รีวิวเครื่องเสียง Kimber Kable รุ่น CARBON INT & CARBON 8 สายสัญญาณอะนาลอก และสายลำโพง

ยุคที่ผมเริ่มเล่นเครื่องเสียงเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว เป็นยุคที่ Kimber Kable เป็นที่รู้จักกันในระดับล่าง (affordable) ขึ้นไปถึงระดับกลางสูง (High Level Mid-end) เท่านั้น ยังไม่สามารถกระโจนขึ้นไปฟัดกับแบรนด์ที่ยอมรับกันว่าเป็นสายออดิโอเคเบิ้ลระดับไฮเอ็นด์ฯ ในยุคนั้นได้ แต่ถ้าวัดกันในแง่ของความนิยมของนักเล่นฯ ก็ต้องยอมรับว่า แบรนด์ Kimber Kable ได้รับความนิยมอย่างสูงไม่แพ้แบรนด์ที่นักเล่นฯ ในยุคนั้นรู้จักกันดี อาทิ Monster Cable, Eagle, Monitor Cable, Vah Den Hul, Cardas, MIT และ Tara Labs เหตุผลนั้นชัดเจน เป็นเพราะว่า Kimber Kable มีแนวเสียงเป็นของตัวเองที่โดดเด่นมาก นั่นคือ ให้ลักษณะเสียงที่ชี้ชัดไปทางโปร่งใส กระจ่าง ซึ่งแบรนด์ในระดับใกล้เคียงกันทั้งหมดข้างต้นไม่มีใครทำได้ใกล้เคียงในแง่นี้

มาจนถึงปัจจุบัน แบรนด์ต่างๆ ข้างต้น บ้างก็ได้ล้มหายตายสนิทไปจากวงการ บ้างก็ยังคงอยู่แต่ก็ไม่ได้ก้าวหน้าไปทางไหน ไม่มีพัฒนาการให้เห็นทั้งในเชิงดีไซน์และทางการตลาด ในขณะที่ Kimber Kable ยังคงมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง มีแอคทิวิตี้ให้ประจักษ์มาโดยตลอด ตั้งแต่ยุค SACD เข้ามาใหม่ๆ คุณ Ray Kimber แกก็เข้าไปร่วมขลุกอยู่กับทีมพัฒนา SACD ของ Sony ทำกิจกรรมโปรโมทฟอร์แม็ต SACD ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ในยุคนั้น Sony จะใช้ออดิโอเคเบิ้ลของ Kimber Kable ในการแสดงสาธิตประสิทธิภาพของฟอร์แม็ต SACD ในงานแสดงโชว์เครื่องเสียงใหญ่ๆ มาทั่วโลก

ผมเองก็เคยเข้าไปนั่งฟังการสาธิตระบบเสียง SACD Multi-channel ของ Sony ที่ทำร่วมกับ Kimber Kable ในงานโชว์เครื่องเสียง Rocky Mountain Audio Fest ที่อเมริกาเหมือนกัน

Kimber Kable
CARBON Series

ปัจจุบันสายออดิโอเคเบิ้ลของ Kimber Kable มีอยู่ทั้งหมด 6 ซีรี่ย์สำหรับเครื่องเสียงบ้าน และอีก 4 ซีรี่ย์สำหรับหูฟังและงานเฉพาะทางอย่างเช่น DIY และงานติดตั้งเป็นต้น

ซีรี่ย์ CARBON ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 3 รองลงมาจากซีรี่ย์ใหญ่สุดในปัจจุบันนั่นคือ NAKED ซึ่งในซีรี่ย์ CARBON นี้มีผลิตภัณฑ์อยู่ทั้งหมด 3 กลุ่มคือ สายลำโพง (speaker cable), สายสัญญาณอะนาลอกเชื่อมต่อระหว่างเครื่องเสียง (interconnect cable) และ สายโทนอาร์ม (tone arm cables)

สายลำโพงซีรี่ย์ CARBON มีอยู่ทั้งหมด 3 รุ่น เรียงจากใหญ่ลงมาเล็กสุดก็คือ “CARBON 18 XL”, “CARBON 16และ “CARBON 8ซึ่งรุ่นที่ผมได้รับมาทดสอบครั้งนี้เป็นรุ่น CARBON 8 ส่วนสายสัญญาณในซีรี่ย์ “CARBONมีอยู่แค่รุ่นเดียวคือ “CARBON INTแต่มีขั้วต่อให้เลือกทั้งบาลานซ์ XLR และอันบาลานซ์ RCA ในขณะที่สายโทนอาร์มก็มีแค่รุ่นเดียว ใช้ชื่อว่า “CARBON PHONO

ภาพลักษณ์ยังคงเดิม.!

