REVIEW Special : ชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ให้เสียง “คุ้ม” กับการเล่นแผ่นเสียง (*ตามมาตรฐานของผม)

สำหรับคนที่ “ยังไม่เคย” เล่นแผ่นเสียงมาก่อนเลย แนะนำให้ทำความเข้าใจสถานะการณ์ที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้ให้ถ่องแท้ซะก่อนจะตัดสินใจเล่นแผ่นเสียง

สถานะการณ์ที่ว่าก็คือ ปัจจุบันนี้เป็นยุคดิจิตัล และเป็นช่วงที่ระบบเสียงดิจิตัลอยู่ในขั้นที่กำลังพัฒนาไปข้างหน้าเรื่อยๆ ยังไม่ถึงจุดสูงสุด ในขณะที่ระบบเสียงอะนาลอกได้ยุติการพัฒนาลงไปแล้ว แม้ว่าในยุคเริ่มต้นของระบบเสียงดิจิตัล (สำหรับตลาดผู้บริโภคก็ประมาณปี ‘80 เป็นต้นมา) ระบบดิจิตัลเพลย์แบ็ค (เครื่องเล่นแผ่นซีดี+แผ่นซีดี) ยังให้ “คุณภาพเสียง” ออกมาสู้ระบบอะนาลอกเพลย์แบ็ค (เครื่องเล่นแผ่นสียง+แผ่นเสียง) ยังไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นระบบดิจิตัลเพลย์แบ็คที่มีราคา “สูงกว่า” ระบบอะนาลอกเพลย์แบ็ค คุณภาพเสียงที่ออกมาก็ยังตามหลังระบบเสียงอะนาลอกอยู่มาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ระบบเสียงดิจิตัลได้รับการพัฒนาในแง่คุณภาพเสียงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ มาตามลำดับ จนเริ่มตีคู่กันไปได้แล้วในปัจจุบัน ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ถ้าเอาชุดอะนาลอกเพลย์แบ็ค (ชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียง+อาร์ม+หัวเข็ม+โฟโนสเตจ) ที่มีราคา “สูสี” กับชุดดิจิตัลเพลย์แบ็ค (ชุดเครื่องเล่นไฟล์เพลง+DAC) มาฟังเทียบกันโดยใช้แอมป์+ลำโพงชุดเดียวกัน มีโอกาสมากที่เสียงจากระบบเพลย์แบ็คทั้งสองจะออกมา “ใกล้เคียงกัน” คู่คี่สูสีในระดับที่พูดได้ว่า ได้อย่างเสียอย่างกินกันไม่ลง..!!!

ต้องยอมรับว่า ความแม่นยำของระบบดิจิตัลเพลย์แบ็คในยุคปัจจุบันทำให้เราได้สัมผัสกับคุณสมบัติของเสียงบางอย่างที่ “ดีขึ้น” กว่าที่เราเคยรับรู้จากระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คในอดีต นั่นคือ คุณสมบัติทางด้าน “ไทมิ่ง” และ “โฟกัส” ของเสียง ที่ระบบดิจิตัลเพลย์แบ็ค (มักจะ) ทำได้ดีกว่าระบบอะนาลอกเพลย์แบ็ค เมื่อเทียบกันด้วยซิสเต็มเพลย์แบ็คที่มีระดับราคาพอๆ กัน

