รีวิวเครื่องเสียง SOUL รุ่น S-STORM MAX ลำโพงไร้สายแบบพกพา

ในยุคที่คนฟังเข้าถึงเพลงได้ง่ายอย่างในปัจจุบันนี้ ต้องไม่ลืมยกเครดิตให้กับเหล่าวิศวกรที่ร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์เครื่องเสียงด้วย เพราะการนำเอาเทคโนโลยีในการสตรีมไฟล์เพลงผ่านระบบไร้สายอย่างบลูทูธและ Wi-Fi มาผนวกเข้ากับอุปกรณ์เครื่องเสียงมีผลทำให้คนฟังเพลงสามารถ เข้าถึงเพลงได้ง่ายขึ้น สะดวกมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น การนำเอาเทคโนโลยีดิจิตัลเข้ามาทดแทนอะนาลอกแบบเดิม โดยเฉพาะในส่วนของตัวเพลง นับว่ามีส่วนอย่างมากที่ทำให้อุปกรณ์เครื่องเสียงมีรูปลักษณ์ที่กระทัดรัดมากขึ้น สามารถพัฒนาให้มีขนาดที่เล็กลงแต่ยังคงประสิทธิภาพสูง เนื่องจากการ playback สัญญาณเพลงที่อยู่ในรูปของสัญญาณดิจิตัลไม่ต้องใช้การเพลย์แบ็คด้วยระบบแมคคานิก แต่ใช้ซอฟท์แวร์ทำงานร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิคขนาดเล็กก็สามารถสร้างเสียงที่มีคุณภาพออกมาได้แล้ว

SOUL S-STORM MAX
ลำโพงไร้สาย ตัวเล็กแต่ประสิทธิภาพสูง

S-STORM MAX เป็นลำโพงไร้สายที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบพกพา สามารถนำไปใช้ได้ทั้งนอกบ้านและในบ้าน รูปทรงภายนอกถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นทรงกระบอกสีดำ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 83 .. (8.3 ..) ยาว 205 .. (20.5 ..) น้ำหนักเพียงแค่ 720 กรัม เท่านั้น

A = สวิทช์เปิด/ปิด, เชื่อมต่อ Bluetooth
B = เพิ่มความดัง, เลื่อนเพลงไปแทรคต่อไป
C = ไมโครโฟน
D = เชื่อมต่อกับ S-STORM MAX อีกตัวสำหรับ Stereo mode, รับสายโทรฯ เข้า
E = ไฟ LED
F = ลดความดัง, เลื่อนเพลงถอยไปแทรคที่ผ่านมา
G = ปรับโหมดไฟ
H = ขั้วต่อ USB (อินพุต)
I = ช่องเสียบการ์ด MicroSD (อินพุต)
J = ช่องเสียบแจ๊ค 3.5mm (อินพุต)
K = ช่องเสียบ USB-C สำหรับชาร์จไฟ

S-STORM MAX ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานแค่ตัวมันตัวเดียวก็ได้ซึ่งจะให้เสียงออกมาเป็นระบบเสียงสเตริโอด้วยกำลังขับของแอมป์ขนาด 20 วัตต์ กับไดเวอร์ขนาดแบบไดนามิกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 52 .. (5.2 ..) ที่ทำงานร่วมกับลำโพงพาสซีฟ เรดิเอเตอร์ 2 ตัวที่ติดตั้งอยู่ที่ส่วนปลายทั้งสองข้างของตัวเครื่อง ทำให้ได้เสียงทุ้มที่มีพลังและใหญ่เกินตัว นอกจากนั้น ยังมีฟังท์ชั่น TWS (True Wireless Stereo) ติดตั้งมาในตัวด้วย ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ S-STORM MAX อีกตัวเพื่อทำงานร่วมกันในการสร้างเสียงระบบ stereo ที่แยกซ้ายขวา ทำให้ได้สนามเสียงที่กว้างขวางมากขึ้นไปอีก

