รีวิวโฮมเธียเตอร์ Harman Kardon รุ่น Enchant 1300 ลำโพงซาวนด์บาร์ all-in-one ระดับไฮเอ็นด์ฯ ครบเครื่องทั้งดูหนังและฟังเพลง

คู่ต่อกรที่แท้จริงของลำโพงซาวนด์บาร์ (Soundbar) ก็คือ ชุดเครื่องเสียงเซอร์ราวนด์แบบดั้งเดิมขนาดเล็กที่เรียกว่า HTIB หรือ Hometheater in the Box ซึ่งประกอบด้วยลำโพง 5.1 ch แบบดีสครีต ที่ต้องใช้ลำโพงแวดล้อมมากถึง 5 ตัวติดตั้งรายล้อมรอบตำแหน่งนั่งฟัง + เอวี แอมป์ฯ ขนาดใหญ่อีกหนึ่งตัวเพื่อสร้างสนามเสียงรอบตัว ซึ่ง จุดหมายปลายทางในการพัฒนาลำโพงซาวนด์บาร์ขึ้นมาก็เพื่อให้มันทำหน้าที่แทนชุดเครื่องเสียงเซอร์ราวนด์แบบดั้งเดิมนั่นเอง

เป้าหมายแรกที่ลำโพงซาวนด์บาร์พุ่งชนจนประสบความสำเร็จไปแล้วก็คือ ความสะดวกตัดสินได้จากความยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อลำโพงซาวนด์บาร์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับตอนเริ่มต้นที่หลายๆ คนมองว่า ลำโพงแท่งเล็กๆ แท่งเดียวไม่น่าจะให้เสียงทดแทนชุดลำโพงเซอร์ราวนด์แบบดั้งเดิมได้ แต่ปัจจุบัน ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ยอมรับแล้วว่า แม้ว่าความเป็นเซอร์ราวนด์ของลำโพง Soundbar จะไม่ดีเท่า แต่เมื่อเทียบกับชุดลำโพงเซอร์ราวนด์แบบดั้งเดิมแล้ว ลำโพงซาวนด์บาร์ชนะขาดทางด้านความสะดวก

Harman/Kardon : Enchant 1300
ลำโพงซาวนด์บาร์ เสียงอิ่มแน่น!

ผู้มีประสบการณ์ มักปรับตัวได้ดีในสภาวะคับขันคำกล่าวนี้น่าจะใช้ได้กับ Harman/Kardon เพราะพวกเขามีประสบการณ์กับ คุณภาพเสียงมาช้านาน การออกแบบและปรับจูนเสียงของลำโพงซาวนด์บาร์ให้ออกมาถูกใจคนฟังที่เน้นคุณภาพเสียงจึงไม่ใช่เรื่องยาก และ Enchant 1300 ก็คือผลิตผลที่ว่านั้น

ลำโพงซาวนด์บาร์รุ่น Enchant ของ Harman/Kardon มีอยู่ 2 รุ่นคือ Enchant 800 ที่เป็นรุ่นเล็ก กับรุ่นใหญ่คือ Enchant 1300 และมีลำโพงซับวูฟเฟอร์รุ่น Enchant Subwoofer อีกหนึ่งรุ่น ซึ่งโดยปกติแล้ว ทั้งรุ่น Enchant 800 และรุ่น Enchant 1300 สามารถใช้งานเดี่ยวๆ ตัวเดียวได้ แต่ถ้าต้องการให้ได้ความถี่ต่ำที่มีรายละเอียดมากขึ้น มีมวลที่หนาแน่นมากขึ้น แนะนำให้ใช้งานร่วมกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ตัวนี้ (ผมได้รับมาทดสอบพร้อมกัน และทดลองฟังเสียงแยกกันดูแล้ว ผลคือใช้พร้อมซับวูฟเฟอร์เสียงดีกว่ามาก! แนะนำให้ใช้ร่วมกัน)

ดีไซน์หน้าตาและปุ่มปรับใช้งานบนตัว Enchant 1300

ตัวแท่งซาวนด์บาร์มีความสูงไม่ถึงสิบเซ็นต์ฯ และลึกไม่ถึงคืบ แต่มีความยาวหนึ่งเมตรกว่าๆ ซึ่งถือว่ายาวและใหญ่กว่าลำโพงซาวนด์บาร์ส่วนใหญ่ในท้องตลาด เหมาะกับทีวีขนาดจอตั้งแต่ 55 นิ้วขึ้นไป และที่เหนือความคาดหมายอีกอย่างก็คือน้ำหนัก.. มันหนักกว่าที่คาดมาก ถ้าดูจากตัวเครื่องผอมๆ บางๆ แล้วไม่น่าจะหนัก แต่เอาจริงแล้วตัวแท่งซาวนด์บาร์ Enchant 1300 มีน้ำหนักมาถึง 5.65 กิโลกรัม ทีเดียว ลองยกดูแล้วคุณจะพบว่ามันทั้่งหนักและแน่น เนื้องานตัวถังดูเรียบร้อยมาก ตัวแท่งทำสีเทาเมทัลลิก ตรงขอบมีเดินเส้นวาวๆ โดยรอบ ทำให้ดูหรูขึ้น ด้านหน้ามีผ้าโปร่งสีดำปิดกั้นลำโพงไว้