ถ้าคุณใช้ระบบดิจิตัลเพลย์แบ็คที่มีคุณภาพสูงพอและมีการปรับจูนในแต่จุดที่ถูกต้องมาเป็นระยะเวลานานพอ คุณจะเริ่มคุ้นเคยกับคุณสมบัติของเสียงบางข้อที่เป็น “ข้อดี” ที่ได้จากระบบเพลย์แบ็คแบบดิจิตัล นั่นคือคุณสมบัติทางด้าน “ไทมิ่ง” กับ “โฟกัส” ที่มีความถูกต้องและแม่นยำ และพอคุณเริ่มคุ้นชินกับคุณสมบัติเหล่านี้และหวนกลับไปฟังเสียงของระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คอีกที คุณจะรับรู้ได้ถึงความคลาดเคลื่อนทางด้านไทมิ่งกับโฟกัสที่เกิดขึ้นจากข้อจำกัดทางแมคคานิคของระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คได้ง่ายขึ้น ยิ่งเป็นชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงราคาไม่แพง จะยิ่งรับรู้ได้ง่ายและชัดมากถึงลักษณะความคลาดเคลื่อนนั้น ต้องเป็นระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คที่มีประสิทธิภาพของระบบหมุนแผ่น (มอเตอร์+มู่เล่+สายพาน+แบริ่ง+แพลตเตอร์) ที่มีความเที่ยงตรงสูงมากๆ ถึงระดับหนึ่ง บวกกับการเซ็ตอัพในแต่ละจุด (ตั้งแท่น+ตั้งอาร์ม+ตั้งหัวเข็ม+ปรับค่าปรีโฟโน ฯลฯ) ของเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ละเอียดแม่นยำจริงๆ ถึงจะทำให้ความคลาดเคลื่อนทางด้านไทมิ่งถูกกดลงไปอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ทำไม คนที่ “ยังไม่เคย” เล่นแผ่นเสียงมาก่อนเลย จึงต้องทำความเข้าใจกับสถานะการณ์ข้างต้นนี้.? เพราะการลงทุนกับระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คที่มีราคาไม่สูงพอมักจะมีความคลาดเคลื่อนทางด้านไทมิ่งค่อนข้างเยอะ เมื่อใช้ไปสักระยะคุณจะสังเกตความคลาดเคลื่อนทางด้านไทมิ่งของระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คชุดนั้นได้ ยิ่งถ้ามีระบบดิจิตัลเพลย์แบ็คที่มีราคาใกล้เคียงกัน หรือแพงกว่าอยู่ในซิสเต็มเดียวกัน เล่นไปพร้อมกัน ก็จะยิ่งรับรู้ได้ง่ายขึ้นและจะทำใจยอมรับไม่ได้ นั่นคือ ถ้าคิดจะเล่นแผ่นเสียงให้ได้อรรถรสในการฟังที่ดีและน่าพอใจ คุณต้องตั้งงบลงทุนเอาไว้ให้ “สูงกว่า” งบประมาณสำหรับระบบดิจิตัลเพลย์แบ็คอย่างน้อยประมาณ 1.5 เท่า ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้สตรีมเมอร์+DAC ในราคา 100,000 บาทอยู่ในซิสเต็มและอยากจะเพิ่มระบบอะนาลอกเพลย์แบ็ค อย่างเช่น ชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงเข้ามาในซิสเต็มนี้ คุณควรตั้งงบประมาณสำหรับระบบเพลย์แบ็คของแผ่นเสียงอยู่ที่ “ไม่ต่ำกว่า150,000 บาท เสียงที่ออกมาจึงจะสู้กับเสียงที่ได้จากสตรีมเมอร์+DAC ของคุณได้

ชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ผมยอมรับได้

ถ้าคุณสังเกตจะพบว่า ที่ผ่านๆ มา ผมแทบจะไม่ได้เขียนรีวิวถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คเลย ไม่ใช่ว่าผมจะเลิกเล่นแผ่นเสียง ในห้องฟังของผมยังคงมีแผ่นเสียงที่ผมเก็บสะสมมาตั้งแต่เริ่มเล่นเครื่องเสียงจำนวนมากนับพันแผ่น และที่ผ่านมา เมื่อมีโอกาส ผมก็ยังคงเซ็ตอัพเครื่องเล่นแผ่นเสียงขึ้นมาลองเล่นอยู่เนืองๆ แต่โดยมากจะเป็นการประเมินผลเปรียบเทียบกับเสียงที่ได้จากระบบดิจิตัลเพลย์แบ็คซะมากกว่า

