รีวิว Cambridge Audio รุ่น EVO 75 ออล-อิน-วัน เพลเยอร์

คำกล่าวที่ว่า ในยุคสมัยใหม่นั้น เครื่องเสียงระดับกลางลงมาถึงระดับล่างจะเปลี่ยนรูปแบบไปจากยุคสมัยเก่า อย่างสิ้นเชิง!ซึ่งเราท่านต่างก็ได้ยินคำกล่าวนั้นมานานมากแล้ว แต่ที่ปรากฏเป็นตัวเป็นตนให้เห็นเชิงประจักษ์กันจริงๆ ก็เพิ่งจะมีในวันนี้ และอุปกรณ์เครื่องเสียงรุ่น EVO 75 ของแบรนด์ Cambridge Audio ตัวนี้นี่แหละที่ทำหน้าที่เป็นตัวอย่างของจริงเพราะมีคุณสมบัติตรงตามคำกล่าวนั้นทุกประการ.!!

ไม่ใช่เครื่องเล่น, ไม่ใช่แอมป์
แต่เป็น ทุกอย่าง!

ความหมายของ All-in-One คือรวมทุกอย่างไว้ในตัวเดียว ซึ่งคำว่า ทุกอย่างในความหมายของอิเล็กทรอนิคก็คือ “sourceกับ “amp

ถ้ามอง EVO 75 ในแง่ของ amp มันได้เอาภาคปรีแอมป์กับภาคเพาเวอร์แอมป์เข้ามารวมไว้ในตัว ส่วนในแง่ของ source มันก็เอาภาค DAC เข้ามาไว้ในตัวด้วยพร้อมอินพุตดิจิตัลและอินพุตอะนาลอก จะขาดก็แต่ภาคขยายหัวเข็มเท่านั้น (ทางผู้ผลิตอาจจะมองว่าแผ่นเสียงไม่ได้เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่) ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเล่นอื่นใดก็ได้ในการฟังเพลง เนื่องจากภายในตัว EVO 75 ได้ติดตั้งบอร์ด StreamMagic เอาไว้เพื่อให้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตผ่าน Network ได้ คุณจึงสามารถใช้วิธี “สตรีม(stream) ไฟล์เพลงจากอินเตอร์เน็ตเข้ามาฟังผ่านภาค DAC และภาค Amplifier ของ EVO 75 ได้ทันทีไม่ว่าจะเป็นเพลงจากอินเตอร์เน็ต เรดิโอ หรือจะผู้ให้บริการอย่าง TIDAL, Spotify และอื่นๆ ขอเพียงแค่มีลำโพงหนึ่งคู่กับสายลำโพงอีกหนึ่งชุด แค่นี้คุณก็สามารถเลือกฟังเพลงจำนวนมหาศาลได้จากทั่วโลกแล้ว

รูปร่างภายนอก กับ ขนาด และ ฟังท์ชั่นใช้งาน

A = แผงด้านข้าง
B = หน้าจอแสดงผล
C = แถวของปุ่มฟังท์ชั่นต่างๆ
D = วงแหวนหมุนเลือกอินพุต
E = ปุ่มหมุนปรับระดับวอลลุ่ม
F = รูเสียบแจ๊คหูฟัง

EVO 75 มีความสามารถรอบตัว ซึ่งความสามารถเหล่านั้นได้ถูกแพ็คมาในตัวถังขนาดกระทัดรัด ที่ออกแบบเรือนกายภายนอกได้เรียบหรูดูดีในสไตล์ minimalist ด้วยสัดส่วนของตัวถังที่ถูกย่นย่อจากขนาดมาตรฐานสิบเจ็ดนิ้วลงมาอยูที่ 12 นิ้วกว่าๆ ลึกประมาณ 14 นิ้ว และสูงประมาณสามนิ้วครึ่ง ทั้งขนาดและรูปร่างนับว่าอยู่ในเกณฑ์กำลังสวยสำหรับวางในห้องรับแขก (น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 5 กิโลกรัม) หรือจะวางโดดๆ ในห้องฟังไว้ตรงกลางระหว่างลำโพงทั้งสองข้างก็ดูดีมาก..

