รีวิวเครื่องเสียง Special! – ชุดฟังเล่น ๒ งบไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท!

ชุดเครื่องเสียงในห้องรับแขก มีให้เลือกหลายระดับอยู่เหมือนกัน เริ่มตั้งแต่ลำโพงไร้สายตัวเดียวจบอย่างพวก “Wireless Speakerหรือบางคนก็เรียกว่า บลูทูธ สปีคเกอร์ซึ่งรองรับการสตรีมเพลงจากสมาร์ทโฟนผ่านทาง Bluetooth ก็มีให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ตัวเล็กพอๆ กับฝ่ามือราคาหลักร้อยไปจนถึงตัวใหญ่ราคาหลายๆ หมื่น แต่พอพูดถึงงบประมาณเกินหมื่นบาทขึ้นมาแล้ว ก็เริ่มมีคนนึกถึงชุดเครื่องเสียงที่ต่างออกไปจากพวกลำโพงไร้สายชิ้นเดียวจบ โดยเฉพาะคนที่อยากได้ คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นไปอีกระดับ

ขอแนะนำชุดเครื่องเสียงสำหรับคนที่เน้นคุณภาพเสียง ในงบประมาณ ไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท

ผมมีชุดเครื่องเสียงฟังเล่นในห้องรับแขกที่แนะนำไปแล้วชุดหนึ่งสำหรับ งบไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท วันนี้ผมได้ชุดเครื่องเสียงฟังเล่นอีกชุดหนึ่งมานำเสนอ ชุดนี้อยู่ในงบประมาณ ไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท เหมาะกับคนที่มีคุณสมบัติและความต้องการต่อไปนี้

ต้องการชุดเครื่องเสียงไว้ฟังเล่นในห้องรับแขก
ต้องการคุณภาพเสียงที่ดี สูงถึงระดับมาตรฐานที่ นักเล่นเครื่องเสียงยอมรับ
รองรับการเล่นเพลงได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งยุคเก่าและยุคใหม่

ที่มาของชุดแนะนำชุดนี้คือมีเพื่อนในเพจส่งรูปโปรโมชั่นนี้มาให้ดู แล้วถามว่า ชุดนี้เวิร์คมั้ยครับ.?ผมตอบทันทีไม่ได้ จะให้ชัวร์เลยติดต่อขอยืมทั้งชุดนี้มาทดสอบ (ขอขอบคุณบริษัท MI Engineering ผู้นำเข้า Marantz กับ Q Acoustics ด้วยที่กรุณาจัดส่งอุปกรณ์ทั้งสองตัวนี้มาให้ทดสอบ)

ก่อนไปพูดถึงเสียง มาดูรายละเอียดของชุดนี้กัน..

source + amp
ต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว

สำหรับงบประมาณ ไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท ก็ยังคงต้องยึดหลักการเดิมไว้เหมือนชุดที่ใช้งบไม่เกินสองหมื่นบาท นั่นคือ ต้องเอาส่วนการทำงานของแหล่งต้นทางสัญญาณ หรือ “sourceเข้าไปรวมอยู่กับส่วนการทำงานของภาคขยาย หรือ “ampซึ่งอุปกรณ์เครื่องเสียงประเภทที่มีคุณสมบัติตามที่ว่ามานี้ ในตลาดเครื่องเสียงเขาเรียกกันว่า แอมปลิฟายแบบ ออลอินวัน (all-in-one amplifier)

