รีวิว > Clef Audio > รุ่น GroundZero > ออดิโอ ซิสเต็ม กราวนด์ สเตบิไลเซอร์ จากประเทศไทย

ชุดเครื่องเสียง หรือ “audio systemประกอบด้วยอุปกรณ์ 4 ส่วนทำงานร่วมกัน ส่วนแรก > เรียกว่า source หมายถึง แหล่งต้นทางสัญญาณเป็นอุปกรณ์ส่วนที่ทำหน้าที่ในการสร้างสัญญาณของระบบ อาทิเช่น เครื่องเล่นซีดี และเครื่องเล่นแผ่นเสียง เป็นต้น ส่วนที่สอง > คือ แอมปลิฟาย” (amplifier) ทำหน้าที่ในการขยายสัญญาณเสียงจากแหล่งต้นทางให้มีกำลังมากพอความต้องการของอุปกรณ์ส่วนที่สาม > คือ ลำโพง” (loudspeaker) ซึ่งมีหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงจากแอมปลิฟายที่อยู่ในรูปของไฟฟ้าให้ออกมาเป็นคลื่นเสียง

อุปกรณ์ส่วนที่สี่ > เรียกว่า audio cable หรือ สายสัญญาณต่างๆเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปของไฟฟ้าระหว่างอุปกรณ์เครื่องเสียงทั้งหมดเข้าด้วยกัน อาทิเช่น สายไฟเอซี, สายสัญญาณทั้งอะนาลอกและดิจิตัล และสายลำโพง

“accessories”
ปัจจัยที่ 5 ของชุดเครื่องเสียง

อุปกรณ์ทั้ง 4 ข้างต้น ถือว่าเป็นส่วนประกอบจำเป็นของชุดเครื่องเสียง ขาดไปส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ เครื่องเสียงจะไม่ทำงาน ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถชี้ชัดเด็ดขาดลงไปได้เลยว่า ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 4 ส่วนนั้น ส่วนไหนมีความสำคัญกับคุณภาพเสียงของซิสเต็มมากกว่ากัน

สำหรับนักเล่นเครื่องเสียงที่เจนจัดและมีประสบการณ์ในการเล่นเครื่องเสียงมานาน ทราบดีว่า นอกเหนือจากอุปกรณ์หลักทั้ง 4 ส่วนแล้วนั้น ยังมีอุปกรณ์อีกส่วนหนึ่งซึ่งจะว่าไม่จำเป็นก็ไม่ใช่ จะว่าจำเป็นก็ไม่เชิง คือแม้ว่าจะไม่มีอยู่ในชุดเครื่องเสียง ชุดเครื่องเสียงนั้นก็ยังทำงานได้ตามปกติ แต่คนที่เป็นนักเล่นเครื่องเสียง ตัวจริงเสียงจริงแทบทุกคนจะชอบ เล่นกับอุปกรณ์ประเภทนี้ หรือพูดให้ถูกคือ เอาอุปกรณ์ประเภทที่ว่านี้มา เล่นกับชุดเครื่องเสียง บางคนก็เรียกอุปกรณ์ส่วนนี้ว่า อุปกรณ์เสริมบ้างก็เรียกว่า เครื่องเคียงแต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษจะเรียกทับศัพท์ว่า แอคเซสซอรี่” (accessories) นั่นเอง

