
6. ปุ่มกดเลือกอินพุตต่างๆ
7. ปุ่ม Menu ใช้ปรับแต่งเสียง
8. ปุ่มวอลลุ่ม

แผงหลังของ AXA35
9. ช่องอินพุตสำหรับสัญญาณอะนาลอกระดับ Line Level ทั่วไป
10. ช่องอินพุตสำหรับสัญญาณจากหัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียง
11. จุดต่อสายกราวนด์จากเครื่องเล่นแผ่นเสียง
12. ช่องสัญญาณเอ๊าต์พุตสำหรับบันทึกเสียง
13. ช่องจ่ายไฟเลี้ยงสำหรับเครื่องเล่นไฟล์เพลงพกพา หรืออุปกรณ์พกพาอื่นๆ
14. ช่องต่อสายลำโพง
15. สวิทช์ปรับแรงดันไฟให้เหมาะกับมาตรฐานของแต่ละประเทศ (ห้ามปรับเด็ดขาด!)
16. ช่องเสียบปลั๊กไฟเอซี
AXA35 ให้กำลังขับวัดได้ข้างละ 35 วัตต์ ที่โหลด 8 โอห์ม มีอินพุตให้เลือกใช้มากถึง 6 ช่อง แบ่งเป็นอินพุตสำหรับสัญญาณ Line Level จำนวน 4 ช่อง อินพุตสำหรับสัญญาณ Low Level จากหัวเข็มจำนวน 1 ช่อง ซึ่งรองรับสัญญาณจากหัวเข็ม MM หรือหัวเข็ม MC High Output ที่มีเกนสัญญาณอยู่ระหว่าง 2 – 6mV (2-6 มิลลิโวลท์) และมีโหลดอิมพีแดนซ์อยู่ระหว่าง 30 – 50กิโลโอห์ม และอินพุตสำหรับเครื่องเล่นไฟล์เพลงที่แยกมาอยู่ทางแผงหน้าอีก 1 ช่อง ใช้ชื่อว่าอินพุต AUX
มีช่องจ่ายไฟเลี้ยงขนาด 5V กระแส 500mA ทางช่อง USB-A ให้กับอุปกรณ์พกพาด้วย สะดวกมากในกรณีที่คุณใช้เครื่องเล่นไฟล์เพลงพกพาเป็น source ให้กับระบบ มีภาคขยายหูฟังมาให้สำหรับการรับฟังผ่านหูฟัง เมื่อเสียบแจ๊คหูฟังเข้าที่รูเสียบที่อยู่ด้านหน้าของ AXA35 สัญญาณทางเอ๊าต์พุตที่ไปออกลำโพงจะถูกตัดออกไปทันที และจะกลับมาใหม่เมื่อปลดแจ๊คหูฟังออก
รีโมทไร้สาย

M = ใช้กดเลื่อนปิด/เปิดลิ้นชักรับแผ่น
N = ใช้ปิดการทำงานให้เครื่องเข้าสู่สภาวะสแตนด์บาย
O = ปุ่มตัวเลขสำหรับเลือกแทรคของเพลงที่จะฟังโดยตรง
P = ปุ่มเลือกตั้งโปรแกรมแทรคที่จะฟังล่วงหน้าต่อเนื่องได้ไม่เกิน 20 แทรค และปุ่มลบการตั้งล่วงหน้า
Q = ปุ่มควบคุมการเล่นแผ่น
R = ปุ่มกดเลือกใช้ฟังท์ชั่น Random (สุ่มเล่นเพลง), Repeat (เล่นซ้ำ) และ Remain เลือกดูเวลาที่เหลือของแทรค/อัลบั้มที่กำลังเล่น
S = ปิดเสียงชั่วคราว
T = ปุ่มปรับเพิ่ม/ลดความดังของเสียง และปุ่มเข้าเมนูปรับทุ้ม/แหลม
U = ปุ่มกดเพื่อเลือกอินพุตต่างๆ
แม็ทชิ่ง+เซ็ตอัพเพื่อทดสอบเสียง
ผมเลือกลำโพงวางหิ้งรุ่น Diamond 12.1 ยี่ห้อ Wharfedale ราคาคู่ละ 11,900 บาท (REVIEW) ซึ่งเป็นลำโพงสองทางขนาดกระทัดรัดมาจับคู่กับเครื่องเล่นซีดีและอินติเกรตแอมป์ AXC35 + AXA35 คู่นี้ โดยใช้สายลำโพงของ Atlas Cable รุ่น Equator II เชื่อมต่อระหว่าง AXA35 กับลำโพง Diamond 12.1 และใช้สายสัญญาณ Atlas Cable รุ่น Equator II ยาว 1 เมตร เชื่อมต่อระหว่างเครื่องเล่นซีดี AXC35 กับอินติเกรตแอมป์ AXA35 ซึ่งพบว่า กำลังขับของ AXA35 สามารถขับลำโพง Diamond 12.1 ออกมาได้ความดังที่เพียงพอ