ถ้าตั้งงบ ทั้งชุดไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท คุณยังไม่สามารถเลือกชุดเครื่องเสียง source (player) + amp + speaker แบบแยกชิ้นได้ เพราะงบจะไม่พอ เนื่องจากพอคุณเลือกใช้อุปกรณ์แบบแยกชิ้นทั้งหมด งบประมาณจะเพิ่มขึ้นอีกเยอะด้วยเหตุผลสองประการหลักๆ ประการแรกคือ อุปกรณ์เครื่องเสียงที่เป็นแบบแยกชิ้น (separate component) อย่างเช่น ปรีแอมป์ + เพาเวอร์แอมป์ จะมีราคาสูงกว่าอุปกรณ์เครื่องเสียงแบบรวมชิ้น (integrated component) อย่างพวกอินติเกรตแอมป์ และเมื่อคุณเลือกใช้อุปกรณ์แบบแยกชิ้นแล้ว ผลกระทบที่ตามมาซึ่งจะทำให้งบประมาณของคุณเพิ่มขึ้นก็คือค่าใช้จ่ายสำหรับสายต่อเชื่อมที่เรียกว่า สายสัญญาณเสียง” (Interconnect Cable) ที่ใช้เชื่อมต่อสัญญาณระหว่างอุปกรณ์แยกชิ้นเหล่านั้น สรุปคือ ถ้าคิดจะเล่นไปถึงระดับแยกชิ้น คุณต้องวางงบไว้หลักแสน คืออาจจะมากถึงสองสามแสนขึ้นไป

Marantz รุ่น M-CR612
คือหัวใจหลักของซิสเต็มนี้

จะเลือกเครื่องเสียงแอมปลิฟายประเภท all-in-one มาใช้ คุณต้องมองคุณสมบัติ 2 อย่าง อย่างแรกคือ อินพุตและเมื่อพูดถึง source + amp ที่เน้นคุมงบประมาณ ก็ต้องมองไปที่ source แบบ digital เป็นหลักไว้ก่อน โดยเฉพาะ source ที่รองรับวิธีการสตรีมไฟล์เพลง เพราะทำให้เราประหยัดค่าเครื่องเล่นลงไปได้

แอมป์ที่มี source ดิจิตัลในตัวและมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ ต้องมีสองอย่างนี้ คือมีภาค DAC อยู่ในตัว และมีอินพุต “Ethernetหรือ “Bluetoothอยู่ในตัว ซึ่ง Marantz รุ่น M-CR612 ตัวนี้ให้มาครบตามนั้น ส่วนคุณสมบัติข้อที่สองที่ต้องพิจารณาก็คือ กำลังขับเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแม็ทชิ่งกับลำโพง ซึ่งหากจะให้มีความยืดหยุ่นในการแม็ทชิ่งกับลำโพงได้กว้างขวางสักหน่อย ตัวเลขกำลังขับไม่ควรจะต่ำกว่า 50W ขึ้นไป (M-CR612 ตัวนี้ให้กำลังขับ 60W ต่อข้าง)

ไปดูรายละเอียดของ M-CR612 กัน

ด้านหน้าเครื่อง

1. ปุ่มปรับเมนู (cursor) หรือปุ่มลูกศรสี่ทิศ
2. ปุ่ม enter
3. ไฟสแตนด์บาย
4. จอแสดงผล
5. ลิ้นชักรับแผ่น
6. ช่องรับสัญญาณรีโมทไร้สาย
7. ปุ่มกดเปิด/ปิดลิ้นชักรับแผ่น
8. ปุ่มควบคุมการเล่นเพลง
9. ปุ่มกดย้อนกลับไปก่อนหน้า
10. ปุ่มกดเลือกอินพุต
11. ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง
12. – 13. ปุ่มกดเพื่อลด/เพิ่มระดับความดัง
14. ช่องเสียบแจ๊คหูฟังขนาด 3.5 ..

ด้านหลังเครื่อง

15. เต้ารับขั้วต่อสายไฟ AC
16. ขั้วต่อสายลำโพง 2 ชุด
17. ที่เสียบสายอากาศวิทยุ FM
18. ช่องอินพุตรับสัญญาณดิจิตัลแบบ Optical
19. ช่องเสียบ USB-A สำหรับอุปกรณ์เก็บไฟล์เพลง
20. ช่องเสียบสาย LAN (Ethernet)
21. ช่องอินพุตรับสัญญาณอะนาลอก
22. ช่องเอ๊าต์พุตสำหรับสัญญาณอะนาลอก
23. ช่องเอ๊าต์พุตสำหรับสัญญาณซับวูฟเฟอร์