ทั้งรูปร่างหน้าตาของสายสัญญาณและสายลำโพงของ Kimber Kable รุ่น CARBON 8 ยังคงมีรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคิมเบอร์ฯ อยู่เหมือนเดิม นั่นคือ ทรงถักเปีย” (braided conductors) แต่ที่แปลกตาก็คือสีสันภายนอกที่มาในโทนดำวาว ไม่ได้โชว์สีทองแดงเหมือนซีรี่ย์ ASCENT ดูเผินๆ จะดูคล้ายซีรี่ย์ BASE แต่ฉนวนภายนอกของซีรี่ย์ CARBON จะแข็งและวาวกว่า

สายสัญญาณอะนาลอก CARBON 8 ขั้วต่อ RCA

สายสัญญาณอะนาลอก รุ่น CARBON 8 ขั้วต่อ XLR

สายลำโพง รุ่น CARBON 8 ขั้วต่อแบบก้ามปู

ทั้งสายสัญญาณ และสายลำโพงใช้ตัวนำแบบเดียวกัน และใช้จำนวนเท่ากันคือ 8 เส้น รวมถึงลักษณะโครงสร้างก็เหมือนกัน คือเอาตัวนำทั้ง 8 เส้น มาถักไขว้แบบเดียวกัน ยาวไปตลอดทั้งเส้น ตรงส่วนปลายทั้งสองข้างจะถูกแยกออกเป็นสองแฉกๆ ละ 4 เส้น ก่อนจะเข้าขั้วต่อตามประเภทที่ต้องการใช้งาน

ลักษณะการถักของเส้นตัวนำ

ดีไซน์ภายใน

เส้นตัวนำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 19.5AWG ทั้ง 8 เส้น ที่ประกอบร่างกันขึ้นเป็นสายสัญญาณและสายลำโพงในซีรี่ย์ CARBON มีเส้นทองแดงฝอยที่มีความบริสุทธิ์สูงขนาดต่างกันจำนวนหลายเส้นเกาะกลุ่มกันอยู่ภายในท่อฉนวนเทฟล่อนที่รัดตรึงอยู่ด้านนอก โดยที่ภายในท่อฉนวนเทฟล่อนมีคาร์บอนโพลีเมอร์อัดแน่นอยู่กับเส้นทองแดงเพื่อแยกเส้นทองแดงแต่ละเส้นให้ห่างกัน และฉนวนคาร์บอนไฟเบอร์ที่ว่านี้ยังมีคุณสมบัติที่ดีกว่าฉนวนแบบอื่นหลายอย่าง อาทิ ช่วยลด noise ที่เกิดจากการบิดตัวของโครงสร้างภายในตัวสาย, ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความเป็นฉนวนของท่อเทฟล่อนด้วยการกระจายไฟฟ้าสถิตย์ และช่วยปรับปรุงการไล่ระดับของแรงดันไฟฟ้าภายในฉนวนให้มีความสม่ำเสมอด้วย

ผิวนอกของตัวสายถูกอาบเคลือบด้วยคาร์บอนจึงช่วยลดการสะสมไฟฟ้าสถิตย์บนฉนวนลงไปได้มาก ส่งผลดีต่อเสียงคือ ทำให้ได้เสียงที่มีความเป็นกลางสูง ไม่ถูกเหนี่ยวนำจากไฟฟ้าสถิตย์บนฉนวนจนทำให้โทนเสียงถูกทำให้สว่างโพลน หรืออับทึบ

สายสัญญาณอะนาลอกรุ่น CARBON 8 มี 2 เวอร์ชั่นให้เลือกคือ RCA กับ XLR ซึ่งทั้งสองเวอร์ชั่นต่างกันเฉพาะขั้วต่อในขณะที่ตัวสายเหมือนกันทุกอย่าง ขั้วต่อ RCA ที่ใช้ในรุ่น CARBON 8 RCA เป็นขั้วต่อยี่ห้อ WBT รุ่น WBT 0114 CU ตัวบอดี้ทำด้วยทองแดง ในขณะที่ขั้วต่อ XLR ที่ใช้ในรุ่น CARBON 8 XLR นั้นไม่ได้ระบุยี่ห้อของขั้วต่อเอาไว้ แต่เนื้องานก็ดูดีทีเดียว

