รีวิว > Sony > รุ่น HT-S200F > ลำโพงซาวนด์บาร์ 2.1ch พร้อมซับวูฟเฟอร์ในตัว จากประเทศญี่ปุ่น

บ่อยครั้ง เมื่อพูดถึงคำว่า เรียบง่ายผู้พูดอาจจะหมายถึง Minimalist Style คืออะไรที่น้อยชิ้น ไม่มากความ ไม่รุงรัง แต่สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานได้ครบถ้วน 

ผมเชื่อว่า วิศวกรของ Sony น่าจะตั้งโจทย์เอาไว้แบบนี้ ก่อนจะออกแบบลำโพงซาวนด์บาร์ตัวนี้ออกมา เพราะเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่ออกมาในเจนเนอเรชั่นเดียวกันอย่าง HT-X9000F กับรุ่น HT-Z9F (อ่าน รีวิว) ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่กว่า ทั้งสองรุ่นนั้นมีลำโพงซับวูฟเฟอร์เข้าชุดมาด้วยกัน แต่ HT-S200F ตัวนี้ไม่มีซับวูฟเฟอร์มาให้เพื่อความมินิมอลสุดๆ ..

เอ๊ะ! ไม่ใช่ซิ.. ผมพูดผิดไปนิดนึง จริงๆ แล้ว HT-S200F มีซับวูฟเฟอร์มาให้เหมือนกันครับ แต่ไม่ได้แยกออกมาต่างหากเหมือนอีกสองรุ่นพี่ของมัน คือลำโพงซับวูฟเฟอร์ของตัว HT-S200F ถูกผนึกรวมอยู่ในตัวลำโพงซาวนด์บาร์นั่นเอง

เรียบง่าย สไตล์ มินิมอลลิสต์

อย่างที่เกริ่นมาตั้งแต่ต้น HT-S200F (ต่อไปผมจะขอเรียกสั้นๆ ว่า S200F) เป็น single soundbar ที่รวมเอาลำโพงแชนเนลซ้ายขวาและลำโพงซับวูฟเฟอร์ไว้ในตัวเดียวกัน ด้วยสัดส่วนรูปทรงแท่งสี่เหลี่ยมที่มีความยาว 58 .. สูงแค่ 6.4 .. และลึกเพียงแค่ 9.5 .. น้ำหนักแค่ 2.3 กิโลกรัม กับตัวตู้สีดำ ทำให้ดูเรียบหรู โดยเฉพาะคนที่ใช้ทีวีของ Sony รุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน ซาวนด์บาร์ตัวนี้จะเข้าชุดกับทีวีเหล่านั้นได้ลงตัวมาก

2.1 ch
หรือ L
/ R + Sub

ไดเวอร์แบบไดนามิกขนาด 46 .. สำหรับแชนเนลซ้าย (Front L) กับแชนเนลขวา (Front R) ถูกติดตั้งอยู่บนแผงด้านหน้าของตัวลำโพงซาวนด์บาร์ ห่างกัน 43 .. โดยมีตะแกรงโลหะปิดป้องกันไดเวอร์ทั้งสองไว้ ภาคแอมปลิฟายที่ใช้ขับดันลำโพงทั้งสองแชนเนลให้กำลังขับอยู่ที่ 25 วัตต์ / แชนเนล ที่โหลด 4 โอห์ม

ไดเวอร์ไดนามิกขนาด 70 .. ที่ทำหน้าที่เป็นลำโพงซับวูฟเฟอร์ ถูกติดตั้งไว้ด้านล่างของลำโพงซาวนด์บาร์ เยื้องไปทางด้านแชนเนลซ้าย มีกำลังขับในตัวอยู่ที่ 30 วัตต์ สำหรับแชนเนลซับวูฟเฟอร์โดยเฉพาะ (วัดที่ความถี่ 100Hz / ที่โหลด 4 โอห์ม)