บอกตรงๆ ว่า ถ้าไม่มีคนถามเข้ามาและผมไม่ได้เครื่องมาทดสอบด้วยตัวเอง จะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า แอมปลิฟายประเภท ออลอินวันสมัยนี้มีความสามารถรอบตัวจริงๆ อย่างตัว M-CR612 ของ Marantz ตัวนี้ ซึ่งนอกจากจะมีภาคขยายในตัวแล้ว มันยังให้อินพุตสำหรับรองรับการเล่นเพลงได้หลากหลายและครบถ้วนมาก เริ่มตั้งแต่เล่นแผ่นซีดีได้ (5), มีอินพุตอะนาลอกให้ 1 ชุด (21) เพื่อรองรับสัญญาณจากภาคขยายหัวเข็มของเครื่องเล่นแผ่นเสียง หรือเครื่องเล่นอื่นๆ, มีอินพุตดิจิตัลมาให้ 2 ชุด ติดขั้วต่อ Optical (18) สำหรับรองรับสัญญาณเสียงจากทีวีกับเครื่องเล่นอื่นๆ อีกอย่างละช่อง, รองรับการเล่นไฟล์เพลงทางเน็ทเวิร์คได้ ทั้งแบบไร้สายผ่านคลื่น Wi-Fi และแบบใช้สายผ่านทางสาย LAN เข้าทางช่องอินพุต “Network” (20) นอกจากนั้นยังให้ช่องเสียบ USB-A (19) มาสำหรับเสียบฮาร์ดดิสที่เก็บเพลงและสามารถดึงมาเล่นได้อีกด้วย

เล่นเพลงผ่าน Network กับ M-CR612

ชาร์ตด้านบนนี้เป็นลักษณะการเชื่อมต่อและควบคุมใช้งานสำหรับการฟังเพลงผ่านทางช่องอินพุต “NETWORKและช่อง “USB-Aของ M-CR612 ซึ่งในกรณีที่คุณมี USB Harddisk ที่ใช้เก็บไฟล์เพลง ไม่ว่าจะเป็นแบบพกพา (แฟรชไดร้) หรือแบบตั้งโต๊ะ (USB External Harddisk) คุณสามารถนำมาเสียบใช้งานร่วมกับ M-CR612 ได้ที่ช่อง USB-A เมื่อต้องการเล่นไฟล์เพลงที่อยู่ฮาร์ดดิสนั้น คุณมีทางเลือกเล่นได้ 2 ทาง ทางแรกคือ ใช้รีโมทไร้สายในการควบคุมการเลือกและเล่นไฟล์เพลง ซึ่งตัวฮาร์ดดิสที่นำมาใช้กับช่อง USB-A ของ M-CR612 ได้จะต้องฟอร์แม็ตเป็น NTFS หรือ FAT32 เท่านั้น และไฟล์เพลงที่ M-CR612 รองรับการเล่นผ่านอินพุต “USBก็มี WMA, MP3, WAV, MPEG-4 AAC, FLAC, ALAC และ DSD

สตรีมไฟล์เพลงจากฮาร์ดดิสที่เสียบอยู่ที่ช่อง USB-A ด้วยแอพ HEOS บน iPad mini 2 ซึ่งแอพฯ ตัวนี้รองรับการแสดงผลได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง

* ทำความรู้จักกับแอพฯ HEOS

หนทางที่สองที่คุณสามารถใช้เล่นไฟล์เพลงบนฮาร์ดดิส USB ก็คือ เล่นด้วยแอพลิเคชั่น “HEOSที่ติดตั้งบนอุปกรณ์พกพาที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ iOS หรือ Android โดยการควบคุมสั่งงานนั้นจะทำบนตัวอุปกรณ์พกพานั้น ส่วนคำสั่งที่กระทำบนตัวแอพฯ จะถูกส่งผ่านไปที่ตัว M-CR612 ผ่านทางคลื่น Wi-Fi พูดง่ายๆ ก็คือว่า ตัวอุปกรณ์พกพาทำหน้าที่เป็นรีโมทไร้สาย ส่วนแอพฯ HEOS ก็คือที่รวมฟังท์ชั่นในการควบคุมสั่งงานนั่นเอง