รองรับ Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 ซึ่งให้ความเสถียรในการเชื่อมต่อสูงมากภายในระยะ 10 เมตร (33 ฟุต) ซึ่งนอกจากรองรับการเล่นไฟล์เพลงผ่านทางคลื่นไร้สาย Bluetooth แล้ว S-STORM MAX ตัวนี้ยังมีช่องอินพุตมาให้เลือกใช้อีกถึง 3 ช่องทาง ได้แก่ USB-A สำหรับเล่นไฟล์เพลงจากแฟรชไดร้, ช่องเสียบการ์ด MicroSD เพื่อเล่นไฟล์เพลงที่บันทึกอยู่ในการ์ด และอินพุต AUX ที่เป็นรูเสียบแจ๊ค 3.5 mm สำหรับรองรับสัญญาณอะนาลอก เอ๊าต์พุตจากเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพา (Portable Audio Player)

ระบบไฟสำรองอึดมาก เมื่อชาร์จไฟจนเต็มหนึ่งครั้ง จะสามารถใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมง มีระบบกันน้ำที่ได้มาตรฐาน IP66 ไม่มีปัญหากับฝนหรือแม้แต่น้ำหกใส่ หรือทำตกลงไปในสระก็ยังไหว แค่เพียงไม่ให้น้ำไหลเข้าที่อินพุตเท่านั้น (มีฝาพลาสติกปิดไว้) มีไฟ LED ที่สามารถปรับโหมดเปลี่ยนสีได้ เหมาะสำหรับใช้ในงานสังสรรปาร์ตี้ช่วยเพิ่มสีสันได้ดีเลย

การใช้งาน

ใช้งานง่ายมากๆ เพียงแค่กดปุ่ม Power บนตัว S-STORM MAX ค้างไว้แล้วรอฟังเสียง หลังจากเครื่องถูกเปิดพร้อมทำงานจะมีเสียงแจ้งว่า “Power Onสำหรับการใช้งานครั้งแรก ให้กดปุ่ม Power ค้างไว้ต่อไปอีกนิด เพื่อเปิดเข้าโหมด Bluetooth ModeBluetooth Pairing ซึ่งทั้งขั้นตอนจะมีเสียงผู้หญิงคอยแจ้งสถานะให้ได้ยินอยู่ตลอด

ผมทดลองใช้ iPad mini2 เชื่อมต่อกับ S-STORM MAX ทาง Bluetooth ซึ่งบอกเลยว่า มันเชื่อมต่อง่ายมากๆ ..!! หลังจากเชื่อมต่อครั้งแรกไปแล้ว ทุกครั้งที่ผมกดปุ่มเปิด S-STORM MAX ขึ้นมาและกดปุ่มค้างไว้อีกอึดใจนึง ตัว S-STORM MAX มันจะเชื่อมต่อ Bluetooth กับ iPad Mini2 ของผมทันที

จากนั้นผมก็วาง iPad Mini2 ของผมไว้บนโต๊ะกินข้าวซึ่งอยู่บริเวณกลางบ้าน แล้วทดลองเอาตัว S-STORM MAX ไปวางไว้ตามพื้นที่ต่างๆ ในห้องรับแขกและในครัว ซึ่งอยู่ในรัศมี 5-7 เมตร จากตัว iPad Mini2 เมื่อผมทดลองสตรีมไฟล์เพลงจาก TIDAL ด้วยแอพของ TIDAL บนตัว iPad Mini2 แล้วส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth มาที่ S-STORM MAX พบว่า S-STORM MAX รับสัญญาณได้นิ่งมาก ผมทดลองเปิดเพลงทิ้งไว้เป็นชั่วโมง ก็ไม่พบว่ามีอาการสะดุดแต่อย่างใด การเล่นเพลงลื่นไหลตลอด

ลองเอาไปใช้งานนอกบ้านก็ไม่มีปัญหาเลย S-STORM MAX ตัวนี้ช่วยทำให้มุมกาแฟของผมมีความชื่นมื่นขึ้นเยอะด้วยเสียงเพลง..

