รีวิวเครื่องเสียง Solid Tech รุ่น Floor Protectors จานรองรับเดือยแหลมสำหรับขาตั้งหรือชั้นวางเครื่อง

ถ้าจะให้เรียกว่าเป็น นักเล่นเครื่องเสียงจริงๆ นอกจากจะต้องพิถีพิถันกับทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อ คุณภาพเสียงแล้ว ยังต้องมีความเข้าใจกฏเกณฑ์ 3 ขั้นตอน (golden rule) ที่เป็นหัวใจหลักของการเล่นเครื่องเสียงด้วย นั่นคือ แม็ทชิ่งเซ็ตอัพปรับจูนซึ่งเป็นสามขั้นตอนที่นักเล่นเครื่องเสียงตัวจริงต้องทำความเข้าใจและนำไปใช้กับซิสเต็มของตน เพื่อรีดเค้นให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดออกมาให้ได้

กฏเกณฑ์ทั้ง 3 ขั้นตอนนั้นจะส่งผลต่อเนื่องกัน ผลจากการเซ็ตอัพจะขึ้นอยู่กับผลของการแม็ทชิ่ง และผลจากการปรับจูนจะมาเป็นอันดับรั้งท้าย ถ้าซิสเต็มแม็ทชิ่งไม่ผ่าน เซ็ตอัพไม่ลงตัว การปรับจูนจะไม่สามารถเยียวยาผลเสียจากทั้งสองขั้นตอนแรกได้

Solid Tech จากสวีเดน

บางแบรนด์เกิดขึ้นมาในวงการเพื่อออกแบบและจัดทำผลิตภัณฑ์ประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ Solid Tech จากประเทศสวีเดนก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อวิจัยและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ช่วย support ให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ในชุดเครื่องเสียง หลักๆ ก็มี ขาตั้งลำโพงกับชั้นวางเครื่องเสียง กับอุปกรณ์แวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับสองสิ่งนั้น ซึ่งถ้าจะจัดกลุ่มของผลิตภัณฑ์ที่แบรนด์ Solid Tech เกี่ยวข้องอยู่ก็น่าจะจัดอยู่ในกลุ่ม accessories หรืออุปกรณ์เสริมนั่นเอง

Solid Tech ก่อตั้งโดย Marcus Friman เขาเป็นนักฟิสิกส์ที่ชอบเล่นเครื่องเสียง เขาจึงเอาความรู้ที่ร่ำเรียนมา มาใช้เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์วิจัยและออกแบบผลิตภัณฑ์จำพวกขาตั้งลำโพงและชั้นวางเครื่องเสียง โดยเอาผลทางด้านฟิสิกส์เข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการขจัดเรโซแนนซ์และแรงสั่นสะเทือนที่ reaction ระหว่างอุปกรณ์เครื่องเสียงกับขาตั้งและชั้นวาง (Marcus Friman ดำรงตำแหน่งเป็นทั้งเจ้าของและประธานบริษัท)

แบรนด์ Solid Tech ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1995 ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อยู่มากมายหลายสิบรุ่น เขาจัดแบ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดออกเป็นกลุ่มๆ จำนวน 11 กลุ่ม ได้แก่ Hybrid Wood, Hybrid Standard, Hybrid Full Length, Radius, Rack of Silence, Loudspeaker Stand, Feet, Feet of Silence, Discs of Silence, IsoBlack และ Bridge of Silence

Solid Tech : Floor Protectors
จานรองเดือยแหลม

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Feet ซึ่งในกลุ่มนี้มีผลิตภัณฑ์อยู่ทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน คือ “Floor Protectorsตัวนี้ กับ “Spike Fixed Floor Protectorsและ “Feet of Concreteโดยหน้าที่หลักของอุปกรณ์ทั้งสามตัวนี้เหมือนกัน คือใช้วางรองใต้เดือยแหลมของขาตั้งลำโพงหรือชั้นวางเครื่องเสียง ซึ่งถ้าดูจากชื่อของอุปกรณ์แล้ว อาจจะเดาว่าคนออกแบบตั้งใจให้ใช้รองใต้เดือยแหลมเพื่อป้องกันความเสียหายที่เดือยแหลมจะไปทำให้พื้นเป็นรอยเท่านั้นเอง แต่อย่าลืมว่า คนออกแบบเขาเรียนจบมาทาง Master of Science (Msc) in Physics นะ คงจะไม่ทำออกมาแค่รองไม่ให้พื้นเป็นรอยเท่านั้น เพราะถ้าทำได้แค่นั้นก็คงเสียชื่อแย่ (จานรองเดือยแหลมราคาถูกๆ ในตลาดมีเยอะ.!)

