Sony > DMP-Z1 > Digital Music Player > เครื่องเล่นไฟล์เพลงดิจิตัล

ถ้าจะถามว่า ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่มีเสน่ห์ ดึงดูดความสนใจของผมมากที่สุด ผมขอยกให้ DMP-Z1 ของ Sony ตัวนี้ทำคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง.!

DMP-Z1
เครื่องเล่นไฟล์เพลง หรือ แอมป์หูฟัง.?
ตั้งโต๊ะ หรือ พกพา.?

ถ้ามองเผินๆ แล้วบอกคุณว่า DMP-Z1 เป็นเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพา คุณน่าจะมีงง เพราะรูปทรงและขนาดตัวเครื่องของมันดูคล้ายกับแอมป์หูฟังแบบตั้งโต๊ะมากกว่า ตัวใหญ่ซะขนาดนั้น ใครจะพกพาไปไหนได้.?

จริงๆ แล้ว DMP-Z1 ตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสามารถพกพาไปฟังนอกสถานที่ได้ เพราะ (1) มันมีภาค DAC หรือ D-to-A Converter ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิตัล ออดิโอให้เป็นสัญญาณอะนาลอกในตัว (2) มันมีภาค analog amplifier ทำหน้าที่ขยายสัญญาณอะนาลอกจากเอ๊าต์พุตของ DAC เพื่อส่งออกไปขับหูฟังอยู่ในตัว ซึ่งมีรูเสียบหูฟังให้เลือกใช้ 2 ชุดคือ unbalanced 3.5mm กับ balanced 4.4mm

ถ้า DMP-Z1 มีคุณสมบัติแค่ 2 ประการอย่างที่บอกมาข้างต้นนั้น มันก็คือ DAC/AMP ในความหมายที่เราคุ้นๆ กันดี แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันไม่เท่านั้นน่ะซิ.. ในตัว DMP-Z1 ยังมีโปรแกรมที่ใช้เล่นไฟล์เพลง ติดตั้งอยู่ในนั้นด้วย พูดง่ายๆ คือ มันสามารถเล่นไฟล์เพลงด้วยโปรแกรมในตัวของมันเอง แล้วส่งสัญญาณเพลงที่ render ออกมาจากไฟล์เพลงไปที่ภาค DAC ที่อยู่ในตัวของมัน ให้ช่วยแปลงเป็นสัญญาณอะนาลอก แล้วส่งต่อไปที่ภาคแอมปลิฟายที่อยู่ในตัวของมันเอง ให้ช่วยขยายสัญญาณอะนาลอกเอ๊าต์พุตให้มีกำลังมากพอไปขับหูฟัง จะเห็นว่า DMP-Z1 “ทำทุกอย่างด้วยตัวของมันเอง ลักษณะเดียวกับ DAP หรือ Digital Audio Player ทั่วไป

มันจึงมีคุณสมบัติครบถ้วนที่สามารถเรียกว่าเป็น “Digital Music Playerหรือ “Digital Audio Playerหรือ เครื่องเล่นไฟล์เพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้น ด้วยเหตุที่ DMP-Z1 ตัวนี้ มีแบตเตอรี่เก็บไฟในตัวที่สามารถเล่นไฟล์เพลงได้นานถึง 10 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเสียบไฟเอซี จึงทำให้มันมีคุณสมบัติของความเป็นเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพาได้อย่างเต็มภาคภูมิ.!!

สิ่งที่เห็นภายนอก

ด้านหน้าตัวเครื่อง

A : ช่องเสียบแจ๊คหูฟัง balanced 4.4mm (บน) และ Unbalanced mini 3.5mm (ล่าง)
B : ปุ่มวอลลุ่ม
C : ปุ่มเปิด/ปิดการทำงานของตัวเครื่อง

ตัวเครื่อง DMP-Z1 มาในสัดส่วนหน้ากว้าง 5.44 นิ้ว (ประมาณ 1/3 ของเครื่องมาตรฐาน) สูง 2.69 นิ้ว และมีความลึกเท่ากับ 10.98 นิ้ว น้ำหนักตัวเกือบ 2.5 กิโลกรัม มีกล่องพร้อมหูหิ้วไว้ให้ใส่ตัวเครื่องและอุปกรณ์เสริมหิ้วออกไปฟังนอกสถานที่ได้ด้วย

