รีวิว Sony HT-S700RF ชุดซาวนด์บาร์ โฮมซินีม่า ที่รองรับระบบเสียงเซอร์ราวนด์ 5.1 แชนเนลแท้ๆ

แรกเริ่มนั้น ชุดลำโพง Soundbar ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อสนองตอบกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความสะดวกสบายเป็นหลักโดยยอมรับกับคุณภาพเสียงของความเป็นเซอร์ราวนด์ที่ลดด้อยลงไป แน่นอนว่า ชุดลำโพง Soundbar ลักษณะนั้นไม่ได้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อีกกลุ่มที่ชื่นชอบการดูหนังอย่างมาก แต่มีข้อจำกัดทางด้านพื้นที่และงบประมาณ

Sony HT-S700RF

และแล้ว.. มันก็มา! และแล้ว Sony ก็ได้ยินเสียงเรียกร้องของนักดูหนัง นี่คือชุดลำโพง Soundbar อีกแคตากอรี่ที่ออกแบบมาเพื่อสนองตอบความต้องการของคนอีกกลุ่มที่มีความต้องการ 2 ประการหลัก นั่นคือ ความสะดวกกับ คุณภาพของความเป็นเซอร์ราวนด์ที่ทำให้การรับชมภาพยนตร์มีอรรถรสมากขึ้น

A : ส่วนที่ติดตั้งไดเวอร์สำหรับลำโพงแชนเนลขวา (Right channel)
B : ส่วนที่ติดตั้งไดเวอร์สำหรับลำโพงแชนเนลซ้าย (Left channel)
C : ส่วนที่ติดตั้งไดเวอร์สำหรับลำโพงแชนเนลเซ็นเตอร์ (Center channel)
D : ลำโพงทรงสูง (tall-boy) ที่ติดตั้งไดเวอร์สำหรับลำโพงแชนเนลเซอร์ราวนด์ซ้าย (Left Surround)
E : ลำโพงทรงสูง (tall-boy) ที่ติดตั้งไดเวอร์สำหรับลำโพงแชนเนลเซอร์ราวนด์ขวา (Right Surround)
F : ลำโพงแอ๊คทีฟซับวูฟเฟอร์


ภายในกล่อง HT-S700RF จะมีอุปกรณ์ชิ้นหลักมาให้ทั้งหมด 5 ชิ้น ได้แก่ แท่ง Bar Speaker ที่รวมลำโพงสำหรับแชนเนลขวา (R), แชนเนลซ้าย (L), และลำโพงเซ็นเตอร์อยู่ในตัวเดียวกันจำนวนหนึ่งแท่ง ลำโพงซับวูฟเฟอร์หนึ่งตัว และลำโพงเซอร์ราวนด์อีกสองตัว ที่เหลือนอกนั้นก็มีอุปกรณ์เสริมที่เป็นส่วนประกอบย่อยๆ อีก 2 – 3 อย่าง นั่นคือ ถ่านไฟฉายสำหรับรีโมทไร้สายกับสาย HDMI และสมุดคู่มือประกอบการติดตั้งและปรับตั้งอีกสองฉบับ

ตัวแท่งลำโพง Bar Speaker ชื่อรุ่นว่า SS-S700RF มีความยาว 90 .. ซึ่งในนั้นรวมลำโพง 3 แชนเนลไว้ด้วยกัน นั่นคือ ซ้ายขวา, และเซ็นเตอร์ แต่ละแชนเนลยาว 30 .. และที่ด้านหลังของตัวลำโพงจะมีสายลำโพงกับสายรีโมทติดยึดตายตัวมากับตัวลำโพง ไว้เชื่อมต่อกับลำโพงซับวูฟเฟอร์

ตัวถังของ Bar Speaker ถูกห่อหุ้มด้วยตะแกรงโลหะสีดำที่มีรูพรุนโดยรอบ ถ้ามองลอดเข้าไปในรูตะแกรงคุณจะมองเห็นไดเวอร์ของลำโพงแต่ละแชนเนลติดยึดอยู่ในนั้น ซึ่งลำโพงแชนเนลขวา (R) และแชนเนลซ้าย (L) มีลักษณะเหมือนกันทุกอย่าง คือเป็นลำโพงตู้เปิด มีท่อระบายเสียงทุ้มออกมานอกตัวตู้ ส่วนไดเวอร์เป็นแบบ 2 ทาง คือใช้ไดเวอร์ 2 ตัวทำงานร่วมกัน ตัวที่ใช้ขับทุ้มเป็นวูฟเฟอร์กรวยไดนามิกที่ใช้ไดอะแฟรมทรงกลมรีขนาด 48 mm x 90 mm ทำงานร่วมกับทวีตเตอร์ทรงโดมขนาด 25 mm ที่ใช้ขับเสียงแหลมอีกหนึ่งตัว