อุปกรณ์เสริมหรือ accessories (จริงๆ แล้ว ต้องเขียนซ้ำสองที accessories accessories ถึงจะหมายถึงอุปกรณ์เสริม) ที่นักเล่นเครื่องเสียงรู้จักกันดีก็เช่น ทิปโท หรือเดือยแหลม ลักษณะตรงตามชื่อเรียก เป็นอุปกรณ์พาสซีฟ ไม่ต้องใช้ไฟ สร้างขึ้นมาจากวัสดุหลากหลายชนิด มักใช้รองใต้อุปกรณ์เครื่องเสียงหรือรองใต้ลำโพง คุณสมบัติช่วยป้องกันความสั่นสะเทือนจากภายนอกตัวเครื่องไม่ให้แพร่กระจายเข้าไปที่ตัวเครื่อง อีกอย่างที่นิยมใช้กันมากในยุคหนึ่ง ก็คืออุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมสนามแม่เหล็กของทรานฟอร์เมอร์เพื่อลดปัญหารบกวนจากสนามแม่เหล็ก (Electromagnetic Interference = EMI) มีผู้ผลิตออกมาจำหน่ายเป็นเรื่องเป็นราว เป็นของต่างประเทศ ที่ผมเคยลองเล่นและจำได้มีอยู่ 2 ยี่ห้อ คือ VPI Magic Brick กับ Shakti Innovations ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้ใช้วางทับบนตัวเครื่องในตำแหน่งเหนือทรานฟอร์เมอร์

แม้ว่าคนที่ไม่ได้คลุกคลีอยู่ในวงการเครื่องเสียงอย่างโชกโชนจะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เมื่อมีโอกาสได้ทดลองฟังเปรียบเทียบจริงๆ จังๆ แทบทุกคนก็ยอมรับว่า อุปกรณ์เสริมเหล่านี้มีผลต่อเสียงจริง ส่วนที่ว่า ใช้แล้วเสียงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ด้านใดบ้าง อันนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการฟังและพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า เสียงดีของแต่ละคนที่จะนำมาใช้ในการตีความ

GroundZero
แอคเซสซอรี่เกี่ยวกับระบบกราวนด์

เพราะชุดเครื่องเสียงต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน และเพราะไฟฟ้าที่หล่อเลี้ยงคอมโพเน้นต์ทั้งหมดบนแผงวงจรอิเล็กทรอนิคต้องเกี่ยวข้องกับ กราวนด์

กราวนด์เปรียบเสมือนถังขยะของวงจรอิเล็กทรอนิค เป็นส่วนที่รองรับไฟฟ้า ส่วนเกินของระบบที่ควรจะต้องถูกขจัดทิ้งออกไปจากระบบ ซึ่งอุปกรณ์เครื่องเสียงทุกชิ้นที่ใช้ไฟฟ้าจะมีวิธีจัดการกับ กราวนด์หรือไฟฟาส่วนเกินออกไปจากตัวเครื่องที่ไม่เหมือนกัน บางเครื่องนั้นใช้วิธีต่อท่อระบายไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) ออกไปกับไฟฟ้าเฟสลบในกรณีที่ออกแบบมาใช้กับปลั๊กไฟแบบสองขา ในขณะที่บางเครื่องออกแบบให้ใช้กับไฟสามขา มาตรฐานอเมริกัน ก็จะใช้ขากราวนด์ของไฟเอซีเป็นท่อระบายของเสีย (กราวนด์) ออกไปจากตัวเครื่อง บางเครื่องใช้วิธีต่อไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) ไปฝากไว้ที่ตัวถังเครื่อง ให้มันลอยอยู่อย่างนั้นแล้วค่อยๆ สลายไปในอากาศ ในขณะที่บางเครื่องต่อสายกราวนด์ไปที่จุดต่อกราวนด์ของปลั๊กไฟเอซีเพื่อระบายไฟฟ้าส่วนเกินออกไปนอกตัวเครื่องฝากไปกับขาลบของปลั๊กไฟเอซี

