ทดลองสัมผัส Huawei รุ่น Freebuds 3 หูฟังไร้สาย true wireless สำหรับ Android

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ยุคนี้มันยุคของ True Wireless อย่างแท้จริง โดยเฉพาะหูฟังไร้สายกำลังเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่ใครๆ ก็ต้องหาซื้อมาใช้กัน เหตุผลของความนิยมในเจนเนอเรชั่นแรกจะไปทาง ความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก ส่วนเรื่อง ฟังท์ชั่นในการใช้งานและทางด้าน คุณภาพเสียงจะเป็นคุณสมบัติที่ค่อยๆ ตามมาเป็นลำดับ

Huawei กับฉากแรกในวงการ True Wireless

Freebuds 3 เป็นหูฟังแบบ earbud ที่ใช้วิธีเชื่อมต่อด้วยคลื่น Bluetooth รุ่นแรกของแบรนด์นี้ หลังจากเข้ามาทะลวงตลาดสมาร์ทโฟนจนกระโดดพรวดขึ้นมาได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทยในปัจจุบัน

จะว่าไม่ตั้งใจก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะ Freebuds 3 ของ Huawei ตัวนี้ถูกนำเสนอออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะกับการเปิดตัวของหูฟังไร้สายรุ่น AirPods ของแอ๊ปเปิ้ล แม้ว่าตัวกล่องจะมีรูปทรงต่างกัน คือของแอ๊ปเปิ้ลเป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยม แต่ของ Huawei เป็นทรงกลม ทว่า รูปร่างหน้าตาของตัวหูฟังของทั้งสองแบรนด์นี้มีลักษณะคล้ายกันมาก จึงไม่แปลกที่แทบทุกคนจะจับ AirPods กับ Freebuds 3 มาเปรียบเทียบกัน

Freebuds 3 มีให้เลือก 2 สี คือ Carbon Black (ดำ) กับสี Ceramic White (ขาว) ตัวกล่องของ Freebuds 3 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 6 .. เท่ากันทั้งสองสี น้ำหนักเบาแค่ 48 กรัมเท่านั้น ไม่รวมน้ำหนักของหูฟัง

บนตัวกล่องมีแต่ความราบเรียบ โค้งมน ที่ขอบด้านล่างของตัวกล่องมีขั้วต่อ USB-C มาให้ 1 ช่องสำหรับชาร์จไฟ ซึ่งในกล่องกระดาษมีสาย USB type A>C มาให้หนึ่งเส้น และข้างๆ ขั้วต่อ USB-C จะมีไฟแอลอีดีดวงเล็กๆ อยู่หนึ่งดวง ซึ่งจะคอยแจ้งสภาวะการทำงานและปริมาณแบตเตอรี่ให้เรารู้

ฝากล่องหงายเปิดโดยมีบานพับรองรับ เผยให้เห็นหูฟังทั้งสองข้างฝังตัวอยู่ภายในกล่อง

ตัวหูฟังออกแบบมาให้สวมใส่เข้ากับช่องหูโดยตรง ไม่ต้องสวม pad ในลักษณะที่เรียกว่า Open-fit ซึ่งน้ำหนักของหูฟังแต่ละข้างอยู่ที่ 4.5 กรัม ถือว่าเบามาก.!

ตัวหูฟังมาในรูปทรงโค้งมน มีขายาว 4 .. ทางกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.7 .. ตัวขานี้มาพร้อมเทคโนโลยีพิเศษที่ชื่อว่า Bone Sensor ที่บรรจุอยู่ภายใน คือแท่งยาวๆ นี้จะคอยจับความสั่นของกรามขณะที่คุณกำลังพูดโทรศัพท์เพื่อนำข้อมูลไปประมวลผลในการปรับปรุงเสียงสนทนาของคุณให้มีความชัดเจนมากขึ้น

บอดี้ของตัวหูฟังทำด้วยพลาสติกแข็ง เกลาโดยรอบจนโค้งมน รูปทรงไปทางกลมรี ด้านกว้างอยู่ที่ 1.5 .. ในขณะที่ด้านยาวอยู่ที่ 2 .. มีช่องให้เสียงออกอยู่ 3 ช่อง ซึ่งช่องทรงกลมขนาดเล็กสองช่องจะยิงเสียงกลางแหลมตรงเข้ารูหู ในขณะที่ช่องทรงรีขนาดใหญ่จะถ่ายทอดเสียงย่านต่ำเข้าสู่ร่องหู