เนื่องจากตัวไดเวอร์ซับวูฟเฟอร์ถูกติดตั้งให้ยิงคลื่นความถี่ลงพื้นด้านล่าง ดังนั้น ลักษณะของพื้นผิวที่ใช้วางลำโพงซาวน์บาร์จะมีผลต่อเสียงของความถี่ต่ำที่ได้ออกมามากเป็นพิเศษ ถ้าเสียงทุ้มที่ได้มีลักษณะห้วน กระชับ และเก็บตัวมากเกินไป แนะนำให้ลองหาอะไรมาหนุนด้านล่างของตัวซาวนด์บาร์ให้ยกลอยจากพื้นโต๊ะที่ใช้วางขึ้นมาสักนิด ในภาพ (B) ผมใช้แท่งไม้เล็กๆ รองหนุนด้านล่าง สูงจากพื้นโต๊ะขึ้นมาประมาณสองถึงสามเซนติเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้ความถี่ต่ำมีระยะในการสะท้อนกับพื้นมากขึ้น จะทำให้ความถี่ต่ำมีลักษณะที่ผ่อนตัวมากขึ้น และมีปริมาณมากขึ้น ทำให้ได้ความแน่นของเสียงมากขึ้น

ระบบเบสของ S200F ทำงานในโหมดตู้เปิด (Bass Reflect) ที่ด้านข้างทั้งสองด้านของตัวซาวนด์บาร์จะมีท่อระบายอากาศ (A) อยู่ด้านละหนึ่งท่อ มีไว้ช่วยทำให้เสียงทุ้มทอดปลายเสียงได้อย่างนุ่มนวล ขณะติดตั้งใช้งานต้องไม่มีอะไรมาปิดขวางท่อระบายอากาศทั้งสองนี้

อินพุต/เอ๊าต์พุต
และ การเชื่อมต่อ

S200F ใช้ไฟเลี้ยงจากอะแด๊ปเตอร์ที่แยกออกไปนอกตัวเครื่อง จ่ายไฟขนาด 19.5 โวลต์ ขณะเปิดทำงานจะกินไฟเท่ากับ 25 วัตต์ ตอนอยู่ในโหมดสแตนด์บายลดการกินไฟลงมาอยู่ที่ 0.5 วัตต์ ให้อินพุตมา 4 อินพุต คือ HDMI (ARC)(ศรชี้ A), Optical (ศรชี้ B), USB-A (ศรชี้ C) และให้อินพุตไร้สายมาด้วยหนึ่งช่องที่เชื่อมต่อด้วยคลื่น Bluetooth เวอร์ชั่น 4.2 รองรับ SBC Codec เปิดรับแซมปลิ้งเรตของสัญญาณ 32kHz, 44.1kHz และ 48kHz โดยให้ความถี่ตอบสนองของสัญญาณอะนาลอกอยู่ที่ 20Hz – 20kHz

ช่อง HDMI จะทำหน้าที่เป็นทั้งอินพุตที่รองรับสัญญาณเสียงจากทีวี และทำตัวเป็นเอ๊าต์พุตของ S200F เพื่อส่งสัญญาณภาพและเสียงไปที่ตัวทีวีด้วย ส่วนช่อง Optical นั้นสำหรับรองรับสัญญาณเสียงดิจิตัลจากทีวีรุ่นเก่าที่ไม่มีช่อง HDMI ก็ได้ หรือจะใช้เชื่อมต่อเพื่อรองรับสัญญาณเสียงดิจิตัลจากอุปกรณ์เครื่องเล่นไฟล์เพลงที่ส่งออกมาเป็นสัญญาณดิจิตัลทางช่อง Optical out ก็ได้ ถัดไปสำหรับช่อง USB-A นั้นสามารถใช้เล่นไฟล์เพลงที่เก็บอยู่บนแฟรชไดร้ได้

วิธีเชื่อมต่อ HT-S200F เข้ากับทีวี เพื่อใช้ขยายเสียงจากทีวี

กรณีรับชมรายการออกอากาศทางทีวี คุณสามารถส่งสัญญาณเสียงของทีวีมาที่ S200F ได้ 2 ช่องทางคือผ่านช่อง HDMI (ARC) หรือผ่านเข้าทางช่อง Optical(*) แล้วปรับเลือกโหมดเสียงสำเร็จรูปที่ปรับจูนมาให้เหมาะสมกับประเภทของคอนเท็นต์ที่คุณรับชมได้ นั่นคือ

CINEMA = สำหรับคอนเท็นต์ที่เป็นภาพยนตร์
MUSIC = สำหรับคอนเท็นต์ที่เป็นเพลง หรือ
VOICE = คอนเท็นต์ที่เป็นข่าวหรือรายการประเภทเกมส์โชว์