ตอนแกะออกมาจากกล่อง ที่ผนังด้านข้างซ้ายขวาของตัวถังประดับด้วยแผ่นไม้ลายวอลนัท ดูเก๋และเท่ห์มาก แต่ถ้าใครไม่ชอบลายไม้ เพราะอาจจะไม่เข้ากับดีไซน์สมัยใหม่ของบ้าน ในกล่องเขาก็มีแผ่นโลหะประกบด้านข้างมาให้ด้วยนะ ลวดลายเก๋เลย เอาเปลี่ยนลายไม้ออก หรือว่าใช้ๆ ไปแล้วเบื่อเอามาสลับเปลี่ยนบรรยากาศก็ได้ ประเด็นนี้ต้องชมทาง CA เขาทำเก๋ไก๋มาก ไม่เคยเห็นมีใครทำมาก่อน

หน้าจอของ EVO 75 ใหญ่มาก กินพื้นที่ประมาณ 2 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดบนหน้าปัดเครื่อง ถูกออกแบบมาให้แสดงข้อมูลต่างๆ ขณะใช้งานด้วยสัญลักษณ์, ตัวอักษร และรูปภาพที่เป็นสี ขณะเล่นไฟล์เพลง ข้อมูลที่ขึ้นแสดงบนจอนี้จะประกอบไปด้วย (1) ภาพปกอัลบั้ม, (2) ชื่อแทรคที่กำลังเล่นอยู่ด้านบน ถัดลงไปเป็นชื่อศิลปิน และชื่ออัลบั้ม, (3) แสดงความถี่แซมปลิ้งของสัญญาณที่สตรีมมา, (4) แสดงอินพุตที่กำลังใช้งาน, (5) แสดงเวลาในการเล่นที่เคลื่อนต่อเนื่องไปเรื่อยๆ, (6) แสดงเวลาเต็มของเพลงที่กำลังเล่น, (7) นาฬิกาแสดงเวลาปัจจุบัน, (8) สัญลักษณ์แสดงสถานะของการเชื่อมต่อเน็ทเวิร์ค ซึ่งมีอยู่ 5 สถานะ คือ I เชื่อมต่อเน็ทเวิร์ค WiFi ได้และมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต II เชื่อมต่อเน็ทเวิร์ค WiFi ได้แต่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต III เชื่อมต่อเน็ทเวิร์คด้วยสายและมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต IV เชื่อมต่อเน็ทเวิร์คด้วยสายแต่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต V ไม่มีการเชื่อมต่อเน็ทเวิร์ค, (9) สัญลักษณ์แสดงเอ๊าต์พุต, (10) สัญลักษณ์แสดงการหยุดเสียงชั่วคราว, (11) เฟิรมแวร์อัพเดต, (12) สัญลักษณ์ที่แสดงว่ากำลังถอดรหัส MQA ซึ่งจะมีอยู่ 2 สถานะ คือถ้ามีจุดสีเขียวต่อท้าย แสดงว่าถอดได้ถึงระดับแซมปลิ้งสูงสุดของสัญญาณ แต่ถ้ามีจุดสีฟ้าต่อท้ายแสดงว่าถอดไปถึงสัญญาณต้นฉบับที่ออกมาจากสตูดิโอตามที่ศิลปินเจ้าของผลงานให้การยอมรับ (13) สัญลักษณ์เล่นซ้ำ และเล่นแบบสุ่ม

เลยจากจอแสดงผลไปทางขวามือของหน้าปัด จะมีปุ่มกดทรงสี่เหลี่ยมผอมๆ อยู่ 6 ปุ่ม ตั้งแถวเรียงในแนวดิ่ง เรียงลำดับจากบนลงล่างคือปุ่มกดสั่ง play/pause (เล่น/หยุดเล่นชั่วคราว), ถัดลงไปเป็นปุ่มข้ามไปเพลงข้างหน้า, ถอยหลังไปเพลงที่ผ่านมา หรือกลับไปเริ่มเล่นเพลงเดิมตั้งแต่ต้นใหม่, ปุ่มแสดงข้อมูลของเพลงและข้อมูลของเครื่องที่ซ่อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง, ปุ่มปล่อยเอ๊าต์พุตไปที่ลำโพง และปุ่มล่างสุดคือปุ่มเพาเวอร์ที่ใช้กดเปิด/ปิดเครื่อง

ปุ่มขนาดใหญ่ปุ่มเดียวที่อยู่ทางขวามือของหน้าปัดถูกยืมมาจากอินติเกรตแอมป์ในซีรี่ย์ EDGE เป็นลักษณะของปุ่มที่ซ้อนกันอยู่ 2 ชั้น ชั้นบนสำหรับหมุนปรับระดับความดังที่ทำหน้าที่เหมือนปุ่มวอลลุ่มของแอมป์ทั่วไป คือถ้าหมุนไปทางขวา (ตามเข็มนาฬิกา) จะเป็นการเพิ่มระดับความดัง และหมุนไปทางซ้าย (ทวนเข็มนาฬิกา) จะเป็นการลดความดังของเสียง ส่วนปุ่มสีเงินที่อยู่ชั้นล่างนั้นเป็นปุ่มหมุนเพื่อเลือกอินพุตที่ต้องการใช้งาน ซึ่งทุกครั้งที่หมุนไปสัญญาลักษณ์ของอินพุตแต่ละอินพุตจะไปปรากฏบนหน้าจอให้รู้

