รีวิวเครื่องเสียง : beyerdynamic รุ่น Soul Byrd หูฟังอินเอียร์ขนาดเล็ก พร้อมชุดไมโครโฟนรับสายโทรฯ ในตัว

ผมเคยฟังหูฟังประเภท in-ear ครั้งแรกเมื่อ 3-4 ปีก่อน ตอนนั้นรู้สึกได้เลยว่า หูฟังตัวเล็กๆ ประเภทที่เรียกว่า อินเอียร์ยังให้เสียงได้ไม่ดีนัก เพราะเป็นยุคแรกๆ ของการพัฒนา ส่วนใหญ่จึงไปหยิบเอาหูฟัง BA ที่ใช้กับอุปกรณ์ช่วยฟังของผู้พิการทางโสตมาปรับจูนเพื่อใช้ฟังเพลง เสียงของแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์ที่ออกมายังคงเป๋ไปเป๋มา ขาดความเป็นดนตรีที่กลมกล่อม

ไม่น่าเชื่อเลยว่า เวลาผ่านไปแค่ไม่กี่ปี หูฟังอินเอียร์ก็สามารถพัฒนาทางด้านคุณภาพเสียงให้ฟังเพลงได้ดีขึ้นอย่างมาก จนบางรุ่นนั้น ให้เสียงดีอย่างน่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับขนาดไดเวอร์ที่เล็กจิ๋วของมัน

ที่น่าตกใจมากกว่าเรื่องของคุณภาพเสียงก็มีเรื่องของราคาขายนี่แหละ ซึ่งหากเทียบสัดส่วนระหว่าง Price-per-Performance โดยเอาคุณภาพเสียงมาเฉลี่ยเทียบกันกับราคาขายบาทต่อบาท ต้องขอบอกว่า หูฟังอินเอียร์วันนี้สามารถทำเรต Price-per-Performance ออกมาได้สูงกว่าเมื่อสี่ห้าปีที่แล้วมากมายมหาศาล เรียกว่า ถ้าหยิบหูฟังอินเอียร์ราคา 6 – 7 พันบาทสมัยโน้นมาฟังเทียบในแง่คุณภาพเสียงกับหูฟังอินเอียร์สมัยนี้ที่มีราคาเท่าๆ กัน จะพบเลยว่า หูฟังอินเอียร์สมัยนี้ให้คุณภาพเสียงออกมา เหนือกว่าหูฟังอินเอียร์สมัยก่อนโน้นแบบทิ้งกันไม่ติดฝุ่นเลยแหละ และคุณภาพเสียงในระดับที่ได้ยินจากหูฟังอินเอียร์ราคา 6 – 7 พันบาทสมัยโน้น เมื่อเทียบกับหูฟังอินเอียร์สมัยนี้ คุณจ่ายแค่ครึ่งเดียวของสมัยโน้นก็ได้เสียงแบบนั้นแล้ว เผลอๆ อาจจะดีกว่าซะอีกด้วย.!

beyerdynamic
ชื่อที่กำลังมาแรง แซงทุกโค้ง!

เห็นชื่อของ beyerdynamic ก็คงไม่ต้องเสียเวลาซักประวัติศาตร์กันอีกแล้ว เพราะ beyerdynamic ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงโปรเฟสชั่นแนลมานานมากแล้ว และ beyerdynamic ได้เริ่มส่งผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไปเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญในวงการหูฟังมาช้านาน มีเทคโนโลยีระดับสูงเป็นของตัวเอง เหล่านี้ทำให้การกระโดดเข้าสู่ตลาดคอนซูเมอร์ทั่วไปจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับ Beyerdynamic ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและเรื่องของดีไซน์ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการ rebranding มาใหม่ ด้วยภาพลักษณ์ที่สดใส