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณรับชมภาพยนตร์ กรณีอยากจะดูหนังกลางคืน แต่ไม่อยากให้เสียงดังรบกวนผู้อื่นมากเกินไป คุณสามารถปรับลดความดังของเสียงลงได้ด้วยการใช้โหมด NIGHT (ลูกศรสีม่วง) ซึ่งจะทำให้ความดังโดยรวมลดเบาลง แต่ยังคงได้ยินรายละเอียดของเสียงครบ แต่ถ้าฟังเสียงสนทนาในหนังไม่ชัด หรือดูข่าว เกมส์โชว์ แล้วฟังเสียงไม่ชัดเจน S200F ก็ยังมีฟังท์ชั่น VOICE นอกจากนั้น คุณยังสามารถปรับเพิ่ม/ลดปริมาณเสียงทุ้มได้ 3 ระดับ (ลูกศรสีเหลือง)

(*) ทีวีบางตัว คุณต้องเข้าไปปรับเลือกตรงเมนู Audio ที่ทีวีให้ปล่อยเสียงออกไปที่ External Speaker

ฟังเพลงกับ HT-S200F

เป็นที่น่าสังเกตว่า S200F ถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับการฟังเพลงได้หลากหลายช่องทาง ครอบคลุมพฤติกรรมในการฟังเพลงของคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่าครบเลย ดูจากชาร์ตด้านบนคุณคงเห็นแล้ว สำหรับคนที่ยังคงฟังเพลงจากแผ่นซีดีที่เล่นบนเครื่องเล่นซีดี, เครื่องเล่นดีวีดี หรือเครื่องเล่นบลูเรย์ฯ ก็สามารถใช้อินพุต Optical ในการเชื่อมต่อสัญญาณจากเครื่องเล่นของคุณมาใช้บริการในการขยายเสียงของ S200F ได้ สำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพาเป็นอุปกรณ์ในการฟังเพลง ก็สามารถใช้อินพุต Bluetooth ของ S200F ในการรับสัญญาณเพลงจากอุปกรณ์พกพาของคุณเข้าไป

รองรับสัญญาณเสียงจากการเชื่อมต่อทาง Bluetooth ได้เฉพาะมาตรฐาน SBC ผมลองเล่นไฟล์ที่สูงกว่านั้นคือไฟล์ DSD2.8MHz บนแอพเพลเยอร์ Onkyo HF Player (ศรชี้) แล้วส่งไปที่ S200F ทาง Bluetooth พบว่าตัวแอพฯ ทำการลดรูปสัญญาณต้นฉบับ DSD2.8MHz มาอยู่ที่ PCM 44.1kHz ก่อนส่งมาที่ S200F แต่เสียงที่ออกมาก็ดีมาก หรือจะเล่นเพลงจากแอพ Spotify บนสมาร์ทโฟนแล้วส่งไปขยายเสียงที่ S200F ก็ได้ด้วย

ผมทดลองเล่นเพลงจากแอพ Spotify บน iPhone 7 แล้วส่งสัญญาณไปที่ S200F ผ่าน Bluetooth

นอกจากนั้น คุณยังสามารถเชื่อมต่อเสียงจากคอมพิวเตอร์ของคุณมาที่ S200F ได้ด้วยนะ ผ่านทางคลื่น Bluetooth เช่นกัน

ผมทดลองเชื่อมต่อระหว่าง Mac mini ของผมกับ S200F ผ่าน Bluetooth แล้วเล่นเพลงจากโปรแกรม roon ส่งไปที่ S200F ทางบลูทูธ เสียงดีมากเกินคาด.!

ควบคุมสั่งงาน

คุณสามารถควบคุมสั่งงานการทำงานของ S200F ได้ 2 ทาง ทางเลือกแรกคือ ใช้นิ้วจิ้มลงไปบนสัญลักษณ์ที่พิมพ์อยู่บนหลังตัวซาวนด์บาร์ โดยใช้วิธีสัมผัสด้วยแรงกดเบาๆ ซึ่งมีแยกการสั่งงานไว้ 4 ฟังท์ชั่น (ลูกศร A) คือ เปิด/ปิดเครื่อง, เลือกอินพุต, เชื่อมต่อ Bluetooth และ ปรับเพิ่ม/ลดวอลลุ่ม นอกจากนั้น ใกล้ๆ กันจะมีไฟอยู่ 3 ดวง ใช้แสดงสถานะการทำงานของ อินพุตที่คุณเลือกใช้ติดตั้งอยู่ใต้ตะแกรงตาข่าย ดวงแรก (B) จะสว่างขึ้นเป็นสีขาว กรณีที่คุณเลือกอินพุตทีวี เพื่อรับฟังเสียงจากทีวี ดวงถัดมา (C) เป็นไฟแสดงสถานะการทำงานของอินพุต Bluetooth ซึ่งจะสว่างขึ้นเป็นสีฟ้า จะกระพริบเพื่อแสดงว่าพร้อมสำหรับการเชื่อมต่อ เมื่อคุณทำการเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ของคุณเสร็จแล้ว ไฟดวงนี้จะหยุดกระพริบ และถัดไป (D) เป็นไฟสีขาวซึ่งจะสว่างขึ้นเมื่อคุณเลือกใช้อินพุต USB