เซ็ตอัพก่อนทดสอบ

มีข้อพึงปฏิบัติอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ใช้สายสัญญาณและสายลำโพงของ Kimber Kable นั่นคือ ต้องระวังไม่ให้สายไฟเอซีรวมถึงสายนำสัญญาณดิจิตัลเข้ามาแตะ หรือเข้ามาแนบสนิทติดอยู่กับสายสัญญาณหรือสายลำโพงของ Kimber Kable เพราะจะส่งผลกระทบกับคุณภาพเสียงได้ง่าย เนื่องจากทั้งสายสัญญาณและสายลำโพงของ Kimber Kable ดีไซน์แบบไม่ใช้ชีลด์ จึงไม่มีตัวป้องกันการเหนี่ยวนำจากคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic = EM) ที่จะเข้ามา ดึงรั้งกระแสอิเล็กตรอน (สัญญาณ) ที่เดินทางไปตามเส้นตัวนำ ทำให้การเดินทางของสัญญาณไม่ลื่นไหล

มีอีกข้อที่ผมทดลองทำมาหลายครั้งและพบว่ามันได้ผลดีต่อคุณภาพเสียงโดยรวมของซิสเต็มทุกซิสเต็ม นั่นคือ การใช้สายเคเบิ้ล ทุกชนิดในซิสเต็มที่มาจากผู้ผลิตเดียวกัน เป็นรุ่น/หรือซีรี่ย์เดียวกันทั้งหมด โชคดีที่คุณคริส เจ้าสำนัก IAV จัดส่งทั้งสายสัญญาณเวอร์ชั่น RCA และสายลำโพงมาให้ผมทดสอบพร้อมกัน แต่ตอนหลังผมขอยืมสายสัญญาณเวอร์ชั่น XLR มาร่วมวงทดสอบไปพร้อมกันด้วย

ซิสเต็มที่ผมใช้ทดสอบสายสัญญาณและสายลำโพง CARBON 8 ครั้งนี้ประกอบด้วย Cambridge Audio รุ่น CXN v2 กับ dCS รุ่น Bartok (REVIEW) และเครื่องเล่นซีดี Roksan รุ่น K3 Di CD Player ทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นทางสัญญาณ ส่วนแอมปลิฟายผมเลือกใช้อินติเกรตแอมป์ของ Cambridge Audio รุ่น CXA61 และรุ่น CXA81 (REVIEWสลับกับอินติเกรตแอมป์ของ Roksan รุ่น K3 และตอนท้ายผมทดลองใช้สายสัญญาณ + สายลำโพง CARBON 8 กับชุดปรีแอมป์ + เพาเวอร์แอมป์ของ Ayre Acoustic รุ่น K-5 + V-3 ด้วย ส่วนลำโพงที่ใช้ทดลองฟังก็มี Monitor Audio รุ่น Silver 100, KEF รุ่น LS50 meta, Totem Acoustic รุ่น The One กับรุ่น Skylight

เนื่องจาก Kimber Kable ไม่มีสายเอซีซีรี่ย์ CARBON ออกมาด้วย ขณะทดสอบสายสัญญาณ + สายลำโพง CARBON 8 ครั้งนี้ผมจึงใช้สายไฟเอซีธรรมดาที่เป็นสายแถมเส้นสีดำเชื่อมต่อกับเครื่องเสียง ทุกชิ้นที่ใช้ทดสอบเพื่อตัดบุคลิกของสายไฟเอซีออกไป

เสียงของ Kimber Kable : CARBON Series

Kimber Kable เป็นผู้ผลิตสายออดิโอ เคเบิ้ลที่ให้บุคลิกเสียงมีเอกลักษณ์ชัดเจน คุณสมบัติหนึ่งที่แฟนๆ ของแบรนด์ Kimber Kable ที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้รู้กันดีนั่นคือ สายสัญญาณและสายลำโพงของแบรนด์นี้จะมีลักษณะของเสียงกลางแหลมที่เปิดโปร่ง ส่วนเสียงเบสจะมีลักษณะที่เร็ว กระชับ ไม่เน้นปริมาณ ทั้งสายสัญญาณและสายลำโพงเป็นเหมือนกัน สำหรับคนที่กระหายเสียงเบสอาจจะไม่ชอบสไตล์เสียงของสายเคเบิ้ลยี่ห้อนี้ แต่คนที่พิศมัยเสียงกลางที่ลอย โปร่ง และเสียงแหลมที่ใส กังวาน ทอดหางไปได้ไกล จะหลงไหลมากเป็นพิเศษ