ในช่วงปีที่ผ่านมา Beyerdynamic ปล่อยหูฟังประเภท on-ear ขนาดกลาง และ over-ear ขนาดใหญ่ออกมาแล้วหลายรุ่น มีทั้งแบบใช้สายและแบบไร้สายที่เชื่อมต่อด้วยคลื่น Bluetooth ซึ่งมาพร้อมทั้งดีไซน์ที่สวยงามทันสมัยและเทคโนโลยีที่ผู้บริโภคต้องการ และนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้ชื่อของ beyerdynamic ติดหูติดตาและเริ่มเป็นแบรนด์ที่คุ้นชินสำหรับตลาดผู้บริโภคทั่วไปอย่างรวดเร็ว และหลังจากผลิตภัณฑ์ในอนุกรม BYRD ทะยอยออกสู่ตลาด เชื่อว่าชื่อของ beyerdynamic จะแผ่ขยายออกไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

beyerdynamic รุ่น Soul Byrd
ใหม่สุด และดีที่สุดในระดับราคาสามพันกว่าบาท.. วันนี้!

Soul Byrd เป็นชื่อรุ่นหูฟังแบบอินเอียร์หนึ่งในอนุกรมใหม่ของ beyerdynamic ที่ชื่อว่า BYRD ซึ่งเป็นการขยับลงมาให้บริการกับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ด้วยความเหมาะสมของราคาขายที่ตั้งไว้เพียงแค่สามพันกว่าบาท ในขณะที่เนื้องานดูดีเกินราคาไปไกล

บอดี้ของ Soul Byrd มีขนาดเล็กแค่ประมาณปลายนิ้วก้อยเท่านั้น ทำงานในโหมดตู้ปิด ตัวถังสีดำทั้งตัว ทำด้วยพีวีซีเกรดดีที่มีความแข็งแรงสูง ฉีดขึ้นรูปให้ทีลักษณะที่โค้งมน และมีรูปทรงที่พอเหมาะพอดีกับรูหู

ภาพด้านข้าง แสดงให้เห็นท่อนำเสียงที่มีขนาดใหญ่ และแผ่นปิดด้านหลัง (faceplates) ทำด้วยอะลูมิเนียมชุบอะโนไดซ์ โชว์โลโก้ภาพกราฟฟิควิหคเหิรสีเงิน เพิ่มความสวยงามไปอีกระดับ

ดูใกล้ๆ กับท่อนำเสียงขนาดใหญ่ที่มีตะแกรงสีเงินคั่นอยู่ ป้องกันขี้หูเข้าไปหมักหมมอยู่ข้างใน

บนบอดี้ของหูฟังทั้งสองข้าง จะมีตัวอักษรสีขาวกำกับแชนเนลพิมพ์ประทับไว้ให้รู้ และมีตัวเลขซีรี่ย์นัมเบอร์กำกับไว้ด้วย แถมข้างซ้ายยังมีตัวอักษรพิมพ์กำกับไว้ชัดเจนว่า Made in China อือมม.. แบรนด์เยอรมัน เมดอินไชน่า แต่มาถึงวันนี้แล้วใครจะไปสนใจล่ะ สินค้าคุณภาพจากจีนกระจายไปทั่วโลกแล้ว

บนตัวสายสัญญาณข้างขวาถัดจากตัวหูฟังลงมาประมาณ 10 .. มีแท่งรีโมทเล็กๆ ที่ใช้ควบคุมการรับสายโทรเข้าและควบคุมวอลลุ่มเชื่อมต่อตายตัวอยู่กับสายหูฟัง

ในกล่องมีที่หนีบอันเล็กๆ มาให้ ใช้หนีบกับสาบเสื้อเพื่อยึดสายขณะสวมใส่ใช้งานไม่ให้รุงรังด้วย

นอกนั้น ในกล่องกระดาษสีขาวๆ ที่บรรจุหูฟังยังมีฮาร์ดเคส (hardcase) กระเป๋าหนังเทียมสีดำไว้ใส่ตัวหูฟังกับอุปกรณ์เสริมสำหรับพกพาไปนอกสถานที่