อีกวิธีที่สะดวกกว่าคือควบคุมด้วยรีโมทไร้สายที่แถมมาให้ รุ่น RMT-AH410U ขนาดกระทัดรัดเหมาะมือ มีหน้าที่หลักๆ อยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น เปิด/ปิดเครื่อง, เลือกอินพุต, ปรับวอลลุ่ม, สั่งหยุดเสียงชั่วคราว รวมทั้งชุดคำสั่งสำหรับควบคุมการเล่นไฟล์เพลงจากแฟรชไดร้ที่เสียบเข้าที่ช่อง USB-A (กรอบสีเหลือง) และชุดคำสั่งที่ใช้กดเลือกระบบเสียงสำเร็จรูป (กรอบสีส้ม)

ภาพบนคือรายชื่อโฟลเดอร์เพลงที่อยู่ในแฟรชไดร้ที่ผมเตรียมไว้ทดลองใช้งานกับช่อง USB-A ของ S200F ซึ่งภาพล่างคือหน้าตาของเมนูบนจอทีวี ขณะเลือกอินพุต USB บนตัว S200F ซึ่งเลเยอร์แรกจะแสดงข้อมูลออกมาเป็น Folder ที่มีอยู่ในแฟรชไดร้ก่อน โดยมีความยาวของตัวอักษรในการแสดงจำกัดอยู่ที่ 128 ตัวอักษร (ฟอร์แม็ตเป็น FAT32) ชื่อโฟลเดอร์ที่ยาวกว่า 128 ตัวอักษรจะถูกตัดออกไป ในคู่มือของ S200F แจ้งไว้ว่า S200F รองรับการเล่นไฟล์แค่ 3 นามสกุล คือ .mp3, .wma และ .wav เท่านั้น ผมทดลองใส่โฟลเดอร์ของไฟล์เพลงนามสกุล FLAC ที่มีความละเอียด 24/96 เข้าไปด้วยเพื่อทดสอบดูว่า S200F จะไม่รองรับไฟล์ FLAC จริงหรือไม่.? รวมทั้งลองใส่โฟลเดอร์ที่มีไฟล์นามสกุลอื่นๆ เช่น .aac, .aiff และ .mqa เข้าไปด้วย

ปรากฏว่า S200F ไม่รองรับการเล่นไฟล์ FLAC, AAC และ AIFF คือถ้าเป็นไฟล์ที่ S200F ไม่รองรับ มันจะไม่แสดงไฟล์นั้นขึ้นมาบนเมนูเลย จากภาพนี้ ซึ่งในโฟลเดอร์ที่ผมทดลองใส่ลงไปในแฟรชไดร้มีไฟล์อยู่ทั้งหมด 5 ประเภท คือ AAC, MP3, AIFF, WAV และ FLAC ปรากฏว่าพอเลือก ENTER ลงไปที่โฟลเดอร์นี้ ปรากฏว่า บนจอมีแต่ไฟล์ MP3 กับไฟล์ WAV โชว์ออกมาให้เลือกเล่นแค่ 2 ไฟล์เท่านั้น และเมื่อผมกดเลือกเล่นที่แทรค 4 ซึ่งเป็นเพลงเดียวกับแทรค 5 แต่ผมเข้ารหัส (encode) มาเป็นไฟล์ MP3 ตอนเล่น บนหน้าจอจะแสดงอัตรา bitrate ของสัญญาณที่กำลังเล่นขึ้นมาให้ดูด้วย ในภาพศรชี้สีฟ้าด้านบนนั้นคืออัตราบิตเรตของสัญญาณ MP3 ของไฟล์ที่กำลังเล่นนี้ (255Kbps)

เมื่อผมลองเปลี่ยนมาเล่นไฟล์ WAV แทรคที่ 5 ปรากฏว่าเล่นได้ และบนหน้าจอก็แสดงอัตาบิตเรตของสัญญาณขึ้นมาซึ่งตรงกับมาตรฐานของสัญญาณ PCM 2 Ch ของซีดีคือ 16 x 44,100 x 2 = 1411Kbps (จำนวนเต็มคือ 1,411,200 bps)