ส่วนตัวซับวูฟเฟอร์ Enchant 1300 มีลักษณะเป็นตู้ทรงสี่เหลี่ยมที่มีความกว้างและความลึกเท่ากันคือ 29.6 .. ส่วนความสูงอยู่ที่ 40 .. เป็นขนาดที่จะว่าใหญ่ก็ไม่ใช่เล็กก็ไม่เชิง แต่ด้วยเหตุที่เขาทำการลบมุมตู้ให้มีลักษณะที่โค้งมนแล้วหุ้มด้วยผ้าโปร่งสีดำโดยรอบ จึงไม่รู้สึกเทอะทะ กลับดูเรียบหรู

ด้านบนของแท่งซาวนด์บาร์มีปุ่มกดกลมๆ แค่ 4 ปุ่มเท่านั้น

A = ปุ่ม Power ใช้เปิดเครื่อง / สแตนด์บาย ถ้ากดแช่ค้างไว้ 5 วินาที จะเป็นการปรับตั้งการเชื่อมต่อ Wi-Fi
B & C = ใช้ปรับเพิ่ม (+) / ลด () วอลลุ่ม ถ้ากดพร้อมกันเป็นการหยุดเสียงชั่วคราว (mute)
D = ปุ่มกดเลือกแหล่งอินพุต ซึ่งในรุ่น Enchant 1300 มีอินพุตให้เลือกใช้ทั้งหมด 8 อินพุต ได้แก่ HDMI ARC, HDMI 1, HDMI 2, HDMI 3, Optical, AUX, Bluetooth และ USB

ขั้วต่อต่างๆ ของตัวซาวนด์บาร์ Enchant 1300

ขั้วต่อทั้งหมดถูกซ่อนไว้ด้านหลังของแท่งซาวนด์บาร์ โดยแยกเป็นสองกลุ่ม

ขั้วต่อกลุ่มแรกอยู่ทางซ้ายมือ (เมื่อมองตรงเข้าไปที่ด้านหลังของแท่งซาวนด์บาร์) โดยมีจุดเชื่อมต่ออยู่ 4 ช่อง

L = ช่องเสียบปลั๊กไฟเอซี ให้มาเป็นแบบสองขา (แถมสายไฟมาในกล่อง)
M = ช่องอินพุต AUX สำหรับเชื่อมต่อสัญญาณอะนาลอกจากอุปกรณ์เครื่องเล่นที่ให้สัญญาณเอ๊าต์พุตทางแจ๊ค mini 3.5mm
N = ช่อง USB type A สำหรับเสียบอุปกรณ์เก็บไฟล์เพลงแบบพกพา
O = ช่องอินพุต Optical สำหรับรองรับสัญญาณเสียงดิจิตัล ออดิโอจากทีวี หรืออุปกรณ์เครื่องเล่นไฟล์เพลง

ถัดจากขั้วต่อกลุ่มแรกมาทางขวาจะมีปุ่มเล็กๆ อยู่ปุ่มหนึ่ง

ใต้ปุ่มนี้มีตัวหนังสือกำกับไว้ว่า “SUBWOOFER PAIRINGคือใช้สำหรับกดเพื่อเชื่อมต่อกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ Enchant Subwoofer และเมื่อกดซ้ำโดยกดแช่ไว้จะเป็นการตัดการเชื่อมต่อและเริ่มต้นการเชื่อมต่อใหม่

ถัดจากปุ่ม SUBWOOFER PAIRING ไปทางขวามือ เป็นกลุ่มของขั้วต่อ HDMI ซึ่งในรุ่น Enchant 1300 มีมาให้ใช้ทั้งหมด 4 ช่อง คือช่อง HDMI 1 ถึง HDMI 4 ซึ่งช่อง HDMI 1 ถึง HDMI 3 สามช่องทางซ้าย (J) ใช้รองรับสัญญาณภาพวิดีโอและสัญญาณเสียงจากอุปกรณ์เครื่องเล่นภายนอกพร้อมกันด้วยสายเส้นเดียว (เชื่อมต่อเครื่องได้ 3 เครื่อง) ส่วนช่องขวาสุด (K) คือช่องที่มีตัวอักษรกำกับว่า “HDMI OUT (TV ARC)นั้น มีมาให้เชื่อมต่อกับช่อง HDMI (ARC) ของทีวีเพื่อรองรับสัญญาณเสียงจากทีวีมาขยายผ่านลำโพงซาวนด์บาร์ตัวนี้

ขั้วต่อต่างๆ ของลำโพงซับวูฟเฟอร์ Enchant Subwoofer

ลำโพงซับวูฟเฟอร์รุ่นนี้เป็นอ๊อปชั่นที่ต้องซื้อเพิ่ม ถ้าคุณต้องการความสมบูรณ์แบบของเสียงมากยิ่งขึ้น