ด้วยความหลากหลายของรูปแบบการจัดการกับ กราวนด์ที่เกิดขึ้นในตัวเครื่องแต่ละตัวที่ต่างกัน เมื่อนำเอาอุปกรณ์เครื่องเสียงเหล่านี้มาใช้ร่วมกันอยู่ในซิสเต็มเดียวกัน และเชื่อมโยงสัญญาณของแต่ละอุปกรณ์เข้าด้วยกันผ่านทางสายสัญญาณและสายลำโพง ก็เป็นโอกาสที่อาจจะทำให้ไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) ของอุปกรณ์บางตัวเกิดการรั่วไหล หมุนวนอยู่ในระบบ ไม่ได้ถูกขจัดออกไปจากระบบ อีกทั้งระบบไฟในเมืองไทยของเราเป็นแบบ 2 ขา ไม่ได้แยกขากราวนด์ออกจากเฟสไฟเหมือนมาตรฐานอเมริกัน หรือประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ในโลก ระบบไฟฟ้าที่ติดตั้งในบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่จึงไม่ได้เดินสายกราวนด์เอาไว้ ทำให้ไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) จากชุดเครื่องเสียงไม่ได้ถูก drain ออกไปจากระบบ ยังคงไหลเวียนอยู่ภายในชุดเครื่องเสียงผ่านทางสายสัญญาณวนไปทั่ว

ถ้ามีไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) ในชุดเครื่องเสียงหลุดรั่วออกมาในปริมาณที่สูงมาก อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้ที่ไปสัมผัสกับอุปกรณ์เครื่องเสียงนั้นๆ ได้ แต่ส่วนใหญ่ไฟฟ้าส่วนเกินที่รั่วไหลอยู่ในชุดเครื่องเสียงมักจะมีปริมาณที่ไม่สูงมาก ไม่ถึงกับเป็นอันตรายกับผู้ใช้ แต่กระนั้น ก็ยังนับว่ามากพอที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับการทำงานของวงจรอิเล็กทรอนิคจนส่งผลเสียต่อคุณภาพเสียงในที่สุด

สำหรับนักเล่นฯ ที่ล่วงรู้ถึงปัญหาเกี่ยวกับระบบกราวนด์ที่ว่านี้และได้มีการจัดการกับระบบไฟฟ้าในบ้านให้มีการถ่ายเทไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) ของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทิ้งลงดินไว้แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลกับความปลอดภัยของคนในบ้าน และไม่ต้องกังวลกับคุณภาพเสียงของชุดเครื่องเสียง แต่กับคนที่ไม่ได้จัดการระบบไฟในบ้านไว้รองรับปัญหานี้มาก่อน คุณก็ยังมีโอกาสแก้ไขได้ 2 วิธี วิธีแรกคือ ไปหาซื้อแท่งกราวนด์ทองแดงมาตอกลงดินบริเวณที่มีความชื้นให้ลึกพอสมควร แล้วต่อสายไฟเล็กๆ จากแท่งกราวนด์ทองแดงนั้นมาโยงเข้ากับอุปกรณ์เครื่องเสียง หรือปลั๊กไฟที่มีจุดเชื่อมต่อเพื่อถ่ายเทไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) เอาไว้

วิธีที่สองคือ ไปซื้อ GroundZero ตัวนี้มาใช้.!

รูปร่าง + หน้าตา
และการใช้งาน

บริษัท เคลฟ ออดิโอ ผู้ออกแบบและผลิตสินค้าชิ้นนี้บอกกับผมแค่ว่า ตัว GroundZero ตัวนี้มีคุณสมบัติในการจัดการกับไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) ของชุดเครื่องเสียง ส่วนรายละเอียดที่ว่า มันทำงานยังไง.? ในกระบอกสีดำนั้นใส่อะไรไว้.? พวกเขาบอกว่าไม่สามารถให้ข้อมูลได้ สรุปคือ เป็นของลับ.. เอ้ยย! เป็นความลับทางธุรกิจ

