ปรากฏการณ์ชัดตาแตก!! ไปชมจอ Samsung Micro LED ที่ความชัดระดับ 5K resolution + HDR เต็มสเปคฯ กับขนาดจอใหญ่ยักษ์ เต็มตา 182.5 นิ้ว!

ธรรมชาติของจอทีวี ถ้าขนาดใหญ่มากๆ ก็จะสูญเสียทั้งในแง่ความละเอียดและความสว่างของภาพลงไป ตราบใดที่มาตรฐานของภาพยังยึดติดอยู่ที่ 4K ขนาดจอก็จะไม่สามารถยืดขยายออกไปได้มากกว่า 80 นิ้ว สำหรับคนที่ต้องการจอภาพที่มีขนาดใหญ่เกิน 80 นิ้วขึ้นไปจึงต้องหันไปหาเทคโนโลยีฉายภาพแบบอื่น อย่างเช่นฟร้อนต์โปรเจคเตอร์ ซึ่งก็ต้องยอมรับกับข้อจำกัดทางด้านความสว่าง ต้องทำการปรับห้องให้มืด

วันนี้ ผู้ผลิตทีวียักษ์ใหญ่จากเกาหลีนามว่า Samsung ได้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับจอภาพขนาดใหญ่ ที่ให้จอที่มีความละเอียดระดับ 4K ได้ใหญ่ถึง 146 นิ้ว โดยไม่มีปัญหาเรื่องความสว่าง และยังให้ความยืดหยุ่นสูง เพราะออกแบบมาในลักษณะที่เป็น cabinet ย่อยๆ และนำมาต่อพ่วงกันไปเรื่อยๆ เหมือนจิ๊กซอ ทำให้สามารถเพิ่มขนาดจอที่ใหญ่มากๆ ได้ไม่จำกัด โดยไม่ทำให้ความละเอียดของภาพลดลง!

เราเคยฝันถึงจอภาพที่ให้ความสว่างได้อย่างไม่จำกัด พร้อมสามารถแสดงเฉดสีได้ครอบคลุมความสามารถของตามนุษย์มานานมากแล้ว ความสว่างของทีวีที่ไม่จำกัดจะทำให้เราได้ contrast ของแสงที่มีไดนามิกกว้างสมจริง ในขณะเดียวกัน เฉดสีที่ครอบคลุมความสามารถในการมองเห็นของประสาทตามากที่สุด จะทำให้ภาพที่ปรากฏบนจอเข้าใกล้ภาพในธรรมชาติที่ตาของเรามองเห็นจริงๆ มากยิ่งขึ้น วันนี้ เราได้ขยับเข้าไปใกล้ความฝันนั้นมากขึ้นอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี Micro LED ของ Samsung นี่เอง

ที่มา

จริงๆ แล้ว Samsung ได้เริ่มพัฒนาจอแสดงภาพที่ใช้หลอด LED ขนาดจิ๋ว (เรียกว่า Micro LED) มาหลายปีแล้ว และได้ผลิตออกมาเป็นจอภาพหลายรูปแบบ มีทั้งแบบที่เอาไปติดตั้งในโรงภาพยนตร์ ซึ่งทาง Samsung แยกส่วนออกไปต่างหากและตั้งชื่อเรียกว่า Onyx (Cinema LED) เมื่อปี 2018 ทาง Samsung ได้นำจอภาพ Micro LED แบบนี้ไปติดตั้งที่โรงหนัง Paragon Cineplex สยามพารากอน มาแล้ว

นอกจากนั้น ในแวดวงโฆษณา Out-of-Home ทาง Samsung ก็ได้มีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ทำป้ายโฆษณาวิดีโอ (signage) ด้วย มีทั้งแบบ indoor และ outdoor ให้เลือกใช้ ส่วนจอภาพ Direct View ที่ใช้ในบ้านพักอาศัย ทาง Samsung ได้จัดแยกออกมาอีกแคตากอรี่ โดยใช้ชื่อเรียกว่า “The Wallซึ่งเป็นจอแสดงภาพที่ใช้พื้นฐานเทคโนโลยี Micro LED ที่ออกแบบให้มีความละเอียดสูงสุด คือ 0.84 มิลลิเมตร* เท่านั้น