ส่วนแชนเนลเซ็นเตอร์ (C) ที่อยู่ตรงกลางของแท่ง Bar Speaker ใช้ไดเวอร์กรวยไดนามิกที่ใช้ไดอะแฟรมทรงกลมรีขนาด 48 mm x 90 mm แค่ตัวเดียว ขับเสียงตลอดทั้งย่าน (full range)

สายลำโพงที่เชื่อมต่อออกมาจากลำโพง Bar Speaker จะมีอยู่ 3 เส้น แยกใช้สำหรับลำโพงแต่ละแชนเนล ซึ่งให้สังเกตที่ขั้วต่อที่ติดมาที่ปลายสายลำโพง มีอยู่ 3 สี สีแดงสำหรับลำโพงแชนเนลขวา (R), สีเขียวสำหรับแชนเนลเซนเตอร์ (C) และสีขาวสำหรับแชนเนลซ้าย (L) ต่อเชื่อมต่อต้องระวังอย่าเสียบผิดสีนะครับ จะส่งผลต่อเสียงมาก

นอกจากสายลำโพงทั้ง 3 เส้นแล้ว ยังมีสายอีกเส้นที่ติดขั้วต่อสีเหลืองๆ ซึ่งเป็นสายสัญญาณสำหรับรับส่งสัญญาณรีโมทระหว่างตัวซับวูฟเฟอร์กับลำโพง Bar Speaker นั่นเอง

ลำโพงเซอร์ราวนด์ด้านหลังทั้งสองข้างที่ Sony เรียกว่า Tall-boy มีลักษณะตัวตู้ผอมชะลูด สูงถึง 120 .. กว้างและลึกเท่ากันคือ 7.8 .. น้ำหนัก 3.6 กิโลกรัมต่อข้าง ตัวตู้ทำงานในโหมด bass reflex มีท่อเปิดระบายเบส ส่วนเสียงทุ้มสร้างขึ้นจากวูฟเฟอร์รูปทรงกลมรี ขนาด 48 x 90 .. หนึ่งตัวต่อข้าง ทำงานร่วมกับเสียงแหลมที่สร้างจากทวีตเตอร์ทรงโดมขนาด 25 ..

สำหรับลำโพง Soundbar รุ่น HT-S700RF ชุดนี้ ตัวซับวูฟเฟอร์มีความสำคัญมาก เปรียบได้กับหัวใจและมันสมองของซิสเต็มเลยทีเดียว ที่ใช้ในซิสเต็มนี้มีชื่อรุ่นว่า SA-WS700RF ตัวตู้มีขนาดปานกลาง ไม่ถึงใหญ่โตมาก ตู้ทรงสี่เหลี่ยมยกสูง หน้ากว้าง 231 x สูง 402 x ลึก 330 .. สีดำ ด้านหน้ามีตะแกรงโลหะเจาะรูพรุนปิดครอบไว้ ไดเวอร์ที่ใช้เป็นกรวยไดนามิกขนาดไดอะแฟรม 200 .. (ประมาณ 8 นิ้ว) ตัวตู้ทำงานในโหมด bass reflex โดยเจาะช่องระบายเบสขนาดใหญ่ยิงออกทางด้านหน้า และเนื่องจากวงจรอิเล็กทรอนิคที่ใช้ควบคุมการทำงานของระบบ ตั้งแต่ภาคอินพุต, ภาคปรีแอมป์ รวมถึงเพาเวอร์แอมป์ที่ใช้ขับลำโพงทุกแชนเนลถูกฝังอยู่ในลำโพงซับวูฟเฟอร์ทั้งหมด บนตัวซับวูฟเฟอร์จึงมีจอแสดงผลฝังอยู่ที่ส่วนบนด้านหน้าของตัวตู้ รวมถึงช่อง USB ที่ไว้รองรับการเล่นไฟล์เพลงจากแฟรชไดร้ด้วย