ที่มุมด้านล่างทางขวาของหน้าปัดจะมีรูเสียบแจ๊คหูฟังขนาด 3.5mm อยู่หนึ่งรู เมื่อเสียบแจ๊คหูฟังลงไปในรูนี้ สัญญาณเสียงที่ช่อง Pre-out กับสัญญาณเสียงที่ไปออกที่ขั้วต่อลำโพงจะถูกปิด เหลือแต่สัญญาณเสียงที่ออกมาทางรูเสียบหูฟังอย่างเดียว

อินพุต & เอ๊าต์พุต

G = ช่องเสียบสายไฟเอซี
H = ช่องอินพุตสำหรับเครื่องเล่นซีดีตระกูล EVO
I = ช่องอินพุต HDMI ARC
J = สวิทช์กราวนด์
K = ช่อง USB-A สำหรับฮาร์ดดิสเก็บเพลง
L = ช่องต่อสาย LAN (Ethernet)
M = ช่องต่อสัญญาณรีโมทจากภายนอก
N = ขั้วต่อสายลำโพงข้างซ้าย (Left Channel)
O = ช่องเอ๊าต์พุตสำหรับต่อเชื่อมกับเพาเวอร์แอมป์ภายนอก
P = ช่องเอ๊าต์พุตสำหรับต่อเชื่อมกับแอ๊คทีฟ ซับวูฟเฟอร์
Q = ช่องอินพุตสำหรับอุปกรณ์ภายนอก
R = ช่องอินพุต optical สำหรับสัญญาณดิจิตัลจากภายนอก
S = ช่องอินพุต coaxial สำหรับสัญญาณดิจิตัลจากภายนอก
T = ขั้วต่อสายลำโพงข้างขวา (Right Channel)

ฝั่ง อินพุตของ EVO 75 ให้มาครบถ้วนมาก มาทั้งอินพุต analog ที่รองรับสัญญาณจากเครื่องเล่นมาตรฐานที่ให้เอ๊าต์พุตสัญญาณอะนาลอกแยกซ้ายขวาผ่านขั้วต่อ RCA และผ่านขั้วต่อมินิแจ๊ค และยังให้อินพุต digital ที่รองรับสัญญาณได้จากอุปกรณ์ต้นทางหลากหลายชนิด ทั้งแบบ เครื่องต่อเครื่องเข้าทางขั้วต่อ coaxial (S), optical (R) และ HDMI ARC (I) ที่มีมาให้เชื่อมต่อสัญญาณเสียง PCM จากทีวี (*ไม่มีดีโค๊ดเดอร์ Dolby และ DTS ในตัว ต้องเข้าไปปรับตั้งเอ๊าต์พุตของทีวีให้เป็น PCM) และยังมีอินพุต Ethernet ที่รองรับสัญญาณและคำสั่งผ่านทางเน็ทเวิร์คมาให้ด้วย

ส่วนฝั่งขาออก EVO 75 ให้ช่อง Pre-out (O) มาเพื่อการอัพเกรดทางด้านกำลังขับ และมีช่อง Sub-out (P) มาให้สำหรับคนที่ต้องการเพิ่มลำโพงซับวูฟเฟอร์แบบที่มีแอมป์ในตัว (แอ๊คทีฟ ซับวูฟเฟอร์) เพื่อให้ได้เสียงทุ้มที่มากขึ้น ส่วนช่องเสียบสายไฟเอซีให้มาเป็นแบบสามขาแยกกราวนด์สามารถถอดเปลี่ยนสายไฟดีๆ เพื่ออัพเกรดคุณภาพเสียงได้

ทางแคมบริดจ์ ออดิโอให้รีโมทไร้สายที่ควบคุมสั่งงานผ่านคลื่นอินฟราเรดมาให้ด้วย ตัวสีดำ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำ ปุ่มกดเรียวเล็ก จิ้มยากหน่อยแต่ดูสวยดี คำสั่งใช้งานมีให้มากกว่าปุ่มควบคุมบนหน้าปัด อย่างเช่นปุ่มปรับเพิ่ม/ลดความมืด/สว่างของหน้าจอ กับปุ่ม mute ที่ไม่มีบนหนาปัด รวมถึงปุ่มคำสั่งที่ใช้ควบคุมการเปิดลิ้นชักรับแผ่นของเครื่องเล่นซีดีด้วย

แต่ไฮไล้ท์ของ EVO 75 ในแง่ของการควบคุมการทำงานของตัวเครื่องก็คือการควบคุมผ่านแอพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Stream Magic ซึ่งเป็นแอพฯ ที่พัฒนาโดย Cambridge Audio เอง เป็นแอพฯ คอนโทรลที่มีโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงอยู่ในตัว แอพฯ ตัวนี้ผ่านการพัฒนามาหลายเจนเนอเรชั่น