รูปลักษณ์ของ Floor Protectors

จานรองของ Solid Tech ตัวนี้มีลักษณะเป็นเหรียญทรงกลมแบนทำด้วยอะลูมิเนียมชุบอะโนไดซ์ มีให้เลือก 2 สีคือ สีดำกับสีบรอนซ์เงิน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 .. ด้านที่ติดพื้นมีลักษณะแบนเรียบ ส่วนด้านบนของเหรียญที่ใช้รองรับเดือยแหลมถูกทำให้มีลักษณะสูงขึ้นมาเป็นขยักๆ คือค่อยๆ เริ่มหนาจากขอบเหรียญขึ้นมาเรื่อยๆ จนมาถึงตรงกลางของเหรียญที่มีความสูงมากที่สุดอยู่ที่ 1 ..

แต่ละระดับความหนาของเหรียญถูกทำให้มีลักษณะเป็นขั้นบันไดจำนวน 4 ขั้น ไม่ได้ทำเป็นเนินเรียบๆ ซึ่งผมเข้าใจว่า การทำให้เป็นขั้นบันไดลักษณะนี้น่าจะมีผลต่อการสลายแรงสั่นสะเทือนที่ถ่ายทอดกันไปมาระหว่างเดือยแหลมด้านบนกับตัวจานรอง และตรงกลางของจานรอง Floor Protectors แต่ละชิ้นจะมีทองเหลืองที่เซาะเป็นหลุมรองเดือยแหลมฝังอยู่ ซึ่งเนื้อทองเหลืองที่มีความอ่อนและเหนียวกว่าอะลูมิเนียมจะช่วยยึดปลายเดือยแหลมให้ตรึงอยู่กับที่ได้โดยปราศจาก ringing และไถลลื่น เพราะเนื้อทองเหลืองมีความหยุ่น ไม่แข็งกระด้าง ไม่มีริ้งกิ้งในตัว จึงช่วยดูดซับพลังงานความสั่นสะเทือนที่ลงมาจากเดือยแหลมไว้ได้

ทางบริษัท Hi-End Audio เป็นผู้นำเข้า ผู้ผลิตทำออกมาเป็นแพ็ค 4 ชิ้น กับ 6 ชิ้น ราคาเฉลี่ยตกชิ้นละ 1,000 บาท วิธีใช้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาไปใช้กับอะไร อย่างเช่น ถ้าใช้รองใต้เดือยแหลมของชั้นวางเครื่องเสียงก็ใช้ 4 ชิ้น แต่ถ้านำไปใช้รองเดือยแหลมของขาตั้งลำโพงก็ใช้ 8 ชิ้น

การทดสอบ + ผลต่อเสียงที่ได้ยิน

ผมได้รับจานรอง Floor Protectors มา 2 ชุด สีดำกับสีเงินอย่างละชุด ในชุดมี 4 ชิ้นรวมเป็น 8 ชิ้น วิธีใช้งานก็ง่ายมาก แค่แกะออกมาจากกล่องแล้วเอาไปวางรองใต้ปลายแหลมของสไปค์เท่านั้นเอง ซึ่งผมได้ทดลองใช้จานรองตัวนี้กับชั้นวางเครื่องเสียง, รองขาตั้งลำโพง และรองใต้เดือยแหลมของลำโพงตั้งพื้น พบว่า ส่วนที่ยากที่สุดก็คือตอนใช้จานรองเหล่านี้กับลำโพงตั้งพื้น ตอนพยายามให้ส่วนปลายแหลมของสไปค์มันจุ่มลงไปในรูทองเหลืองตรงกลางของจานรองนั่นแหละ ทำอยู่คนเดียว กว่าจะได้ครบทั้ง 4 ตัวต่อข้างเล่นเอาขยับกันเหนื่อยเลย

หลังจากทดลองใช้จานรองนี้กับชั้นวางเครื่อง, รองใต้ขาตั้งลำโพง และรองใต้ลำโพงตั้งพื้น ผมพบว่า จากการใช้งานหลายรูปแบบเหล่านี้ ผลที่เกิดขึ้นกับเสียงออกมาใน แนวทางเดียวกันแต่ ปริมาณของผลลัพธ์ออกมาไม่เท่ากัน