ปุ่มกดแบบสัมผัสบนขอบตู้ด้านบนเยื้องมาทางด้านหน้าของตัวตู้ซับวูฟเฟอร์ จากซ้ายมาขวาคือปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง, ปุ่มกดเลือกอินพุต, ปุ่มกดเชื่อมต่อ Bluetooth, ปุ่มกดเพื่อลดความดัง และปุ่มกดเพื่อเพิ่มความดังของเสียง

A : ขั้วต่อสายลำโพงทั้ง 5 แชนเนล ซึ่งใช้สีกำกับไว้ให้สังเกตตอนเสียบสาย ทางซ้าย 3 แชนเนล ได้แก่ แชนเนลหน้าขวา (R = แดง), แชนเนลหน้าซ้าย (L = ขาว) และแชนเนลเซ็นเตอร์ (C = เขียว) เรียงตามลำดับ ทางขวา 2 แชนเนล คือเซอร์ราวนด์หลังข้างขวา (SR = เทา) และเซอร์ราวนด์หลังข้างซ้าย (SL = น้ำเงิน)
B : ช่องเสียบสายรีโมทจากแท่ง Bar Speaker
C : ช่องอินพุต Optical สำหรับสัญญาณดิจิตัล อินพุต
D : ช่องเอ๊าต์พุต HDMI
E : ช่องอินพุต mini 3.5mm สำหรับสัญญาณอะนาลอก อินพุต

สรุปแล้วลำโพงทั้ง 5 แชนเนล ต้องเชื่อมต่อสายเข้ากับลำโพงซับวูฟเฟอร์ทั้งหมด รวมทั้งสายรีโมทจากลำโพง Bar Speaker ด้วย

การเชื่อมต่อสัญญาณกับอุปกรณ์

หน้าที่หลักของ HT-S700RF ก็คือขยายเสียงจากอินพุต ทุกชนิดที่เชื่อมต่ออยู่กับทีวี ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคือใช้สาย HDMI เชื่อมต่อระหว่างช่องเอ๊าต์พุต “HDMI ARC OUTของตัว HT-S700RF เข้ากับช่อง “HDMI ARC INที่ทีวีของคุณ เพื่อหน้าที่ 2 อย่าง อย่างแรกคือนำข้อมูลจาก HT-S700RF ไปแสดงผลที่จอทีวี ดังเช่นข้อมูลขณะปรับตั้งเมนู กับแสดงรายชื่อเพลงที่ต้องการเล่นจากไฟล์เพลงที่เข้ามาทางช่อง USB กับอีกหน้าที่คือดึงสัญญาณเสียงจากทีวีมาที่ตัว HT-S700RF

ถ้าทีวีของคุณเป็นรุ่นที่มีช่อง HDMI แต่ไม่มี HDMI ARC ก็ให้เชื่อมต่อสาย Optical ระหว่างช่อง “Optical Outของทีวีของคุณมาเข้าที่ช่อง “Optical Inของตัว HT-S700RF ด้วยเพื่อดึงเสียงจากทีวีมาที่ HT-S700RF ผ่านทางช่อง Optical ในกรณีนี้ ไม่ว่าคุณจะรับชมคอนเท็นต์จากช่องทางไหนที่เข้ามาทางทีวีโดยตรง อาทิ ดูหนังจากเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์ที่ส่งสัญญาณภาพและเสียงเข้าที่ทีวีทางช่อง HDMI, ดูหนังจากอินเตอร์เน็ตผ่านแอพ Netflix บนทีวี, ดูละครข่าว หรือเกมส์โชว์จากช่องฟรีทีวี คุณก็สามารถส่งสัญญาณเสียงจากคอนเท็นต์เหล่านั้นผ่านทางช่อง “HDMI ARCหรือช่อง “Opticalไปขยายผ่าน HT-S700RF ได้ทั้งหมด