รูปร่างหน้าตาของแอพฯ Stream Magic กับฟังท์ชั่นต่างๆ

ภาพแสดงลักษณะหน้า Home ของแอพฯ ตัวนี้ ซึ่งมีการจัดกลุ่มของฟังท์ชั่นต่างๆ ไว้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน ดูง่ายไม่สับสน

ด้านบนสุดของหน้า Home จะแสดง Zone ที่กำลังเล่น “Listening on ..” ซึ่งคุณสามารถเลือกให้เพลงที่เล่นจาก source ต่างๆ ของ EVO 75 ไปดังที่เครื่อง (หรือ Zone) อื่นๆ ได้ ถ้ามีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ EVO 75 ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งอื่นของบ้านผ่านเน็ทเวิร์ควงเดียวกับเน็ทเวิร์คที่เชื่อมต่ออยู่กับ EVO 75 วิธีเลือกคือจิ้มลงไปตรงตำว่า “CHANGEสีเขียวใต้ชื่อรุ่น

ส่วนนี้คือพื้นที่ในการสั่งงาน 3 ส่วน ส่วนแรกคือ

Select Output = เลือกเอ๊าต์พุตให้กับสัญญาณเสียง ซึ่งมีช่องทางให้เลือก 3 ช่องทางคือ Speaker = ออกไปทางขั้วต่อสายลำโพงทั้งสองข้าง, Headphone = ออกไปทางรูเสียบหูฟัง และออกไปทางคลื่น Bluetooth ส่วนที่สองคือ
Settings = รวบรวมการปรับตั้งค่าต่างๆ ของ EVO 75 ทั้งหมด
Standby = เปิดใช้งานโหมด standby

พื้นที่ตรงส่วนกลางของหน้า Home นี้จะแสดงไอค่อนของ “Sourceหรือแหล่งต้นทางสัญญาณทั้งหมดที่จะดึงเข้ามาเล่นผ่านแอพฯ ตัวนี้ ซึ่งรวมในส่วนที่เป็น อินพุตของ EVO 75 ทั้งหมด 5 อินพุตคือ Coax, Optical, HDMI ARC, Analog และ Bluetooth กับส่วนที่เป็น สตรีมมิ่งที่มีให้เลือกทั้งหมด 9 ตัวคือ TIDAL, Qobuz, Internat Radio, AirPlay, Spotify, TIDAL Connect, Chromcast Built-in, Roon Ready และ Media Library คุณต้องการเล่นเพลงด้วยอินพุตไหนก็ให้จิ้มเลือกไปที่อินพุตนั้นได้เลย

แถวล่างสุด เป็น shortcut ที่นำเข้าสู่หน้า Main หลักของแอพฯ หรือออกไปที่หน้าเมนูอื่นๆ ซึ่งมีปุ่มที่ตัดตรงเข้าไปที่หมวดหมู่ต่างๆ เรียงกันอยู่ 4 ปุ่ม เริ่มจากปุ่ม Home (A) = หน้าหลักของแอพฯ นี้, ปุ่ม Library (B) = หน้ารวมแหล่งเข้าสู่ไฟล์เพลง, Radio (C) = หน้ารวมสถานีวิทยุบนอินเตอร์เน็ต และ More (D) = ส่วนอื่นๆ ที่เหลือ

นอกจากนั้น ที่หน้า Home ถัดลงไปยังมีส่วนที่แสดงรายชื่อสถานีวิทยุบนอินเตอร์เน็ตที่คุณเพิ่งจะเปิดเข้าไปฟังปรากฏอยู่เพื่อให้คุณกดเข้าไปฟังได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องไปเปิดหาอีก ประมาณว่าก็คือ memory ที่เก็บ shortcut ของสถานีไว้ให้นั่นเอง มีลิ้งค์ของ Music Apps ต่างๆ รวบรวมไว้ให้ อาทิเช่น TIDAL, Amazon music, Apple Music, Spotify, DeeZer, Google Play Music และ YouTube Music และสุดท้ายคือ What’s New เป็นที่รวมลิ้งค์ข่าวสารและคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานผลิตภัณฑ์