สตรีมไฟล์เพลงจาก TIDAL ผ่านแอพฯ HEOS ใช้งานง่ายมาก เสียงดีด้วย

ถ้าคุณเลือกวิธีควบคุมสั่งงาน M-CR612 ด้วยแอพฯ HEOS ผ่านทางระบบเน็ทเวิร์ค นอกจากจะสามารถเลือกเพลงที่อยู่ในฮาร์ด USB ที่เสียบอยู่ด้านหลังของ M-CR612 มาฟังได้แล้ว คุณยังสามารถเลือกฟังเพลงจากผู้ให้บริการบนอินเตอร์เน็ตอย่าง Spotify, TIDAL รวมถึง DeeZer และอีกหลายเจ้าได้อีก (บางเจ้าต้องสมัครสมาชิกเสียค่าบริการ) ยังไม่หมด นอกจากนั้น ยังมีเพลงให้คุณเลือกฟังฟรีอีกจำนวนมหาศาลจากสถานีวิทยุที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต (internet radio) ที่มีอยู่ทั่วโลก!

เล่นเพลงผ่านระบบไร้สาย AirPlay และ Bluetooth

นอกจาก M-CR612 จะรองรับการเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คแบบใช้สาย LAN แล้ว คุณยังสามารถเล่นไฟล์เพลงกับ M-CR612 ผ่านทางระบบไร้สายได้อีกด้วย ซึ่งรองรับการส่งข้อมูลสัญญาณเสียงด้วยคลื่น Bluetooth และคลื่น Wi-Fi ผ่านทางเทคโนโลยี AirPlay ของแอ๊ปเปิ้ล

การฟังเพลงด้วยการสตรีมไร้สายด้วย Bluetooth กับ M-CR612 เป็นอะไรที่ง่ายมากๆ เริ่มด้วยการเลือกไปที่อินพุต “Bluetoothของ M-CR612 ด้วยรีโมทไร้สายขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ทำการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน หรือแท็ปเล็ตของคุณเข้ากับ M-CR612 แต่นี้ก็เสร็จ หลังจากนั้นเมื่อเล่นเพลงบนอุปกรณ์พกพาของคุณสัญญาณเสียงจะถูกส่งไปที่ M-CR612 โดยอัตโนมัติ คุณภาพเสียงที่ได้จะขึ้นอยู่กับแอพฯ ที่ใช้เล่นไฟล์เพลงด้วย ถ้าเน้นคุณภาพเสียงมากหน่อย ผมแนะนำให้ใช้แอพฯ Onkyo HF Player ที่สามารถใส่ไฟล์เพลงเข้าไปในแอพฯ ได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ เสียงดีมาก ..

เล่นแผ่นซีดีกับ M-CR612

นี่คือวิธีเบสิคในการเล่นเพลงกับ M-CR612 แต่ก็ให้ผลลัพธ์ของเสียงที่น่าพอใจ คำสั่งที่ใช้ในการควบคุมสั่งงานอยู่บนรีโมทไร้สายทั้งหมด ง่าย, สะดวก และให้เสียงที่ดี

ลำโพง Q Acoustics 330i
คู่ขาที่ลงตัว!

บริษัท MI Engineering เป็นผู้นำเข้าทั้งแบรนด์ Marantz และลำโพงยี่ห้อ Q Acoustics คู่นี้ด้วย ซึ่งทางบริษัท MI Engineering เป็นผู้เลือกจับคู่ M-CR612 กับ Q Acoustics 3030i ออกมาทำโปรโมชั่นครั้งนี้ ซึ่งค่อนข้างแปลก เพราะโดยปกติแล้ว บริษัทอื่นเขามักจะเลือกสินค้าที่ตกรุ่นหรือเสื่อมความนิยมไปแล้วมาทำโปรโมชั่นขายในราคาลดพิเศษกัน แต่ทั้งแอมป์ Marantz รุ่น M-CR612 และลำโพง Q Acoustics รุ่น 3030i คู่นี้เป็นสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุดทั้งคู่ โดยเฉพาะตัวลำโพง Q Acoustics นั้นเพิ่งออกมาใหม่ๆ เลย เรียกว่าเป็นโปรโมชั่นที่เชิญชวนให้ลองสัมผัสของใหม่กันมากกว่า ไม่ใช่โปรโมชั่นโล๊ะขายของตกรุ่น