นอกจากนั้น HT-S700RF ยังรองรับการฟังเพลงได้ด้วย โดยอาศัยอินพุต 3 ช่องทาง ช่องทางแรกคือ “Analog Inputซึ่งอาจจะใช้เครื่องเล่นไฟล์เพลง (DAP) ในการเล่นไฟล์เพลงแล้วใช้สายสัญญาณ mini 3.5mm > mini 3.5mm เชื่อมสัญญาณเสียงอะนาลอกจากรูหูฟังของ DAP เข้ามาที่ HT-S700RF ทางช่องอินพุตนี้ หรือจะใช้วิธีส่งผ่านสัญญาณเสียงเข้ามาที่อินพุต “BT” (Bluetooth) ของ HT-S700RF โดยเล่นไฟล์เพลงจากคอมพิวเตอร์, จากเครื่องเล่นไฟล์เพลง หรือจากสมาร์ทโฟน ก็ได้ และช่องทางสุดท้ายคือเอาไฟล์เพลงใส่ในแฟรชไดร้แล้วเสียบเข้าที่ช่องอินพุต “USBที่อยู่ด้านหน้าของลำโพงซับวูฟเฟอร์ก็ได้ เวลาเล่นก็กดเลือกเพลงในแฟรชไดร้โดยอาศัยดูเมนูจากหน้าจอทีวี

การเซ็ตอัพ

การจัดวางลำโพงแต่ละชิ้นในชุดของ HT-S700RF ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมถูกต้องจะส่งผลต่อคุณภาพเสียงอย่างมาก แนะนำให้สังเกตการติดตั้งตามภาพด้านล่างนี้

A : ลำโพง Bar Speaker (หน้าซ้าย – เซ็นเตอร์ – หน้าขวา)
B : ลำโพงซับวูฟเฟอร์
C : ลำโพงเซอร์ราวนด์หลังข้างซ้าย (L)
D : ลำโพงเซอร์ราวนด์หลังข้างขวา (R)


ส่วนขั้นตอนการติดตั้งก็ไม่ยาก ให้เริ่มดำเนินการตามขั้นตอนนี้

ขั้นตอนที่ 1 : จัดหาตำแหน่งนั่งชมที่เหมาะสมกับขนาดของจอทีวีซะก่อน โดยอาศัยสูตรคำนวน “ระยะห่างของจุดนั่งชม = ความสูงของจอ x 2.5″ สมมุติว่าคุณใช้ทีวี 4K UHD ที่มีขนาดจอ 55 นิ้ว จุดนั่งชมที่เหมาะสมก็จะอยู่ในตำแหน่งที่มีระยะห่างจากหน้าจอทีวีออกมาเท่ากับ 179.25 .. (สัดส่วนกว้าง x สูงของทีวี 55 นิ้ว = 123.1 x 71.7 ..) แต่ถ้าเป็นทีวีที่มีจอขนาด 65 นิ้ว จุดนั่งชมที่เหมาะสมก็จะอยู่ที่ตำแหน่งที่มีระยะห่างจากหน้าจอทีวีออกมาเท่ากับ 210.5 .. (สัดส่วนกว้าง x สูงของทีวี 65 นิ้ว = 145.4 x 84.2 ..)

ขั้นตอนที่ 2 : วางตัวลำโพง Bar Speaker ไว้หน้าทีวี โดยจัดให้ตัวลำโพง Bar Speakerอยู่ใน “แนวกึ่งกลางของจอทีวี” และแนวยาวของตัวลำโพงขนานกับแผงหน้าของจอทีวี

ขั้นตอนที่ 3 : ใช้ตลับเมตร วัดจากจุดกึ่งกลางของตัวลำโพง Bar Speaker ลากออกมาทางด้านข้างของตำแหน่งนั่งฟังเท่ากับ 3 เมตร โดยทำมุมกับเส้นแนวกึ่งกลางของทีวีออกมา 60 องศา ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาก็จะได้ตำแแหน่งของการจัดวางลำโพงเซอร์ราวนด์ด้านหลังทั้งสองข้างตามภาพด้านบน*

* ในกรณีที่ทีวีของคุณมีขนาดจอ 65 นิ้วหรือใหญ่กว่า ระยะนั่งชมที่เหมาะสมก็จะถอยห่างจากหน้าจอทีวีออกมามากขึ้น กรณีนี้ คุณสามารถบวกเพิ่มระยะวางลำโพงเซอร์ราวนด์ด้านหลังทั้งสองข้างจากระยะที่แนะนำไว้ 3 เมตรสำหรับจอ 55 นิ้ว ออกไปได้อีกเป็น 3.5 เมตร ซึ่งจะทำให้ได้สนามเสียงที่โอบล้อมกว้างขึ้นไปอีก สามารถครอบคลุมพื้นที่บริเวณตำแหน่งนั่งชมได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