L = ขั้วต่อปลั๊กไฟเอซีเข้าเครื่อง
M = ปุ่มกดเพื่อเชื่อมต่อกับตัวซาวนด์บาร์
N = ช่องเอ๊าต์พุตของความถี่ต่ำ
O = ฐานล่างของตัวตู้มีตุ่มยางติดตั้งมาให้ยึดเกาะกับพื้นให้นิ่งสนิทและลดเรโซแนนซ์ไปในตัว

รีโมทไร้สาย

ซาวนด์บาร์ตัวนี้มีรีโมทไร้สายแถมมาให้ด้วย

รีโมทไร้สายที่ให้มามีขนาดเหมาะมือ ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป บอดี้ทำด้วยวัสดุที่แข็งแรง มีน้ำหนักกระชับมือ สามารถควบคุมการทำงานได้ทุกฟังท์ชั่น

1 = ปุ่ม Power ใช้กดเปิด (On) / ปิดเครื่อง (Standby)
2 = ปรับระดับความสว่างของตัวอักษรบนหน้าจอตอนแสดงผล / ปรับได้ 3 ระดับ / กดซ้ำจะวนไปเรื่อยๆ
3 = “Calibrationปุ่มปรับตั้งระบบเสียงเซอร์ราวนด์
4 = สามารถเก็บบันทึกการปรับตั้งเสียงในโหมด Personal ของฟังท์ชั่น Sound Mode ได้ถึง 5 ค่า
5 = ปุ่มกดเพื่อหยุดเสียงชั่วคราว / กดซ้ำเพื่อปิดฟังท์ชั่นหยุดเสียงชั่วคราว (เสียงดังขึ้นมาตามระดับวอลลุ่มเดิม)
6 = ปุ่มกดเลือกแหล่งต้นทางสัญญาณ (อินพุต)
7 = ปุ่มกดเพื่อเชื่อมต่อ (pair) กับอุปกรณ์ตัวอื่นด้วยคลื่น Bluetooth
8 = ปุ่มปรับวอลลุ่ม / กดด้านบนเพื่อเพิ่มความดัง กดด้านล่างเพื่อลดความดัง
9 = ปุ่ม Sound Mode ใช้กดเพื่อเลือกโหมดเสียงจากทั้งหมด 5 โหมด นั่นคือ Standard, Music, Movie, Voice และ Personal
10 = ปุ่มกดควบคุมการเล่นไฟล์เพลง ทั้งจากอินพุต USB, จากอินพุต Bluetooth และสตรีมมิ่งทั้งหมด
11 = กดเปิด / ปิด ฟังท์ชั่น Night Mode ควบคุมไดนามิกเร้นจ์ของระบบเสียง Dolby Digital และ DTS เมื่อใช้ฟังตอนกลางคืน
12 = กดเปิด / ปิด ใช้งานฟังท์ชั่น shuffle หรือสลับเพลง (ใช้ได้เฉพาะเล่นไฟล์เพลงจากอินพุต USB เท่านั้น)
13 = ปรับเพิ่ม / ลด ปริมาณเสียงทุ้มของลำโพงซับวูฟเฟอร์
14 = ปรับเร่ง / หน่วงเวลาของเสียงให้ตรงกับภาพบนจอ

การติดตั้งใช้งาน

คุณสามารถติดตั้งใช้งานลำโพงซาวนด์บาร์ได้ 2 ลักษณะ ขึ้นอยู่กับลักษณะการติดตั้งทีวีของคุณ กรณีที่คุณวางทีวีไว้บนโต๊ะด้วยขาตั้ง คุณก็สามารถวางตัว Enchant 1300 ไว้ใต้ทีวีของคุณได้ ถ้าใต้ทีวีมีพื้นที่ว่างมากกว่า 6.5 .. หรือวางไว้หน้าทีวีก็ได้ถ้าพื้นที่ใต้ทีวีไม่มากพอ แต่ถ้าคุณติดตั้งทีวีไว้บนผนังห้อง คุณก็สามารถติดตั้งตัว Enchant 1300 ไว้บนผนังใต้ตำแหน่งของทีวีได้เช่นกัน เพราะในกล่องมีเหล็กฉากที่ใช้ยึดผนังมาให้

การเชื่อมต่ออุปกรณ์สำหรับการดูหนังและฟังเพลง

คุณสามารถใช้งาน Enchant 1300 ร่วมกับทีวีทุกเครื่องที่มีขั้วต่อเอ๊าต์พุต Optical หรือ HDMI (ARC) กรณีที่เป็นทีวีรุ่นเก่าๆ ที่ไม่มีช่อง HDMI แต่มีช่อง Optical เพื่อส่งสัญญาณเสียงจากทีวีมาขยายผ่านลำโพงซาวนด์บาร์ตัวนี้ ซึ่งเป็นการสื่อสารด้านเดียว คือตัว Enchant 1300 จะทำหน้าที่รองรับสัญญาณจากทีวีมาเพื่อขยายเสียงอย่างเดียว แต่ถ้าทีวีของคุณเป็นทีวียุคใหม่ที่มีขั้วต่อ HDMI (ARC) แนะนำให้เชื่อมต่อผ่านขั้วต่อ HDMI (ARC) ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมต่อแบบสื่อสารสองทาง คือนอกจากตัว Enchant 1300 จะรองรับสัญญาณเสียงจากทีวีมาขยายแล้ว คุณจะได้ประโยชน์จากฟังท์ชั่น Lip Sync และประโยชน์จากการสั่งงานบางอย่างด้วย แต่ประโยชน์หลักๆ ที่โดดเด่นมากที่สุดกับการเชื่อมต่อผ่านช่อง HDMI (ARC) ก็คือ คุณภาพของภาพและเสียงสูงสุดนั่นเอง

