เครื่องฟอกอากาศไร้สายรุ่นแรกของประเทศไทย Cuckoo รุ่น B Model Cordless

ถึงแม้วิกฤติฝุ่น PM 2.5 จะเบาบางลงไปมาก แต่อากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกๆ นาทีเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญกับสุขภาพ เราใช้หายใจอากาศประมาณ 11,000 ลิตรต่อวัน ถ้าอากาศสกปรกเต็มไปด้วยฝุ่นละออง ลองคิดดูว่าสภาพของปอดเราจะเป็นอย่างไร ยังไม่นับถึงพวกแก๊สพิษ สารภูมิแพ้ เชื้อโรคและไวรัสที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ

เราจำเป็นต้องใช้เครื่องกรองอากาศหรือไม่? เป็นคำถามยอดฮิตที่คำตอบจะแตกต่างกันไป จุดแรกที่เราต้องพิจารณาก็คือสิ่งแวดล้อมรอบบ้านและภายในบ้านของเรา ถ้าอยู่กลางธรรมชาติ ต้นไม้เยอะ อากาศดีไม่มีมลพิษก็คงไม่จำเป็นเท่าไหร่ แต่ถ้าบ้านมีเด็กน้อยและเลี้ยงน้องหมาน้องแมวด้วย หรืออยู่คอนโดกลางเมืองที่มีทั้งทั้งฝุ่นและควันพิษล่ะ หรือเป็นแม่บ้านจอมขยัน ชอบทำกระเพราไก่กลิ่นกระเทียมพริกตลบบ้าน แน่นอนที่คุณภาพของอากาศของแต่ละบ้านต้องไม่เท่ากันอยู่แล้ว

จุดเริ่มต้นง่ายๆ ที่จะช่วยให้ข้อมูลว่าเราควรจะต้องมีเครื่องฟอกอากาศที่บ้านหรือไม่ เราสามารถเข้าไปดูคุณภาพของอากาศ (AQI = Air Quality Index) ของบริเวณที่เราอยู่ได้จาก http://aqicn.org/rankings/ เว็ปไซด์นี้จะประมาลผลและรายงานอากาศโดยใช้ข้อมูลจริงณเวลานั้นๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศไทยของเราติดอันดับของประเทศที่มีคุณภาพอากาศไม่ค่อยดีนัก ส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้อยู่ในช่วงฤดูฝน คุณภาพของอากาศจะอยู่ในช่วงสีส้มซึ่งมีหมายความว่าทุกคนจะเริ่มมีอาการจากผลกระทบของอากาศที่คุณภาพต่ำ และถ้าเป็นกลุ่มที่มีอาการแพ้หรือเป็นโรคทางเดินหายใจอยู่แล้ว ก็จะเริ่มมีอาการที่รุนแรงมากขึ้น หรือถ้าอยากจะตรวจสอบของแต่ละจังหวัดก็ตามลิ้งค์นี้ไปได้เลย http://aqicn.org/city/bangkok/

จะเห็นได้ว่านอกจากค่าฝุ่นละออง PM10 และ OM2.5 AQI คุณภาพของอากาศยังรวมถึงพวกก๊าซพิษซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างเงียบๆ เช่นโอโซน ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัสเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอน็อกไซด์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์และการเผาไหม้ต่างๆ นอกจากนั้นในบ้านก็ยังมีกลุ่มพวกขนสัตว์เลี้ยง ไรฝุ่น รวมไปถึงเชื้อโรคและไวรัสในอากาศ

Cuckoo รุ่น B Model Cordless
เครื่องกรองอากาศคุณภาพสูงจากประเทศเกาหลี

พอได้ข้อมูลเรื่องคุณภาพอากาศ ก็ถึงเวลาเลือกหาเครื่องฟอกอากาศ เครื่องที่ดีควรจะเริ่มที่แผ่นกรองที่ดี สามารถทำหน้าที่ได้ครบถ้วน แน่นอนว่าแผ่นกรองเพียงแบบเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ทุกอย่างได้อย่างแน่นอน ซึ่ง Cuckoo มีแผ่นกรองทั้งหมดถึงห้าชั้น

แผ่นแรก : คือ “Pre-Filter” = เป็นตะแกรงไนล่อนเนื้อละเอียด ช่วยกรองฝุ่นขนาดใหญ่ ขนหมาขนแมว เราสามารถทำความสะอาดได้ง่ายด้วยการใช้เครื่องดูดฝุ่นธรรมดา