อะนาลอก เอ๊าต์พุต

A: MDP-Z1 มีเอ๊าต์พุตขับหูฟังมาให้เลือกใช้ 2 ช่อง ช่องแรกเป็นเอ๊าต์พุตบาลานซ์ผ่านขั้วต่อ 4.4mm ที่สามารถจ่ายกำลังขับได้สูงถึง 1500mW ต่อแชนเนล วัดที่โหลด 16 โอห์ม ในโหมด High Gain ตลอดทั้งย่านความถี่ตอบสนองตั้งแต่ 20Hz – 40kHz ส่วนอีกช่องเป็นเอ๊าต์พุตซิงเกิ้ลเอ็นด์ผ่านขั้วต่อ mini 3.5mm ที่สามารถจ่ายกำลังขับได้ถึง 570mW ต่อแชนเนล วัดที่โหลด 16 โอห์ม ในโหมด High Gain ตลอดทั้งย่านความถี่ตอบสนองตั้งแต่ 20Hz – 40kHz เช่นกัน

แบตเตอรี่จ่ายพลังงานสำหรับภาคอะนาลอก เอ๊าต์พุต

เอซี อะแด๊ปเตอร์ป้อนไฟเลี้ยง 19.5V

กำลังขับที่มากถึง 1.5W สำหรับเอ๊าต์พุตบาลานซ์ 4.4mm ได้มาจากภาคขยายอะนาลอกที่ใช้ชิปอ๊อปแอมป์ของ TI เบอร์ TPA6120A2 จำนวนสองตัว แยกขับแชนเนลละตัว โดยมีพลังงานไฟเลี้ยงจากสองแหล่งให้เลือกใช้ ระหว่างไฟเลี้ยงขนาด 19.5 V จากเอซีอะแด๊ปเตอร์ที่แถมมาให้ (สามารถอัพเกรดไปใช้ภาคจ่ายไฟแบบ Linear ได้) กับไฟเลี้ยงจากแบตเตอรี่ ลิเธี่ยม อิออน แบบชาร์จซ้ำได้ จำนวน 4 ก้อน ซึ่งในตัว DMP-Z1 มีแบตเตอรี่มาให้ทั้งหมด 5 ก้อน ถูกแยกใช้สำหรับวงจรอะนาลอกบาลานซ์ (L+ / L- / R+ / R-) จำนวน 4 ก้อน และแยกใช้ป้อนไฟเลี้ยงให้กับวงจรดิจิตัล ก้อน

ชาร์จไฟไปด้วย ฟังเพลงไปด้วยก็ได้

เมื่อเสียบเอซี อะแด๊ปเตอร์เข้ากับตัว DMP-Z1 ไฟแสดงสถานะ “CHARGEบนตัว DMP-Z1 จะติดสว่างขึ้นเป็นสีแดง ซึ่งเป็นสภาวะที่เครื่องจะดึงไฟเลี้ยงจากเอซี อะแด๊ปเตอร์เข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ ปกติจะใช้เวลาชาร์จให้เต็ม 100% อยู่ที่ 4 ชั่วโมง ซึ่งในขณะเสียบเอซี อะแด๊ปเตอร์นี้ คุณสามารถเปิดเพลงฟังไปด้วยก็ได้ แต่จะทำให้เวลาในการชาร์จถูกยืดยาวออกไป และคุณยังสามารถสลับเปลี่ยนได้ด้วยว่าจะใช้ไฟจากเอซี อะแด๊ปเตอร์หรือใช้ไฟจากแบตเตอรี่สำหรับการฟัง เมื่อแบตเตอรี่ถูกชาร์จไฟจนเต็มแล้ว ไฟแสดงสถานะ “CHARGE” จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว

เมื่อชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% จะใช้ฟังเพลงได้นาน 9 ถึง 10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ ประเภทของไฟล์ที่ฟัง คือถ้าเป็นไฮเรซฯ จะบริโภคพลังงานของแบตเตอรี่มากกว่าไฟล์แบบโลว์เรซฯ หรือระดับวอลลุ่มที่ใช้ก็มีส่วนทำให้เวลาในการใช้งานแบตเตอรี่ต่างกัน

วอลลุ่ม ดีไซน์พิเศษ

B: โซนี่ลงทุนออกแบบวอลลุ่มตัวนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ เป็นวอลลุ่มอะนาลอก ปรับระดับเสียงด้วยสวิทช์ขนาดใหญ่ที่ใช้วิธีหมุน (rotary) ตามเข็มนาฬิกาเพื่อเพิ่มความดัง/ทวนเข็มเพื่อลดความดัง ความพิเศษของวอลลุ่มตัวนี้อยู่ที่กลไกภายใต้ตัววอลลุ่มที่ใช้ควบคุมความดังของสัญญาณ ซึ่งถูกออกแบบโดยแยกแกนด้านในของวอลลุ่มออกเป็น 4 อัน แต่ละอันจะถูกใช้ในการควบคุมเกนของสัญญาณ L+ / L- / R+ / R- แยกจากกันเด็ดขาด เสมือนกับว่ามีวอลลุ่ม 4 อันซ้อนกันอยู่ โดยที่แกนในของปุ่มวอลลุ่มขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่บนแผงด้านหน้านั้นถูกออกแบบให้ยึดโยงอยู่กับวอลลุ่มทั้งสี่อันที่อยู่ด้านใน ซึ่งจะหมุนไปในทิศทางเดียวกับการปรับหมุนของปุ่มวอลลุ่มที่อยู่ด้านหน้าเครื่องพร้อมกันทั้งสี่อัน

พูดง่ายๆ ปุ่มวอลลุ่มที่ปรากฏอยู่บนแผงด้านหน้าทำหน้าที่เป็น master volume แบบพาสซีฟนั่นเอง เมื่อคุณขยับหมุนปุ่มวอลลุ่มไปในทางซ้าย สัญญาณเสียงทั้ง 4 ส่วน (L+, L-, R+, R-) ก็จะถูกปรับลดความดังลงไปในปริมาณที่เท่าๆ กันและพร้อมกัน และในทางตรงข้าม ถ้าคุณหมุนปุ่มวอลลุ่มไปทางขวามือ สัญญาณเสียงทั้งสี่ส่วนนั้นก็จะมีความดังเพิ่มขึ้นไปในปริมาณเท่ากันและพร้อมกัน การเคลื่อนหมุนของปุ่มวอลลุ่มเป็นไปด้วยความลื่นไหล นุ่มนวล นับว่าเป็นระบบวอลลุ่มแบบ Balanced ที่ทำงานได้เยี่ยมยอดมาก.!

ด้านหลังตัวเครื่อง

A: ช่องเสียบเอซี อะแด๊ปเตอร์ที่แถมมาให้
B: ช่อง USB-C สำหรับเสียบสาย USB type A > type C ที่แถมมาให้ เพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ในการ add ไฟล์เพลงเข้ามาในตัว DMP-Z1

ช่องเสียบการ์ด microSD/microSDHC/microSDXC จำนวน 2 ช่อง ติดตั้งอยู่ด้านข้างซ้ายของตัวเครื่อง

ในตัว DMP-Z1 มีหน่วยความจำไว้ให้คุณเก็บไฟล์เพลงได้มากถึง 256GB ซึ่งเก็บไฟล์ WAV 16/44.1 ได้ประมาณ 500 กว่าอัลบั้ม เก็บไฟล์ WAV 24/192 หรือ DSF64 ได้ประมาณ 100 กว่าอัลบั้ม ซึ่งก็นับว่ามากพอสมควรสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับนักเล่นเครื่องเสียงที่สะสมเพลงไว้เยอะๆ หรือคนที่มีไฟล์เพลงไฮเรซฯ อยู่เยอะ ความจุแค่นี้อาจจะไม่พอ คุณก็สามารถเพิ่มเติมหน่วยความจำที่อยู่ในรูปของ SD card เข้าไปได้อีก 2 การ์ด