จากประสบการณ์ของผมที่เคยใช้สายสัญญาณและสายลำโพงของ Kimber Kable มาก่อน ผมพบว่า สายเคเบิ้ลยี่ห้อนี้ให้ผลลัพธ์ที่ตรงไปตรงมา จับต้องได้ กล่าวคือ ผมเคยใช้สายลำโพงรุ่น 4TC แล้วชอบความโปร่งใสของมัน แต่เมื่อใช้ไปนานๆ นึกอยากได้เนื้อเสียงที่มีความอิ่มหนามากขึ้น ผมไม่มีทางเลือกมากไปกว่าอัพเกรดไปเล่นรุ่น 8TC ซึ่งเป็นสายลำโพงที่ใช้กรรมวิธีถักไขว้แบบเดียวกับ 4TC แต่ใช้จำนวนเส้นตัวนำมากกว่า 4TC สองเท่า มีผลให้ความต้านทานของสายลดลง กระแสวิ่งผ่านได้มากขึ้น จึงทำให้ได้เสียงที่อิ่มหนามากขึ้น แต่ด้วยอัตราส่วนที่ไม่เท่ากัน คือความถี่ในย่านทุ้มจะมีความอิ่มหนาเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่มากกว่าความถี่ในย่านกลาง และความถี่ในย่านกลางจะมีความอิ่มหนาเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่มากกว่าความถี่ในย่านสูง (เสียงแหลม) ด้วยเหตุนี้ รุ่นที่ใหญ่ขึ้นจะให้เนื้อเสียงที่อิ่มหนามากขึ้นก็จริง แต่ในขณะเดียวกัน รุ่นที่ใช้ตัวนำมากขึ้นจะต้องแลกกับความโปร่งใสที่ด้อยลง นั่นคือเหตุผลที่การอัพเกรดสายของ Kimber Kable ในซีรี่ย์ที่ใช้เทคนิคการถักไขว้จึงมักจะไปจบลงที่จำนวนตัวนำไม่เกิน 12 เส้น

สิ่งที่ต้องสูญเสียไปพร้อมกับความโปร่งใสที่ด้อยลงก็คือ ฮาร์มอนิกที่ทำให้เสียงในย่านกลางและแหลมมีความอิ่มอุ่นละมุนหู หางเสียงที่ทอดยาวจะทำให้โทนเสียงกลางแหลมมีความฉ่ำอยู่ในน้ำเสียง ซึ่งเชื่อว่า Ray Kimber พยายามค้นหาจุดลงตัวระหว่าง ความอิ่มหนาของเนื้อเสียงกับ ความโปร่งใสของพื้นเสียงที่ได้มาทั้งคู่โดยไม่ต้อง trade-off ซึ่งกันและกัน และผมคิดว่า สายสัญญาณกับสายลำโพงซีรี่ย์ CARBON ตัวนี้แหละคือความผลสำเร็จจากความพยายามนั้น.!

อัลบั้ม : DR Classics – DR 10th Anniversary Best Recording Gala (MQA-CD 24/88.2)
ศิลปิน : Various Artists
ค่าย : CRA China Recording Association

ช่วงนี้ใช้อัลบั้มนี้ตรวจเช็คเซ็ตอัพลำโพงบ่อยมาก… หลังจากจัดชุดเตรียมทดสอบสายสัญญาณ + สายลำโพง CARBON 8 ชุดนี้เสร็จ ผมก็ลองฟังด้วยอัลบั้มนี้ มาสะดุดหูตรงแทรคที่สาม “Percussion Imaginationที่รู้สึกเลยว่า เสียงเขย่ากระพรวนกับเสียงกลองที่ตีด้วยมือซึ่งอยู่คนละย่านความถี่มันแยกตัวออกจากกันได้อย่างชัดเจนมาก (CXN v2 + CXA61 + LS50 meta) เสียงกลองที่ตีด้วยมือมันให้รายละเอียดออกมาเยอะมาก ผมได้ยินทั้งเสียงฝ่ามือสัมผัสหนังกลองซึ่งเป็นเสียงสัมผัสแรก (อิมแพ็ค) ไปจนถึงเสียงหนังกลองสั่นตัวเองออกมาหลังจากมือกลองยกมือขึ้นจากหนังกลอง ซึ่งเป็นเสียงที่มีความถี่ต่ำลงไปกว่าเสียงสัมผัสแรก เป็นองค์ประกอบของโมชั่นที่เห็นภาพตามได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน เสียงกระพรวนที่ถูกเขย่าและแกว่งไปมา ซ้ายทีขวาที ผมก็ได้ยินชัดมากเช่นกัน ชัดจนแทบจะไม่ต้องเพ่งฟัง ได้ยินชัดว่าบางช่วงตัวเสียงมันลอยล้นขอบลำโพง LS50 meta ออกมาด้วย