นอกจากหูฟังทั้งสองข้าง, ที่หนีบเสื้อ และกระเป๋าใส่หูฟังแล้ว ในกล่องยังมีจุกยางซิลิโคนสีดำ (eartips) ให้มาอีก 5 คู่ 5 ขนาดคือ XS, S, M, L และ XL ซึ่งจุกยางของ beyerdynamic จะมีรูปทรงคล้ายกระดิ่งคว่ำ คือเมื่อสวมเข้าไปกับปากท่อนำเสียงแล้ว ส่วนบนตั้งแต่ปากท่อนำเสียงลงมาจะผายใหญ่ออกตรงฐาน ซึ่งส่วนฐานที่แผ่กว้างออกมาลักษณะนี้จะช่วยปิดช่องว่างระหว่างตัวบอดี้ของหูฟังกับรูหูเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง แม้ว่าตัวบอดี้ของหูฟังจะถูกออกแบบให้มีลักษณะที่โค้งมนและสอดแนบกับลักษณะช่องหูแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากลักษณะช่องหูของมนุษย์แต่ละคนจะแตกต่างกัน คือแค่คล้ายกันแต่ก็ไม่ได้เหมือนกันทุกคน ดังนั้น ลักษณะส่วนฐานที่ผายกว้างออกของตัวจุกยาง ซึ่งเป็นซิลิโคนบางๆ ที่มีลักษณะอ่อนนุ่มจึงเข้ามาช่วยอุดช่องว่างเล็กๆ ระหว่างตัวหูฟังกับช่องหูให้แนบแน่นมากขึ้น จึงสามารถป้องกันเสียงจากภายนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปในหูได้อย่างหมดจดมากขึ้น

ที่สายหูฟังมีแผ่นกระดาษหุ้มพลาสติกใสสีส้มๆ ติดอยู่ ในนั้นพิมพ์เตือนไว้ด้วยว่าให้เลือกขนาดของจุกยาง (eartips) ที่ถูกต้องเพื่อให้ฟิตพอดีกับการติดแน่นอยู่กับช่องหู และเพื่อให้ได้เสียงทุ้มที่ดี ซึ่งจากการทดลองแล้ว ผมการันตีให้ได้ว่ามันมีผลมากจริงๆ ช่วงแรกผมทดลองใช้จุกยางขนาด M ก่อนเลย เพราะเป็นเบอร์มาตรฐานที่ผมใช้กับจุกยางอื่นๆ ซึ่งมันก็พอใช้ได้กับช่องหูของผม แต่พอใส่เข้าไปจริงๆ จะรู้สึกว่ามันหลวมไปนิด และเสียงจะออกบางเพราะเบสไม่แน่น หลังจากทดลองเอาขนาดที่ใหญ่ขึ้นอีกสองขนาดคือ L กับ XL มาทดลองใส่และฟังเสียงดู สุดท้ายผมพบว่า จุกยางขนาด XL พอดีกับช่องหูของผมมากที่สุด ให้การยึดที่แน่นหนากับช่องหู ไม่ลื่นหลุดง่าย และให้เสียงที่ดีที่สุด โดยเฉพาะเสียงเบสที่แน่นและมีปริมาณที่น่าพอใจ * แนะนำให้ทดลอง

ทดสอบ

ก่อนทดลองฟังเสียงของเจ้าวิหคเหินฟ้า Soul Byrd ตัวนี้ เราไปดูสเปคฯ กันก่อน..

จากภาพด้านบน จะเห็นว่า หูฟังตัวนี้มีอิมพีแดนซ์แค่ 18 โอห์ม เท่านั้น (แถบสีฟ้า) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่น่ากังวลใจเลยเกี่ยวกับกำลังขับ เพราะมันเป็นตัวเลขที่บอกให้รู้ว่าไม่กินวัตต์ ขับง่าย พอมาดูที่ความไวก็ยิ่งทำให้รู้สึกโล่งใจมากขึ้นไปอีก เพราะชุดตัวเลข 103dB SPL (1mW / 500Hz) ในสเปคฯ (แถบสีเขียว) นั้นมีความหมายว่า เมื่อป้อนสัญญาณเสียงที่มีกำลังขับเท่ากับ 1mW (หนึ่งมิลลิวัตต์) เข้าไปที่หูฟังตัวนี้ คุณจะได้ความดังของเสียงออกมามากถึง 103dB เลยทีเดียว (วัดที่ ความถี่ 500Hz) นับว่าเป็นหูฟังที่มีความไวค่อนข้างสูง ซึ่งก็หมายความว่าขับไม่ยากนั่นเอง