Q Acoustics รุ่น 3030i คู่นี้เป็นลำโพงวางขาตั้งรุ่นล่าสุดที่ออกมาเติมเต็มให้กับลำโพงซีรี่ย์ 3000i series ที่ออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2018 ซึ่งตอนแรกนั้น ในซีรี่ย์นี้มีลำโพงวางหิ้งอยู่แค่ 2 รุ่น คือ 3020i กับ 3010i ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า 3030i คู่นี้

เนื่องจาก 3030i ให้ความถี่ตอบสนองได้กว้างตั้งแต่ 46Hz ขึนไปจนถึง 30kHz ทำให้มันสามารถตอบสนองเสียงของโน๊ตดนตรีส่วนใหญ่ที่ใช้ในเพลงทั่วๆ ไปได้เกือบทั้งหมด จึงสามารถใช้ 3030i ในการฟังเพลงในระบบเสียง stereo ได้สบายๆ ความไวอยู่ที่ 88dB ส่วนอิมพีแดนซ์ไม่สวิงมาก คืออิมพีแดนซ์ปกติอยู่ที่ 6 โอห์ม/ต่ำสุด 4 โอห์ม แนะนำกำลังขับอยู่ระหว่าง 25 – 75W แถมในสเปคฯ ยังบอกด้วยว่า ถ้าขับกับแอมป์เซอร์ราวนด์ (AVR) แนะนำกำลังขับอยู่ระหว่าง 50 – 145W ถือว่าขับไม่ยากเลย

3030i เป็นลำโพงสองทาง ใช้ทวีตเตอร์ซอฟท์โดมขนาด 0.9 นิ้ว ทำงานร่วมกับไดเวอร์เบส/มิดเร้นจ์ขนาด 6.5 นิ้ว ตัวตู้ทรงสี่เหลี่ยม แต่มีการลบเหลี่ยมตรงจุดเชื่อมต่อของผนังตู้ทั้ง 4 ด้านให้มีลักษณะโค้งมน ด้านหลังมีท่อระบายอากาศขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ให้ขั้วต่อสายลำโพงมาหนึ่งชุด (ซิงเกิ้ลไวร์)

เสียงของซิสเต็มนี้

พิจารณาจากกำลังขับของ M-CR612 กับช่วงของกำลังขับที่ลำโพง 3030i แนะนำไว้ ก็ต้องบอกว่า แอมป์+ลำโพงคู่นี้ไม่มีปัญหาเรื่องแม็ทชิ่งอย่างแน่นอน เพราะภาคขยายในตัว M-CR612 มีมากถึง 60W ซึ่งอยู่ในระดับเกือบสูงสุดที่ลำโพงแนะนำไว้

ในการทดลองฟังเสียง ผมใช้สายลำโพงราคาเมตรละ 3-4 ร้อยบาทของ Furutech รุ่น FS-301 ความยาวข้างละสองเมตรเป็นตัวเชื่อมต่อสัญญาณระหว่าง M-CR612 กับ 3030i โดยทดลองฟังจากแผ่นซีดี, ฟังจากไฟล์เพลงในฮาร์ดดิสและสตรีมไฟล์เพลงจาก TIDAL ด้วยแอพ HEOS ผ่านเน็ทเวิร์ค และได้ลองฟังไฟล์เพลงบนสมาร์ทโฟน iPhone 7 ด้วยการสตรีมจาก iPhone 7 ไปที่ M-CR612 ผ่านคลื่น Bluetooth ด้วย

อัลบั้ม : Red Hot Audiophile 2010 (DSF64)
ศิลปิน : Various Artists
สังกัด : Master