ชั้นที่สอง : คือ “Allergen Filter” = เป็นแผ่นกรองเนื้อละเอียดบางเบา สำหรับกรองพวกไรฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ ตรงนี้สำคัญสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้มากๆ

ชั้นที่สาม : คือ “Harmful Gas Easy Filter” = ทำหน้าที่ฟอกอากาศให้สดชื่นได้อย่างรวดเร็ว โดยทำการดูดซับก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และสารระเหยอื่นๆ

ชั้นที่สี่ : เป็น “Deodorization Filter” = ทำเป็นช่องเล็กรูปหกเหลี่ยมรังผึ้ง ข้างในดูเหมือนเป็นแท่งคาร์บอนขนาดจิ๋ว สำหรับกำจัดกลิ่นบุหรี่ กลิ่นอาหาร กลิ่นบุหรี่ กลิ่นสัตว์เลี้ยง กลิ่นห้องน้ำ

ชั้นที่ห้า : เป็นชั้นที่สำคัญที่สุดคือ “Ultra PM 2.5 Filter” = เป็นแผ่นกรอง HEPA หรือ “High-Efficiency Particulate Absorption ที่สามารถกรองอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอน ได้ถึง 99.97% แผ่นกรอง HEPA ประกอบด้วยเส้นไยไฟเบอร์กลาสขนาด 0.5 2.0 ไมครอน โดยมีช่องว่างระหว่างเส้นไยประมาณ 0.3 ไมครอน และะมีระบบการทำงานของเส้นไยหลายรูปแบบที่สามารถดักจับฝุ่นได้ไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่หรือขนาดที่เล็กกว่าช่องว่าง แผ่นกรองชุดนี้ใช้วิธีพับเป็นแผ่นซิกแซ็กหนาถึง 3 ซม. ซึ่งหมายความว่าพื้นที่ผิวของแผ่นกรองก็จะมากขึ้นเป็นพิเศษ ถ้าเราคลี่ออกเป็นแผ่นตรงจะได้ความยาวถึงประมาณห้าเมตรเลยที่เดียว

ที่เปิดฝาหลังเครื่องเพื่อเปลี่ยนฟิลเตอร์

แผ่นกรองของ Cuckoo โดยเฉพาะชั้นที่เป็น HEPA ขอบของแผ่นกรองจะแนบไปกับกรอบของเครื่องอย่างแนบสนิท เรียกได้ว่าโอกาสที่ลมจะรั่วเข้าไปโดยไม่ผ่านแผ่นกรองทั้งห้าชั้นมีน้อยมากๆ จุดนี้น่าจะเป็นจุดที่ทำให้ประสิทธิภาพการกรองดีกว่ามากเมื่อใช้แรงลมเท่ากัน

ถึงแม้ว่าแผ่นกรอง HEPA จะละเอียดแค่ไหน เชื้อไวรัสก็ยังสามารถเล็ดรอดไปได้อยู่ดี เพราะขนาดของไวรัสวัดกันเป็นนาโนเมตรซึ่งเป็นหน่วยวัดที่เล็กกว่าไมครอนถึงพันเท่า เครื่องกรองที่ดีครบถ้วนควรจะมีระบบประจุไฟฟ้าแบบต่างๆ ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศ เพราะนอกจากจะฆ่าเชื้อโรคและไวรัสได้แล้ว ก็ยังช่วยลดพวกฝุ่นที่ลอยกระจายอยู่ในอากาศได้ด้วย ระบบประจุไฟฟ้าของ Cuckoo จะใช้พลาสม่าควบคู่ไปกับประจุไอออนลบซึ่งทั้งสองแบบจะทำหน้าที่ต่างกัน ระบบไอออนลบจะเป็นการสร้างประจุลบที่จะเข้าไปจับกับฝุ่นในอากาศ ทำให้ฝุ่นที่มีประจุลบจะตกไปจับกับพื้นห้องซึ่งมีสถานะเป็นกลางทางไฟฟ้า ทำให้ลดฝุ่นที่ฟุ้งลอยอยู่ในอากาศ อากาศที่เราหายใจก็สะอาดขึ้น และยังทำความสะอาดฝุ่นผงต่างๆ ในบ้านได้ง่ายขึ้น ส่วนเทคโนโลยีพลาสม่ามีหลักการการทำงานคือผลิตออกซิเจนไอออนลบกับไฮโดรเจนไอออนบวกจากโมเลกุลของน้ำในอากาศ ซึ่งถ้ากลุ่มพลาสม่านี้ไปจับกับเชื้อโรคหรือไวรัสมันก็จะรวมร่างกลับไปเป็นน้ำและในขนะเดียวกันก็จะทำลายผนังเซลของเชื้อโรคไปด้วย นอกจากนั้นพลาสม่าก็ยังมีความสามารถในการจำกัดกลิ่นที่เกิดจากสารระเหยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ความสามารถในการหมุนเวียนอากาศ