เมื่อมีเพื่อนๆ ถามว่า หัวเข็มที่ผมคิดว่าดีควรจะมีราคาเท่าไหร่.? หรือถามคำถามประเภทที่ว่า ถ้าผมจะลงทุนกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ให้เสียงน่าพอใจ ควรจะใช้งบประมาณเท่าไหร่.? ซึ่งผมเคยหยิบคำถามเหล่านี้มานั่งคิดหาคำตอบอย่างจริงๆ จังๆ อยู่หลายครั้ง ซึ่งวิธีที่ผมคิดว่าจะสามารถหาคำตอบให้กับคำถามข้างต้นได้คงต้องอาศัยการทดลองเซ็ตอัพระบบเพลย์แบ็คสำหรับแผ่นเสียงที่มีระดับงบประมาณต่างๆ ขึ้นมาลองฟังเพื่อค้นหาระดับการลงทุน “ต่ำสุด” ที่ให้เสียงออกมาน่าพอใจสำหรับ มาตรฐานของผม

คุณภาพเสียงของชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงในระดับ มาตรฐานของผมคืออะไร.? หลังจากผมคุ้นเคยกับความแม่นยำทางด้านไทมิ่งและโฟกัสของระบบดิจิตัลเพลย์แบ็คเข้าแล้ว ผมพบว่า เมื่อใดก็ตามที่ได้ยินเสียงที่มีความคลาดเคลื่อนของไทมิ่งและโฟกัสเกิดขึ้น เสียงโดยรวมจะออกมาแย่ ไม่น่าฟัง ขาดความเป็นดนตรี นั่นก็หมายความว่า ถ้าเสียงจากชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดไหนให้เสียงถูกใจผม เครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนั้นจะต้องให้ความถูกต้องแม่นยำทางด้าน ไทมิ่งและ โฟกัสของเสียงซะก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนคุณสมบัติด้านอื่นถือว่าเป็นรองลงไป คุณคงสงสัยว่า ในเมื่อระบบดิจิตัลเพลย์แบ็คมีจุดเด่นในการถ่ายทอดไทมิ่งและโฟกัสได้ดีมากๆ แบบนี้จะมีชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดไหนที่สามารถถ่ายทอดไทมิ่งและโฟกัสของเสียงออกมาได้ ดีกว่าหรือ ดีเท่ากับชุดดิจิตัลเพลย์แบ็คหรือ.? ผมขอตอบว่า มีครับ.. เพราะไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสทดลองฟังเสียงของซิสเต็มอะนาลอกเพลย์แบ็คระดับที่มีราคาสูงมากๆ ถึง 2 ชุดในเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นคือเครื่องเล่นแผ่นเสียงยี่ห้อ TechDAS รุ่น Air Force V Premium กับยี่ห้อ Kuzma รุ่น Stabi R ซึ่งผมถือว่า เสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียงทั้งสองเซ็ตนั้นคือประสบการณ์อ้างอิงสำหรับผม เพราะทั้งสองชุดนั้นเป็นระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คที่ผมฟังแล้วไม่พบปัญหาความคลาดเคลื่อนของไทมิ่ง แสดงว่าระบบควบคุมรอบหมุนมันเป๊ะมาก..!!!