หลังจากทดลองฟังจาก TIDAL, Bluetooth และฟังจากแผ่นซีดีไปแล้ว ในช่วงฟังสรุปผลผมก็ทดลองฟังด้วยไฟล์ DSD ที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสเป็นการตบท้าย ซึ่งต้องขอบอกว่า M-CR612 + 3030i ชุดนี้ให้เสียงที่น่าทึ่งมาก.!! คือมันให้คุณภาพเสียงโดยรวมออกมาสูงกว่าที่ผมคาดไว้เยอะมากๆ ไม่ว่าจะทางด้านมิติเวทีเสียง, เนื้อเสียง รวมไปถึงไดนามิก ซึ่งให้ออกมาในเกณฑ์ที่สูงเกินคาดทั้งสิ้น นอกจากนั้น เครื่องเสียงชุดนี้ยังให้เสียงที่มี ความสงัดที่ดีเยี่ยมอีกด้วย โดยเฉพาะคุณสมบัติข้อนี้น่าทึ่งสุดๆ เพราะโดยปกติแล้ว อุปกรณ์เครื่องเสียงประเภท all-in-one ที่รวมเอาการทำงานของวงจรหลายๆ วงจรเข้าไปอยู่ด้วยกันมักจะหลีกเลี่ยงปัญหาของการรบกวนไม่ได้ ซึ่งการรบกวนที่เกิดขึ้นภายในตัวเครื่องจะนำมาซึ่ง noise ที่ส่งผลต่อ S/N ratio ทำให้รายละเอียดเสียงที่ระดับความดังต่ำๆ (Low Level Resolution) ถูกทำลายไปกับสัญญาณรบกวน และ noise ที่ว่านี้ยังเข้าไปทำให้ เนื้อเสียงมีลักษณะที่หยาบกร้านอีกด้วย

แต่เสียงที่ผมได้ยินจาก M-CR612 + 3030i ชุดนี้ปราศจากปัญหาของ noise โดยสิ้นเชิง.! น่าทึ่งจริงๆ ไม่รู้ว่าวิศวกรของ Marantz ทำได้อย่างไร.?? (ระบบไฟที่บ้านผมมีการติดตั้งกราวนด์ลงดินไว้ด้วย) นั่นทำให้เสียงที่ออกมามีลักษณะที่เปิดกว้าง แผ่ขยายเวทีเสียงออกไปได้โดยไม่รู้สึกถึงขอบเขต เพราะรายละเอียดของเสียงในส่วนที่เป็น ปลายเสียงที่มีความดังต่ำๆ อย่างพวกฮาร์มอนิก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของ แอมเบี้ยนต์ที่ทำให้เรารับรู้ถึงความเปิดกว้าง เป็นอิสระของเวทีเสียงถูกถ่ายทอดออกมาอย่างครบถ้วน แสดงว่า ตัว M-CR612 จัดการกับสัญญาณรบกวนได้อย่างเด็ดขาดจริงๆ

นอกจากนั้น เมื่อได้ทดลองฟังเสียงร้องในแทรคต่างๆ ทั้งเสียงของนักร้องชายและหญิงซึ่งเป็นตัวแทนของเสียงในย่านมิดเร้นจ์ (กลาง) ผมพบว่า เสียงร้องที่ออกมามีลักษณะเปิดกระจ่าง ใส ลอย เนื้อเสียงสะอาด โดยเฉพาะในแทรคที่บันทึกโดยค่ายเพลงที่พิถีพิถันจะพบว่าเนื้อเสียงมีความเนียนเป็นพิเศษ ไม่มีอาการหยาบเลย

อีกคุณสมบัติที่ผมได้ยินแล้วต้องยอมรับว่าทึ่งมากๆ นั่นคือ ไทมิ่งของเพลงและการบรรเลงของชิ้นดนตรีรวมถึงการขับร้อง ซึ่งดำเนินไปด้วยความราบลื่นและแม่นยำ คอนทราสน์ไดนามิกของเสียงร้องมีความต่อเนื่องที่ดีมากๆ ส่งผลให้ฟังแล้วสามารถสื่อสารเข้าถึงอารมณ์ของคนร้องได้อย่างลึกซึ้ง จังหวะจะโคนของเพลงมีความถูกต้องแม่นยำ ฟังเพลงช้าก็ไม่มีความรู้สึกหน่วงอืด และฟังเพลงเร็วก็ไม่รู้สึกว่าถูกเร่งกระชั้นใดๆ คือช้าเร็วเกิดขึ้นไปตามจังหวะของเพลงนั้นๆ จริงๆ