หน้าตาของแอพฯ “content transferของ Sony

B : ช่อง USB-C ด้านหลังของ DMP-Z1 มีหน้าที่สองอย่าง อย่างแรกคือเป็นช่องทางในการโหลดไฟล์เพลงเข้าสู่ตัว DMP-Z1 ส่วนอีกหน้าที่คือทำตัวเป็น USB-DAC เพื่อรองรับสัญญาณดิจิตัล ออดิโอจากเพลเยอร์ภายนอก และจากโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงบนคอมพิวเตอร์

สำหรับการโหลดไฟล์เพลงเข้าสู่หน่วยความจำของ DMP-Z1 เมื่อคุณเชื่อมโยงระหว่างช่องอินพุต USB-C ของ DMP-Z1 เข้ากับคอมพิวเตอร์แล้ว คอมพิวเตอร์ของคุณจะมองเห็นหน่วยความจำของ DMP-Z1 ปรากฏขึ้นมาในรูปของ drive ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า “PLAYERซึ่งคุณสามารถโหลดไฟล์เพลงจากคอมพิวเตอร์ลงไปที่ไดร้ “PLAYER” ได้ 2 วิธี วิธีแรกคือ ลากไฟล์เพลงลงไปในไดร้ “PLAYER” ตรงๆ (ศัพท์ทางคอมพิวเตอร์เรียกว่า drag & drop) ส่วนวิธีที่สองคือโหลดแอพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “Content Transferของโซนี่ (ตามภาพด้านบน) ที่ออกแบบมาสำหรับการโหลดไฟล์เพลงลงไปในหน่วยความจำของอุปกรณ์ DMP (Digital Music Player) ของโซนี่โดยเฉพาะ

ส่วนคำสั่งที่ใช้เปิดใช้งานฟังท์ชั่น USB-DAC อยู่ในเมนูของตัวเครื่อง

บนแผ่นหลังของตัวเครื่องเป็นกระจกปิดทับบนจอแสดงผลที่ใช้ระบบสัมผัส

A : จอ TFT LCD (thin-film-transistor LCD) ขนาด 3.1 นิ้ว แสดงผลที่ความละเอียด 800 x 400 พิกเซล รองรับการสั่งงานด้วยระบบสัมผัส
B : ไฟ LED ดวงเล็กๆ ข้างตัวอักษร “CHARGEแสดงสถานะการชาร์จไฟ
C : ไฟ LED ดวงเล็กๆ ข้างตัวอักษร “MUTINGแสดงสถานะตัดเสียงชั่วคราว
D : ปุ่มกดควบคุมการเล่นไฟล์เพลงด้วยฟังท์ชั่นพื้นฐาน

สิ่งที่ปรากฏบนจอแสดงผล

A : แสดงช่องเอ๊าต์พุตของสัญญาณที่ส่งออกไปที่หูฟัง ซึ่งหากเสียบพร้อมกันทั้งสองช่อง ช่อง Balanced 4.4mm จะได้รับสิทธิ์ให้เล่น ในขณะที่ช่อง mini 3.5mm จะอยู่ในสถานะ muting
B : แสดงลักษณะของสัญญาณเสียงที่ถูกปล่อยออกไปทางเอ๊าต์พุต
C : แสดงปริมาณไฟของแบตเตอรี่
D : แสดงรูปแบบ และความละเอียดของสัญญาณเสียง
E : ทางเข้าไปในเมนูเครื่อง
F : รายชื่อเพลงที่อยู่ลำดับพร้อมเล่น (เพลย์ลิส)
G : ย้อนกลับไปก่อนหน้า
H : กลับไปหน้าจอของแทรคที่กำลังเล่น
I : แสดงข้อมูลของแทรคที่กำลังเล่น