make-from-heaven” > “down-to-earth

ถ้าคุณสามารถลงทุนได้ถึง TechDAS รุ่น Air Force V Premium หรือ Kuzma รุ่น Stabi R ก็ถือว่าโชคดีของคุณ เพราะเครื่องเล่นแผ่นเสียงทั้งสองชุดนั้นแทบจะไม่มีความคลาดเคลื่อนทางด้านไทมิ่งให้ผมรู้สึกได้เลย หลังจากได้ฟังเสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียงระดับซุปเปอร์ไฮเอ็นด์ฯ ทั้งสองชุดนั้นไปแล้ว ผมก็พยายามจดจำลักษณะเสียงของระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คระดับอ้างอิงเหล่านั้นเอาไว้ แล้วเริ่มมองหาชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีราคา “ต่ำลงมา” ที่ให้คุณภาพเสียงในระดับที่ผมยอมรับได้ คือต้องมีความผิดเพี้ยนทางไทมิ่งของเพลงที่ต่ำมากๆ จนผมยอมรับได้ เพื่อให้คนที่มีทุนทรัพย์ย่อมลงมาสามารถซื้อหามาฟังได้ ซึ่งบอกเลยว่า ไม่ง่าย.. ถ้าตั้งหลักที่ความเพี้ยนทางด้านไทมิ่งต่ำๆ..!!! เพราะว่าชุดเครื่องเสียงแผ่นเสียงมันมีส่วนประกอบหลายส่วนที่มีผลเกี่ยวข้องกับ ไทมิ่งไม่ว่าจะเป็นแท่น (plinch), โทนอาร์ม, หัวเข็ม และโฟโนสเตจ นอกจากนั้น อุปกรณ์แต่ละส่วนเหล่านั้นยังส่งผลกระทบซึ่งกันและกันอีกด้วย การที่จะ แม็ทชิ่งชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ปราศจากปัญหาคลาดเคลื่อนของไทมิ่งขึ้นมาจึงไม่ง่ายอย่างที่ว่า หลังจากตั้งสติคิดถึงประเด็นนี้อยู่พักหนึ่ง ผมก็ได้ไอเดียว่า เราต้อง “ตั้งต้น” จากอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งในระบบเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีผลกับเรื่องของไทมิ่งมากที่สุดก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ เข้าไป ซึ่งผมคิดว่า อุปกรณ์ที่ควรจะใช้เป็น “จุดเริ่มต้น” ในการสร้างระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คขึ้นมาก็คือ “แท่นเครื่อง” ซึ่งมีผลกับไทมิ่งมากที่สุด เปรียบเสมือน transport ของชุดอะนาลอกเพลย์แบ็คนั่นเอง

แท่นเครื่อง (plinth)
Gold Note รุ่น Valore 425 Plus

เมื่อหวนกลับไปมองในส่วนของ “แท่นเครื่อง” จากชุดอะนาลอกเพลย์แบ็คที่ผมได้ฟังเป็นเรฟเฟอเร้นจ์ที่ผ่านมา นั่นคือ TechDAS รุ่น Air Force V Premium กับ Kuzma รุ่น Stabi R ซึ่งเป็น “ภาคทรานสปอร์ต” สำหรับชุดอะนาลอกเพลย์แบ็คระดับ make-from-heaven ใครสามารถเล่นแท่นเครื่องไปถึงระดับนั้นได้ก็ไม่ต้องเจอกับปัญหาไทมิ่งเลย เพราะเทคโนโลยีของระบบขับหมุนแผ่นของทั้ง Air Force V Premium และ Stabi R มันล้ำมาก สามารถก้าวข้ามปัญหาที่เป็นต้นเหตุของความคลาดเคลื่อนของไทมิ่งไปไกลแล้ว สิ่งที่ผมต้องมองหาคือ “แท่นเครื่อง” ที่มีราคาต่ำลงมากว่านั้นโดยที่ยังคงรักษาปริมาณความคลาดเคลื่อนของไทมิ่งในระดับที่ต่ำมากจนไม่ส่งผลกับจังหวะของเพลงที่เล่น