จุดต่อไปเราควรจะดูก็คือ ความสามารถในการหมุนเวียนอากาศซึ่งเครื่องกรองที่ดีควรจะต้องกรองอากาศในห้องทั้งหมดได้ในเวลาตามสมควร ตรงนี้คือสิ่งที่หลายๆ คนมองข้าม เพราะเครื่องส่วนใหญ่จะระบุขนาดของพื้นที่ห้องไว้โดยยึดความเร็วพัดลมที่ความแรงสูงสุดเป็นหลัก ซึ่งตอนที่ใช้งานจริงที่ความแรงระดับนี้จะมีเสียงลมดังมาก แน่นอนว่าไม่มีใครที่จะทนเปิดแรงลมขนาดนั้นได้ตลอด ยกเว้นตอนที่มีฝุ่นฟุ้งกระจายมากหรือมีกลิ่นแรงๆ เท่านั้น ดังนั้นการซื้อเครื่องกรองอากาศที่เงียบกว่าไว้ก่อนจะได้เปรียบมากเวลาเราใช้งานในสถาวะปกติ เราจะสามารถเปิดความเร็วต่ำได้แต่ก็ยังมีแรงลมหมุนเวียนเพียงพอ ไม่งั้นบ้านก็จะมีแต่เสียงอื้ออึงของพัดลมจากถ้าเราใช้เครื่องขนาดเล็กเกินไป

เสียงของ Cuckoo ดังขนาดไหน ลองใช้วิธีวัดโดยใช้แอปพลิเคชัน Sound Meter ในโทรศัพท์มือถือ วัดห่างจากเครื่องประมาณ 50 ซม. ความดังที่ sleep mode แค่ 43 dB เปิดความแรงระดับสองจะดัง 47 dB และระดับสามอยู่ที่ 49 dB ซึ่งเปรียบได้ประมาณเสียงในห้องสมุดเงียบๆ ระดับสองถึงสามก็ให้แรงลมที่คิดว่าพอเพียง เมื่อเทียบกับยี่ห้อดังเจ้าตลาดที่ปกติเมื่อใช้ระดับกลางจะมีระดับเสียงดังอยู่ที่ที่ 57 dB ตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่น่าสนใจและได้เปรียบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือชอบบรรยากาศเงียบๆ เปิดเพลงฟังเบาๆ

ระบบการทำงานต่างๆ

ต่อไปคือความฉลาดหรือ ระบบการทำงานต่างๆเครื่องที่ราคาสูงมักจะมีความสามารถนี้เป็นที่โดดเด่น เรียกได้ว่าแค่กดปุ่มเปิดเครื่อง นอกนั้นเครื่องก็จะจัดการทุกอย่างให้ ความเก่งนี้ขึ้นกับจำนวนและความแม่นยำของเซนเซอร์ต่างๆ เป็นสำคัญ จับฝุ่น จับกลิ่น จับความเคลื่อนไหว รวมทั้งแสงสว่างในห้อง เรียกได้ว่าเป็นระบบ AI น้อยๆ เลยทีเดียว

บนตัวเครื่องมีดิสเพลย์แสดงฟังท์ชั่นการทำงานและใช้ปรับตั้งการทำงาน

Cuckoo รุ่นนี้นับว่าฉลาดพอตัว เริ่มจากมีเสียงพูดเมื่อกดปุ่มตั้งค่าต่างๆ เพียงยังไม่มีเป็นภาษาไทย ก็เลยต้องใช้เป็นภาษาอังกฤษไปก่อน

มีโหมดต่างๆ ให้เลือกใช้อย่างครบถ้วน AUTO Fine-Dust Baby Repeat Sleep ตั้งเวลาเปิดปิดเครื่อง โหมดกำหนดความเร็วลมแบบแมนนวล ระดับ โหมดเทอร์โบ, โหมด Sterilization สำหรับเปิดปิด Plasma Ionizer และการวัดระดับคุณภาพของอากาศซึ่งแสดงได้เป็นแสงสีต่างๆ ตามระดับคุณภาพ