ในกรณีจากการทดลองใช้งานของผมครั้งนี้ ผมพบว่า เมื่อใช้จานรองเหล่านี้ใต้เดือยแหลมที่รองใต้ลำโพงจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากกว่ารองใต้ชั้นวางเครื่องเสียง ประมาณว่า ถ้ามีจานรองจำนวนจำกัด ผมจะเลือกรองใต้เดือยแหลมของขาตั้งลำโพงก่อน โดยเฉพาะลำโพงที่ให้รายละเอียดเยอะๆ อย่างเช่น Audiovector รุ่น R-1 Arrete (REVIEW) ซึ่งให้ความถี่ตอบสนองกว้างมากตั้งแต่ 38Hz – 53,000Hz เมื่อเซ็ตอัพลงตัวแล้ว ได้เสียงที่น่าพอใจแล้ว แต่พอผมวางจานรองของ Solid Tech ทั้ง 8 ชิ้นนี้ลงไปใต้เดือยแหลมของขาตั้งโลหะของ Target ความสูง 24 นิ้วที่ผมใช้รองลำโพง R-1 Arrete คู่นี้ ผมพบว่า โฟกัสของเสียงยังไม่เป๊ะ ต้องลองขยับตำแหน่งลำโพงอีกนิดหน่อยถึงได้โฟกัสที่คมชัดมากขึ้น สังเกตจาก ความเป็นตัวตนของ เสียงแหลมเป็นหลัก ที่ผมใช้วิธีพิจารณาที่เสียงแหลมเป็นหลัก เหตุผลก็เพราะเสียงแหลมอย่างพวกเสียงเพอร์คัสชั่น เป็นเสียงที่มีตัวตนชัดเจน ง่ายต่อการสังเกตในการปรับจูนตำแหน่งลำโพงเพื่อหาโฟกัสของเสียงมากกว่าเสียงในย่านกลางและทุ้มที่มีขนาดของตัวเสียงใหญ่กว่าและมี texture ของเสียงที่ไม่ราบเรียบเหมือนเสียงแหลมที่มี ขนาดของตัวเสียง (size-of-image) ที่เล็กกระทัดรัด และอีกอย่าง เสียงแหลมอย่างพวกเพอร์คัสชั่นเป็นเสียงที่เกิดจากการเคาะ ตี หรือทุบ เป็นลักษณะเสียงที่มีคอนทราสน์ไดนามิกกว้าง (ระดับเบาดังต่างกันได้หลายดีบี) มีแรงดีดตัวสูง ทำให้ตัวตนของเสียงแหลมสามารถลอยออกมาจากพื้นอากาศได้มากกว่าเสียงในย่านความถี่อื่น ดังนั้น การสังเกตที่เสียงแหลมจึงง่ายกว่าความถี่อื่นเมื่อทำการปรับจูนเรื่องโฟกัส ถ้าเราสามารถขจัดอาการสั่นที่อยู่นอกเหนือจากการสั่นเพื่อสร้างความถี่เสียงของไดอะแฟรมออกไปได้อย่างหมดจดจริงๆ เราจะได้ โฟกัสของตัวเสียง (focus-of-image) ตลอดทั้งย่านที่คมชัดมากขึ้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมได้ยินออกมาจากลำโพง R-1 Arrete เมื่อลองฟังอัลบั้มชุด Carmen Fantasy ฉบับเพอร์คัสชั่นของวง The All Star Percussion Ensemble

เมื่อการผลักและดันของวอยซ์คอยที่กระทำกับไดอะแฟรมของลำโพงไม่ถูกทำให้แกว่งไปทางซ้ายและขวาด้วยแรงเขย่าของเรโซแนนซ์ที่เกิดจาก reaction ระหว่างเดือยแหลมของขาตั้งลำโพงที่กระแทกลงไปบนพื้นหินอ่อน (ที่บ้านผมเห็นผลชัดมากเพราะเป็นพื้นหินอ่อน) มีผลให้เสียงที่เกิดจากการเคลื่อนที่ผลักอากาศของไดอะแฟรมมีลักษณะที่ เข้มและ คมมากขึ้นทั้งทางด้านตำแหน่งและอิมแพ็ค คือเมื่อฟังเทียบกันจากแทรคแรก เพลง “Sticks To Me” ในอัลบั้มชุด Knockout2000 ผมพบว่า ตอนที่ยังไม่ได้รองจานลงไป ผมก็ได้ยินเสียงของหัวไม้กลองที่ชาร์ลีย์หวดลงไปบนหนังกลองอย่างชัดเจน แต่พอทดลองเอาจานรองลงไปใส่ใต้เดือยแหลมของขาตั้ง กลับมาฟังแทรคนี้อีกที ทีนี้ผม “รับรู้ได้ถึงความหนักหน่วงในพละกำลังที่เขา ตั้งใจหวดลงไปบนหนังกลองในแต่ละครั้ง ซึ่งมันเป็นระดับของการ รับรู้ที่ลึกลงไปมากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ระดับของการ ได้ยิน