สำหรับตลาดเครื่องเสียงในปัจจุบันมันไม่ง่ายที่จะไปเดินหาลองฟังแท่นเครื่องของชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียง สาเหตุก็เพราะว่ายอดจำหน่ายเครื่องเล่นแผ่นเสียงในปัจจุบันไม่ได้เยอะมาก ทำให้มีปริมาณเครื่องเล่นแผ่นเสียงผลิตออกมาจำหน่ายในตลาดน้อยลงกว่ายุคที่แผ่นเสียงบูม พอกลายเป็นของหายากประกอบกับยอดการจำหน่ายเครื่องเล่นแผ่นเสียงก็ไม่ได้เยอะมาก จึงทำให้ตัวแทนผู้นำเข้าที่มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงจำหน่ายไม่อยากจะแกะเครื่องเล่นออกมาเป็นตัวอย่างให้ลองทดสอบ เพราะเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่แกะกล่องแล้วจะขายยากกว่าอุปกรณ์อื่นๆ อย่างพวกแอมป์ หรือเครื่องเล่นซีดี ซึ่งฟังแล้วก็เข้าใจทางตัวแทนจำหน่ายอยู่เหมือนกัน

นับเป็นโชคดีของผมจริงๆ คือตอนที่ผมทดสอบตัวออลอินวันของ Gold Note รุ่น IS-1000 Deluxe (REVIEW) คุณ Gap แห่ง Gxotic Cinema ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ Gold Note ได้จัดส่งเครื่องเล่นแผ่นเสียง Gold Note รุ่น Valore 425 Plus ซึ่งเป็นรุ่นเล็กสุดในจำนวน 4 รุ่นของแบรนด์นี้มาให้ผมทดลองฟังเพื่อเล่นคู่กับภาคโฟโนอินพุตของตัว IS-1000 Deluxe ด้วย เลยทำให้ผมได้มีโอกาสทดลองฟังเสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียงของ Gold Note ตัวนี้ไปด้วยในตัว

คุณแก๊ปบอกว่า เทิร์นฯ ตัวนี้ราคา 75,000 บาท ใช้แท่นเครื่องที่ทำด้วยไม้หนา 40 .. มาพร้อมโทนอาร์มแขนตรงยาว 9 นิ้ว รุ่น B-5 ของ Gold Note เอง ส่วนระบบหมุนแผ่นประกอบด้วยแผ่นแพลตเตอร์ที่ทำด้วยวัสดุโคโพลีเมอร์ POD (Polyoxymethylene) ที่มีความหนา 23 .. หมุนอยู่บนแกน spindle ที่ยาว 60 .. โดยมีเม็ด ball bearing โครเมี่ยมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 .. คอยรับน้ำหนัก โดยมีน้ำมันหล่อเลี้ยงเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานให้กับการหมุนของแพลตเตอร์

ระบบมอเตอร์ที่ใช้เป็นมอเตอร์แรงบิดสูงแบบ synchronous แรงดัน 12V ส่งพลังหมุนให้กับแพลตเตอร์ผ่านสายพาน สามารถปรับสปีดรอบหมุนของแพลตเตอร์ได้ 2 สปีดคือ 33 1/3 rpm กับ 45 rpm ด้วยอิเล็กทรอนิคที่มีการควบคุมรอบหมุนที่ละเอียดแม่นยำ อันนี้สำคัญ! เพราะมันเกี่ยวข้องกับไทมิ่งของเพลง ยิ่งคุมรอบหมุนได้นิ่งแค่ไหน ปัญหาคลาดเคลื่อนของไทมิ่งก็จะลดน้อยลงไปมากแค่นั้น