ช่อง HDMI อีก 3 ช่องที่เหลือสามารถใช้เชื่อมต่อกับเครื่องเล่นแผ่น 4K UHD ได้ แต่ละช่องรองรับมาตรฐาน HDCP เวอร์ชั่น 2.2 สามารถปล่อยผ่านสัญญาณภาพวิดีโอได้ถึงระดับ 4K และรองรับระบบภาพ HDR (High Dynamic Range) ที่มาตรฐาน HDR10 ส่วนสัญญาณเสียงสำหรับการดูหนัง ทั้งสามช่องรองรับฟอร์แม็ต Dolby Audio และ DTS

Enchant 1300 ถูกออกแบบมาให้รองรับทั้งดูหนังและฟังเพลง ในแง่ของการดูหนัง คุณสามารถเชื่อมต่อทีวีและเครื่องเล่นแผ่นหนังผ่านเข้าสู่ Enchant 1300 ทางช่องอินพุต HDMI ในขณะที่การฟังเพลงนั้น คุณสามารถใช้วิธีเล่นไฟล์ที่คุณเก็บไว้บนแฟรชไดร้โดยตรงผ่านทางอินพุต USB ได้ หรือจะใช้วิธีเล่นไฟล์เพลงบนอุปกรณ์พกพาของคุณด้วยแอพฯ music player ต่างๆ (อาทิเช่น Onkyo HF Player) แล้วใช้สาย mini3.5mm > RCA เสียบต่อเอ๊าต์พุตจากเครื่องเล่นของคุณเข้าที่ช่องอินพุต AUX ของตัวซาวนด์บาร์ Enchant 1300 ก็ได้ นอกจากนั้น คุณยังสามารถสตรีมไฟล์เพลงด้วยแอพลิเคชั่นหลักๆ อย่าง Spotify และ TIDAL เข้าไปที่ Enchant 1300 ผ่านเข้าทางอินพุต Bluetooth ก็ได้ หรือจะสตรีมไฟล์เพลงด้วยแอพฯ ที่รองรับการสตรีมผ่านคลื่น Wi-Fi เข้าทางอินพุต Chromcast ก็ได้ด้วย ซึ่งให้คุณภาพเสียงดีกว่าการสตรีมผ่านบลูทูธ เรียกว่า Enchant 1300 รองรับการสตรีมไฟล์เพลงแบบไร้สายที่เน้นคุณภาพเสียงครบทุกช่องทาง ทั้ง Bluetooth และ Wi-Fi สะดวกสุดๆ !!

การเซ็ตอัพ

หลังจากต่อสายสัญญาณเสร็จหมดแล้ว และทำการจับคู่ (pair) ระหว่าง Enchant 1300 กับ Enchant Subwoofer เสร็จแล้ว ก่อนการใช้งาน คุณต้องทำการเชื่อมต่อตัว Enchant 1300 เข้ากับ Wi-Fi ที่บ้านคุณซะก่อน ซึ่งการเชื่อมต่อ Enchant 1300 เข้ากับ Wi-Fi ที่มีโมเด็มอินเตอร์เน็ตก็เพื่อประโยชน์สองอย่าง นั่นคือ เพื่อสตรีมไฟล์เพลงผ่าน Chromecast และเพื่อใช้เป็นช่องทางในการอัพเดตเฟิร์มแวร์ด้วย

Enchant 1300 ถูกออกแบบมาให้มี Wi-Fi ในตัว และรองรับแพลทฟอร์ม Home Network ของ Google จึงต้องใช้แอพฯ “Google Homeในการเซ็ตอัพ Enchant 1300 เข้ากับเครือข่าย Wi-Fi ที่บ้านของคุณ หลังจากเชื่อมต่อ Enchant 1300 เข้ากับ Wi-Fi เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือ “Calibrationเป็นขั้นตอนการปรับจูนให้ลำโพงซาวนด์บาร์ Enchant 1300 ของคุณสร้างสนามเสียงเซอร์ราวนด์ออกมาดีที่สุดในห้องของคุณ

เมื่อพิจารณาโดยสรุปแล้ว จะเห็นว่าระบบพื้นฐานของลำโพงซาวนด์บาร์รุ่น Enchant 1300 ตัวนี้ใช้การกระจายเสียงด้วยฟอร์แม็ต 5.1 Ch โดยอาศัยไดเวอร์ทั้งหมด 13 ตัว ทำงานร่วมกันในการกระจายเสียงเข้ามาในห้องของคุณ ไดเวอร์ที่ใช้ประกอบด้วยมิดเร้นจ์ขนาด 50 .. (2 นิ้ว) = 10 ตัว (2, 3, 4, 5, 6, 8, 9, 10, 11, 12) + ทวีตเตอร์ขนาด 20 .. (0.75 นิ้ว) = 1 ตัว (7) และทวีตเตอร์ขนาด 25 .. (1 นิ้ว) = 2 ตัว (1, 13)