แท่งขาของตัวหูฟังนอกจากจะมีเทคโนโลยี Bone Sensor ฝั่งอยู่ด้านในแล้ว ที่ด้านหลังของแท่งขานี้ยังมีช่องไมโครโฟนสำหรับรับเสียงจากภายนอกติดตั้งอยู่ข้างละ 1 ตัวด้วย และที่ส่วนปลายของแท่งขานี้จะมีตัวอักษรสีเทาๆ พิมพ์กำกับเอาไว้ เพื่อแสดงให้รู้ว่าข้างไหนเป็นข้างซ้าย (L) และข้างไหนเป็นข้างขวา (R)

การชาร์จไฟแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้เก็บไฟในตัวกล่องขนาด 410 มิลลิแอมป์ ถูกผนึกชีลด์อยู่ภายในตัวกล่องอย่างแน่นหนา มีช่องที่เซาะเป็นรูปทรงเดียวกับบอดี้ของหูฟัง และมีหลุมสำหรับเสียบแท่งขา ซึ่งช่องที่เซาะไว้นั้นมีรูปทรงที่ลงตัวเฉพาะสำหรับหูฟังแต่ละข้าง เมื่อเสียบหูฟังลงไป ตัวหูฟังจะถูกดูดให้ตรึงแน่นด้วยแม่เหล็ก หน้าสัมผัสที่ตัวหูฟังกับแท่งโลหะที่เป็นจุดสัมผัสที่ตัวกล่องจะแตะถึงกันพอดี

เมื่อเปิดฝากล่องขึ้นมาจะมองเห็นไฟ LED ดวงเล็กๆ อยู่ดวงหนึ่ง ซึ่งจะแสดงสถานะของปริมาณไฟในแบตเตอรี่ให้เรารู้ อย่างเช่น ถ้าไฟดวงนี้สว่างเป็นสีแดง แสดงว่าปริมาณไฟในแบตเตอรี่เหลืออยู่ไม่ถึง 20% และในกรณีที่เปิดฝาขึ้นมาขณะที่หูฟังยังไม่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ไฟแอลอีดีดวงนี้จะสว่างเป็นสีขาวและกระพริบ ซึ่งบอกให้รู้ว่า ตัวหูฟังกำลังอยู่ในสภาวะ pairing หรือกำลังอยู่ในขั้นตอนเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน กรณีที่เปิดฝากล่องขึ้นมาแล้วเห็นไฟดวงนี้สว่างเป็นสีเขียว แสดงว่าไฟในแบตเตอรี่มีปริมาณอยู่มากกว่า 60%

ตอนคุณเปิดฝากล่อง ไฟแอลอีดีที่ด้านนอกใกล้กับขั้วต่อ USB-C จะสว่างขึ้นมาด้วย โดยแสดงสถานะของปริมาณไฟในแบตเตอรี่ให้เรารู้ เทียบสีของไฟกับเงื่อนไขได้ตามตารางข้างบนนี้

คุณสามารถชาร์จไฟให้กับกล่องหูฟังของตัว Freebuds 3 ได้สองวิธี คือใช้สาย USB-A>C เสียบเข้าทางช่อง USB-C ของตัวกล่องโดยดึงไฟจากคอมพิวเตอร์หรืออะแด๊ปเตอร์ ซึ่งใช้เวลาชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมง กับอีกวิธีคือชาร์จด้วยวิธีไร้สายกับแท่นชาร์จที่รองรับ ในภาพลองใช้กับแท่นชาร์จ wireless charging pad ของ Sony รุ่น CP-WP1 ซึ่งก็สามารถชาร์จได้ สำหรับตัวหูฟังซึ่งใช้แบตเตอรี่ขนาด 30 มิลลิแอมป์ เมื่อชาร์จไฟเต็มทั้งสองข้าง จะสามารถใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง และเมื่อใช้งานจนหมด สามารถชาร์จไฟจากกล่องเข้ามาใช้งานได้อีก 4 รอบ เมื่อรวมปริมาณไฟสำรองทั้งที่อยู่บนตัวหูฟังและในกล่องทั้งหมด จะสามารถใช้งานได้นานถึง 20 ชั่วโมง