หัวเข็ม (cartridge)
Kuzma รุ่น CAR30

จริงๆ แล้ว ไม่ก็ไม่มั่นใจว่า หัวเข็มของเครื่องเล่นแผ่นเสียงจะเป็นสาเหตุของความคลาดเคลื่อนทางด้านไทมิ่งของเสียงได้หรือไม่..? แต่ตอนคุณกฤตย์ จากสำนัก Deco2000 ยกแท่นเครื่อง Kuzma รุ่น Stabi R กับ TechDAS รุ่น Air Force V Premium มาเซ็ตอัพให้ผมทดลองฟังนั้น หัวเข็มที่คุณกฤตย์ติดมาให้ลองฟังพร้อมแท่นทั้งสองตัวเป็นหัวเข็ม MC ของ Kuzma รุ่น CAR30 เมื่อผมได้ลองฟังหัวเข็ม Kuzma ตัวนี้ทั้งกับแท่นของ TechDAS และแท่นของ Kuzma เองแล้วผมไม่พบปัญหาไทมิ่งคลาดเคลื่อน จังหวะเพลงเกาะกลุ่มกระชับ ไม่เฉื่อย ไม่ดีเลย์ ทำให้ผมพอจะอนุมานได้ว่า ถ้าแท่นเครื่องกับอาร์มคุณภาพดี ใช้กับหัวเข็มตัวนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาไทมิ่งเพี้ยน ผมเลยขอยืมหัวเข็มของ Kuzma รุ่น CAR30 ตัวนี้จากคุณกฤตย์มาทดลองฟังกับแท่น Gold Note ครั้งนี้

CAR30 เป็นหัวเข็ม MC Low Output ให้ความแรงสัญญาณอยู่ที่ 0.3mV ว้อยคอยซ์พันด้วยลวดทองแดงที่มีความบริสุทธิ์สูงถึงระดับ 5N ก้านเข็มทำด้วยโบรอน เจียรนัยปลายเข็มแบบ micro ridge น้ำหนักอยู่ที่ 17 กรัม อิมพีแดนซ์ 4 โอห์ม ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 10Hz – 35kHz พิจารณาจากสเปคฯ ของหัวเข็ม Kuzma ตัวนี้แล้วถือว่ามีเพอร์ฟอร์มานอยู่ในระดับไฮเอ็นด์เลยทีเดียว

โฟโนสเตจ (Phono Stage)
VTL รุ่น TP-2.5i

โฟโนสเตจของ VTL ตัวนี้เข้ามาในกระบวนการทดลองฟังเพราะมันเป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่ผมยังไม่เคยลองฟังมาก่อน เนื่องจากผมขอให้คุณกฤตย์เข้ามาช่วยทำการติดตั้งและเซ็ตอัพแท่น Valore 425 Plus อยู่แล้ว เลยถือโอกาสขอให้คุณกฤตย์ช่วยยกตัว TP-2.5i เข้ามาให้ลองฟังด้วย ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ได้ยกตัวโฟโนสเตจของ HSE มาให้ผมทดลองฟังเพื่อปรับตั้งมาตรฐานสำหรับเสียงจากระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คไปแล้ว (HSE ดีแต่ราคาสูงมาก!)

VTL รุ่น TP-2.5i เป็นโฟโนสเตจที่มีองค์ประกอบตรงใจของคนเล่นแผ่นเสียงอยู่ครบถ้วน เริ่มตั้งแต่ใช้หลอด 12AX7 สองหลอดขยายสัญญาณของหัวเข็ม MM และใช้หลอด 12AT7 เป็นเอ๊าต์พุต ส่วนหัวเข็ม MC ใช้หลอดเบอร์ 12AU7 ทำหน้าที่ขยายสัญญาณ ซึ่งคนเล่นแผ่นเสียงส่วนใหญ่จะชอบโฟโนสเตจที่ดีไซน์โดยใช้หลอดสุญญากาศมากกว่าโซลิดสเตท และสิ่งที่ทำให้โฟโนสเตจตัวนี้มีความน่าสนใจมากเป็นพิเศษก็คือมันมี MC Step Up ที่คุณ Luke Manley แกเสริมเข้ามาให้ในเวอร์ชั่น TP-2.5i เพื่อใช้ในการขยายเกนของหัวเข็ม MC ให้มีความแรงพอๆ กับเกนของหัวเข็ม MM ก่อนจะส่งไปผ่านภาคขยายหัวเข็ม MM ซึ่งเป็นอ๊อปชั่นที่นักเล่นแผ่นดำส่วนใหญ่ชื่นชอบ