จากภาพด้านบน จะเห็นว่า ไดเวอร์มิดเร้นจ์จำนวน 4 ตัวซีกซ้าย (ตัวที่ 25) ทำหน้าที่กระจายเสียงแชนเนล FL (Front/Left) ส่วนอีกสี่ตัวทางซีกขวา (ตัวที่ 912) ทำหน้าที่กระจายเสียงแชนเนล FR (Front/Right) และไดเวอร์สามตัวตรงกลาง (6, 7, 8) ทำหน้าที่กระจายเสียงแชนเนลเซ็นเตอร์

ส่วนทวีตเตอร์ขนาด 25 .. ที่ฝังอยู่ในหลุมปากแตรด้านข้างของตัวบอดี้ Enchant 1300 ข้างละตัวนั้น ถูกกำหนดให้ทำหน้าที่กระจายคลื่นเสียงของแชนเนลเซอร์ราวนด์ด้านซ้ายและแชนเนลเซอร์ราวนด์ด้านขวา ด้วยเหตุนี้ การที่จะทำให้คลื่นเสียงจากไดเวอร์ทั้ง 13 ตัวจาก 5 แชนเนลของตัวซาวนด์บาร์ Enchant 1300 ทำงานประสานกันเป็นสนามเสียงเซอร์ราวนด์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ที่ด้านข้างของตัวซาวนด์บาร์จึงไม่ควรที่จะมีวัตถุมาตั้งขวางแนวกระจายเสียงของตัวทวีตเตอร์ หรือถ้ามีก็ควรจะอยู่ให้ห่างจากตัวทวีตเตอร์ไม่ต่ำกว่า 1 เมตร และที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องทำการปรับจูน Calibration ด้วย

วิธีการ Calibration

Harman/Kardon ออกแบบเทคโนโลยีที่ใช้ในการปรับจูนเสียงของตัวเองขึ้นมา โดยให้ชื่อเรียกว่า Automatic MultiBeam Calibration (AMC) มันถูกฝังอยู่ในตัว Enchant 1300 โดยมี DSP ช่วยในการคำนวนและปรับตั้งค่าต่างๆ วิธีการก็ไม่ยาก แค่ชี้รีโมทไปที่ตัว Enchant 1300 แล้วกดปุ่ม “Calibrationบนตัวรีโมทค้างไว้ 3 วินาที จากนั้น โปรแกรมก็จะเริ่มทำงาน โดยใช้เวลาไม่เกิน 60 วินาทีก็เสร็จ ขณะโปรแกรมทำงานจะมีเสียงดังออกมาจากไดเวอร์ด้านหน้าและด้านข้าง ซึ่งช่วงนี้ต้องพยายามอย่าให้บริเวณนั้นมีเสียงดัง ถ้ามีเสียงรบกวนขณะโปรแกรมทำงาน การปรับตั้งอาจจะล้มเหลว ถ้าบนหน้าจอของ Enchant 1300 แจ้งว่าการปรับตั้งไม่สำเร็จ (Fail) ก็ให้เริ่มต้นใหม่

เมื่อปรับตั้ง Calibration เสร็จแล้ว ถ้าคุณทำการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของลำโพงซาวนด์บาร์ หรือทำการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ภายในห้องใหม่ แนะนำให้ทำการปรับตั้ง Calibration ใหม่ทุกครั้ง หรือถ้าคุณใช้งานไปแล้วมีความรู้สึกว่า มิติเสียงไม่ดี การแยกเสียงและความรู้สึกโอบล้อมแย่ลง ให้ทำการปรับตั้งเสียงใหม่

คุณภาพเสียง กับการ ดูหนัง

ช่อง HDMI และ Optical ของ Enchant 1300 ต้องการระบบเสียง Dolby Digital กับ DTS เป็นหลักในการนำไปสร้างสนามเสียงเซอร์ราวนด์ด้วยเทคโนโลยี MultiBeam ของฮาร์แมนฯ เอง ซึ่งระบบเสียง Dolby Digital กับ DTS นี้เป็นฟอร์แม็ตพื้นฐานของระบบเสียงเซอร์ราวนด์ 5.1 Ch ที่มีอยู่ในระบบเสียง Dolby และ DTS ทุกฟอร์แม็ต นั่นก็หมายความว่า ซาวนด์บาร์ Enchant 1300 ตัวนี้สามารถรองรับระบบเสียงจาก source ได้ทุกแหล่ง ไม่ว่าคุณจะเล่นแผ่น DVD, Blu-ray หรือแม้แต่แผ่น 4K UHD ก็สามารถใช้งานกับเทคโนโลยี MultiBeam ของซาวนด์บาร์ตัวนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นแผ่นที่บันทึกมาด้วยระบบเสียง Dolby Atmos หรือ DTS-X ก็สามารถ backward compatible กับเทคโนโลยี MultiBeam ได้หมด