น่ายินดีที่ช่องระบายเบสของตู้ซับวูฟเฟอร์ถูกติดตั้งให้ยิงออกทางด้านหน้า จึงปรับจูนเสียงเบสให้กลืนกับกลางแหลมได้ง่าย และไม่มีปัญหากับการวางชิดผนังด้านหลัง เพียงแค่หาที่จัดวางไว้ด้านข้างทีวี ข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ได้ แต่ไม่ควรวางลำโพงซับวูฟเฟอร์ห่างจากทีวีเกิน 2 เมตร

ทดลองฟังเสียง

ถ้าคุณได้เข้ามาทดลองฟังเสียงของ HT-S700RF ตอนที่ผมทดสอบ คุณจะเข้าใจว่าเพราะอะไรผมจึงต้องเอาขั้นตอนการเซ็ตอัพทั้ง 3 ขั้นตอนข้างต้นมาเขียนแนะนำไว้ด้วย เพราะลำโพงเซอร์ราวนด์หลังทั้งสองแชนเนลที่เพิ่มเข้ามานั้นมันต้องการ ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างลำโพงเซอร์ราวนด์หลังทั้งสองข้างกับลำโพงคู่หน้าซ้าย/ขวาและลำโพงเซ็นเตอร์บน Bar Speaker เพื่อให้เกิดความกลมกลืนเกี่ยวเนื่องกันของเสียงที่เกิดขึ้นระหว่างลำโพงทั้ง 5 แชนเนล ถ้าคุณวางลำโพงเซอร์ราวนด์คู่หลังไว้ห่างจากลำโพง Bar Speaker มากเกินไป เสียงที่เกิดขึ้นจากลำโพง 3 แชนเนลหน้ากับเสียงที่เกิดขึ้นจากลำโพง 2 แชนเนลหลังไม่กลืนกัน ทำให้ไม่เกิดเป็น สนามเสียง” (Soundstage) ที่แผ่คลุมพื้นที่นั่งชมอย่างทั่วถึง ฉนั้น ลักษณะการเซ็ตอัพวางตำแหน่งของลำโพงคู่หลังจึงมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ

เมื่อเซ็ตอัพเสร็จ ลงตำแหน่งแน่นอนแล้ว เมื่อรับชมภาพยนตร์และคอนเสิร์ตที่เข้ารหัสระบบเสียง Dolby หรือ DTS 5.1 ch จะรู้สึกได้ชัดเจนเลยว่า สนามเสียงที่เกิดขึ้นจะแผ่ขยายเปิดกว้างออกไป เกินระยะการจัดวางของตัวลำโพงทั้งหมดออกไปอีก เสียงที่ได้ยินจะไม่ได้ออกมาจากลำโพงตัวใดตัวหนึ่ง โดยเฉพาะ ในขณะรับชมภาพยนตร์ ผมปิดไฟในห้องลงทั้งหมด ให้เหลือแต่ไฟที่ยิงขึ้นฝ้าเพียงแค่สลัวๆ เท่านั้น มันยิ่งสร้างบรรยากาศในการรับชมภาพยนตร์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก มีความรู้สึกชัดว่า เสียงที่เกิดขึ้รอบตัวมันสัมพันธ์กับภาพบนจอที่กำลังชมอยู่

บนรีโมทที่แถมมากับตัว HT-S700RF มีปุ่มกดเลือกฟังท์ชั่น “Sound Modeมาให้ซึ่งมีรูปแบบของ Sound Effect ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับคอนเท็นต์แบบต่างๆ อยู่ 4 โหมดคือ Cinema, Music, Standard และ Auto Sound ซึ่งผมลองกดเลือกใช้ดูแล้ว ถ้ารับชมภาพยนตร์จากทีวีที่ให้เสียงออกมาเป็นระบบสเตริโอ 2 แชนเนล เมื่อกดใช้โหมด Cinema จะได้ความรู้สึกของความเป็นเซอร์ราวนด์ชัดเจนมากขึ้น เสียงทุ้มมีน้ำหนักมากขึ้น เหมาะกับดูหนังมากเป็นพิเศษ ในขณะที่โหมด Music ก็ช่วยเพิ่มความรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้นเมื่อรับชมคอนเท็นต์ที่เป็นรายการร้องเพลงบนทีวีแล้วกดใช้โหมด Music นี้ แต่ถ้าเป็นการรับชมภาพยนตร์หรือคอนเสิร์ตที่เป็นระบบเสียง 5.1 แชนเนลจากแผ่นบลูเรย์ ผมชอบเลือกโหมด Standard หรือบางทีก็ตั้งไว้ที่โหมด Auto ไปเลย