อีกแทรคในชุดนี้ที่ได้ยินแล้วทำให้ผมเริ่มจับทางเสียงของสายลำโพง CARBON 8 ได้เลาๆ นั่นคือแทรคที่ 6 เพลง “Kichoของ Astor Piazzolla คนที่รับหน้าที่สีดับเบิ้ลเบสคือ Luo Xu ประชันกับเสียงเปียโนของ Jonie Quining Huang ซึ่งเป็นประเภทของเครื่องดนตรีสองชนิดที่ให้เร้นจ์เสียงอยู่ในย่านที่ต่างกัน ปรากฏว่า ผมได้ยินทั้งเสียงดับเบิ้ลเบสและเสียงเปียโนที่มาครบทั้งบอดี้และฮาร์มอนิก ทั้งสองเสียงมีความคล้ายเสียงในธรรมชาติจริงๆ ของเครื่องดนตรีทั้งสองมาก และช่วงที่มีการบรรเลงของทั้งสองเสียงแบบตีคู่ขึ้นมาพร้อมๆ กัน ผมก็ยังคงแยกแยะเสียงทั้งสองออกจากกันได้อย่างชัดเจนโดยไม่พบอาการเบลอแต่อย่างใด

ผมยอมรับว่า เสียงสีดับเบิ้ลเบสในแทรค “Kichoนี่แหละที่ทำให้ผมเริ่มแปลกใจกับลักษณะเสียงของสายลำโพง CARBON 8 เพราะทีแรกที่ผมเห็นสายลำโพงตัวนี้และได้ยินชื่อรุ่นของมัน ทำให้ผมนึกถึงสายลำโพงรุ่น 8TC ที่ผมเคยใช้ในอดีตอยู่นานพอสมควร ซึ่งจำได้ว่ารุ่นนั้นกลางแหลมเด่น แต่เบสไม่หนาแน่นมาก หัวเบสคมแต่เนื้อเบสไม่มาก เป็นไปตามสไตล์ของสายยี่ห้อนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร นอกจากนั้น ปลายเสียงแหลมของรุ่นนั้น (เวอร์ชั่นเก่า ยี่สิบกว่าปีที่แล้ว) จะมีอาการสว่างจ้า (bright) และเกร็งแข็งนิดๆ ด้วย แต่ที่ได้ยินจาก CARBON 8 เสียงเบสมันมีความหนา มีมวลเนื้อ และเสียงแหลมก็ออกมาใส ไม่มีอาการสว่างจ้าเหมือนรุ่น 8TC ที่ผมเคยใช้..

อัลบั้ม : Gentle Jug – The Gene Ammons Story (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Gene Ammons
ค่าย : Analogue Productions

อัลบั้ม : Scott Hamilton With Strings (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Scott Hamilton
ค่าย : Concord Jazz

ความทรงจำอีกอย่างที่สายลำโพงรุ่น 8TC ทิ้งไว้ให้ผม คือสมัยโน้นผมรู้สึกว่า ฟังเสียงแซ็กโซโฟนกับ 8TC แล้วมันไม่อิ่มใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อฟังกับลำโพงสองทางที่มีขนาดวูฟเฟอร์ไม่ใหญ่ วันนี้เลยทดลองค้นหาเพลงที่เคยฟังสมัยโน้นออกมาฟังใหม่ ที่จำได้ก็มีอยู่สองอัลบั้มข้างต้นนั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ผมเพิ่งเริ่มสะสมแผ่นซีดีไฮเอ็นด์ฯ จำได้ว่าได้ไปฟังอัลบั้มชุด Gentle Jug ครั้งแรกในงานเครื่องเสียงที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ เปิดจากแผ่นเสียง เสียงแซ็กฯ ของ Gene Ammons ช่วงอวบอิ่มนาฟังมาก ผมเลยซื้อแผ่นซีดีทอง 24K ของอัลบั้มชุดนั้นกลับมาที่บ้าน ฟังแล้วรู้สึกว่าเสียงแซ็กฯ มันไม่หนาอย่างที่อยากได้ ซึ่งตอนนั้นผมใช้สายลำโพง 8TC อยู่ในซิสเต็ม (สายสัญญาณยี่ห้อ Eagle สีม่วง)