คุณอาจจะสงสัยว่า กับราคาขาย >40K บาทของ Enchant 1300 ทำไมจึงเลือกที่จะใช้ฟอร์แม็ต 5.1 Ch เป็นพื้นฐานในการสร้างสนามเสียงเซอร์ราวนด์ ในขณะที่บางยี่ห้อในตลาดซาวนด์บาร์ที่อยู่ในระดับราคาใกล้เคียงกันนี้สามารถรองรับระบบเสียงที่เป็นฟอร์แม็ต 7.1 Ch อย่างระบบ Dolby Atmos และ DTS:X เข้าไปโดยตรง.? ตอนแรกผมก็สงสัยแบบนี้เหมือนกัน แต่เมื่อได้ทดลองฟังเสียงของ Enchant 1300 ตัวนี้แล้วก็พอจะเข้าใจถึงความตั้งใจของทีมออกแบบซาวนด์บาร์ตัวนี้ คือถ้าพยายามฝืนสรีระการวางตำแหน่งไดเวอร์ของซาวนด์บาร์ที่ทุกแชนเนลอยู่ด้านหน้าทั้งหมดเพื่อหวังให้ได้มิติเสียงที่ล้อมรอบตัวเหมือนชุดลำโพง 5.1 Ch แบบดั้งเดิม ด้วยการออกแบบ DSP ให้ปรับดึงเฟสเสียงจากไดเวอร์แต่ละตัวมากเกินไป อาจจะทำให้คุณได้ยินมิติเสียงแบบหลอกๆ ออกมาได้ระดับหนึ่ง แต่ต้องแลกกับคุณสมบัติทางด้าน “โฟกัสกับ ความอิ่มแน่นของเนื้อเสียงที่ด้อยลงไป คือยิ่งเล่นกับเฟสมากเท่าไร ทั้งโฟกัสและเนื้อเสียงก็จะยิ่งแย่ลงไปมากเท่านั้น

สิ่งที่วิศวกรของ Harman/Kardon ทำกับ Enchant 1300 ตัวนี้ก็คือแยกการกระจายเสียงของไดเวอร์ทั้งสามแชนเนลด้านหน้าออกจากการกระจายเสียงของไดเวอร์ด้านข้างทั้งสองตัวซึ่งทำหน้าที่แทนแชนเนลเซอร์ราวนด์ด้านซ้ายและเซอร์ราวนด์ด้านขวา ทำให้สัญญาณเสียงที่แผ่ออกมาจากสามแชนเนลหน้ามีความอิ่มเข้มของมวลและให้การแยกแยะตำแหน่งคล้ายกับเสียงจากสามแชนเนลของลำโพงแยกชิ้นปกติ (นั่นคือเหตุผลที่ทำให้แท่งซาวนด์บาร์ Enchant 1300 ต้องยาวขนาดนั้น!) ในขณะที่ไดเวอร์สองตัวที่อยู่ด้านข้างจะแผ่สนามเสียงออกมาก็ต่อเมื่อมีสัญญาณ Surround/Left (SL) หรือ Surround/Right (SR) ออกมาเท่านั้น ทำให้ปัญหาเรื่องการรบกวนทางเฟสเสียงระหว่างสามแชนเนลหน้ากับสองแชนเนลเซอร์ราวน์มีน้อยลง

เมื่อทดลองฟังเสียงที่ดึงมาจากทีวี (ผมทดสอบซาวนด์บาร์ตัวนี้ด้วยทีวี OLED ของ Sony รุ่น A9F ขนาด 65 นิ้ว) เข้าทางช่อง HDMI (ARC) ซึ่งทีวีส่งมาเป็นสัญญาณ stereo 2 ch (ทั้ง Dolby Audio และ PCM) ผมพบว่า Enchant 1300 ถ่ายทอดเสียงตั้งแต่แหลมลงมาถึงกลางต่ำออกมาได้ดีมากๆ ที่ผมประทับใจอย่างแรกคือ ความชัดเจนโดยเฉพาะเมื่อทดลองฟังคอนเท็นต์ที่มีเสียงคนพูดเยอะๆ อย่างเช่น ข่าว, ละคร และรายการเกมส์โชว์ต่างๆ ซึ่งผมสังเกตว่า ผมสามารถฟังจับรายละเอียดของคำพูดออกมาได้ชัดมาก ทั้งเสียงของผู้หญิงและเสียงของผู้ชาย นอกจากความชัดแล้ว เมื่อลองเทียบกับเสียงของทีวีเอง ซึ่งระบบเสียงของทีวีรุ่นนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว ผมพบว่า เสียงของ Enchant 1300 มีความอิ่มข้นมากกว่าเสียงของทีวีอย่างชัดเจน ประมาณว่าความถี่ในย่านกลางต่ำลงไปถึงทุ้มของ Enchant 1300 มีความหนาแน่นมากกว่าเสียงของทีวีมาก เห็นได้ชัดกับเสียงพูดของผู้ชายที่ได้ยินเสียงลูกคอออกมามากกว่า เต็มปากเต็มคำมากกว่า น้ำเสียงโดยรวมของซาวนด์บาร์ Enchant 1300 ตัวนี้ออกแนวทุ้มหนาไม่บางเหมือนเสียงของทีวี