ตัว MC Step Up ที่อยู่ใน TP-2.5i มีเกนอยู่ที่ 65dB ในขณะที่ภาคขยาย MC ให้เกนอยู่ที่ 62dB ต่างกันนิดหน่อย ถือว่าใกล้เคียงกัน แต่เหตุผลที่นักเล่นแผ่นดำชอบการขยายเกนของหัวเข็ม MC ด้วย Step Up ก็เพราะว่าการขยายด้วย Step Up จะมี noise ต่ำกว่า เทียบเป็นสัดส่วน Signal-to-Noise ratio อยู่ที่ 64dB ในขณะที่ขยายด้วยหลอดได้สัดส่วน S/N ratio อยู่ที่ 46dB เท่านั้นเอง

TP-2.5i รองรับหัวเข็ม MC ที่มีเกนขยายไม่ต่ำกว่า 0.2 mV ซึ่งผู้ใช้ TP-2.5i สามารถเลือกวิธีการขยายสัญญาณของหัวเข็ม MC ได้ 2 ลักษณะข้างต้นคือผ่านวงจรขยายด้วยหลอด กับผ่านการขยายด้วยหม้อแปลงสเต็ปอัพ ทรานส์ฟอเมอร์

ติดตั้ง + เซ็ตอัพ

เครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นระบบอะนาลอกเพลย์แบ็คที่ยึดโยงอยู่กับหลักฟิสิกส์เยอะมาก มีเรื่องของน้ำหนักกด, แรงหนีศูนย์กลาง, คานดีดคานงัด และแรงโน้มถ่วง การประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องเล่นแผ่นเสียงเข้าด้วยกันเป็นแค่ขั้นตอนแรกหลังจากยกทั้งหมดออกมาจากกล่อง ถ้าเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีระดับราคาตั้งแต่ปานกลางลงไปที่เสนอขายพร้อมโทนอาร์ม ทางผู้ผลิตมักจะทำการประกอบโทนอาร์มเข้ากับแท่นเครื่องมาให้ แต่ถ้าเป็นรุ่นที่แพงมากๆ ระดับไฮเอ็นด์ขึ้นไปถึงระดับซุปเปอร์ไฮเอ็นด์และทะลุขึ้นไปถึงระดับอัลตร้าไฮเอ็นด์ อุปกรณ์แต่ละส่วนมักจะแยกแพ็คมาเป็นชิ้นๆ ผู้ใช้ต้องมาประกอบร่างเอาเอง ซึ่งโดยมากแล้ว ทางตัวแทนจำหน่ายหรือผู้นำเข้าจะให้ความช่วยเหลือในขั้นตอนของการประกอบและติดตั้งถ้าผู้ซื้อร้องขอ

หลังจากประกอบชิ้นส่วนต่างๆ อันได้แก่ แท่นเครื่อง, แพลตเตอร์, โทนอาร์ม และหัวเข็ม เข้าเป็นร่างเดียวกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่ต้องทำก็คือการเซ็ตอัพโทนอาร์มและหัวเข็มให้อยู่ในลักษณะที่พร้อมใช้งาน อย่างถูกต้องซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยเครื่องมือ ความรู้ และความละเอียดเชี่ยวชาญของผู้เซ็ตอัพอย่างมาก เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับชิ้นส่วนที่เปราะบางอย่างเช่นโทนอาร์มและหัวเข็ม หลังจากขั้นตอนการเซ็ตอัพโทนอาร์มและหัวเข็มเสร็จแล้ว จึงมาถึงขั้นตอนการปรับจูนเสียง