ตัวเครื่องทรงกระบอกมีน้ำหนักมากพอสมควร ปิดมิดชิดรอบด้านไม่ต้องการแกะออกมาได้ เส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 5 นิ้ว สูง 9 นิ้ว ไม่มีปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง รวมทั้งปุ่มควบคุมสั่งงานใดๆ เลย เป็นอุปกรณ์พาสซีฟที่ทำงานโดยไม่ต้องใช้ไฟเลี้ยง ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่ขั้วต่อสายลำโพงหนึ่งตัวเท่านั้น ลักษณะเดียวกับแจ๊คที่ใช้เชื่อมต่อสายลำโพงของลำโพงทั่วไปนั่นเอง วิธีใช้งานก็ง่ายมากๆ นอกจากกระบอกดำๆ อันนี้แล้ว ในกล่องกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุอุปกรณ์ตัวนี้มาจะมีสายสัญญาณแถมมาให้อีกหนึ่งเส้น โดยที่ด้านหนึ่งของสายสัญญาณนี้ติดตั้งแจ๊ค RCA ในขณะที่อีกด้านติดตั้งแจ๊คบานาน่าชุบทอง

ด้วยจุดประสงค์แรกเริ่มนั้น ทาง Clef Audio ออกแบบเจ้ากระบอก GroundZero ตัวนี้ขึ้นมาเพื่อให้มันทำหน้าที่เป็นเหมือน ถังขยะคอยรองรับไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) ที่ไหลวนอยู่บนอุปกรณ์ในชุดเครื่องเสียง แต่เนื่องจากพื้นฐานของ กราวนด์ก็คือไฟฟ้า ซึ่งแต่ละเครื่องมักจะมีปริมาณของกราวนด์ที่รั่วไหลออกมาไม่เท่ากัน เมื่ออุปกรณ์เครื่องเสียงแต่ละชิ้นถูกเชื่อมโยงเข้าหาด้วยสายสัญญาณ จึงทำให้เกิดการไหลของกราวนด์ไปมาระหว่างตัวเครื่องตามหลักของศักย์ไฟฟ้า ซึ่งจะไหลจากเครื่องที่มีระดับพลังงานไฟฟ้าสูงกว่าไปหาเครื่องที่มีพลังงานไฟฟ้าต่ำกว่า ซึ่งเราไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าเครื่องไหนมีกราวนด์รั่วมากน้อยกว่ากัน ถ้าไม่ทำการแยกวัดด้วยเครื่องวัดปริมาณไฟฟ้าซึ่งชาวบ้านทั่วไปก็คงจะไม่มีใครซื้อมาใช้ ดังนั้น วิธีการก็คือ นำเอากระบอก GroundZero ไปเสียบเข้ากับจุดที่เป็นโลหะของตัวเครื่องชิ้นใดชิ้นหนึ่ง โดยใช้สายสัญญาณที่แถมมาให้ เอาด้านที่เป็นแจ๊คบานาน่าเสียบเข้าที่ขั้วเสียบสายลำโพงที่ติดอยู่บนตัวกระบอก GroundZero (ลูกศรชี้คำว่า in ในภาพด้านบน) ส่วนด้านที่เป็นแจ๊ค RCA ตัวผู้ ก็เอาไปเสียบที่ขั้ว RCA ตัวเมียของอุปกรณ์เครื่องเสียงในซิสเต็มนั้น จะเลือกเสียบที่ช่องใดก็ได้ที่เหลือจากการใช้งาน ในภาพด้านบนนั้น ผมทดลองเสียบเข้าที่ช่อง digital input ของอินติเกรตแอมป์ Moon รุ่น 240i ตรงลูกศรสีเหลืองคำว่า out จากนั้นก็ฟังเสียงของซิสเต็มเปรียบเทียบกันดูระหว่างเสียบกระบอก GroundZero กับปลดออก ถ้าชุดเครื่องเสียงของคุณมีไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) ไหลเวียนอยู่ในระบบ เมื่อเอาขั้วต่อ RCA ตัวผู้ของกระบอกกราวนด์ซีโร่ไปเสียบไว้ที่ช่อง RCA ตัวเมียของอุปกรณ์เครื่องเสียงในระบบนั้น ไฟฟ้าส่วนเกิน (กราวนด์) เหล่านั้นก็จะถูกถ่ายเทออกไปที่กระบอก GroundZero นั่นเอง

จิ้มไปเรื่อย
จนกว่าจะโป๊ะเชะ!