ความเจ๋งที่คูลมากๆ ของ S-STORM MAX อยู่ที่ความสามารถในการรองรับการเล่นไฟล์เพลงได้หลากหลายรูปแบบนี่เอง นั่นทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการใช้งาน ที่ผมชอบมากคือมันสามารถเล่นไฟล์เพลงจากแฟรชไดร้และการ์ด microSD ได้ เพียงแค่ใส่ไฟล์เพลงเข้าไปในแฟรชไดร้แล้วเอามาเสียบที่ช่อง USB หรือใส่เพลงในการ์ด microSD แล้วเอามาเสียบที่ช่องเสียบการ์ด microSD มันก็เริ่มเล่นเพลงเองโดยอัตโนมัติ.. เวลาต้องการเปลี่ยนเพลงก็ทำได้แค่กดปุ่ม + ค้างไว้ถ้าต้องการข้ามไปเล่นเพลงข้างหน้า หรือกดปุ่ม ค้างไว้ถ้าต้องการย้อนกลับไปเล่นเพลงที่เพิ่งผ่านมา

จากการทดลองใส่ไฟล์เพลงหลากหลายรูปแบบเข้าไปในแฟรชไดร้แล้วลองเล่นกับ S-STORM MAX (ภาพบน ศรชี้) ปรากฏว่า มันรองรับการเล่นไฟล์ที่มี sampling rate อยู่ที่ระดับ 44.1kHz เท่านั้น สามารถเล่นไฟล์ WAV ได้ ดังนั้น วิธีที่ทำให้ได้เสียงที่ดีที่สุดจากการเล่นไฟล์ผ่านทางอินพุต USB และการ์ด microSD กับ S-STORM MAX ก็คือใส่ไฟล์ WAV 16/44.1 ไว้ในแฟรชไดร้หรือการ์ด microSD แบบแยกเป็นเพลงๆ เรียงกันไป ซึ่งตัว S-STORM MAX จะเล่นเพลงในแฟรชไดร้/การ์ด microSD วนไปจนหมดแล้วย้อนกลับมาเล่นซ้ำ ถ้าต้องการเปลี่ยนไปใช้อินพุตอื่น อย่างเช่นสตรีม Bluetooth จากอุปกรณ์พกพา คุณต้องดึงแฟรชไดร้หรือการ์ด microSD ออกก่อน แล้วกดปุ่ม power ของ S-STORM MAX ค้างไว้เป็นการเข้าโหมด bluetooth pairing เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาของคุณเข้ากับ S-STORM MAX และเริ่มเล่นเพลงได้เลย

อีกรูปแบบของอินพุตที่ลองแล้วชอบก็คืออินพุต AUX ซึ่งรองรับสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปของสัญญาณ analog ที่ออกมาจากเครื่องเล่นพกพา หรือจะเล่นผ่านคอมฯ ก็ได้โดยดึงสัญญาณจากช่องหูฟังของคอมฯ มาเข้าที่อินพุต AUX ของ S-STORM MAX ผ่านสาย mini 3.5mm แบบสเตริโอ ซึ่งจากการที่ผมทดสอบโดยใช้เครื่องเล่นไฟล์เพลงพกพาของ Astell&Kern รุ่น A&futura SE180 (REVIEW) เป็นตัวเล่นไฟล์เพลงแล้วเชื่อมต่อสัญญาณเอ๊าต์พุตจาก A&futura SE180 ทางช่อง mini 3.5mm มาเข้าที่อินพุต AUX ของ S-STORM MAX ปรากฏได้เสียงออกมาดีมาก สามารถปรับความดังได้ทั้งที่เพลเยอร์ A&futura SE180 ผสมกับวอลลุ่มที่ S-STORM MAX สำหรับใครที่มีตัว DAP (digital audio player) อยู่แล้วสามารถนำมาใช้งานร่วมกับ S-STORM MAX ได้เลย ประโยชน์ที่ได้จากการเชื่อมต่อกับตัวเล่นไฟล์เพลงพกพาทางช่อง AUX โดยให้ตัว DAP ทำหน้าที่เล่นไฟล์เพลงก็เพราะว่าตัว DAP จะสามารถเล่นไฟล์ที่มีความละเอียดได้สูงกว่าเพลเยอร์ในตัว S-STORM MAX เอง ซึ่งจะทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าการส่งสัญญาณดิจิตัลจาก DAP ผ่าน Bluetooth มาเล่นบน S-STORM MAX นั่นเอง