ผมทดลองดูหนังเรื่อง Black Panther กับซีรี่ย์เรื่อง Sherlock Holms จาก Netflix ด้วยการสตรีมผ่านอินพุต Ethernet ของทีวี Sony : A9F เสียงที่ได้ออกมาดีกว่าเสียงตรงๆ จากทีวีมาก ทั้งด้านมิติโอบล้อมและเนื้อเสียง ที่เด่นมากๆ คือการแยกแยะรายละเอียดเสียงที่ตัว Enchant 1300 ให้ได้ดีกว่ามาก รู้สึกได้ว่าเสียงสกอร์ของดนตรีที่บรรเลงเป็นแบ็คกราวนด์ในหนังมีถอยลึกเข้าไปอยู่ด้านหลังของเสียงสนทนาของตัวละคร ไม่ซ้อนทับกัน และรู้สึกถึงสนามเสียงด้านหน้าที่แผ่ขึ้นด้านบนและเสียงทุ้มที่ทิ้งตัวลงด้านล่างของจอทีวีได้ด้วย แสดงว่าซาวนด์บาร์ Enchant 1300 ตัวนี้สามารถสร้างสนามเสียงด้านสูงขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง เสียงโดยรวมจึงออกมาไม่แบนและไม่จม แยกแยะมิติเสียงได้ดี ดูหนังได้เพลินมากขึ้นเยอะเลย

ผมทดลองขยับหาตำแหน่งนั่งชมที่ได้อรรถรสมากที่สุดจากสนามเสียงที่ Enchant 1300 ให้ออกมา ปรากฏว่า ผมได้ระยะห่างจากจอทีวีออกมาอยู่ที่ 180 .. ซึ่งจุดนี้ทำให้ผมรับรู้สนามเสียงได้ชัดที่สุด รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ตีโอบอ้อมมาทางด้านข้างตอนที่ลำโพงเซอร์ราวนด์ทำงาน และที่สำคัญคือมันทำให้ผมรู้สึกเข้าไปร่วมอยู่ในหนังที่กำลังดูมากขึ้น ภาพบนจอก็ไม่รบกวนสายตาเพราะเป็น OLED

เมื่อทดลองรับชมภาพยนตร์จากแผ่น 4K UHD ที่ผมมีอยู่ผ่านเครื่องเล่นแผ่น 4K UHD ของ Pioneer รุ่น UDP-LX500 (REVIEW) โดยใช้สาย HDMI รุ่น HDMI-ZI ของ Clef Audio สลับกับรุ่น Reference II FLR2 ของ AIM เสียบเข้าที่อินพุต HDMI 1 ของทีวี ซึ่งสัญญาณเสียงจะถูกส่งผ่านทางช่อง HDMI (ARC) มาที่ Enchant 1300 ซึ่งเสียงที่ออกมาดีมากขึ้นไปอีกระดับเมื่อเทียบกับเสียงที่ได้จาก Netflix ทั้งทางด้านเนื้อเสียง, มวลเสียง, มิติความโอบล้อม และรายละเอียดของเสียงที่กระจ่างพร่างพรายมากขึ้น ได้อรรถรสเต็มที่ไปอีกขั้น.!

ฟังเพลงกับ Enchant 1300

นอกจากความสะดวกในการรองรับสัญญาณเสียงจากอุปกรณ์เล่นเพลงภายนอกทั้งผ่านสายและไร้สายแล้ว ผมพบว่า น้ำเสียงที่ Enchant 1300 ให้ออกมาก็อยู่ในระดับที่ดีมาก

โดยเฉพาะเมื่อทดลองฟังผ่านการสตรีมด้วย Bluetooth ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ที่คนทั่วไปนิยมกันในปัจจุบัน ผมพบว่ามันให้คุณภาพเสียงออกมาดีมาก ซึ่งผมประเมินว่า ถ้าจะเทียบกับเสียงของลำโพงบลูทูธทั่วไปคงต้องเป็นลำโพงบลูทูธหลักไม่ต่ำกว่าสองหมื่นบาทขึ้นไปถึงจะได้คุณภาพเสียงระดับนี้ และคิดว่ามีน้อยตัวที่จะให้เสียงกลางต่ำลงไปถึงทุ้มที่อิ่มข้นแบบนี้ได้ นั่นเป็นเพราะ Enchant 1300 ใช้ไดเวอร์มิดเร้นจ์+ทวีตเตอร์มากถึง 13 ตัวแถมยังมีแอ๊คทีฟซับวูฟเฟอร์อีกตัว ลำโพงบลูทูธทั่วไปจะสู้ได้ไง.?