การเชื่อมต่อ

ที่เห็นในชาร์ตนี้เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับ EVO 75 ที่ใช้วิธีส่งผ่านสัญญาณเสียงระหว่างอุปกรณ์เหล่านั้นกับ EVO 75 ทั้งแบบใช้สายและแบบไร้สาย แต่ที่เห็นนี้ยังไม่หมดนะ ยังเหลืออินพุต analog ไว้ให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นได้อีก 2 ตัว สำหรับการเชื่อมต่อช่อง HDMI กับทีวีนั้น ให้ต่อเข้าช่อง HDMI ที่เป็นช่อง “ARCนะ เพราะพอเราเปิด EVO 75 ขึ้นมาปั๊บ ทีวีจะทำการตัดเสียงที่ไปออกที่ลำโพงของทีวีแล้วส่งออกมาที่ EVO 75 ทันที ผมใช้ทีวี OLED 65 นิ้วของ Sony รุ่น KD-65A8F ต่อช่อง HDMI ARC มาที่ EVO 75 พอเปิด EVO 75 แล้วเลือกอินพุตมาที่ HDMI ARC ตัวทีวีมันจัดการสลับเสียงจากลำโพงของทีวีมาที่ EVO 75 ให้ทันทีโดยที่ผมไม่ต้องเข้าไปปรับตั้งในเมนูของตัวทีวี เป็นการเพิ่มความสะดวกให้มากขึ้น และเสียงที่ออกมาก็ดีกว่าเสียงของทีวีเยอะมาก! ไม่ว่าจะฟังข่าว, ละคร หรือรายการประกวดร้องเพลง EVO 75 ทำให้เสียงพูดของพิธีกรข่าวมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้รับรู้ถึงอารมณ์ของตัวละครหญิงชายที่แฝงออกมากับเสียงพูดได้ชัดขึ้น และพอฟังรายการประกวดร้องเพลงผ่าน EVO 75 ทำให้รู้เลยว่านักร้องคนไหนควรจะชนะก่อนที่กรรมการจะตัดสิน เพราะเสียงร้องของทีวีที่ผ่าน EVO 75 ออกมามันชัดเจนกว่าตอนฟังเสียงจากทีวีมาก..!!

* คุณภาพของสาย HDMI ก็มีผลกับเสียงเช่นกัน ตอนทดสอบผมใช้สาย HDMI รุ่น ZI S2 ของ Clef Audio ราคาเส้นละสองพันกว่าบาท

เมื่อดูจากผังการเชื่อมต่อ จะเห็นว่า การสตรีมไฟล์เพลงจากเน็ทเวิร์คนั้น EVO 75 สามารถดึงไฟล์เพลงมาจากแหล่งเก็บได้หลายทาง ไม่ว่าคุณจะเก็บไฟล์ไว้ใน NAS หรือใน USB external Harddisk EVO 75 ก็สามารถดึงไฟล์เหล่านั้นมาเล่นผ่านแอพ StreamMagic ได้ และจากการทดสอบของผมพบว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ EVO 75 สามารถสตรีมไฟล์เพลงจาก NAS และ USB external HD เข้ามาเล่นบนตัวมันได้ ครบทุกฟอร์แม็ตนั่นคือฟอร์แม็ต PCM 16/44.1 ถึง 24/192, ฟอร์แม็ต DXD 24/352.8 และ 24/384 รวมถึงฟอร์แม็ต DSD ตั้งแต่ DSD64 ไปจนถึง DSD256 รวมถึงฟอร์แม็ต MQA ด้วย ซึ่งขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า สเปคฯ แบบนี้.. หายากยิ่ง.!!!

เล่นไฟล์ DSD64 ด้วยการสตรีมไฟล์มาจาก NAS ที่ต่อกับเน็ทเวิร์ค

เล่นไฟล์ DSD128 ด้วยการสตรีมไฟล์มาจาก NAS ที่ต่อกับเน็ทเวิร์ค

เล่นไฟล์ DSD256 ด้วยการสตรีมไฟล์มาจาก NAS ที่ต่อกับเน็ทเวิร์ค

เล่นไฟล์ DXD 24/352.8 ด้วยการสตรีมไฟล์มาจาก NAS ที่ต่อกับเน็ทเวิร์ค

การอัพเกรดเพิ่มประสิทธิภาพ

จริงๆ แล้ว EVO 75 ถูกออกแบบมาให้พร้อมสำหรับการฟังเพลงได้ง่ายๆ เหมือนอินติเกรตแอมป์ทั่วไป คือเริ่มด้วยเสียบสายไฟเอซีเข้าเครื่อง > ต่อสายลำโพงเข้ากับขั้วต่อสายลำโพงของ EVO 75 เสร็จแล้วกดปุ่ม power เปิดเครื่อง > เลือกอินพุต > เลือกเอ๊าต์พุต จากนั้นก็เริ่มเล่นเพลงได้เลย เพราะมีในตัวครบหมดแล้ว ทั้งแหล่งต้นทางสัญญาณและแอมปลิฟาย

และในกรณีที่คุณต้องการอัพเกรดคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น คุณก็สามารถขยับขยายซิสเต็มให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นได้โดยที่ใช้ EVO 75 เป็นศูนย์กลางของระบบ เนื่องจาก EVO 75 มีช่องเอ๊าต์พุตสำหรับสัญญาณ Pre-out มาให้ คุณจึงสามารถเพิ่มเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังขับสูงๆ เข้ามาเติมในระบบได้เพื่อให้สามารถขับลำโพงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และถ้ายังไม่เพียงพอ ถ้าคุณต้องการเพิ่มศักยภาพของเสียงในย่านทุ้มให้มากขึ้น ก็สามารถเพิ่มเติมลำโพงแอ๊คทีฟ ซับวูฟเฟอร์เข้ามาในระบบได้อีก เพราะ EVO 75 มีช่องเอ๊าต์พุตสำหรับสัญญาณ Sub-out มาให้ด้วยแล้ว