แต่สเปคฯ ที่ดึงดูดความสนใจของผมมากเป็นพิเศษก็คือ ความถี่ตอบสนองหรือ frequency response (แถบสีแดง) ซึ่งตัวเลข 10 – 25,000Hz มันน่าตกใจมากสำหรับหูฟังที่มีราคาไม่กี่พันบาทแบบนี้ โดยเฉพาะหูฟังที่ใช้ไดเวอร์แบบไดนามิกแค่ดอกเดียวซะด้วย ไม่น่าเชื่อว่ามันจะทำความถี่ออกมาได้กว้างขนาดนี้ นี่คือความประทับใจลำดับที่สองที่ผมมีให้กับหูฟังตัวนี้ หลังจากรู้สึกประทับใจกับคุณภาพงานผลิตของตัวหูฟังเอง ซึ่งโดยรวมๆ ต้องบอกว่าดูดีกว่าที่ผมคาดไว้มากสำหรับหูฟังราคาประหยัด

ทดลองใช้รีโมท

บนตัวสายสัญญาณข้างขวาถัดจากตัวหูฟังลงมาประมาณ 10 .. มีแท่งรีโมทเล็กๆ ที่ใช้ควบคุมการรับสายโทรเข้าและควบคุมวอลลุ่มเชื่อมต่อตายตัวอยู่กับสายหูฟัง ซึ่งการทำงานของปุ่มทั้งหมดบนรีโมทจะสัมพันธ์กับลักษณะการเชื่อมต่อของขั้วต่อ TRRS mini stereo jack ขนาด 3.5mm ที่ปลายสายฝั่งที่ใช้เสียบกับรูหูฟัง ซึ่งใช้มาตรฐาน AHJ (CTIA) ตามปกติแล้วจะใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ได้หมด ทั้ง iOS และ Android

แต่จากการทดลองใช้งานของผมเอง พบว่า เมื่อใช้กับ iPhone 7 ซึ่งต้องเสียบผ่านอะแด๊ปเตอร์ของแอ๊ปเปิ้ลเอง (แท่งเล็กๆ สีขาว) ปรากฏว่า ตอนเล่นเพลงจากแอพ Onkyo HF Player จะควบคุมได้เฉพาะปุ่ม Pause/Play ตรงกลางซึ่งทำได้แค่กดให้เพลงหยุดและเล่นต่อเท่านั้นเอง ส่วนปุ่มเพิ่ม/ลดวอลลุ่มใช้ไม่ได้ เมื่อมีสายเข้าขณะฟังเพลง เสียงเพลงจะหยุดและเปลี่ยนเป็นเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ (โทรฯ ผ่านแอพฯ ก็ได้) เมื่อกดปุ่มตรงกลางก็สามารถรับสายคุยได้เลย เสียงปลายสายชัดเจนดี เพราะไมโครโฟนอยู่ใกล้กับปาก และทดลองปรับวอลลุ่มขณะคุยสายก็พบว่าไม่ทำงานเหมือนกัน ผมเข้าใจว่าเป็นเพราะอะแด๊ปเตอร์ของแอ๊ปเปิ้ลที่ไม่รองรับคำสั่งจากรีโมทฯ ของหูฟังนั่นเอง และเมื่อโทรฯ เสร็จ กดปุ่มตรงกลางเพื่อวางเสียง เสียงเพลงก็เล่นต่อทันที

จากการทดสอบโทรฯ พบว่า ตอนรับสายเข้า เสียงพูดของเราไปที่ปลายสายจะดังกว่าตอนเรากดโทรฯ ออกไปหาคนอื่น น่าเสียดายที่ผมไม่มีสมาร์ทโฟนที่ใช้รูหูฟัง 3.5mm อยู่เลยจึงไม่ได้ทดสอบฟังท์ชั่นรับสายและควบคุมวอลลุ่มกับสมาร์ทโฟนแบบนั้น