ต่อไปผมลองเล่นไฟล์ WAV ที่มีสัญญาณ 24/96 อยู่ในแพ็คเกจดูบ้าง ปรากฏว่า S200F สามารถเล่นได้ ดูจากภาพล่าง ลูกศรสีฟ้าด้านบนชี้อยู่ที่ระดับบิตเรตของสัญญาณที่กำลังเล่น นั่นคือ 4608Kbps (24 x 96000 x 2 = 4,608,000 bps)

เมื่อผมเลือกไปที่โฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์เพลงนามสกุล DSF ที่ห่อหุ้มสัญญาณ DSD64 อยู่ข้างใน แล้วกด ENTER บนรีโมทของ S200F ปรากฏว่า มันไม่โชว์ไฟล์เพลงเหล่านั้นขึ้นมาบนจอ เป็นการยืนยันให้ทราบว่า S200F ไม่รองรับการเล่นสัญญาณ DSD

TWO THUMP UP!!

อันที่จริงแล้ว S200F ก็ไม่ได้เป็น Soundbar ที่ดีที่สุดในโลก แต่สาเหตุที่ผมยกนิ้วโป้งให้มันเป็นเพราะว่า ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทดลองใช้งานและทดลองฟังเสียงของมันแล้ว ผมยอมรับว่า S200F ทำคะแนนได้ดีกว่าที่ผมคาดไว้มาก เพราะความที่เป็นรุ่นเล็ก และมีความจำกัดทางด้านสรีระ คือเป็นชุดลำโพง 2.1 ch ที่ใช้ซับวูฟเฟอร์ดอกกระจิ๋วหลิว แถมฝังอยู่ในตัวซาวนด์บาร์ที่เล็กกระทัดรัด ตอนแรกผมไม่คิดว่ามันจะให้คุณภาพเสียงออกมาดีขนาดนั้น.!

ภายใต้ข้อจำกัดทางสรีระที่เล็กมาก ทว่า S200F ได้ถูกปรับจูนมาเป็นอย่างดี มันให้เสียงกลางที่เด่นชัด เคลียร์ กระจ่าง ทั้งดูหนัง ดูคอนเสิร์ต และฟังเพลง ผมยอมรับว่า มีความพอใจกับเสียงที่ได้อย่างมาก ตลอดการทดสอบด้วยการรับชมภาพยนตร์ ดูรายการทีวี และรับฟังคอนเท็นต์เพลงรูปแบบต่างๆ ผ่าน S200F มานานร่วมครึ่งเดือน ผมไม่ได้มีความรู้สึกว่าขาดอะไรไปเลย โอเคว่า เสียงทุ้มของ S200F ไม่ได้ออกมาหนาแน่นเทียบเท่ากับที่ผมได้ฟังจาก HT-Z9F รุ่นพี่ใหญ่ของมัน แต่ด้วยลักษณะของเสียงทุ้มกลางแหลมที่ให้โทนัลที่สมดุล ทำให้ใช้ฟังคอนเท็นต์ทั่วๆ ไปได้ค่าเฉลี่ยออกมาดีมาก

ที่สำคัญคือ S200F ไม่ได้พยายามที่จะขยายความถี่ส่วนไหนให้โดดเด่นออกมาจนเกินไป โดยเฉพาะในย่านเสียงทุ้มที่เป็นจุดอ่อนของลำโพงซาวนด์บาร์ตัวเล็กๆ แบบนี้อยู่แล้ว นั่นทำให้เสียงของ S200F ออกมาในเกณฑ์เฉลี่ยที่ไปได้ดีกับทั้งดูหนังและฟังเพลง ซึ่งดีกว่าเสียงที่ได้จากลำโพงของทีวีหลายเท่า.!

แนะนำเป็นอันขาด สำหรับคนที่กำลังมองหาลำโพงซาวนด์บาร์ที่มีคุณสมบัติ เพียงพอต่อการตอบสนองการดูหนัง+ฟังเพลงในพื้นที่ใช้สอยที่ไม่ใหญ่โตมโหฬารมาก /

*****************************
ราคา : 8,990 บาท / เครื่อง
*****************************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย :
บริษัท Sony Thai Co., LTD.

ข้อมูลเพิ่มเติม | https://goo.gl/8gpuMt

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า