ช่วงที่ทำการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงและไฟน์จูนซิสเต็ม ผมพบว่า การต่อสายลำโพง +/- แบบไขว้บน/ล่างอย่างในภาพข้างบนให้ค่าเฉลี่ยของเสียงออกมาดีกว่าต่อคู่บนหรือคู่ล่าง

ในช่วงท้ายของการทดสอบ ผมทดลองเปลี่ยนเอาลำโพงที่มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่างลำโพงยี่ห้อ ATC รุ่น SCM7 เข้ามาแทน Diamond 12.1 ด้วยเพื่อประเมินแนวเสียงและสมรรถนะในการขับดันลำโพงของ AXC35 + AXA35 คู่นี้
ผมทำการเซ็ตอัพลำโพงและ AXC35 + AXA35 ไว้ในห้องรับแขกที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ 3.6 x 3.8 ตร.ม. ด้านซ้ายเปิดทะลุถึงพื้นที่ตั้งโต๊ะอาหาร โดยจัดวางลำโพงห่างผนังด้านหลัง = 0.8 ม. และลำโพงทั้งสองข้างห่างกัน = 1.6 ม. ลำโพงวางบนขาตั้งสูง 24 นิ้ว AXC35 + AXA35 วางบนชั้นวางเตี้ยๆ หน้าทีวี ทั้งเครื่องเล่นซีดีและอินติเกรตแอมป์เสียบสายไฟเอซีผ่านปลั๊กราง
เสียงของ AXC35 + AXA35
AXA35 เป็นอินติเกรตแอมป์ที่มีฟังท์ชั่นปรับทุ้ม–แหลม สำหรับการรับฟังทั่วๆ ไป ถ้าคุณรู้สึกว่าเสียงทุ้ม หรือเสียงแหลมออกมาน้อยเกินไป หรือมากเกินไป เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกอยากเพิ่มหรือลดปริมาณของเสียงทุ้มหรือแหลม คุณสามารถเข้าไปทำการปรับเพิ่ม/ลดได้ตามต้องการ โดยกดปุ่ม “Menu” ที่อยู่บนหน้าปัดของ AXA35 เลือกเข้าไปที่หัวข้อ Bass หรือ Treble แล้วใช้ปุ่มวอลลุ่มหมุนเพื่อเพิ่มหรือลด หรือจะปรับจากรีโมทไร้สายก็ได้ โดยใช้ปุ่ม Menu และปุ่มปรับวอลลุ่มบนรีโมทฯ ในการปรับ ซึ่งฟังท์ชั่นปรับทุ้ม–แหลมของ AXA35 จะทำการบู๊ส/ตัดที่ความถี่ 100Hz (Bass) และ 10,000Hz (Treble) โดยเลือกได้สูงสุดอยู่ที่ +/-10dB ซึ่งมากพอที่จะทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างได้ สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการแม็ทชิ่ง AXA35 เข้ากับลำโพงของคุณได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ได้แนวเสียงที่คุณต้องการ

อัลบั้ม : Asian Delights Collection – Ho Chong Wing & His Silver Harmonica (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : Ho Chong Wing
สังกัด : HD Music

อัลบั้ม : Rhythm Along The Years (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : Various Artists
สังกัด : Concord Jazz

อัลบั้ม : Jheena Lodwick Greatest (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : Jheena Lodwick
ค่าย : U-Music Entertainment

อัลบั้ม : Borrowed Tales (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : Don Williams
สังกัด : Red Beat

อัลบั้ม : The Brothers Four Greatest Hits (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : The Brothers Four
สังกัด : Sony Music

อัลบั้ม : Gold Ballads (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : Scorpions
สังกัด : EMI

อัลบั้ม : The Taste Of Songs (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : รวมศิลปิน
สังกัด : ใบชาซองค์