ทดลองฟังเพลง

เมื่อใช้หูฟัง Soul Byrd กับสมาร์ทโฟน คุณสามารถใช้แทนลำโพงของสมาร์ทโฟนได้ทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์ คือทั้งรับสายและโทรฯ ออก หรือใช้ดูคลิปจาก YouTube หรือแม้แต่ใช้ฟังเพลงจากแอพฯ บนมือถือ ซึ่งการใช้หูฟัง Soul Byrd ในการฟังเพลงกับสมาร์ทโฟนถือว่าเป็นการฟังเพลงแบบเน้นคุณภาพที่ใช้งบประมาณต่ำสุด เพราะคุณภาพเสียงที่ได้จากหูฟังตัวนี้ออกมาดีกว่าเสียงจากหูฟังแถมมากมหาศาล และคุณภาพเสียงจากการฟังเพลงจะดีขึ้นอีก ถ้าคุณใช้แอพฯ เล่นไฟล์เพลงที่มีคุณภาพดีหน่อย ผมแนะนำให้ใช้แอพ Onkyo HF Player โดยซื้อตัวจริงราคาแค่ 349 บาท แลกกับการเล่นไฟล์ได้ถึงระดับ Hi-Res Audio ครบทุกฟอร์แม็ต ทั้ง PCM 24/192 ไปจนถึง DSD ซึ่งจะได้เสียงที่ดีมากๆ

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบฟังเพลงมาก ใช้สมาร์ทโฟน iOS รุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ขั้วต่อไล้ท์นิ่งอยู่ และต้องการคุณภาพเสียงของเพลงที่ดีขึ้นไปอีกระดับ ผมแนะนำให้ใช้ DAC/HP Amp ของ Fiio รุ่น i1 (ราคาพันกว่าบาท ดูรีวิว) ซึ่งเป็น DAC/HP Amp ที่ออกแบบมาใช้กับสมาร์ทโฟน iOS โดยเฉพาะและมีแท่งรีโมทมาให้ด้วย เมื่อคุณเอาหูฟังตัวนี้ไปเสียบใช้กับ i1 การทำหน้าที่ควบคุมการฟังเพลงและรับสายโทรฯ จะถูกรีโมทของ i1 ยึดไปและสามารถทำงานได้ครบทุกหน้าที่ ทั้งรับสาย, สั่งเล่น/หยุดเล่นเพลง และเพิ่ม/ลดวอลลุ่ม และนอกจากนั้น เสียงที่ได้ก็ดีขึ้นมากด้วย โดยเฉพาะการฟังเพลงซึ่งตัว i1 จะทำให้ได้รายละเอียดและน้ำหนักเสียงที่ดีขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับหูฟังที่แถมมาฟังผ่านจากสมาร์ทโฟนโดยตรง

แต่ถ้าคุณเป็นทั้งคนที่ชอบฟังเพลง และชอบความสะดวกของการใช้อุปกรณ์ไร้สาย ผมแนะนำให้ใช้ DAC/HP Amp แบบที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วยวิธีไร้สายผ่านคลื่นสัญญาณ Blurtooth ของยี่ห้อ Audiolab รุ่น M-DAC nano (ราคา 5,900 บาท อ่านรีวิว) ซึ่งในกรณีนี้ คุณจะได้คุณภาพเสียงจากการฟังเพลงที่ดีขึ้นกว่าการใช้ Fiio : i1 อีกเยอะ เนื่องจากทั้งภาค DAC และภาค Headphone Amplifier ในตัว M-DAC nano มีคุณภาพสูงกว่า Fiio : i1 มากพอสมควร แต่กรณีนี้คุณจะใช้ฟังท์ชั่นรีโมทของ Soul Byrd ไม่ได้ ต้องใช้วิธีควบคุมผ่านสมร์ทโฟนโดยตรง