วันนี้ผมเอาแผ่นซีดีชุดนี้มาริปเป็นไฟล์ WAV แล้วเอามาลองฟังบน dCS : Bartok ผ่านขั้วต่อ RCA ของ Bartok ไปเข้าที่อินพุตอะนาลอกของ Ayre Acoustic : K-5 ด้วยสายสัญญาณ CARBON 8 RCA ก่อนจะต่อสัญญาณเอ๊าต์พุตจาก K-5 ไปที่เพาเวอร์แอมป์ Ayre Acoustic : V-3 ทางช่อง XLR ด้วยสายสัญญาณอะนาลอก CARBON 8 XLR และต่อสายลำโพง CARBON 8 จาก V-3 ไปที่ LS50 meta คราวนี้ผมได้เสียงแซ็กฯ ที่มามากกว่าที่คาดซะด้วยซ้ำ.! คือไม่แค่บอดี้ที่อวบอิ่มเท่านั้น แต่ผมสัมผัสได้ถึงพลังลมที่ Gene Ammons ปลดปล่อยมันออกมากับแซ็กโซโฟนของเขาด้วย มันเป็น texture ของเสียงแซ็กฯ ที่ทำให้ฟังแล้วรู้สึกเหมือนคนมายืนเป่าให้ฟัง ไม่ใช่เสียงแซ็กฯ ที่ลอยมาในอากาศเฉยๆ มันมีทั้งการเน้นในบางช่วงและผ่อนแบบยืดปลายเสียงให้ค่อยๆ จางหายในบางช่วง ซึ่งผมต้องใช้คำอธิบายว่า ได้ยิน เสียงคนเป่าแซ็กฯถึงจะถูกต้องมากกว่า ไม่ใช่ ได้ยินเสียงแซ็ก

อัลบั้ม : Monkey Hip Gumbo … & Mothball Stew (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Brent Lewis
ค่าย : Brent Lewis Productions

ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่า ทำไมวินาทีนั้นผมถึงอยากฟังอัลบั้มนี้ขึ้นมาเฉยๆ ขณะนั้นในใจผมนึกอยากได้อัลบั้มที่มีเสียงดนตรีในย่านกลางต่ำลงไปถึงทุ้มล่างๆ ที่ซับซ้อน รายละเอียดเยอะๆ ซึ่งยากต่อการชำแหละแยกแยะ และวินาทีนั้นภาพของหน้าปกอัลบั้มชุดนี้ก็แว๊บเข้ามาในใจ

หลังจากได้ลองฟังแล้ว ผลที่ออกมาก็เป็นไปอย่างที่ผมคาด คือปกติแล้ว ใครที่ได้ฟังสายลำโพงรุ่นเล็กอย่าง 4TC ครั้งแรกแล้วเกิดไปชอบความโปร่งกังวานของเสียงในย่านกลางและแหลม แต่เมื่อใช้ไปสักระยะมีความรู้สึกอยากได้เสียงทุ้มที่อิ่มหนามากขึ้น ส่วนมากมักจะพอใจเมื่อขยับไปเล่นรุ่นที่ใหญ่ขึ้นไปอย่าง 8TC ที่ให้เสียงทุ้มที่มีมวลหนาและให้น้ำหนักดีขึ้น เหตุผลก็เพราะว่ารุ่นที่ใหญ่ขึ้นจะใช้โครงสร้างเหมือนกับรุ่นรอง แต่ใช้จำนวนตัวนำมากกว่ารุ่นรองสองเท่า นั่นทำให้ความต้านทานของสายต่ำลง ส่งผ่านกระแสได้มากขึ้น เสียงจึงอิ่มหนามากขึ้น แต่ดีไซน์แบบนี้มีข้อเสียอย่างหนึ่ง นั่นคือพอเส้นตัวนำมีจำนวนมากขึ้น คุณสมบัติของเสียงที่ได้จากเทคนิคการถักไขว้คือความโปร่งใสของพื้นเสียงก็จะด้อยลง แต่ได้เนื้อเสียงที่อวบหนาเข้ามาแทน และตอนที่เสียงมันหนาขึ้นหลังจากเพิ่มจำนวนตัวนำเข้าไป ความหนาของมวลจะมีลักษณะที่ทำให้การแยกแยะระหว่างชิ้นดนตรีที่มีโทนเสียงที่ต่อเนื่องกันระหว่างความถี่ต่ำอย่างเช่น upper-bass กับ mid-bass และระหว่าง mid-bass กับ lower-bass มีลักษณะที่ควบกล้ำเข้าหากัน แยกจากกันได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