อัลบั้ม : เพลงอภิรมย์ ๒ (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : สุรุจ ทิพากรเสนี / คีย์ คีตะญา
สังกัด : –
เบื้องต้นผมทดลองฟังเสียงของ AXC35 + AXA35 โดยไม่ปรับแต่งฟังท์ชั่นปรับทุ้ม–แหลมใดๆ เริ่มต้นด้วยเพลงร้องแนวไล้ท์มิวสิค, โฟล์ค, ร็อคอ่อนๆ, แจ๊ส, คันทรี่และเพลงไทยที่เป็นค่ายเพลงคอมเมอร์เชี่ยลทั่วๆ ไป ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจเกินคาดทีเดียว แม้ว่าแต่ละอัลบั้มของเพลงที่นำมาทดลองฟังจะให้ผลลัพธ์ของเสียงออกมาไม่เท่าเทียมกัน แต่โดยภาพรวมที่ได้ออกมาใกล้เคียงกันก็คือ “ความเป็นดนตรี” ที่ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมไปกับบทเพลงเหล่านั้นได้ง่าย
กับงานของค่ายเพลงที่เน้นคุณภาพเสียงอย่างอัลบั้มชุด “Rhythm Along The Years” ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมเพลงของหลายศิลปินในสังกัดของค่ายเพลงแจ๊สระดับต้นๆ ของโลกคือ Concord Jazz ก็ออกมาดีมาก.. รายละเอียดเสียงแผ่ออกมาอย่างกระจ่างพร่างพราย จังหวะเพลงดำเนินไปอย่างลื่นไหล ฟังง่ายทั้งๆ ที่เป็นเพลงแจ๊ส ซึ่งอัลบั้มนี้ช่วยย้ำให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการควบคุมจังหวะของเพลงที่แม่นยำ ทุกเสียงที่อยู่ในย่านแหลมลงมาถึงทุ้มเคลื่อนขยับได้อย่างฉับไว ไม่เฉื่อย ทำให้จังหวะเพลงออกมาฟังแล้วเกิดความสนุกสนานไปตามลีลาของเพลง
กับบางอัลบั้มที่เนื้อเสียงจะออกมาบาง อย่างอัลบั้มชุด “The Brothers Four Greatest Hits” ก็สามารถปรับจูนให้ได้เสียงออกมาอบอุ่นมากขึ้น มีมวลเนื้อมากขึ้นด้วยการปรับเพิ่ม Bass ในเมนูขึ้นมานิดหน่อย ทำให้ได้มวลเสียงในย่านกลางต่ำที่มากขึ้น ผมพบว่าเมื่อเพิ่ม Bass ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ +4 ทำให้ได้เสียงประสานของนักร้องคนที่ร้องโทนต่ำออกมาเต็มเสียงมากขึ้น มีลูกคอ มีผลให้น้ำหนักเสียงของเพลงดีขึ้น และยังทำให้อาการซิบๆ ติดปลายเสียงร้องลดลงด้วย เมื่อลองเพิ่มไปถึง +6 ก็ไม่ได้ทำให้สมดุลเสียงเสียหายไป แต่ผมพบว่า เสียงร้องโทนต่ำกับเสียงอะคูสติกเบสของเพลง Green Field มันออกมาใกล้เคียงกันมากเกินไป เกือบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน สรุปคือเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ +2 ถึง +4 จะได้ผลลัพธ์กำลังดีเมื่อขับลำโพง Diamond 12.1