และที่น่าทึ่งมากขึ้นไปอีกคือตอนที่ผมทดลองฟังเพลงจาก TIDAL ผ่าน Wi-Fi เข้าทางอินพุต Chromecast ของ Enchant 1300

เสียงดีมาก.! เสียงดีกว่า TIDAL ผ่านเข้าทาง Bluetooth อย่างชัดเจน โดยรวมเปิดกระจ่างมากกว่า เนื้อเสียงเนียน รายละเอียดออกมาเต็มที่มากกว่า การฟังเพลงอีกวิธีคือฟังด้วยอินพุต USB ด้วยการเอาแฟรชไดร้ที่มีไฟล์เพลงเก็บอยู่ในนั้นเสียบเข้าที่ช่อง USB-A ด้านหลังของ Enchant 1300 แล้วเลือกอินพุต USB ซึ่งแฟรชไดร้ที่ Enchant 1300 รองรับจะต้องฟอร์แม็ตเป็น FAT16/32 เท่านั้น ไม่รองรับการฟอร์แม็ตเป็น NTFS และ exFAT ส่วนไฟล์เพลงที่รองรับมีหลายฟอร์แม็ต คือ WAV, FLAC, AAC, MP3 และ OGG และสามารถรองรับแซมปลิ้งเรตของสัญญาณได้ตั้งแต่ 44.1kHz ขึ้นไปจนถึง 192kHz คุณสามารถอาศัยฟังท์ชั่นควบคุมการเล่นไฟล์เพลงบนรีโมทคอนโทรลในการเล่นไฟล์เพลงบน USB แฟรชไดร้ได้ เมื่อเล่นไฟล์เพลงแทรคใดจะปรากฏชื่อเพลงบนจอแสดงผลด้วยตัวอักษรสีขาวให้เรารู้ ซึ่งคุณภาพเสียงที่ได้จากการเล่นไฟล์เพลงด้วยอินพุต USB นี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไฟล์เพลงของคุณเป็นสำคัญ แต่จากที่ผมได้ยินเมื่อไฟล์เพลง WAV 16/44.1 ที่ผมริปมาจากแผ่นซีดีก็ได้เสียงออกมาดีมากแล้ว เสียงใหญ่และอิ่มข้น เนื้อเสียงหนามีมวล เปิดได้ดังเต็มห้องเพราะมีซับวูฟเฟอร์ช่วยสนับสนุนเป็นฐานความถี่กลางต่ำและทุ้ม เสียงที่ออกมาจึงไม่มีความจัดจ้านเหมือนลำโพง Bluetooth ตัวเล็กๆ ทั่วไป กรณีของห้องรับแขกที่บ้านผมซึ่งมีพื้นที่ราวๆ 60 ตร.. เสียงที่ได้จากการเล่นไฟล์ WAV 16/44.1 ที่อินพุต USB ของซาวนด์บาร์ตัวนี้แผ่กระจายอกมาได้เต็มห้อง ผมไม่ต้องการลำโพงบลูทูธสำหรับฟังเพลงในห้องนี้อีกเลย เพราะ Enchant 1300 ทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบในห้องรับแขกที่บ้านผม ทั้งดูหนังและฟังเพลงจบในตัวเดียว.!

สรุป

จากการทดลองฟังเสียง ผมพบว่า วิศวกรของ Harman/Kardon ปรับจูนเสียงของ Enchant 1300 โดยพยายามรักษาคุณสมบัติทางด้าน เนื้อเสียงเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ไม่ได้พยายามฝืนธรรมชาติไปมุ่งที่ความเป็นเซอร์ราวนด์มากจนเกินไป นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เสียงของซาวนด์บาร์ตัวนี้มีมวลเสียงที่อิ่มหนามากกว่าลำโพงซาวนด์บาร์ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ท้องตลาด โดยเฉพาะเสียงของ 3 แชนเนลหน้านั้นถูกจูนมาดีมาก นอกจากเนื้อเสียงแล้ว ยังได้ โฟกัสของเสียงที่คมชัด แยกแยะรายละเอียดออกมาได้ชัดเจน มีการแยกระนาบความลึกของมิติที่รู้สึกได้ ซึ่งก็คือเหตุผลที่ทำให้ Soundbar ตัวนี้ใช้ฟังเพลงได้ดีเช่นกัน

แม้ว่าลำโพงซาวนด์บาร์จะออกมาในตลาดนานหลายปีแล้ว ปัจจุบันก็ยังมีผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่ยังไม่ยอมรับลำโพงประเภทนี้ เหตุผลไม่ใช่เรื่องของสนามเสียง แต่เป็นเรื่องของ ความหนาเข้มของมวลเสียงซึ่งมักจะติว่าเสียงบาง ถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้บริโภคกลุ่มนี้ ลำโพงซาวนด์บาร์ Harman/Kardon รุ่น Enchant 1300 ตัวนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับความต้องการของคุณ เพราะ Enchant 1300 แสดงตัวชัดเจนว่าเป็นซาวนด์บาร์ที่ออกแบบและปรับจูนโดยคนที่เชี่ยวชาญทางด้าน เสียงจริงๆ.!! /

***********************
ราคา : 43,900 บาท / ชุด*
* พร้อมลำโพงซับวูฟเฟอร์ Enchant Subwoofer

***********************
นำเข้าโดย 
บ. เอ็ม. ไอ. เอนจิเนียริ่ง จก.
website: MI Engineering

สนใจซื้อได้ที่
hifilover
mercular

 

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า