อีกอย่างที่ผมพบว่าต่างกันระหว่างตอนวางจานรองกับไม่มีจานรอง คือตอนไม่ได้วางจานรอง ผมก็รู้สึกได้ถึงความหนักแน่นของเสียงตีกลองแล้วนะ แต่พอวางจานรองลงไป (และขยับตำแหน่งลำโพงจนลงตัวมากที่สุด) ผมพบว่า ในแต่ละตึ้บที่เสียงหวดไม้นวมลงไปนั้น นอกจากหัวเสียงที่หนักแน่นแล้ว ผมยังรู้สึกสัมผัสได้ถึงอาการ อึบของพลังจลน์ที่แฝงตัวอยู่กับการสั่นของไดอะแฟรมด้วย คล้ายกับว่า หลังจากเสียงตึ้บของหัวไม้ที่กระแทกลงไปบนหนังกลองพุ่งออกมาเป็นระลอกแรกแล้ว หลังจากนั้นอีกเสี้ยวของอึดใจ ผมก็รับรู้ได้ถึงพลังงานต่ำๆ ที่แฝงกับมวลอากาศที่แผ่มาถึงตรงจุดนั่งฟังด้วย เป็นอะไรที่น่าทึ่ง! ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เพิ่มวอลลุ่มขึ้น และรู้สึกเหมือนกับว่า ตอนใส่จานรองลงไป เสียงรวมๆ จะเบาลงนิดนึงซะด้วยซ้ำ.!!

มิติมหัศจรรย์.!!!

หลังจากฟังอิมแพ็คแรงๆ ผ่านไปแล้ว ผมก็เปลี่ยนลำโพง Audiovector R-1 Arrete ออก แล้วยกเอาลำโพงตั้งพื้นของ Wharfedale รุ่น EVO 4.4 (REVIEW) เข้าไปแทนบนตำแหน่งที่ผมเคยทดสอบลำโพงคู่นี้ จากนั้นก็เอาจานรองใต้เดือยแหลมของตัวลำโพงทั้งสองข้าง จากนั้น ผมก็ลองเลือกหาเพลงใน TIDAL ลองฟังไปเรื่อยๆ แก้เบื่อ ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนเกือบจะครึ่งแล้ว ผมนึกอยากฟังเพลงที่ให้มิติเสียงเด่นๆ ในใจนึกถึง Kitaro และทันใดนั้นชื่อของอัลบั้ม Kojiki ก็โผล่ขึ้นมาในห้วงความคิด ผมรีบกด search ใน TIDAL ค้นหาอัลบั้มชุด Kojiki ทันที พบว่ามีอยู่ 2 เวอร์ชั่น ผมทดลองฟังเวอร์ชั่นที่กำกับไว้ว่าเป็นฉบับ “Remastered” (เป็นไฟล์ FLAC 16/44.1) ก่อนฟัง ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปปิดไฟดวงใหญ่ในห้องลง ให้เหลือแต่คบไฟดวงเล็กที่ให้แสงสลัวๆ เป็นการสร้างบรรยากาศในการฟัง