ทดสอบ

ผมได้มีโอกาสทดสอบการทำงานของ EVO 75 ในหลายแง่มุมเท่าที่จะสามารถทำได้ ตั้งแต่เอาไปทดลองใช้งานในห้องรับแขกโดยจับคู่กับลำโพงวางหิ้งของ Wharfedale รุ่น Diamond 12.1 (REVIEW) เชื่อมต่อสัญญาณระหว่างทีวีกับ EVO 75 ทางช่องอินพุต HDMI ARC และต่อสาย LAN เข้าที่ช่องอินพุต Ethernet เพื่อทดลองสตรีมไฟล์เพลงจาก TIDAL และดึงไฟล์เพลงจาก NAS มาฟังด้วย บางครั้งก็สตรีมสัญญาณจากสมาร์ทโฟนไปที่ EVO 75 ผ่านเข้าทาง Bluetooth ด้วย

EVO 75 รองรับการใช้งานในห้องรับแขกได้เป็นอย่างดี ให้เสียงออกมาเต็มห้อง แนวเสียงเปิดกระจ่าง รายละเอียดดี โทนัลบาลานซ์ขึ้นอยู่กับลำโพง การสั่งงานครบเครื่องและลื่นไหลทุกฟังท์ชั่น การควบคุมวอลลุ่ม, เลือกอินพุต, และเปิด/ปิดเครื่องสามารถทำผ่านรีโมทไร้สายที่แถมมาให้ได้ หรือจะควบคุมผ่านแอพลิเคชั่น StreamMagic ก็ได้ ซึ่งในแอพฯ จะมีฟังท์ชั่นมากกว่าบนรีโมทฯ

เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดที่ไม่ได้ใหญ่โตมาก ผมจึงมองว่า สามารถนำ EVO 75 ไปใช้ขับหูฟังสำหรับฟังบนโต๊ะก็ได้ (desktop audio) ซึ่งผมทดลองโดยใช้อินพุตแค่สองอินพุต คืออินพุต Ethernet กับใช้เล่นเพลงจากเครื่องเล่นไฟล์เพลงพกพาของ Astell&Kern รุ่น SE180 (REVIEW) ที่ผมเพิ่งทดสอบไป โดยส่งสัญญาณเอ๊าต์พุตจาก SE180 เข้าทางอินพุต AUX in ของ EVO 75 ซึ่งรองรับสัญญาณอะนาลอกผ่านสายสัญญาณ mini 3.5mm > RCA x 2 ของ Atlas Cable

ในสเปคฯ ของเครื่องไม่มีตัวเลขกำลังขับสำหรับหูฟังระบุไว้ แต่จากการใช้หูฟังฟูลไซร้จำนวน 3 ตัวคือ AKG รุ่น K702/65th (62 โอห์ม), Sennheiser รุ่น HD650 (300 โอห์ม) และ beyerdynamic รุ่น T1 Gen.3 (32 โอห์ม) ทดลองฟังกับช่องหูฟังของ EVO 75 พบว่า มันสามารถขับดันหูฟังที่มีอิมพีแดนซ์ต่ำกว่า 100 โอห์มลงมา อย่าง K702/65th กับ T1 Gen.3 ได้อย่างสบาย เสียงออกมาในแนวเปิดกระจ่าง ทุกเสียงจะถูกคลี่คลายออกมาให้ได้ยินครบ แต่มวลเสียงออกไปทางผอมบาง ไม่แน่นหนา ในขณะที่ HD650 ซึ่งมีอิมพีแดนซ์สูงถึง 300 โอห์มก็ขับได้ ได้เสียงโดยรวมออกมาในเกณฑ์ที่พอรับได้ โดยรวมยังออกมาไม่ดีเท่าที่ควรสำหรับมาตรฐานของผม (คนทั่วไปก็บอกว่าโอเคแล้ว.!)

EVO 75 ในสภาพการใช้งานแบบนักเล่นเครื่องเสียง

ขั้นตอนสุดท้ายของการทดสอบ ผมยก EVO 75 เข้าไปในห้องฟังเพื่อทดลองใช้งาน EVO 75 และวัดผลตามมาตรฐานของคนเล่นเครื่องเสียงด้วย ซึ่งจะทำให้ได้เห็นถึงสมรรถนะที่แท้จริงของ All-in-One ตัวนี้ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานแบบฉาบฉวย หรือสามารถใช้งานแบบเอาจริงเอาจังได้.?