ปุ่มเพิ่ม/ลดความดังของเสียงทุ้มที่มาจากลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่ให้มาบนรีโมทไร้สายมีประโยชน์มาก มันช่วยให้ผมสามารถปรับจูนปริมาณของเสียงทุ้มให้กลมกลืนกับกลางแหลมได้ละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะกับการดูหนังหรือคอนเสิร์ตตอนกลางคืน ก็มีปุ่มเลือกโหมด “Nightที่ช่วยลดไดนามิกเร้นจ์ของเสียงมาให้ด้วย

อีกคุณสมบัติที่น่าชื่นชมสำหรับ HT-S700RF ตัวนี้ นั่นคือใช้ในการฟังเพลง ซึ่งสะดวกมากสำหรับคนที่คุ้นเคยกับการใช้ Bluetooth เพราะลำโพงซาวนด์บาร์ตัวนี้สามารถเก็บบันทึกข้อมูลการ จับคู่กับอุปกรณ์ของคุณได้มากถึง 8 อุปกรณ์ ทุกคนในบ้านสามารถเอ็นจอยกับการฟังเพลงผ่าน HT-S700RF ตัวนี้ได้ และขอบอกว่า เสียงดีพอสมควร เพราะใช้ Bluetooth v. 4.2 และมีดีโค๊ดเดอร์ที่รองรับระบบเสียง AAC จากอุปกรณ์ iOS ด้วย แต่สำหรับผม ผมต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากกว่าความสะดวก ผมใช้วิธีเอาไฟล์เพลงใส่ในแฟรชไดร้ USB แล้วเสียบเข้าที่ช่องอินพุต USB ของ HT-S700RF แล้วใช้แอพ Sony Music Center ควบคุมการเล่นเพลง เสียงดีกว่า Bluetooth มาก เพราะรองรับไฟล์ WAV ด้วย

สรุป

โดยส่วนตัวผมรู้สึกแฮ้ปปี้มากกับการทดสอบซาวนด์บาร์ตัวนี้ เพราะผมชอบดูหนังและฟังเพลงอยู่แล้ว ดังนั้น คุณภาพของระบบเสียงเซอร์ราวนด์จึงมีความสำคัญกับผมมาก ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่า ลำโพงซาวนด์บาร์แบบที่ไม่มีลำโพงเซอร์ราวนด์ด้านหลังถูกออกแบบมาเพื่อเน้นความสะดวก เรียบง่ายในการติดตั้ง และราคาไม่สูง ในขณะที่ลำโพงซาวนด์บาร์แบบที่มีลำโพงเซอร์ราวนด์ด้านหลังอย่างรุ่น HT-S700RF ตัวนี้จะทำให้คุณต้องมีภาระในการเซ็ตอัพที่ยุ่งยากมากขึ้น เกะกะพื้นที่ในบ้านมากขึ้น แต่เมื่อคุณได้ทำการจัดวางทุกอย่างลงตัวแล้ว สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือ คุณภาพเสียงโดยเฉพาะความรู้สึกโอบล้อมของความเป็นเซอร์ราวนด์ที่ดีขึ้น ซึ่งมันช่วยเพิ่มความรู้สึกในการรับชมภาพยนตร์และคอนเสิร์ตที่มีอรรถรสเพิ่มขึ้นอย่างมาก.!! /

*************************
ราคา : 16,990 บาท / เครื่อง

*************************
นำเข้า/จัดจำหน่ายโดย :
บริษัท โซนี่ไทย จำกัด

2126 อาคารกรมดิษฐ์ ชั้น 4
. เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ
เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

โทร. 66 (0) 2-715-6100

ต้องการซื้อ หรือรายละเอียดเพิ่มเติม
————————————–
https://goo.gl/m87CcJ

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า