พอเสียงโน๊ตแรกของแทรค “Hajimariดังขึ้นมา ห้องฟังของผมก็อันตรธานหายไป.! ผมเห็นเสียงเพอร์คัสชั่นกรุ๊งกริ๊งลอยไปมาระหว่างลำโพงทั้งสองข้างยังกะผีหลอก และได้ยินเสียงกลองใหญ่ดังออกมาจากด้านลึกของเวทีเสียงที่ถอยร่นลงไปหลังระนาบวางลำโพงเป็นเมตร มันทิ้งระยะห่างออกไปมากกว่าที่ผมเคยรู้สึกตอนทดสอบลำโพงคู่นี้ นอกจากนั้น ตลอดทั้งอัลบั้มที่ได้ยิน ทั้งเสียงเคาะ เสียงตี เสียงซินธ์ฯ ของอัลบั้มชุดนี้มันแผ่กระจายไปทั่วห้อง ไม่มีขอบของเขตแดนที่แสดงจุดสิ้นสุดของสนามเสียงให้เห็น วินาทีนั้น ภายใต้แสงสลัว ผมรู้สึกเหมือนห้องฟังของผมมันกลายสภาพเป็นเวิ้งอวกาศ โดยเฉพาะตอนขึ้นต้นแทรคที่ 5 เพลง “Nagekiมันช่างเสริมส่งความรู้สึกที่เวิ้งว้าง แต่มาดมั่นและถูกกำหนดเป้าหมายด้วยเสียงฟรุ๊ทที่เล่นแทนด้วยซินธิไซเซอร์คอยนำทางให้ดนตรีชิ้นอื่นคลอตามไป

ถึงตรงนี้ ผมต้องกด pause เอาไว้แล้วลุกขึ้นไปหยิบเอาจานรองออกทั้งหมด จากนั้นก็กลับมาเริ่มฟังแทรคที่ 5 ใหม่อีกทีภายใต้บรรยากาศสลัวๆ แบบเดิม แต่คราวนี้ผมรู้สึกได้ชัดว่า อาณาเขตของสนามเสียงที่เคยเปิดกว้างและเวิ้งว้างออกไปอย่างไม่มีขอบเขตนั้นได้หุบแคบลงมา เสียงดนตรีทั้งหมดหดตัวขยับตำแหน่งเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น เหมือนกับว่าอวกาศรอบๆ ตัวผมมันฝ่อลง ผมรีบใส่จานรองกลับไปอีกครั้งแล้วฟังแทรคที่ 5 ใหม่ คราวนี้ชัดเลย.!! บรรยากาศเดิมๆ กลับมาแล้ว เหมือนอัดลมเข้าไปในลูกโป่ง สนามเสียงยืดตัวแผ่ขยายออกไปรอบด้าน เสียงดนตรีทุกชิ้นกระฉับกระเฉงขึ้น เริงร่ามากขึ้น สวิงสวายมากขึ้น และขยับเคลื่อนตัวไปมามากขึ้น อรรถรสในการฟังเพลงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ อารมณ์ของผมพุ่งพล่านไปตามลีลาของเพลงอย่างสุดตัว โดยเฉพาะอารมณ์ฮึกเหิมเมื่อได้ฟังเสียงกลองใหญ่ในแทรคที่ 6 เพลง “Matsuri

สรุป

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าจานรองของ Solid Tech ตัวนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดมาก.! เพราะโดยส่วนตัวผมเคยลองใช้จานรองเดือยแหลมลักษณะคล้ายกันนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่พบว่า จานรองเหล่านั้นมันให้ผลข้างเคียงที่ไม่น่าพอใจออกมาด้วย อย่างเช่น บางตัวทำให้ความเปิดโล่งของเสียงแย่ลง เวทีเสียงหุบ บางตัวเลวร้ายถึงขนาดที่ทำให้ไดนามิกเร้นจ์หดแคบลงจนถึงขนาดอั้นไปเลย บางตัวก็ทำให้ประกายเสียงแตก

แต่จานรองของ Solid Tech ตัวนี้มันให้ผลลัพธ์ออกมาในทางที่ดี แทบทุกด้านมันให้เสียงที่ปลดปล่อย เปิดกระจ่างโดยไม่ไปเน้นให้ความถี่ย่านใดย่านหนึ่งถูก boost ขึ้นมามากเกินไป มันช่วยลดเรโซแนนซ์ได้จริง จากการพิสูจน์ด้วยการให้โฟกัสของตำแหน่งเสียงที่ชัดเจนมากขึ้นเมื่อรองใต้เดือยแหลมของลำโพง ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับสิ่งที่มันให้กลับมา..!!

Highly Recommended.!!! /

********************************
ราคา : 4,000 บาท / ชุด (ชุดละ 4 ชิ้น)
********************************

สนใจติดต่อที่
HI-END AUDIO
โทร. 062-551-2410
facebook: @hiendaudiothailand

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า