หลังจากลองฟังมา 2-3 อัลบั้ม ผมสังเกตว่า เสียงแหลมของ AXC35 + AXA35 มันมีปริมาณไม่มากจนเกินไป คือเมื่อฟังแต่ละเพลงในแต่ละอัลบั้มที่เปลี่ยนเข้าไปมันก็มีเสียงแหลมออกมาให้ได้ยินครบ เพียงแต่ว่า เสียงแหลมเหล่านั้นมันไม่ได้เยอะมากจนเข้ามากระตุ้นความสนใจของผม ในขณะเดียวกัน ผมกลับได้รับรู้เรื่องราวของเพลงที่ส่งผ่านออกมากับเสียงในย่านกลางมากกว่า เมื่อลองฟังเพลงร้องอย่างอัลบั้มชุด “Borrows Tales” ของ Don Williams กับอัลบั้มชุด “Jheena Lodwick Greatest” ของ Jheena Lodwick ผมถูกทำให้รู้สึกดื่มด่ำไปกับเนื้อหาของเพลงที่นักร้องทั้งคนนี้ขับร้องออกมามากเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่มีเสียงเครื่องดนตรีอื่นๆ ออกมาให้ได้ยินอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผมมากเท่ากับเสียงร้องของศิลปินชายและหญิงเจ้าของสองอัลบั้มนี้
เมื่อลองฟังอัลบั้มเพลงร็อคเศร้าสร้อยอย่าง “Gold Ballads” ของสกอร์เปี้ยน ผมรู้สึกได้ว่า ความสากเสี้ยนในน้ำเสียงซึ่งเป็นซาวนด์เฉพาะตัวของเพลงแนวร็อคมันเจือจางไปหน่อย แม้ว่าโดยรวมของเพลงในอัลบั้มนี้ก็ยังฟังแล้วถูกดึงให้ดิ่งลึกลงไปที่อารมณ์ของเพลงเช่นเดิม แต่ถ้าไม่ปล่อยใจให้ถูกดึงดูดไปกัอารมณ์ของเพลง ถอยกลับมาพิจารณาลักษณะเสียงที่ AXC35 + AXA35 ถ่ายทอดออกมา และเมื่อผมทดลองเปลี่ยนเอาลำโพงรุ่น SCM7 ของ ATC เข้าไปแทน Diamond 12.1 พบว่า ต้องรีดกำลังขับจาก AXA35 เพิ่มขึ้นพอสมควรเพื่อให้ได้ความดังใกล้เคียงกับตอนขับ Diamond 12.1 แต่บนพื้นที่ขนาดประมาณ 3.6 x 3.8 ตร.ม. ก็ยังถือว่า AXA35 สามารถควบคุม SCM7 เอาไว้ได้พอสมควร เมื่อลองฟังเพลงเดียวกับตอนลองฟังกับ Diamond 12.1 พบว่า AXC35 + AXA35 + SCM7 ให้ความสมจริงของแต่ละเสียงออกมาในระดับที่สูงกว่า ผมสามารถสัมผัสกับ texture ของแต่ละเสียงได้ชัดเจนมากขึ้น สัมผัสกับอัตลักษณ์ของแต่ละเครื่องดนตรีได้ชัดขึ้น รู้ได้ชัดขึ้นถึงความเป็นไม้–ความเป็นโลหะของวัสดุที่ใช้ทำเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น แต่สิ่งที่รู้สึกว่ายังอ่อนด้อยไปนิดก็คือไดนามิกเร้นจ์ของเสียงที่ยังไม่เด็ดขาดและหนักแน่นมากเมื่อฟังเพลงที่มีจังหวะกระแทกกระทั้นมากๆ หน่อย
สรุป
ผมเซ็ตอัพซิสเต็มนี้ไว้ในห้องรับแขกที่ชั้นล่างของบ้าน ทิ้งไว้หลายวัน บางช่วงที่ไม่ได้นั่งฟังบนโซฟาตรงข้ามชุดเครื่องเสียง ผมก็เปิดให้มีเสียงเพลงคลออยู่ในบ้านด้วยความดังพอประมาณ พบว่า ซิสเต็มนี้มันก็ให้รายละเอียดของเสียงที่แผ่กระจายไปทั่วบ้านได้เหมือนกัน ซึ่งผมยอมรับว่า เมื่อพิจารณาจากงบประมาณของทั้งซิสเต็ม คือ AXC35 + AXA35 + Diamond 12.1 = 35,700 บาท รวมสายสัญญาณกับสายลำโพงก็อยู่ในงบประมาณไม่เกิน 50,000 บาท (ไม่รวมขาตั้งลำโพงกับชั้นวางเครื่องเสียง) เทียบกับคุณภาพเสียงที่ได้ออกมาต้องถือว่า โค–ตะ–ระ–คุ้มมากๆ
ใครที่วางงบไว้ประมาณ 50,000 บาท แต่ต้องการเครื่องเสียงที่ใช้ง่าย ไว้ฟังสตรีมมิ่งอย่างเดียว ให้มองข้ามเครื่องเสียงชุดนี้ไปได้เลย มันไม่ใช่ทางของคุณ แต่ถ้าใครที่กำลังมองหาชุดเครื่องเสียงไว้สำหรับ “เริ่มต้นเล่นเครื่องเสียง” ผมขอแนะนำให้พิจารณา AXC35 + AXA35 ไว้เป็นอันดับต้นๆ สำหรับงบประมาณ 50,000 บาท +/- เพราะเมื่อคุ้นเคยกับเสียงของมันแล้ว หลังจากนั้น เครื่องเล่นซีดี+อินติเกรตแอมป์คู่นี้จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้คุณสนุกกับการเล่นเครื่องเสียงไปได้อีกนานเลยทีเดียว หรือเมื่อถึงตอนที่คุณไม่อยากเล่นเครื่องเสียงต่อไปแล้ว ซิสเต็มนี้ก็ยังเป็นชุดฟังเพลงที่ให้ความเป็นดนตรีที่ดีเยี่ยม ยกให้ใครก็มีแต่คนอ้าแขนรับ ไม่เป็นขยะอิเล็กทรอนิคอย่างแน่นอน..!!!
*************************
ราคา AXC35 = 11,900 บาท
ราคา AXA35 = 11,900 บาท
สนใจติดต่อที่
Powerbuy Online