ในการทดสอบขั้นตอนนี้ ผมจัดลำโพง Totem Acoustic รุ่น The One ให้ EVO 75 ขับ เป็นการพิสูจน์กันไปเลยว่าตัวเลขกำลังขับ 75 วัตต์ของ EVO 75 เป็นของจริงหรือของปลอม.!!! เนื่องจากลำโพง Totem รุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นลำโพงที่ดีมาก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ต้องการแอมป์ที่มีสมรรถนะ (กำลังขับที่มีคุณภาพ) สูงพอสมควรจึงจะสามารถผลักดันความมหัศจรรย์ออกมาจากลำโพงคู่นี้ได้

แต่ก่อนจะไปสรุปเรื่องเสียง เรื่องแรกที่ต้องพิจารณาก่อนคือ ความสามารถในการเล่นไฟล์เพลง ซึ่งหลังจากผมได้ทดลองเล่นดูสารพัดรูปแบบแล้ว ต้องบอกเลยว่า EVO 75 มีความสมบูรณ์แบบมากในการเล่นไฟล์เพลงผ่าน Network ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการดึง (stream) ไฟล์เพลงจากแหล่งต่างๆ ที่ทำได้ครบถ้วนทุกทาง (TIDAL, NAS, USB, Bluetooth) ไปจนถึงความสามารถในการเล่นไฟล์เพลงที่สามารถเล่นได้ทุกฟอร์แม็ต นับว่าเป็น Network Player หนึ่งในไม่กี่ตัวที่สามารถเล่นไฟล์ผ่านทางเน็ทเวิร์คได้ ครบทุกฟอร์แม็ตจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น PCM, DSD, DXD และ MQA และรองรับการเรนเดอร์ไฟล์ฟอร์แม็ตหลักๆ ได้ครบหมดด้วย ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ WAV, FLAC, ALAC, DSF, AIFF, WMA, MP3, AAC, HE AAC, AAC+ และ OGG Vorbis

แอพลิเคชั่น StreamMagic ก็ใช้งานได้ลื่นไหลไม่มีสะดุดเลย ตัวแอพฯ เวอร์ชั่นนี้มีฟังท์ชั่นมาให้ครบๆ และออกแบบ UI ได้เนียนมาก ทำความเข้าใจง่ายใช้สะดวก รองรับทั้งแนวตั้ง (portrait mode) และแนวนอน (landscape mode) นอกจากนั้น EVO 75 ยังรองรับ roon ready สามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรม roon ได้ด้วย

หน้าตาของแอพ StreamMagic ตอนเล่นไฟล์ MQA

หน้าตาของแอพ roon ตอนเล่นไฟล์ MQA ไฟล์เดียวกัน สตรีมมาจาก NAS เหมือนกัน

เสียงของ EVO 75

ในการทดลองฟังเสียงของ EVO 75 โดยผ่านอินพุต Ethernet และเล่นด้วยแอพฯ StreamMagic และสลับด้วยเล่นผ่านแอพของ roon ผมพบว่า เสียงออกมาต่างกันนิดหน่อย คุณภาพโดยรวมออกมาใกล้เคียงกัน พูดเลยว่า ถ้าไม่มี roon ก็อาศัยแอพฯ StreamMagic เป็นตัวยืนได้เลย เพราะเล่นไฟล์ได้ครบถ้วนเหมือนกัน

อัลบั้ม : Asian Roots (DSF64)
ศิลปิน : TaKeDaKe with Neptune
สังกัด : Denon

ผมงัดอัลบั้มนี้ออกมาฟังก่อนเลย เพราะจากประสบการณ์แล้ว ถ้าแอมป์ขับลำโพงไม่ออก เจออัลบั้มนี้จะออกมาน่วมเละไปเลย แต่ลักษณะเสียงที่ได้ออกมามันเกินที่ผมคาดหมายไปไกล.! คือทีแรกมัวแต่ตั้งใจฟังว่ามันจะขับโทเท็ม เดอะวันออกหรือเปล่า.? แต่สิ่งที่ได้ยินมันกลับกลายเป็น หลุดตู้กระจายผมใช้วอลลุ่มแค่ 60-70 เสียงเครื่องเคาะของวง TakeDake กับเสียงขลุ่ยซากูฮาชิของ John Neptune ก็ถูกขับดันผ่านโทเท็ม เดอะวันออกมาแผ่กระจายเต็มห้อง เป็นลักษณะของเสียงที่เปิดเผย เปิดกระจ่าง โทนัลบาลานซ์ติดไปทางสว่างนิดๆ แต่ไม่ถึงกับมีเกรน เนื้อเสียงยังนวลเนียนใช้ได้ แต่อาการเปิดกระจ่างของมันนี่แหละที่โดดเด่นมากๆ เพราะมันเป็นความกระจ่างในลักษณะของการ คลี่ความถี่เสียงทั้งทุ้มกลางแหลม ให้เปิดเผยออกมาอย่างเต็มที่ ไม่ใช่การ ดันออกมาจึงไม่ทำให้เกิดความอึดอัด ผมได้ยินรายละเอียดของโน๊ดเพลงออกมาครบทุกย่านความถี่โดยไม่มี มุมอับทึบปรากฏอยู่ในสเปคตรัมเลย แม้ในย่านความถี่ต่ำที่แอมป์เล็กๆ มักจะขุดลงไปไม่ถึง แต่ EVO 75 ตัวนี้สามารถดึงออกมาตีแผ่ให้ได้ยินได้อย่างกระจ่างหูเทียบเท่ากับความกระจ่างที่ได้จากเสียงในย่านกลางและแหลม น่าทึ่งมาก!