ถ้าคุณเป็น นักเล่นเครื่องเสียงที่ต้องการระบบเครื่องเสียงที่สามารถพกพาติดตัวไปใช้ฟังเพลงนอกสถานที่ได้อย่างสะดวกแต่ต้องให้คุณภาพเสียงที่ดีมากๆ ภายใต้มาตรฐานที่นักเล่นเครื่องเสียงยอมรับ ถ้าสงสัยว่า หูฟัง beyerdynamic รุ่น Soul Byrd ราคาแค่สามพันกว่าบาทตัวนี้มีความสามารถมากพอที่จะตอบสนองความต้องการของนักเล่นเครื่องเสียงได้ถึงระดับนี้มั้ย.? เพื่อตอบคำถามนี้ ผมก็คว้า Soul Byrd ไปจับคู่กับ DAP ที่มีอยู่ในมือขณะทดสอบนี้ โดยเริ่มที่ Astell&Kern รุ่น AK Jr. ราคาหมื่นกว่าบาท และตบท้ายด้วย Sony รุ่น ZX100 ตัวเก่าตัวแก่ของผม (ราคาสองหมื่นกว่า) ซึ่งยอมรับเลยว่าผมทึ่งมากกับเสียงที่ได้จากการใช้งานร่วมกับ DAP ทั้งสองตัวนี้ ไม่น่าเชื่อว่า Soul Byrd จะให้คุณภาพเสียงออกมาดีมากขนาดนี้ อย่างแรกที่ประทับใจสุดๆ คือ สปีดของเสียงในทุกความถี่ที่ประสานสอดคล้องกันได้ดีมากๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นของหูฟังแบบที่ใช้ไดเวอร์ตัวเดียวขับเสียงแบบฟูลเร้นจ์ ผมได้ยินรายละเอียดเสียงที่ให้ความช้าเร็วของท่วงจังหวะที่ถูกต้องไปตามลีลาของดนตรีที่ฟังในทุกย่านเสียง ไม่ว่าเพลงช้าหรือเพลงเร็ว ไม่มีอาการลักลั่นประเภทแหลมนำ หรือกลางโด่ง หรือทุ้มช้า ปรากฏออกมาให้ได้ยินเลย นั่นทำให้ได้ความเป็นดนตรีที่ดีเยี่ยม เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของเครื่องเสียงทุกชิ้นที่ได้ชื่อว่า เสียงดีจะต้องมีอยู่ในตัว ไม่ว่าเครื่องเสียงชิ้นนั้นจะมีราคาสูงแค่ไหนก็ต้องมีคุณสมบัตินี้อยู่ในตัว

เมื่อพ้นเลยจากเรื่องของจังหวะ หันมาพิจารณาเจาะลึกลงไปในคุณสมบัติข้ออื่นๆ เริ่มจากข้อแรกคือ frequency response ผมพบว่า หูฟังตัวนี้ทำให้ผมได้ยินเสียงเครื่องดนตรีออกมาครบถ้วนมาก แม้ว่าจะไม่ครบถ้วนเฉียด 100% เหมือนหูฟังไฮเอ็นด์ฯ ที่มีราคาสูงกว่านี้มากๆ แต่เท่าที่มันให้ออกมานี้ผมก็ไม่คิดจะขออะไรจากมันมากไปกว่านี้แล้ว และสิ่งที่เป็นมรรคผลที่ได้จากคุณสมบัติทางด้าน frequency response ที่เปิดกว้างตั้งแต่ 10Hz ขึ้นไปจนถึง 25,000Hz ของหูฟังตัวจิ๋ว Soul Byrd ตัวนี้ก็คือเสียงกลางที่ออกมาครบสเปคตรัม เพราะมันมี room ของ bandwidth ที่กว้างมากของตัวไดเวอร์รองรับอยู่ ส่งไปถึงสิ่งที่ได้ยินคือเสียงกลางที่ลอยตัวเป็นอิสระ เมื่อฟังเสียงร้องของนักร้องหญิงและนักร้องชาย จะรับรู้ได้ถึงโทนเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนักร้องคนนั้นๆ ปรากฏออกมาให้สัมผัสได้ และด้วยคุณสมบัติทางด้าน dynamic range ของหูฟังตัวนี้ที่รองรับความดังปกติได้ถึง 103dB ที่ความถี่ 500Hz ทำให้เสียงกลางลงไปถึงทุ้มของหูฟังตัวนี้มีลักษระที่เปิด กระจ่าง และหลุดลอยออกมาโดยปราศจากอาการ compress แม้จะขับด้วยแอมป์ที่มีกำลังไม่สูง