ฮาร์ดแวร์ คอมโพเน้นต์ทุกชิ้นในตัว DMP-Z1 ถูกควบคุมการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการณ์ (Opration System = OS) ที่ Sony พัฒนาขึ้นมาเอง ซึ่งทั้งรูปร่างหน้าตา รวมถึงคุณสมบัติต่างๆ ของฟังท์ชั่นที่ใส่มาในโปรแกรมที่ใช้เล่นไฟล์เพลงบนตัว DMP-Z1 จะเหมือนกับที่ใช้บน DMP รุ่น NW-WM1Z, NW-WM1A และ NW-Z300 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นตัวเดียวกัน

มีอะไรดีใน
DMP-Z1

ในฐานะที่ DMP-Z1 เป็นผลิตภัณฑ์แคตากอรี่ใหม่ที่เหมารวมเอาทั้ง player และ DAC/Headphone Amp เข้าไว้ในตัวเดียวกัน เรามาดูกันหน่อยว่า ในตัว DMP-Z1 มีอะไรน่าสนใจอยู่บ้าง.?

โครงสร้างภายใน

คอนเซ็ปต์ที่ใช้สร้าง DMP-Z1 ขึ้นมาประกอบด้วยแนวคิดที่มีพื้นฐานเดียวกันกับการออกแบบอุปกรณ์เครื่องเสียงระดับไฮเอ็นด์ เริ่มด้วยการแยกวงจรอิเล็กทรอนิคที่ทำงานกับสัญญาณ digital กับวงจรอิเล็กทรอนิคที่ทำงานดับสัญญาณ analog ออกจากกัน อย่างเด็ดขาด!ซึ่งทีมออกแบบของ Sony เลือกใช้วิธีสร้างโครงหลักของตัวเครื่องขึ้นมาด้วยการ ขุดจากแท่งอะลูมิเนียมที่มีรูปทรงเหมือนตัวอักษร H ในภาษาอังกฤษ แล้วเอาแผงวงจรที่ทำงานกับสัญญาณอะนาลอกกับแผงวงจรที่ทำงานกับสัญญาณดิจิตัลไปไว้คนละด้านของตัวโครงหลัก ประกอบปุ่มวอลลุ่มขนาดใหญ่เข้าไป จากนั้นก็ใช้แผ่นอะลูมิเนียมอีกสองแผ่นปิดทับทั้งด้านบนและด้านล่างเอาไว้

ชิป Texas Instruments เบอร์ TPA6120 (*ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

นอกจากโครงสร้างและภาคจ่ายไฟแล้ว อีกส่วนประกอบสำคัญที่นับได้ว่าเป็นเสมือนกล้ามเนื้อของ DMP-Z1 นั่นคือชิปไอซีเบอร์ TPA6120 ของ TI ที่ถูกใช้ทำงานในภาคขยายของสัญญาณอะนาลอก เอ๊าต์พุต ซึ่งชิป TPA6120 ตัวนี้ทำหน้าที่ขยายสัญญาณอะนาลอก เอ๊าต์พุตด้วยวงจรขยาย class AB ที่ทำงานด้วยโหมด current-feedback ให้กำลังขับสูง สัญญาณรบกวนต่ำ ทำให้ได้เสียงที่มี SNR (Signal-to-Noise Ratio) สูงถึง 128dB ที่ระดับ THD 112.5dB

ชิป AK4497EQ

ถ้าเปรียบชิป TPA6120 กับภาคขยายอะนาลอก เอ๊าต์พุตเป็นเหมือนกล้ามเนื้อที่ทรงพลัง ก็ต้องเปรียบเทียบชิป AK4497EQ ของบริษัท Asahi Kasei (AKM) กับการทำงานในส่วนของสัญญาณดิจิตัลว่าเป็นเสมือนกับหัวใจ หรือมันสมองของ DMP-Z1 เลยทีเดียว

ชิป AK4497EQ เป็นชิประดับพรีเมี่ยมของ AKM ทำหน้าที่ในการแปลงสัญญาณดิจิตัลให้เป็นสัญญาณอะนาลอก ถูกใช้ใน DMP-Z1 ทั้งหมดสองตัว แยกสำหรับสัญญาณซีกซ้าย (Lchannel) และสัญญาณซีกขวา (Rchannel) ข้างละตัว ซึ่งจุดเด่นของชิป DAC ตัวนี้อยู่ที่ความสามารถในการรองรับสัญญาณอินพุตได้สูงมาก คือรับสัญญาณ PCM ได้ถึงระดับ 768kHz ส่วนสัญญาณ DSD รองรับได้ถึงระดับ 22.4MHz หรือระดับ quad-DSD คือ DSD512 และให้ไดนามิกเร้นจ์ของสัญญาณเอ๊าต์พุตออกมาได้สูงถึง 128dB