อัลบั้ม : My Life Story (DSF64)
ศิลปิน : Susan Wong
สังกัด : Evosound

มีข้อสังเกตที่ชัดเจนประการหนึ่งที่ผมจับได้หลังจากทดลองฟังไปหลายอัลบั้ม นั่นคือ อัลบั้มที่บันทึก gain มาแรงกว่าปกตินิดหน่อยจะออกมาดีมากเมื่อเล่นกับ EVO 75 ยกตัวอย่างเพลงส่วนใหญ๋ของค่าย Premium Records รวมถึงอัลบั้มชุด My Life Story ของ Susan Wong ชุดนี้ด้วย ซึ่งทุกเสียงของชุดนี้ปรากฏออกมาด้วยคุณภาพที่น่าประทับใจ ซึ่งเสียงโดยรวมนั้น นอกจากจะเปิดกระจ่างแล้ว มันยังให้เนื้อเสียงที่อิ่ม ให้ไดนามิกที่มีน้ำหนักและกระชับดีด้วย

หลังจากทดลองฟังด้วยการสตรีมผ่านอินพุต Ethernet แล้ว ผมก็ทดลองฟังอินพุตอื่นๆ ของ EVO 75 ด้วย มาสะดุดหูที่อินพุต AUX in ซึ่งเป็นอินพุตที่รองรับสัญญาณอะนาลอกจากภายนอกที่ผมลองเล่นจากเครื่องเล่น CD/SACD/DAC ของ Marantz รุ่น n30 พบว่าเสียงออกมาดีกว่าเล่นผ่าน DAC ในตัว EVO 75 ขึ้นไปอีกขั้น.! ทุกส่วนถูกอัพฯ ขึ้นไปหมด ทั้งไดนามิก, เนื้อมวล และมิติเวทีเสียงที่แผ่ขยายออกไปมากขึ้น การรับรู้ของมิติตื้นลึกดีขึ้น สัมผัสได้ถึงเลเยอร์ที่แผ่ลงไปด้านหลังเป็นชั้นได้มากขึ้น แสดงให้เห็นว่า ภาคขยาย nCore ของ Hypex ที่ใช้อยู่ใน EVO 75 มีประสิทธิภาพสูงพอสมควร

ก่อนปิดการทดสอบ ก็ทดลองใช้สายสัญญาณของ Nordost รุ่น White Lightning เชื่อมต่อสัญญาณจากช่อง Pre-Out ของ EVO 75 ไปที่เพาเวอร์แอมป์ Ayre Acoustic รุ่น V-3 ของผม ปรากฏว่า เสียงโดยรวมก็ดีขึ้นไปอีกขั้น อาการแห้งๆ บางๆ แถวความถี่กลางสูงที่เคยปรากฏออกมาจากบางอัลบั้มลดน้อยลงไปพอสมควร แสดงว่า EVO 75 ได้เตรียมพร้อมสำหรับการอัพเกรดในอนาคตมาเรียบร้อยแล้ว

สรุป

หลังจากได้ทดสอบจนหนำใจแล้ว ต้องขออนุญาตใช้คำว่า สิ้นสุดการรอคอยจริงๆ สำหรับ All-in-One ที่ให้ความครบเครื่องแบบไม่กั๊ก ต้องปรบมือให้กับทีมวิศวกรของ Cambridge Audio กับผลงานที่เยี่ยมยอดตัวนี้ พวกเขาทำให้ความเป็น ไฮเอ็นด์กลายเป็นอะไรที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และประหยัดงบได้มากขึ้น

นี่คือเครื่องเสียงที่ใครได้ลองแล้วจะต้องติดใจในความสามารถและคุณภาพเสียงที่มันให้ออกมาอย่างแน่นอน คุณเองก็ไม่ควรพลาดไปหาโอกาสทดลองให้ได้ /

********************
ราคา : 89,900 บาท / เครื่อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
Powerbuythailand

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า