คุณภาพเสียง

อย่างแรกที่ต้องของชมก็คือ S-STORM MAX ให้เสียงออกมาใหญ่เกินตัวมาก.!! กำลังขับ 20 วัตต์ ในตัวทำให้สามารถเปิดได้ดังโดยที่ยังคงรักษาโทนัลบาลานซ์ของเสียงเอาไว้ได้ เสียงกลางและแหลมลอยชัด ในขณะที่เสียงทุ้มมีปริมาณที่มากพอและสมดุลกับเสียงกลาง/แหลม

เสียงกลาง/แหลมของ S-STORM MAX มีลักษณะที่เปิด กระจ่าง เสียงจากอินพุตดิจิตัล (Bluetooth, USB, microSD) มีลักษณะที่เคลียร์ชัด ไดนามิกเปิดกว้าง ในขณะที่เสียงจากอินพุตอะนาลอก (AUX) จะออกไปทางนุ่มนวล สะอาด และรอมชอม สามารถเลือกฟังได้ตามสไตล์ความชอบของคุณเอง

*เทคนิคการปรับจูนเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ได้เสียงที่ดีขึ้น

มีเทคนิคการใช้งานอยู่ 2 อย่างที่ทำให้ S-STORM MAX ให้เสียงออกมาดีที่สุดมาแนะนำ

อย่างแรก แม้ว่า S-STORM MAX จะถูกออกแบบมาให้สามารถวางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่ถ้าเน้นคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด แนะนำให้วางใน แนวนอนเพื่อให้ไดเวอร์พาสซีฟ เรดิเอเตอร์สามารถทำงานได้อย่างอิสระทั้งสองตัว ผลคือจะทำให้ได้เสียงย่านกลางต่ำที่ลาดลงไปถึงย่านทุ้มมีความราบเรียบเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าวางในแนวตั้งจะทำให้ไดเวอร์ เรดิเอเตอร์ตัวที่อยู่ติดกับพื้นทำงานได้ไม่เต็มที่ มันจะอัดความถี่ต่ำกลับเข้าไปในตัวบอดี้ เป็นการ boost ย่านต่ำขึ้นมา ทำให้เสียงในย่านทุ้มต้นๆ มีลักษณะที่ขุ่น หนา และโด่งขึ้นมามากกว่าการตั้งในแนวนอน ถ้าฟังผิวเผิน แรกๆ อาจจะรู้สึกเหมือนกับว่าเบสมันหนาและหนักแน่นดี แต่เมื่อฟังต่อเนื่องไปนานๆ จะรู้สึกอึดอัดกับเสียงเบสต้นๆ ที่โด่งขึ้นมามากเกินไปตลอดเวลา นอกจากนั้น เนื่องจากตัวไดเวอร์หลักที่อยู่ภายในตัว S-STORM MAX ถูกติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ยิงเสียงออกมาในแนวที่ตรงกับตำแหน่งที่ติดตั้งโลโก้ตัว S (รูปบน ศรชี้) ดังนั้น เวลาฟัง ถ้าต้องการเน้นคุณภาพเสียงแนะนำให้หันด้านที่ติดตั้งโลโก้ S ไปที่ตำแหน่งนั่งฟัง จะได้เสียงกลางแหลมที่คมชัดมากขึ้น รับรู้รายละเอียดได้ดีกว่า