เป็นประสบการณ์ทางเสียงที่ยากต่อการปรับจูน ถ้าเป็นคนที่คลุกคลีอยู่กับหุฟังมานานๆ จะทราบดีว่า การปรับจูนให้ได้เสียงที่เปิดกระจ่าง แต่ในขณะเดียวกัน ยังสามารถควบคุมอิมแพ็ค (หัวเสียง) ให้มีความหนักแน่นและฉับไวที่ดีนั้นเป็นอะไรที่ยากมาก ต้องผสมสองส่วนนี้ให้อยู่ในระดับที่พอดีจริงๆ จึงจะได้ทั้งความเปิดโปร่งเป็นอิสระที่มาพร้อมกับวามกระชับฉับไวที่มีน้ำหนักและความแน่นมาด้วย

หูฟังไวๆ บางตัวให้เสียงที่พุ่งเปิด แต่ไม่กระชับ ทำให้เสียงโดยรวมขาดน้ำหนัก จังหวะดนตรีก็จะหลวมๆ ไม่กระชับไปตามลีลาของเพลง ฟังเพลงเร็วๆ จะรู้สึกได้ชัด ในทางตรงข้าม หูฟังที่แด๊มป์มากเกินไป จะให้เสียงที่กระชับ แน่น แต่ขาดความเป็นอิสระ ไม่ลอยตัว ไม่สวิงสวาย แต่จะออกห้วน เสียงจะออกหน่วงๆ รั้งๆ ไม่โลดแล่นอิสระไปตามลีลาของเพลง ซึ่ง Soul Byrd ก้าวพ้นจากปัญหานี้ไปได้อย่างสวยงาม ผมต้องขอแสดงความนับถือคนที่รับหน้าที่ในการปรับจูนเสียงของหูฟังตัวนี้ด้วย

Soul Byrd แม็ทชิ่งกับ AK Jr. อย่างมาก ทุกอย่างลงตัวกับแบบพอดีๆ ใครมี DAP รุ่นนี้อยู่ แนะนำให้ไปลองจับคู่กับหูฟังตัวนี้ดูเถอะ มันคือเนื้อคู่กันอย่างแท้จริง เมื่อขยับไปใช้งานร่วมกับ ZX100 ผมพบว่า เสียงโดยรวมก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีมากน่าพอใจ ความเป็นดนตรียังคงอยู่ในระดับที่อิ่มเอมไปกับอรรถรสของเพลงได้อย่างลึกซึ้ง สิ่งที่ได้เพิ่มเติมขึ้นมาเมื่อเทียบกับตอนจับคู่กับ AK Jr. ก็คือมวลของแต่ละชิ้นดนตรีที่หนาแน่นมากขึ้น อิ่มเข้มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ให้ความรู้สึกที่ แน่นและ หนักมากเกินไปนิดๆ กับบางอัลบั้มและบางแนวเพลง ถ้าสามารถโมดิฟายสายสัญญาณได้ก็อาจจะปรับจูนให้ดีขึ้นไปอีกขั้นได้ แต่อย่างว่าแหละ.. ใครจะทำ.?

สรุป

ไม่มีอะไรจะพูดมากครับ กับงบประมาณสามพันกว่าบาท จะหาหูฟังที่ให้คุณภาพเสียงที่ ดีกว่านี้ผมว่าให้ไปพลิกแผ่นดินน่าจะง่ายกว่านะ..!!! /

***********************
ราคา : 3,290 บาท
***********************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
. แบรนด์ ไอเดนติตี้ แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด
โทร. 0-2107-6480

fb : Beyerdynamic Thailand

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า