จอภาพ The Wall มีอยู่ 2 ซีรี่ย์ คือ IWJ series ซึ่งมีให้เลือก 3 ระดับความละเอียดคือ 0.8, 1.2 และ 1.6 มิลลิเมตร โดยที่แต่ละชิ้น cabinet จะมีจุดแสดงภาพทั้งหมดอยู่ที่ 480 x 270 พิกเซล ซึ่งซีรี่ย์ IWJ นี้เน้นไปทาง Business เหมาะกับใช้ทำป้ายโฆษณา เพราะเน้นความสว่างมากกว่าความละเอียด ส่วนอีกซีรี่ย์คือ IWR series เป็นรุ่นที่เน้นความละเอียดของภาพมากกว่าความสว่าง เน้นไปทาง Luxury Living คือใช้ในการตกแต่ง และทำเป็นจอเอนเตอร์เทนเม้นต์ในที่พักอาศัย แต่ละชิ้นคาบิเนตจะมีจำนวนจุดภาพทั้งหมดเท่ากับ 960 x 540 พิกเซล โดยมีความละเอียดค่าเดียวคือ 0.84 มิลลิเมตร ให้ความสว่างสูงสุดชั่วคราวอยู่ที่ 2000 nit และความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 250 nit

* ในแง่ความละเอียดของจอภาพ LED ใช้วิธีวัดที่ระยะห่างระหว่างเม็ด LED แต่ละเม็ด ไม่ได้ใช้วิธีนับจำนวนพิกเซลเหมือนเทคโนโลยีอื่น

การติดตั้ง

มาเป็นแผง cabinet ย่อยๆ ขนาดกว้าง x ยาวของแต่ละแผง จะมีขนาดเท่ากับทีวีประมาณ 36 นิ้ว

ส่วนนี้เป็นชิ้นส่วนที่จะนำไปติดตั้งเป็นโครงฐานเพื่อใช้ติดตั้งแผง cabinet ทั้งหมดลงไปบนโครงนี้

ลักษณะของโครงหลังจากประกอบติดตั้งลงบนผนังห้องแล้ว ซึ่งโครงตัวนี้ไม่ได้ต้องการพื้นที่บนผนังที่ลึกมาก ตัวโครงจะสูงจากผนังออกมาแค่ไม่กี่นิ้วเท่านั้น และตัวโครงก็มีน้ำหนักเบา

หลังจากเอาแผง cabinet ออกมาจากกล่อง ต้องทำการขันเอาตัวล็อคออกก่อน ..

จากนั้นก็เสียบต่อสายสัญญาณและสายไฟ

ก่อนจะนำไปประกอบลงบนโครง แต่ละแผงจะต้องผ่านการตรวจเช็คความเรียบร้อยดูก่อน ซึ่งแผง cabinet แต่ละชิ้นจะแบ่งเป็น 2 ชิ้นย่อย และแต่ละชิ้นย่อยจะประกอบด้วยแผงย่อยเล็กๆ อีกหลายแผง ตอนตรวจเช็คก็เพื่อดูเรื่องของ dead pixel กับความกลมกลืนของสีแต่ละแม่สี

เริ่มประกอบ.. เมื่อประกอบแผงทั้งหมดลงไปบนโครงจนครบแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการปรับจูนระนาบให้แต่ละแผงเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกันจนแนบแน่นสนิทจริงๆ ก่อนจะทำการ calibrate สีและปรับจูนละเอียดอีกครั้ง

ประสิทธิภาพ

ความเจ๋งของ Micro LED ของ Samsung ตัวนี้อยู่ที่สมรรถนะในการแสดงผลภาพของมัน ซึ่งเป็นระบบแสดงผลภาพแบบเดียวในโลกตอนนี้ที่สามารถทะลุทลวงสเปคฯ ของภาพที่ดีที่เคยมีอยู่เฉพาะในอุดมคติออกไปได้ทุกสถานะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ แบล็ค เลเวล” (black level) หรือขีดความสามารถในการแสดงจุดมืด (shadow) ของภาพที่ลงไปได้ถึงระดับต่ำสุด สามารถแสดงมุมมืดของภาพที่เป็น deep black ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ หรือจะเรื่องของ พีค ไว้ท์” (peak white) คทอความสามารถในการให้ความสว่างของจุดไฮไล้ท์ของภาพที่สูงลิบ คือปกติแล้ว peak white ที่โปรเจคเตอร์ทั่วไปทำได้จะอยู่ราวๆ 100 – 200 nit* ในขณะที่ทีวีที่ใช้เทคโนโลยีจอ OLED จะให้พีคไว้ท์อยู่ราวๆ 400 – 500 nit และ LEDTV พวกที่ให้ความสว่างสูงๆ อย่าง Quantum Dot ของ Samsung เองที่เคลมว่าสว่างได้มากถึง 1000 nit ก็ยังเป็นรอง Micro LED The Wall ของ Samsung ตัวนี้ ซึ่งให้ peak white สูงสุดได้ถึง 2000 nit สูงกว่า OLED ถึง 4 เท่า! และสูงกว่า LEDTV ระดับพรีเมี่ยมถึงสองเท่า ในขณะที่ Black Level ลงได้ลึกกว่ามาก (LEDTV ระดับพรีเมี่ยมให้ความสว่างสูงสุดแต่ความมืดไม่ได้ลงต่ำสุด)