ทำงานด้วยระบบไร้สาย

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่เครื่องอื่นๆ ในท้องตลาดไม่มีคือความสามารถ ทำงานแบบไร้สายมีแบตเตอรี่ในตัวที่สามารถทำงาน ระดับ 3 ได้นานถึง 3 – 4 ชม. และถ้าเป็น Sleep Mode จะได้ถึง 8 – 10 ชม. เลยทีเดียว

อะแด๊ปเตอ์ชาร์จไฟที่แถมมาให้

รูเสียบอะแด๊ปเตอร์เพื่อชาร์จไฟ

ทำไมต้องไร้สาย? ถ้าเราเคยใช้เครื่องใช้แบบไร้สาย เช่นลำโพงบลูทุธ เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สาย จะรู้คำตอบทันทีว่าชีวิตสะดวกมากขึ้นแค่ไหน ถ้าเราสามารถย้ายเครื่องไปไว้ข้างเด็กน้อย ให้นอนหลับสบายๆ กับอากาศดีๆ เข็นเข้าไปในครัวตอนที่ต้องผัดอะไรที่มีกลิ่นแรงๆ เข็นเข้าไปในห้องน้ำตอนที่แม่บ้านต้องใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาด ตอนกลางคืนก็เข็นเข้าห้องนอนให้ทำงานด้วย Sleep Mode แปดชั่วโมงเหลือๆ ถึงตอนเช้า แม้กระทั่งยกเข้าไปในรถเพื่อดับกลิ่นสารพัด น้ำหนัก 10.8 กิโล ติดล้อลื่นๆ ทำให้เคลื่อนย้ายได้ง่าย มีเครื่องเดียวแต่ใช้งานได้สะดวกมากในทุกแห่งในบ้าน เรียกได้ว่าทุกจุดที่ต้องการอากาศสะอาดเป็นพิเศษ หรือทุกจุดที่ต้องการดับกลิ่น

วัสดุที่ใช้และการประกอบนับได้ว่าอยู่ในระดับดีมาก ดีไซน์ดูดีเรียบหรู เป็นเครื่องที่ผลิตและประกอบในประเทศเกาหลี จากบริษัทที่เน้นวิจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่นเครื่องกรองน้ำที่มีเทคโนโลยี่ทันสมัย หม้อหุงข้าวอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเกาหลี ถ้าไม่ยึดติดกับยี่ห้อแต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและการใช้งาน Cuckoo เป็นอีกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ เพราะได้เอาข้อจำกัดต่างๆของแต่ละรุ่นในตลาดมาแก้ไขจนนับได้ว่าเป็นยี่ห้อหนึ่งที่ตอบโจทย์ทุกด้านได้อย่างครบถ้วน

บทสรุปเครื่องฟอกอากาศไร้สาย Cuckoo รุ่น B Model Cordless

**** ½ 4.5 / 5
คุณภาพของวัสดุและการประอบดีมาก มาตรฐาน Made in Korea

***** 5 / 5
ทำงานได้แบบไร้สายได้นานถึง ชั่วโมง เคลื่อนย้ายไปใช้งานได้ทุกจุดในบ้านสะดวก

***** 5 / 5
ไส้กรอง 5 ชั้น ครบถ้วนทุกความต้องการ

**** 4 / 5
Plasma Ionizer เทคโนโลยี่มาตรฐาน

**** ½ 4.5 / 5
เสียงเบา เมื่อเทียบกับปริมาณลม

*** ½ 3.5 / 5
ราคาของไส้กรอง ที่ขายเป็นชุด ประมาณสามพันกว่าบาท มีอายุใช้งาน 12 เดือน

จุดเด่น:
เป็นเครื่องกรองอากาศที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆในตลาด มีระบบไร้สายทำให้ใช้งานได้สะดวก เสียงเงียบมาก
จุดด้อย:
ไส้กรองห้าชั้น ขายยกชุดทีละสามพันกว่าบาท ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับสุขภาพแล้วนับว่าคุ้มค่า /

********************
ราคา : 12,900 บาท (*โปรโมชั่นลด 44% จากราคาเต็ม 22,900 บาท)
********************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
. Powerbuy

สั่งซื้อออนไลน์ : powerbuy.co.th

mm

About มิสเตอร์ วี

เป็นทั้งนักเล่นเครื่องเสียง, เป็นนักฟังเพลง, เป็นคนชอบเทคโนโลยี และที่สำคัญ "มิสเตอร์ วี" เป็นคนที่เอนจอยกับชีวิตองค์รวมอย่างมาก

View all posts by มิสเตอร์ วี