ในอัลบั้มชุด Monkey Hip Gumbo… & Mothball Stew มีหลายแทรคที่ประกอบไปด้วยเสียงกลองและเบสที่มีความถี่อยู่ในย่านเสียงทุ้มที่คาบเกี่ยวกัน ซึ่งจากการทดลองฟังเทียบกับสายลำโพงรุ่น 12TC ที่ผมรีวิวไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2019 ผมพบว่า 12TC ให้เสียงโน๊ตต่ำๆ ในอัลบั้มนี้ที่ชัดเฉพาะหัวเสียง (impact) ในขณะที่ปลายๆ ของตัวเสียงซึ่งเป็นมวลหนาๆ ที่กระเพื่อมตามมามีลักษณะที่ปนเปกัน ติดโยงเป็นก้อนเดียวกัน ในขณะที่ CARBON 8 จะให้ขนาดของตัวเสียงโน๊ตในย่านทุ้มที่กระทัดรัดลงมา แต่ที่เด่นกว่าคือ สามารถแยกแยะโน๊ตต่ำๆ แต่ละตัวออกมาจากกันได้เด็ดขาดกว่า เคลียร์กว่า และรู้สึกได้เลยว่า พื้นเสียงของสายลำโพง CARBON 8 มีความโล่งและดำลึกมากกว่า ส่งผลให้รับรู้ถึงรายละเอียดที่บางเบา อย่างพวกเสียงกังวานจากผนังห้องบันทึกเสียงได้ชัดกว่า ให้ความรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของเสียงดนตรีมีอิสระมากกว่า

อัลบั้ม : The Wall (Anniversary Edition) (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Pink Floyd
ค่าย : Columbia Records

พูดถึง carbon fiber ได้มีนำมาใช้ในการออกแบบสายสัญญาณและสายลำโพงที่ใช้สำหรับเครื่องเสียงมานานแล้ว แต่ที่ยกขึ้นมาเป็นจุดขายที่ชัดเจนก็เห็นจะมีอยู่อย่างน้อยก็สองครั้งแล้วที่ผมทราบ เมื่อนับรวมกับ Kimber Kable ที่นำมาใช้กับสายสัญญาณและสายลำโพงรุ่น Carbon 8 ครั้งนี้ก็มี Van Den Hul อีกยี่ห้อที่เคยเอาคาร์บอนมาออกแบบใช้กับสายสัญญาณรุ่น The First แล้วใช้เป็นจุดขายในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า ลักษณะเด่นของสายสัญญาณที่ใช้คาร์บอนเข้ามาเป็นส่วนผสมจะให้เสียงที่ สะอาดซึ่งเป็นความสะอาดที่ต่างจากการใช้วงจรฟิลเตอร์กรองสัญญาณ เพราะ ความสะอาดที่คาร์บอนบนสายสัญญาณอะนาลอกเข้ามาทำให้เกิดขึ้นด้วยการขจัด noise ที่เกิดจากไฟฟ้าสถิตย์ออกไป มันไม่ได้เข้ามา คัดกรองตัดความถี่สูง/ต่ำทิ้งไปเหมือนกับวงจรฟิลเตอร์ทั่วไป ผลคือ รายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงมากๆ กับความถี่ต่ำลึกๆ ไม่หายแต่กลับถูกนำเสนอออกมาให้ได้ยินเพราะ noise ที่เคยรบกวนอยู่ในย่านเสียงเหล่านี้มันถูกขจัดออกไป

ผมทดลองฟังสายลำโพง CARBON 8 เทียบกับสายลำโพงที่มีราคาถูกกว่า 2-3 ยี่ห้อ/รุ่น สลับไปสลับมาจนมั่นใจว่า CARBON 8 ให้พื้นเสียงที่ใสสะอาดกว่าสายลำโพงพวกนั้นจริงๆ ซึ่ง ความใสของพื้นเสียงที่สายลำโพง CARBON 8 จะปรากฏเด่นชัดมากขึ้นเมื่อใช้งานร่วมกับสายสัญญาณ CARBON 8 ในซิสเต็มเดียวกัน (CXN v2 > CARBON 8 RCA > CXA81 > CABON 8 SPEAKER CABLE > Totem Acoustic : Skylight)