* nit = เป็นหน่วยวัดความสว่างของภาพ โดยเทียบกับความสว่างของเทียนหนึ่งแท่งที่จุดอยู่ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร

ความสว่าง peak white ที่ระดับ 2000 nit เอาไปทำอะไร.? คุณจะเห็นมรรคผลของความสว่างสูงสุดระดับ 2000 nit ของจอภาพ The Wall ชัดๆ ก็ตอนที่เล่นภาพวิดีโอที่เข้ารหัส HDR มา ซึ่งจอภาพ The Wall จะทำให้ภาพ HDR ที่ถูกเข้ารหัสมาจากสตูดิโอถูก คลี่คลายระดับความมืดสว่างออกมาได้เต็มสเปคฯ มากที่สุดนั่นเอง.!!

ทาง Samsung ใช้เทคโนโลยีที่ชื่อว่า “Black Seal Technologyในการจัดไดนามิกแสงของภาพวิดีโอให้ขยายออกจนแม็ทฯ กับประสิทธิภาพของจอ, ใช้เทคโนโลยี “Ultra Chroma Technologyจัดการเกี่ยวกับสีสันของภาพวิดีโออินพุตให้แม็ทฯ กับความสามารถของจอ และใช้เทคโนโลยี “AI Upscaling Technologyในการขยายขนาดภาพวิดีโออินพุตให้ลงตัวพอดีกับขนาดของจอ สุดท้ายคือเทคโนโลยี “Quantum HDR Technologyถูกใช้ในการขยายไดนามิกเร้นจ์ของแสงจากภาพวิดีโออินพุตให้ออกมาสูงสุดตามมาตรฐานเพื่อแสดงผลบนจอ The Wall คุณคงอดสงสัยไม่ได้ว่า สเปคฯ ระดับนี้ภาพที่ออกมามันจะอลังการระดับไหน ลองหลับตานึกภาพดูเถิดว่า ฉากกลางแจ้งที่มีแสงแดดจ้าๆ ของภาพ HDR แบบเต็มสเปคฯ เมื่อมาอยู่บนจอขนาด 182.5 นิ้ว* มันจะอัดพลังแสงออกมาได้เปรี้ยงป้างแค่ไหน.?? สังเกตในคลิปวิดีโอที่สัมภาษณ์คุณอู้นั้น ใช้ไฟโคมขนาดใหญ่ยิงอัดเข้าไปที่จอเต็มๆ สีและความสว่างของภาพยังไม่สลดลงเลย.. สุดติ่งจริงๆ !!!

* ใช้แผง cabinet The Wall ทั้งหมด 25 แผง เรียงเป็น 5 x 5 แผง

ส่วนเรื่องของ สีสันคุณวิชัย (อู้) บอกว่า จอภาพ The Wall ตัวนี้สามารถแสดง colour gamut (ขอบเขตของสี) ของสีได้ถึงมาตรฐาน DCI-P3 เต็มๆ ซึ่งเป็นมาตรฐาน RGB color space ที่ทั่วโลกใช้ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์สำหรับการฉายภาพยนตร์ผ่านดิจิตัลโปรเจตเตอร์ และเรื่องของ โมชั่นก็ล้ำสเปคฯ ไปสุดกู่อีกเหมือนกัน คือให้รีเฟรชเรต (refresh rate) หรือความเร็วในการสลับเฟรมภาพสูงถึง 3840Hz (เฟรมภาพ/วินาที) จึงไม่มีปัญหาเรื่อง time lag ของภาพวิดีโอที่เปิดดูกับจอภาพนี้เลย

ถ้าอยากทดลองสัมผัสความสุดติ่งระดับชัดตาแตกแบบนี้ ให้ไปขอชมเป็นตัวอย่างได้ที่ร้าน Marconi ชั้น 3 ห้างเอ็มควอเทียร์ (EmQuartier) โทร. 095-050-5074 ที่นั่นจะมีจอ The Wall ขนาด 146 นิ้ว กับความละเอียดระดับ 4K ไว้ให้ลองชม /

**************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า