ดีไซน์ภายใน, ฟังท์ชั่น
และการเชื่อมต่อ

หัวใจของหูฟังอยู่ที่ไดเวอร์ ซึ่ง Freebuds 3 ใช้ไดเวอร์แบบไดนามิกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 มิลลิเมตร เป็นตัวสร้างความถี่เสียงหลัก ส่วนการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ภายนอกกระทำโดยผ่านระบบ Bluetooth เวอร์ชั่น 5.1 ที่ติดตั้งบนชิปเซ็ต Kirin A1 จาก HiSilicon ในเครือของ Huawei เอง ควบคุมด้วยโปรเซสเซอร์ที่ประมวลผลด้วยสปีดที่สูงถึง 356MHz ทำให้สามารถรองรับการส่งสัญญาณพร้อมกันทั้งสองข้างแบบ Dual-Mode ได้ และด้วยพลังของโปรเซสเซอร์ที่ประมวลผลได้รวดเร็ว ทำให้ซิงค์เสียงกับภาพได้แม่นยำมากขึ้น ลดปัญหา delay ตอนใช้หูฟังตัวนี้ซิงค์ฯ กับสมาร์ทโฟนเพื่อดูคลิปวิดีโอ หรือดูหนัง นอกจากนั้นระบบ Dual-Mode ที่ใช้กับหูฟัง Huawei ตัวนี้เป็นเทคโนโลยีบลูทูธแบบ BLE คือ Bluetooth Low Energy ซะด้วย ทำให้แบตเตอรี่มีอายุใช้งานยาวนาน

ความพิเศษของหูฟังตัวนี้คือมีฟังท์ชั่น ANC หรือ Active Noise Control หรือ Active Noise Cancellation มาให้ เพราะบนชิป Kirin A1 ได้ติดตั้งเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนมาให้ด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับระดับของอัตราเสียงรบกวนที่ตัดลดได้หลายระดับ โดยปรับตั้งผ่านทางแอพลิเคชั่น และผู้บริโภคสามารถควบคุมการเปิด/ปิดใช้งานฟังท์ชั่น ANC ด้วยการแตะบนตัวหูฟังสองครั้ง (ปรับตั้งให้แตะข้างซ้ายหรือขวาก็ได้ ตามความถนัดของผู้ใช้)

นอกจากนั้น ผู้ใช้ยังสามารถใช้หูฟัง Freebuds 3 ในการรับสายโทรศัพท์ได้เหมือนสมอลทอล์ค และในกรณีที่ใช้หูฟังในการฟังเพลงร่วมกับ DAP หรือสมาร์ทโฟนผ่านทาง Bluetooth คุณก็สามารถสั่งเลื่อนแทรคไปข้างหน้าหรือถอยหลังได้ด้วยการแตะสัมผัสที่ตัวหูฟังเช่นกัน

ทดลองใช้งาน

ก่อนจะแจ้งผลการทดลองใช้งานหูฟังตัวนี้ ผมขอแจ้งให้ทราบก่อนว่า ส่วนตัวผมเอง ผมไม่ชอบหูฟังแบบ earbud ลักษณะนี้อยู่ก่อนแล้ว เพราะผมเป็นคนชอบฟังเพลงที่เน้นรายละเอียดเสียงมากๆ ซึ่งหูฟัง earbud ไม่ใช่สไตล์สำหรับการฟังเพลงแบบผม เนื่องจากตัวบอดี้มันชีลด์กับร่องหูได้ไม่สนิทเหมือนหูฟังแบบ in-ear หรือแม้แต่หูฟังอินเอียร์ก็เช่นกัน ผมก็จะซีเรียสกับการเลือกจุกยางที่ชีลด์ร่องหูของผมได้สนิทมากที่สุดก่อนเสมอ เพราะจากที่ผมพบก็คือ ถ้าชีลด์ร่องหูได้ไม่สนิท คุณภาพเสียงจะด้อยลงไปเยอะมาก