ผมเจอกับคุณสมบัติของความใสสะอาดที่โดดเด่นจากสายสัญญาณและสายลำโพง CARBON ผ่านซิสเต็มทดสอบข้างต้น ซึ่งปรากฏออกมาชัดมากตอนผมทดลองฟังอัลบั้มชุด The Wall ของพิ้งฟอยด์ แทรคที่ผมต้องกดฟังซ้ำคือเพลง “Motherแทรคที่หก เสียงเป่าปากและถอนหายใจตอนขึ้นต้นแทรคมันพุ่งผ่านลำโพงออกมากระแทกกับความรู้สึกของผมอย่างจัง ทั้งๆ ที่เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก ค่อนข้างเบาซะด้วยซ้ำ ที่ผ่านๆ มาผมก็ได้ยินมาตลอดแต่ไม่ได้รู้สึกถึงการเน้นน้ำหนักของเสียงถอนหายใจที่ชัดขนาดนี้.! ได้ยินแล้วมันทำให้รู้สึกถึง ความมีตัวตนของคนร้องขึ้นมาทันที หลังจากนั้น ทั้งเสียงกีต้าร์โปร่งและเสียงร้องที่ผ่อนปรนและแผ่วเบาก็ลอยออกมาในอากาศอยางชัดเจน ใช่เลย.. แผ่วเบา แต่ชัดเจน.! สายสัญญาณ + สายลำโพง CARBON 8 ชุดนี้มันทำให้เสียงเบาๆ มีความเข้มข้น มีตัวตนที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่บางและลางเลือน ช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงความสมจริงของทุกเสียงมากขึ้น หลังจากเพลง Mother เป็นต้นไป รายละเอียดที่บางเบาที่แอบซ่อนอยู่ในแทรคต่างๆ ตลอดทั้งอัลบั้มก็พรั่งพรูออกมาอย่างมากมาย แม้จะแผ่วเบาและจมลึกลงไปในเวทีเสียงมากแค่ไหน สายสัญญาณและสายลำโพง CARBON 8 ชุดนี้ผมก็ “ได้ยินและ รับรู้ถึงความมีอยู่ของเสียงเหล่านั้นได้ทั้งหมด เป็นการฟังที่ถูกดึงให้ดิ่งลึกลงไปในอารมณ์ของเพลงที่ศิลปินต้องการสื่อสารออกมาแบบเต็มตัว

อัลบั้ม : The Well (DSF64)
ศิลปิน : Jennifer Warnes
ค่าย : Impex Records

เมื่อลองฟังอัลบั้มที่บันทึกเสียงดีมากๆ จากฟอร์แม็ตแบบ Hi-Res อย่างอัลบั้มชุด The Well ของเจนนิเฟอร์ วอร์นชุดนี้ มันก็ตอกย้ำให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอดของสายสัญญาณและสายลำโพง CARBON 8 ออกมาชัดมากขึ้น ทั้งเสียงร้องและเสียงดนตรีในอัลบั้มนี้ปรากฏตัวออกมาด้วยความเด่นชัด เปล่งปลั่งไปด้วยฮาร์มอนิกที่ชุ่มฉ่ำ เสียงเปิดกระจ่างโดยไม่มีอาการเจิดจ้า นี่คือคุณสมบัติเด่นของสายสัญญาณกับสายลำโพง CARBON ชุดนี้ที่ผมชอบมากเป็นพิเศษ..!!

สรุป

Kimber Kable เหมาะกับคนที่ไม่ได้ชอบความหนาของเสียงแบบตะพึดตะพือ แม้ว่าความอิ่มหนาของเนื้อเสียงจะมีความสำคัญเพราะทำให้ฟังแล้วไม่แห้ง แต่ความหนาที่เกิดจากการพอกตัวของ เงาเสียงคู่ควบที่เกิดจากเรโซแนนซ์บนตัวนำจะทำให้รายละเอียดของตัวเสียงที่เรียกว่า (texture = micro dynamic) สูญเสียไป ซึ่งจริงๆ แล้ว ความโปร่งโล่งที่ทำให้รายละเอียดของตัวเสียง (image) ในทุกย่าน ตั้งแต่ทุ้มกลางแหลมถูกเปิดเผยออกมา ตามขนาดจริงมากที่สุดกลับมีความสำคัญยิ่งกว่า เพราะมันจะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงตัวตนของเสียงนั้นจริงๆ ทำให้ดนตรีมีชีวิตชีวาชวนฟัง ไม่น่าเบื่อ

เรย์ คิมเบอร์ จมอยู่กับการออกแบบสายเคเบิ้ลด้วยเทคนิคถักไขว้มานานมาก ผมว่ามัน (เทคนิคการออกแบบลักษณะนี้) ผูกพันกับเขาจนเข้าขากันดี พัฒนาการของเสียงที่ได้ยินจากซีรี่ย์ CARBON เป็นบทพิสูจน์ที่ดีที่ยืนยันได้ว่า เรย์ คิมเบอร์ได้นำพาชื่อแบรนด์ Kimber Kable ให้ก้าวข้ามไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้นไปอีกระดับแล้ว.!

จบจากการทดสอบ CARBON ชุดนี้แล้ว มันทำให้ผมอยากลองฟังสายสัญญาณกับสายลำโพงของ Kimber Kable รุ่นที่สูงกว่านี้ซะแล้ว.!!

********************
ราคา : CARBON 8 INTERCONNET CABLE
ยาว 1 เมตร = 23,500 บาท / คู่ (RCA/XLR ราคาเท่ากัน)
********************
ราคา : CARBON 8 SPEAKER CABLE
ยาว 2 เมตร = 48,000 บาท / คู่
ยาว 2.5 เมตร = 56,000 บาท / คู่
********************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
. Inventive AV
facebook : @inventiveav

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า