เมื่อ AK4497EQ เข้ามาอยู่ในภาค DAC ของ DMP-Z1 มันถูกกำหนดให้รองรับสัญญาณ PCM ได้สูงสุดที่ระดับ 32bit/384kHz และรองรับสัญญาณ DSD ได้ถึงระดับ 11.2MHz หรือ DSD256 โดยอาศัยสัญญาณ clock จาก crystal oscillators JCR NJU6222 สองตัวที่แยกสำหรับสัญญาณฐาน 44.1kHz กับฐาน 48kHz อย่างละตัวเพื่อช่วยให้การทำงานของชิป DAC AK4497EQ มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น และที่น่าประทับใจมากก็คือว่า ภาคดีโค๊ดเดอร์ของ DMP-Z1 ยังรองรับการถอดรหัสฟอร์แม็ต MQA ได้ด้วย!

DMP-Z1
vs.
TA-ZH1ES

ไม่ต้องถามก็เชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้ว่า ระหว่าง DMP-Z1 กับ TA-ZH1ES มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้าง.? ในฐานะที่ทั้งสองต่างก็เป็นสมาชิกครอบครัว Signature Series ทั้งคู่

TA-ZH1ES : ลิ้งค์
MDP-Z1 : ลิ้งค์

ลองฟัง
DMP-Z1
ด้วยเวลาที่จำกัด!

โชคดีของผมที่มีโอกาสได้ทดลองเล่นและทดลองฟังเสียงของ DMP-Z1 ก่อนที่มันจะออกวางขายจริงๆ แม้ว่าตัวอย่างที่ได้รับมาจาก บริษัทโซนี่ ประเทศไทยฯ จะยังไม่สมบูรณ์ในบางจุด แต่ก็สามารถฟังเสียงได้จริง ซึ่งแน่นอนว่า ผมได้ใช้เวลา 1 อาทิตย์ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งผมจะสรุปผลการทดลองเล่นและทดลองฟัง DMP-Z1 ตัวนี้เอาไว้โดยสังเขปดังนี้

1.ใช้งานง่ายมาก

โดยเฉพาะกับคนที่คุ้นเคยกับ DMP ของโซนี่มาก่อน อย่างพวกรุ่นใหญ่ๆ คือ ZX300, WM1Z และ WM1A เพราะมันใช้โปรแกรมเพลเยอร์ตัวเดียวกัน มีฟังท์ชั่นให้เลือกใช้เยอะ

2. เอ๊าต์พุต balanced 4.4mm เสียงดีกว่าเอ๊าต์พุต mini 3.5mm อย่างชัดเจน!