ต่อกับลำโพงซิงเกิ้ลไวร์ โดยใช้ speaker A หรือ speaker Bวงจรขยายในตัว M-CR612 ทำงานในโหมด Bridge หรือ จะต่อลำโพงสองคู่พร้อมกัน (speaker A + B) เพื่อฟังแบบแยกเป็น 2 Zone ก็ได้

เมื่อลองค้นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เสียงของ M-CR612 ออกมาดีขนาดนั้น ผมพบว่า ภาคขยายของ M-CR612 ถูกออกแบบมาด้วยความพิเศษ คือภายในตัว M-CR612 เขาใช้เพาเวอร์แอมป์จำนวน 4 แชนเนลทำงานร่วมกันด้วยวงจรขยายแบบ Bridge-Parallel Amplification คือถ้าใช้ลำโพงที่ให้ขั้วต่อแบบ single (ชุดเดียว) อย่าง 3030i ไม่ว่าจะเชื่อมต่อลำโพงเข้ากับ M-CR612 ทางขั้วต่อ A หรือ B วงจรขยายในตัว M-CR612 จะจัดรูปแบบการทำงานเป็นแบบบริดจ์ฯ คือ ใช้ภาคขยาย 2 ชุดบริดจ์รวมกันในการขยายสัญญาณแชนเนลหนึ่ง และใช้ภาคขยายอีกสองชุดที่เหลือบริดจ์รวมกันขยายสัญญาณของอีกแชนเนล

ต่อกับลำโพงไบไวร์ วงจรขยายในตัว M-CR612 ทำงานในโหมด Paralelle

แต่ถ้าลำโพงที่ใช้มีขั้วต่อสายลำโพงมาสองชุด คุณสามารถใช้สายลำโพง 4 เส้น แยกต่อที่ขั้วต่อสายลำโพงทั้งสองชุดแยกจากกัน (ตามภาพด้านบน) เพื่อให้เพาเวอร์แอมป์ในตัว M-CR612 แยกกันขับไดเวอร์ของลำโพงแต่ละดอกแยกจากกันไปเลย ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ได้เฟสของสัญญาณที่แม่นยำมากขึ้น

หลังจากทราบแนวทางออกแบบภาคขยายของ M-CR612 แล้ว ต้องขอบอกว่าทึ่งมาก ที่ Marantz นำเอาเทคนิคระดับนี้มาใช้กับแอมป์ออลอินวันระดับราคาประหยัดแบบนี้! และเมื่อได้ทดลองใช้ลำโพงที่แยกขั้วต่อสองชุด (Wharfedale EVO 4.2 กับ Monitor Audio Bronze 100) มาลองต่อกับ M-CR612 แล้วใช้สายลำโพง Furutech FS-301 สี่เส้นทำการเชื่อมต่อ speaker A กับ speaker B แล้วเลือกให้แอมป์ทำงานพร้อมกันทั้ง A และ B ผลของเสียงออกมาดีมาก มิติเสียงยอดเยี่ยมสุดๆ แยกแยะชิ้นดนตรีดี โฟกัสคมชัด และนิ่งมาก ฟังแล้วอึ้งจริงๆ.!!!

สรุป

หลังจากได้ลองฟังมาอย่างเต็มที่แล้ว ผมต้องขอบอกเลยว่า Marantz M-CR612 + Q Acoustics 3030i คู่นี้ไม่ได้เป็นแค่ ชุดฟังเล่นซะแล้วล่ะครับ.. เสียงของมันดีมากขนาดที่ใช้ ฟังเอาเรื่องได้เลย คุณสมบัติของเสียงแต่ละประเด็นที่ได้ยินจากเครื่องเสียงชุดนี้มันตรงตามตำราของคำว่า เสียงดีทุกข้อ ใครฟังเป็นและมั่นใจว่าหูแม่น ผมอยากแนะนำให้ลองฟัง M-CR612 + 3030i คู่นี้ดูหน่อย และช่วยบอกทีว่าผมไม่ได้หูฝาดไปจริงๆ !!! /

***************
ราคา : M-CR612 + 3030i = 39,900 บาท (โปรโมชั่น)
***************
สนใจติดต่อ
Marantz Thailand

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า