อย่างที่สอง เนื่องจากตอนทำงาน ตัวบอดี้ของ S-STORM MAX จะมีลักษณะที่สั่นกระพรือโดยเฉพาะตอนเปิดเพลงที่มีเสียงทุ้มเยอะๆ และตอนเปิดดังๆ เมื่อตัว S-STORM MAX วางอยู่ติดกับพื้นโต๊ะทำให้การสั่นของตัวบอดี้เกิดการสะเทือนอยู่บนโต๊ะ แนะนำให้หาวัตถุที่มีลักษณะเป็นร่องโค้งมาวางรองรับตัวลำโพงให้สูงขึ้นจากพื้นโต๊ะเพื่อลดการสั่นสะเทือนระหว่างตัวบอดี้ของ S-STORM MAX กับพื้นโต๊ะซึ่งจะทำให้ได้เสียงที่สะอาดและชัดใสมากขึ้น การแยกแยะรายละเอียดเสียงก็จะดีขึ้นด้วย

ในภาพด้านบนผมใช้ก้อนไม้ที่ทำมาสำหรับใช้รองตะเกียบจำนวน 2 ชิ้น (ซื้อมาจากอาคาร JJ Mall ที่สวนจตุจักร อันละ 10 บาท) มาวางรองตัว S-STORM MAX ซึ่งวางได้พอดีเนื่องจากสรีระของตัว S-STORM MAX มันมีลักษณะที่โค้งมนอยู่แล้ว ซึ่งช่วยให้ได้เสียงที่ชัดเจนและเคลียร์ขึ้นมากเมื่อเทียบกับวางตัว S-STORM MAX ลงไปบนโต๊ะตรงๆ นอกจากนั้น เมื่อมีก้อนไม้มารองแบบนี้ ยังช่วยป้องกันไม่ให้ตัว S-STORM MAX เคลื่อนไหลตกจากโต๊ะอีกด้วย

สรุป

ถ้าได้ลองเล่นลองฟังแล้วจะรู้ว่า ลำโพงไร้สายรุ่น S-STORM MAX ของ SOUL ตัวนี้มีข้อดีหลายอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือความเป็นลำโพงไร้สายที่สามารถหิ้วไปวางตรงไหนก็ได้ ตัวมันสามารถชาร์จไฟและใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมง ต่อการชาร์จไฟจนเต็มหนึ่งครั้ง จึงสามารถใช้งานทั้งในบ้านและเอาไปใช้นอกบ้านได้อย่างสบาย จะหิ้วไปเปิดฟังในสวน หรือหิ้วไปนั่งฟังริมหาด ริมสระน้ำ ได้หมดและไม่ต้องกังวลกับสภาพดินฟ้าอากาศด้วยเพราะ S-STORM MAX ตัวนี้มีคุณสมบัติกันน้ำระดับ IP66 คือโดนน้ำได้ไม่มีปัญหา ทนแดดด้วย เอาไปใช้งานกลางแจ้งก็ได้ ด้วยสนนราคาแค่ตัวละสามพันนิดๆ ต้องถือว่าคุ้มค่า น่าสนใจมาก.!! /

*********************
ราคา : 3,190 บาท / ตัว
*********************
ซื้อ SOUL ได้ที่ ร้านอัศวโสภณ 3 สาขา

ร้านอัศวโสภณ สาขาสยามพารากอน ชั้น 2 โทร. 02-129-4301-4
ร้านอัศวโสภณ สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น 2 โทร. 02-087-7902-4
ร้านอัศวโสภณ สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น 3 โทร. 02-062-7740-2

หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่

เว็บไซต์ asavasopon | https://bit.ly/3vPLe5J
– facebook: Asavasopon | https://bit.ly/3eIE6NP 
– Line Office: Asavasopon
Asavasopon Official Store บนเว็บไซต์ Shopee | https://bit.ly/3IDKAvF
Asavasopon Official Store บนเว็บไซต์ Lazada

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า