ผมได้รับกระบอก GroundZero นี้มาทดลองใช้อยู่นานแรมเดือน ทดลองใช้กับหลายซิสเต็มมาแล้ว ซึ่งระบบไฟที่บ้านของผมมีต่อสายกราวนด์เอาไว้เฉพาะบางจุด รวมทั้งจุดที่ผมดึงมาใช้กับชุดเครื่องเสียงด้วย สิ่งที่ผมเจอก็คือ บางครั้งผมก็พบว่า กระบอก GroundZero ไม่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับเสียงใดๆ เลย คงเป็นเพราะที่บ้านผมมีระบบ drain ไฟฟ้าส่วนเกินอยู่แล้ว แต่กับบางซิสเต็มก็เห็นผล เสียบกระบอก GroundZero เข้าไปแล้ว เสียงดีขึ้นชัดเจน น่าจะเป็นเพราะเครื่องเสียงบางตัวมันปล่อยกราวนด์ลอยไว้บนตัวถังเฉยๆ ซึ่งต้องทดลองเสียบไล่ไปเรื่อยๆ ทุกตัวในซิสเต็ม

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมลองเอาสายลำโพงที่ติดขั้วต่อบานาน่าทั้งสองด้านมาใช้เป็นสายสัญญาณแทนสายที่แถมมากับกระบอกกราวนด์ซีโร่ โดยเสียบด้านหนึ่งเข้ากับขั้วต่อสายบนตัวกระบอกกราวนด์ซีโร่ ส่วนอีกด้านหนึ่ง ผมเอาไปเสียบเข้ากับขั้วต่อสายกราวนด์ที่ติดมากับปลั๊กรางไฟของ Nordost รุ่น QRT QB4 (ภาพด้านบน) ผมปรากฏว่า เสียงดีขึ้นมาก แม้แต่ปลั๊กรางของ Clef Audio เองที่ผมใช้อยู่รุ่น PowerBridge 6 และ PowerBridge 8 ก็ให้ผลที่ดีเหมือนกัน น่าเสียดายที่มีอยู่แค่กระบอกเดียว เพราะทางผู้ผลิตบอกว่า ในซิสเต็มเดียวกันสามารถใช้ GroundZero ร่วมกันได้หลายกระบอก

อีกจุดหนึ่งที่ผู้ผลิตแนะนำว่ามีคนเอาไว้ลองใช้แล้วได้ผลดี คือเสียบเข้ากับขั้วลำโพงขั้วลบ แต่เผอิญว่า ผมมีอยู่แค่กระบอกเดียว ถ้าจะโยงสายกราวนด์จากขั้วลบของลำโพงทั้งสองข้างมาที่กระบอกกราวนด์ซีโร่กระบอกเดียวกัน ก็กลัวว่าอาจจะทำให้แอมป์เกิดช็อตเซอร์กิตขึ้น ผมเลยเลี่ยงที่จะทดลองกับลำโพง

ลักษณะของผล
ที่เกิดกับเสียง

จากการใช้กระบอกกราวนด์ซีโร่ เมื่อเจอจุดที่ effective ของซิสเต็ม ผมพบว่า มันทำให้เสียงมีลักษณะเปิดโล่งขึ้น ความเครียดเกร็งในน้ำเสียงลดลง แม้ว่าในบางซิสเต็มที่ผมแทบจะไม่ได้รู้สึกว่าน้ำเสียงที่กำลังฟังมันมีอาการเกร็งอยู่ในนั้น แต่พอเอากระบอกกราวนด์ซีโร่ไปลองไล่เสียบดู เมื่อโดนจุดที่เห็นผล น้ำเสียงของซิสเต็มนั้นก็มีลักษณะที่ผ่อนปรนมากยิ่งขึ้น

อีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกได้เมื่อตอนที่ผมเอากระบอกกราวนด์ซีโร่ไปเสียบไว้กับขั้วต่อกราวนด์ของปลั๊กราง QRT QB4 ของ Nordost ผมก็พบว่า เสียงที่ได้มีความสะอาดมากขึ้น เวทีเสียงเปิดโล่งมากขึ้น ไดนามิกสวิงได้กว้างขึ้น เหยียดขยายออกไปได้สุดตัวมากขึ้น ที่แฮ้ปปี้มากก็คือตอนที่ผมฟังไฟล์ Hi Res กับชุดแอมป์ + ลำโพงที่ให้แบนด์วิธกว้างๆ อย่างเช่นอินติเกรตแอมป์ของ Cambridge Audio รุ่น EDGE A + ลำโพงของ Audiovector รุ่น SR 1 Avantgarde Arrete ซึ่งตัวแอมป์ตอบสนองความถี่ไปได้ถึง 100kHz ในขณะที่ลำโพงไปได้ถึง 52kHz ตอนฟังไฟล์ DSD เสียงที่ออกมามีรายละเอียดระยิบระยับมาก ได้ยินออกมาครบหมดแม้กระทั่งหางเสียงที่พลิ้วแผ่ว เป็นระลอกคลื่นที่เบาบางเหมือนละอองเสียง ทำให้เสียงโดยรวมมีลักษณะที่เปล่งปลั่ง มลังเมลือง ฟังได้นานโดยไม่มีอาการล้าหูเลย

อีกอย่างที่รู้สึกหลังใช้ GroundZero กับปลั๊กราง คือพื้นเสียงใสสะอาดมากขึ้น ส่งผลให้ได้ยินรายละเอียดของเสียงที่อยู่ในเลเยอร์ที่ถอยลึกลงไปในหลังระนาบลำโพงได้ชัดขึ้น ซึ่งเสียงที่อยู่ลึกๆ เหล่านั้นไม่ได้ถูกดันให้ดังขึ้นมา แต่เพราะพื้นเสียงมันสะอาดมากขึ้น จึงทำให้ผมได้ยินรายละเอียดที่อยู่ลึกๆ ลงไปในสนามเสียงได้ชัดมากขึ้นนั่นเอง เป็นอีกครั้งที่นั่งฟังอัลบั้มชุด The Wall ของ Pink Floyd ได้จนจบทั้งอัลบั้มด้วยความบันเทิงใจอย่างยิ่ง

สรุป > คือ GroundZero ไม่ได้ทำให้เสียงมีพลังมากขึ้น หรืออัดฉีดได้ดีขึ้น และไม่ได้มีผลกับโทนัลบาลานซ์ รวมถึงบุคลิกเสียงของซิสเต็มแต่อย่างใด มีเพียงอย่างเดียวที่มันส่งผลกับซิสเต็ม คือเข้าไปทำให้พื้นเสียงมีความใส สะอาด และโปร่งโล่งมากขึ้น แบ็คกราวนด์น้อยซ์ต่ำลง ทำให้รายละเอียดของเสียงในระดับ Low Level ปรากฏออกมาให้ได้ยินมากขึ้น ซึ่งเป็นคุณอย่างมากกับไฟล์เพลงดิจิตัล Hi Res ทั้งหลาย โดยเฉพาะไฟล์ DSD ที่ให้แบนด์วิธของเสียงที่กว้างขวางมากๆ /

****************************
ราคา : 9,900 บาท / เครื่อง
****************************
ออกแบบ/ผลิต/จัดจำหน่ายโดย :
. เคลฟ ออดิโอ จำกัด
โทร. 0-2932-5981-2
****************************
facebook | Clef Audio

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า