สายสัญญาณ รวมถึงสายลำโพง มีผลต่อเสียงมากมหาศาล.!!! นี่คือความจริงที่โหดร้าย ไม่ว่าอุปกรณ์เครื่องเสียงแต่ละชิ้นที่คุณใช้อยู่จะออกแบบมาด้วยเทคโนโลยีที่ดีแค่ไหน ต่อให้เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลก แต่ถ้าอุปกรณ์เครื่องเสียงเหล่านั้นถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกันด้วยสายสัญญาณหรือสายลำโพงที่ด้อยคุณภาพ เสียงที่ได้ออกมาจากซิสเต็มหรูๆ ของคุณก็จะถูกทำลายลงไปได้มากกว่าที่คาด.!
แหล่งต้นทาง, แอมปลิฟาย หรือแม้แต่ลำโพง ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในชุดเครื่องเสียงแต่ละชิ้นต้องใช้ต้นทุนในการออกแบบผลิตที่สูงมากจึงจะให้เสียงออกมาดี เมื่อเทียบกันแล้ว ดูเผินๆ เหมือนกับว่า สายสัญญาณและสายลำโพงจะใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ยุ่งยากน้อยกว่าอุปกรณ์เครื่องเสียงประเภทอื่นๆ มาก แต่จริงๆ แล้ว การออกแบบสายเชื่อมต่อต่างๆ กลับมีความยากไม่น้อยไปกว่าการออกแบบอุปกรณ์เครื่องเสียงเลย เพราะบนแผงวงจรประกอบด้วยคอมโพเน้นต์จำนวนมาก นักออกแบบสามารถเลือกเปลี่ยนอุปกรณ์ย่อยๆ เหล่านั้นเพื่อปรับจูนเสียงได้ง่าย เพราะสามารถวัดค่าได้ตรงๆ แต่ส่วนประกอบหลักๆ ในการออกแบบสายสัญญาณและสายลำโพงมีแค่ตัวนำกับฉนวน และขั้วต่อต่างๆ เท่านั้น การปรับจูนก็ยากกว่า เพราะสายสัญญาณและสายลำโพงมีคุณสมบัติเป็น passive ไม่สามารถ boost เพิ่มเกนได้ มีแต่จะลดเกนของสัญญาณลง
ในแง่ของผู้ใช้ก็เลือกยากกว่าการเลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องเสียงที่เป็นอิเล็กทรอนิค หรือลำโพง เพราะมีสเปคฯ ที่ส่งผลต่อเสียงโดยตรงซึ่งดูแล้วเข้าใจได้ แต่กับสายสัญญาณและสายลำโพง แทบจะไม่มีสเปคฯ ตัวใดเลยที่ระบุแจ้งไว้ว่ามีความเกี่ยวพันกับเสียงโดยตรง ผู้ใช้ต้องอาศัยประสบการณ์จากการทดลองใช้งานมาเป็นตัวตัดสินใจ ซึ่งประสบการณ์จากการทดลองฟังจริงจะทำให้เราใช้เป็นแนวทางที่สามารถ “คาดเดา” ผลที่สายสัญญาณหรือสายลำโพงนั้นๆ จะทำให้เกิดกับเสียงของซิสเต็มได้
“ตัวนำ” หรือ conductor ที่ใช้อยู่ในสายสัญญาณหรือสายลำโพงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เสียงของสายสัญญาณและสายลำโพงมีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะตัวนำที่เป็นโลหะ “ทองแดง” กับโลหะ “เงิน” ซึ่งบุคลิกเสียงเฉพาะตัวของ “ทองแดง” และ “เงิน” จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงเสียงของซิสเต็มด้วยในที่สุด
บทสรุปสั้นสำหรับคนที่ไม่เคยทดลองเทียบ ถ้าชอบเสียงหนามีมวล เบสใหญ่อิ่ม ให้เลือกไปทาง “ทองแดง” แต่ถ้าชอบโปร่ง กังวาน แหลมไปไกล แอมเบี้ยนต์มาเต็ม ให้มองหา “เงิน” ไว้ก่อน! /
********************