จากการทดลองสวม Freebuds 3 กับร่องหูของผม ผมพบว่า แม้จะเห็นได้ชัดว่าตัวบอดี้ของ Freebuds 3 ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกาะยึดอยู่ในร่องหูอย่างมั่นคงมากที่สุดแล้วก็ตาม แต่สำหรับผม มันก็ยังชีลด์ได้ไม่สนิทอยู่ดี ฟังเพลงแล้วยังไม่ได้คุณภาพอย่างที่ผมต้องการ คือผม ได้ยินเสียงทุ้มจากเพลงที่ฟังค่อนข้างชัด แต่ผมไม่รู้สึกถึง แอมเบี้ยนต์ของโถงที่เกิดจากการรวมตัวของฮาร์มอนิกด้านต่ำที่อบอวลขึ้นมาห้อมล้อมสนามเสียง ทำให้เสียงทั้งหมดมีลักษณะ ลอยเท้งเต้งขาดฐานล่างรองรับ

อีกอย่าง ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะตัวอย่างที่ผมได้รับมาทดสอบไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือเป็นเพราะ Freebuds 3 มีลักษณะที่ไม่ “fully compatibleกับ iPhone 7 ก็ไม่ทราบได้ ทำให้ผมไม่สามารถควบคุมสั่งเปิด/ปิดฟังท์ชั่น Noise Cancelling ได้ พยายามแตะที่ตัวหูฟังข้างซ้ายตามที่คู่มือแจ้งแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล ผมใช้ iPhone 7 สแกนบาร์โค้ดเพื่อติดตั้งแอพลิเคชั่น “Huawei AI Lifeลงบน iPhone 7 ของผม ปรากฏว่าแอพฯ ที่มาก็กลายเป็นแอพฯ Smart Home ของ Huawei ซะอีก และผมก็ไม่สามารถเปิดเข้าไปใช้งานแอพฯ ตัวนี้ได้..???

ผมทดลองเชื่อมต่อ Freebuds 3 กับ iPhone 7 ของผมผ่านทาง Bluetooth ก็พบว่ามันสามารถเชื่อมต่อกันได้เหมือนหูฟังไร้สายตัวอื่นๆ ที่เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และเมื่อลองเล่นไฟล์เพลงบน iPhone 7 ของผมผ่านแอพฯ Onkyo HF Player ก็พบว่า Freebuds 3 สามารถรับสัญญาณเสียงจาก iPhone 7 เข้ามาที่หูฟังและจัดการให้มันออกมาเป็นเพลงให้ผมฟังได้ ผมสามารถควบคุมสั่งงานการเล่นไฟล์เพลงบนสมาร์ทโฟนของผมได้ แต่ไม่สามารถเข้าใช้ฟังท์ชั่น ANC ได้ด้วยการแตะบนตัวหูฟัง

สรุป

แม้ว่าตัวบอดี้จะชีลด์ได้ไม่สนิทและฟังท์ชั่น Noise Cancelling ใช้งานไม่ได้ แต่เสียงเพลงที่ได้ยินจากหูฟังตัวนี้นับว่ามีแววดีทีเดียว เสียงเปิดใหญ่ ดุลเสียงดี น่าเสียดายที่ใช้งานฟังท์ชั่นได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือจะเป็นเพราะว่า Freebuds 3 ใช้ Bluetooth v. 5.1 และ iPhone 7 ของผมรองรับได้ไม่เต็มที่.? แต่เข้าใจว่าถ้าใช้กับสมาร์ทโฟน Android ไม่น่ามีปัญหา น่าเสียดายจริงๆ แต่การรับสายโทรฯ เข้าก็ใช้งานได้ดี เสียงโทรฯ เข้าก็ชัดเจนดี เข้าใจว่าอนาคตทาง Huawei น่าจะมีการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ให้ใช้งานร่วมกับ iPhone 7 ได้เต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งอัพเดตแอพลิเคชั่นที่ใช้งานร่วมกับตัวหูฟังให้ใช้กับ iOS ด้วย ถ้ามีโอกาส ในอนาคต เมื่อถึงตอนนั้น ถ้ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับการอัพเกรดจนสามารถใช้งานร่วมกับ iOS ได้แล้ว ผมจะมารายงานให้ทราบเพิ่มเติมต่อไป /

**********************
สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://bit.ly/37BBah7

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า