ผมมีหูฟัง Sennheiser รุ่น K420 อยู่ 2 ตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเอาตัวหนึ่งไปฝากน้องฟิวช่วยดัดแปลงเปลี่ยนขั้วต่อ mini 3.5mm มาเป็นขั้วต่อ balanced 4.4mm ส่วนอีกตัวหนึ่งผมเก็บเป็นขั้วต่อออริจินัลเพื่อไว้ฟังเปรียบเทียบกัน ที่ผ่านมาผมก็ได้ทดลองฟังหูฟังสองตัวนี้กับเครื่องเล่นไฟล์เพลงรุ่น ZX300 มาบ้างแล้ว ซึ่งก็พบว่า ที่เอ๊าต์พุต 4.4mm ของ ZX300 ให้เสียงออกมาดีกว่าช่อง 3.5mm อย่างชัดเจน และเมื่อผมนำหูฟัง K420 ทั้งสองตัวนี้มาฟังเทียบกันอีกทีกับ DMP-Z1 ตัวนี้ ก็เป็นการคอนเฟิร์มได้อย่างชัดเจนว่า เอ๊าต์พุต ที่ช่อง balanced 4.4mm ของ DMP-Z1 เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ มันให้รายละเอียดของเสียงที่กระโดดข้ามไปอีกมาตรฐานเลย โดยเฉพาะเมื่อฟังด้วยไฟล์ไฮเรซฯ อย่างเช่นไฟล์ DSD ซึ่งนอกจากจะได้รายละเอียดเสียงที่ดีมากแล้ว ผมสังเกตได้ว่า เสียงทั้งหมดจะมีความนิ่งและมั่นคงมากกว่าเอ๊าต์พุต 3.5mm อย่างเห็นได้ชัด คือตอนที่เริ่มต้นฟังจากช่อง 3.5mm ก็ว่าดีมากแล้ว แต่พอเปลี่ยนมาฟังช่อง 4.4mm ด้วยหูฟังที่ดัดแปลงขั้วต่อมา เสียงที่ได้ก็ดีขึ้นไปอีกระดับ ยิ่งฟังช่อง balanced 4.4mm ของ DMP-Z1 กับหูฟังที่ดีมากๆ อย่าง MDR-Z1R + สายหูฟังที่ดีมากๆ อย่าง Kimber Kable รุ่น MUC-B20SB1 ที่ติดขั้วต่อ balanced 4.4mm ผมก็ขอฟันธงเลยว่า ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ balanced 4.4mm คือความหมายของความเป็นไฮไฟฯ อย่างแท้จริง มันคือเอ๊าต์พุตที่แสดงคุณสมบัติของความเป็น Hi-Res Audio ออกมาให้เห็นจริงมากที่สุด!

ขั้วต่อ balanced 4.4mm ที่ฝังอยู่ในตัว DMP-Z1

ผมมาพิจารณาดูแล้ว ความวิเศษของเสียงที่ผมได้ยินจากช่องเอ๊าต์พุต balanced 4.4mm ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญหรืออุปทานไปเอง เพราะถ้าไล่มาตั้งแต่แนวทางการออกแบบจากต้นทางคือภาค DAC – วอลลุ่ม ไปจนถึงขั้วต่อหูฟังที่ช่อง balanced 4.4mm ตามภาพข้างบนนั้น คุณจะเห็นว่า ทีมออกแบบของ Sony ตั้งใจทำให้เส้นทางเดินของสัญญาณต้นฉบับตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางขาออกอยู่ในรูปของสัญญาณบาลานซ์แท้ๆ ตลอดทั้งเส้น ซึ่งผมคิดว่า ทั้งหมดนั้นต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นกับลักษณะของเสียงที่ผมได้ยินนั่นเอง.!

3. โหมด USB-DAC ยังมีปัญหา!

กับการทดลองใช้งาน DMP-Z1 ในโหมด USB-DAC ร่วมกับคอมพิวเตอร์ Mac และ PC ผ่านโปรแกรม roon ผมพบว่า เครื่องตัวอย่างที่ได้รับมาทดลองฟังตัวนี้ยังมีปัญหากับการเชื่อมต่อสัญญาณกับคอมพิวเตอร์อยู่ คือตัวเครื่องสามารถเปิดใช้โหมด USB-DAC ได้ และทางโปรแกรม roon บนคอมพิวเตอร์มองเห็น DMP-Z1 ปรากฏเป็น output ให้เลือกในชื่อว่า PLAYERและสามารถเลือกใช้งานได้ แต่พอเล่นไฟล์แล้วส่งสัญญาณเอ๊าต์พุตมา DMP-Z1 จะเกิดอาการสะดุด ทางโซนี่ ไทยฯ แจ้งว่า ซอฟท์แวร์ของเครื่องตัวอย่างที่ผมได้มายังไม่ใช่ final version ไว้รอสินค้าตัวจริงที่พร้อมขายออกมาจะขอทดลองฟังอีกครั้ง

4. การเชื่อมต่อเพื่อเล่นไฟล์เพลงผ่าน Bluetooth ก็ยังไม่ราบลื่น

ต้องรอเฟิร์มแวร์ final version เช่นกัน

5. กำลังขับของ DMP-Z1 ไปได้ไกลแค่ไหน.?

นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นในใจของผม เพราะทางบริษัท Sony ส่ง DMP-Z1 มาพร้อมหูฟังฟูลไซร้รุ่น MDR-Z1R ซึ่งอยู่ในอนุกรม Signature ด้วยกันเพื่อให้ผมทดลองฟังด้วยกัน ราคาค่าตัวของ MDR-Z1R ในท้องตลาดอยู่ที่เฉียดเจ็ดหมื่นบาท และมันก็ไปกับ DMP-Z1 ได้เป็นอย่างดี กำลังขับ 1500mW ของ DMP-Z1 สามารถขับดัน MDR-Z1R ออกมาได้อย่างหมดจดสบายๆ ซึ่ง MDR-Z1R เป็นหูฟังที่มีระดับสูงกว่าหูฟังฟูลไซร้ทั้งหมดที่ผมมีอยู่ (Sennheiser: HD650 กับ AKG: K702/65th) ซึ่ง DMP-Z1 ก็ขับหูฟังทั้งสองตัวของผมซะกระจุยกระจายเหมือนกัน

แต่เมื่อคำถามมันเกิดขึ้นในใจซะแล้ว ความคันก็ประทุ ก่อนถึงกำหนดส่งเครื่องคืนให้กับทาง Sony ผมจึงหิ้ว DMP-Z1 ไปที่ร้าน มั่นคง สาขาเรือธง ที่ชั้นสามของห้างอัมรินทร์ พลาซ่า เพื่อไปขอยืมหูฟังรุ่นที่สูงกว่า MDR-Z1R มาลองฟังกับ DMP-Z1 เพื่อพิสูจน์ให้รู้ชัดว่า กำลังขับที่ระดับ 1500mW (balanced 4.4mm) และ 570mW (mini 3.5mm) จะสามารถขับดันหูฟังระดับซุปเปอร์ไฮเอ็นด์ได้หรือเปล่า.?

เพื่อไม่เป็นการไบอัส ผมจึงขอให้ผู้จัดการร้านคือคุณหลุยส์ แห่งสำนักมั่นคง เรือธง อัมรินทร์พลาซ่าชั้นสาม มาช่วยแสดงทดสอบด้วย เนื่องจากคุณหลุยส์ คุ้นเคยดีอยู่แล้วกับหูฟังทุกตัวที่มีอยู่ในร้าน จึงบอกได้แน่ๆ ว่า DMP-Z1 ขับหูฟังตัวไหนออกหรือขับไม่ออก ซึ่งวันนั้นคุณหลุยส์จัดหูฟังที่มีราคาสูงกว่า MDR-Z1R มาทดลองฟังกับ DMP-Z1 ทั้งหมด 3 ตัว ตัวแรกคือ Sennheiser รุ่น HD820 ราคาอยู่ที่ 89,900 บาท ตัวที่สองคือ HiFiMan รุ่น HE1000 ราคาอยู่ที่ 111,111 บาท ส่วนตัวที่สามก็คือ Audeze รุ่น LCD-4 ราคาขายอยู่ที่ 159,000 บาท

ต้องขอขอบคุณคุณหลุยส์ และทางร้านมั่นคง เรือธง สาขาอัมรินทร์พลาซ่าเป็นอย่างสูงที่เอื้อเฟื้อสถานที่และให้ยืมหูฟังมาทดสอบในครั้งนี้ ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร.? กำลังขับของ DMP-Z1 สามารถผลักดันหูฟังไฮเอ็นด์ทั้งสามตัวนั้นออกหรือไม่ออก..?? คลิ๊กดูผลจากวิดีโอข้างล่างนี้ได้เลย../

คลิ๊กชม VDO การทดสอบ Sony DMP-Z1 กับ 3 หูฟังไฮเอ็นด์

**********************************
ราคา : ยังไม่ได้กำหนด
(* สินค้าจะเข้ามาจำหน่ายปลายปี 2561)
**********************************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย:
. Sony Thai Co. Ltd
โทร. 66 (0) 2-715-6100

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า