ในกรณีที่คุณยังเป็นมือใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์เล่นแผ่นเสียงมาก่อน ผมแนะนำอย่างยิ่งให้อาศัยผู้เชี่ยวชาญทำในสองขั้นตอนแรกให้ คือขั้นตอน ประกอบกับขั้นตอน เซ็ตอัพโดยเฉพาะขั้นตอนการเซ็ตอัพโทนอาร์มและหัวเข็มให้อยู่ในสถานะพร้อมใช้งานนั้น ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อการปรับตั้งโทนอาร์มและหัวเข็มโดยเฉพาะ แต่ถ้าคุณอยากจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองก็สามารถทำได้ เพราะในเว็บไซต์ทุกวันนี้มีข้อมูลแนะนำไว้มากมาย แต่ก็ต้องทำใจยอมรับกับความสุ่มเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะแนะนำให้ใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยก่อนในครั้งแรกๆ

ส่วนตัวผมเลือกใช้บริการของ คุณกฤตย์ ทั้งในฐานะของเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้นำเข้าหัวเข็ม Kuzma กับโฟโนสเตจ VTL ที่ใช้ในการทดลองฟังครั้งนี้ และในฐานะที่รู้จักกันโดยส่วนตัว ซึ่งผมวางใจในความเชี่ยวชาญของคุณกฤตย์จึงออกปากให้ช่วยทำการประกอบ+ติดตั้ง และเซ็ตอัพเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนี้ให้ ซึ่งถ้าคุณมาเห็นการทำงานของคุณกฤตย์ในแต่ละขั้นตอนจะทราบว่าเขาคนนี้มีความละเอียดมาก เครื่องมือพร้อม ความตั้งใจเต็มร้อย ด้วยความชำนาญคุณกฤตย์ใช้เวลาทั้งกระบวนการแค่ชั่วโมงนิดๆ ก็เสร็จพร้อมเล่นแล้ว จากนั้นเราก็ช่วยกันฟัง วิเคราะห์ และปรับจูนเสียงกันอีกพักก็ได้เสียงออกมาลงตัว

เสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนี้

เสียงจากชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีคุณภาพสูงๆ มันจะให้ความรู้สึกบางอย่างที่ซีดีให้ไม่ได้ แม้ว่าปัจจุบันระบบดิจิตัลเพลย์แบ็คที่ดีๆ ก็สามารถให้เสียงที่ เข้าใกล้กับแผ่นเสียงมากแล้วก็ตาม แต่ก็ยังสร้าง ความรู้สึกบางอย่างที่ว่านั้นขึ้นมาอย่างแผ่นเสียงไม่ได้.!

ความรู้สึกบางอย่างที่ว่าก็คือความรู้สึกสัมผัสกับ อารมณ์ลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละเสียงที่ประกอบกันอยู่ในเพลง ซึ่งผมก็เคยพบว่าระบบดิจิตัลเพลย์แบ็คก็สามารถสร้างความรู้สึกนี้ขึ้นมาได้ แต่ทว่า ชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ดีๆ จะทำให้เราสัมผัสกับอารมณ์ลึกๆ ที่มากับแต่ละเสียงในเพลงได้ง่ายและเร็วกว่าระบบเพลย์แบ็คดิจิตัล และยังประคองความรู้สึกสัมผัสกับอารมณ์ของเพลงแบบนั้นให้ดำเนินต่อเนื่องไปได้ตลอด กอปรเป็นความต่อเนื่องที่เกี่ยวพันอารมณ์ของเราไปได้ไม่สิ้นสุด ตามเท่าที่ชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงยังคงรักษา timing ในการทำงานให้นิ่งไปได้ตลอดแค่ไหน

ระบบเสียงที่ดีมากๆ ต้องทำให้เกิด 3 สิ่ง นี้กับผู้ฟัง เริ่มแรกคือ กระตุ้น” (stimulate) หรือปลุกเร้าให้ผู้ฟังเกิดความสนใจกับเสียงที่มันถ่ายทอดออกมา จากนั้นก็ทำให้เกิด ความเชื่อมโยงของอารมณ์” (consciousness) ระหว่างผู้ฟังกับอรรถรสของเพลงที่ได้ยิน ลำดับสุดท้ายคือทำให้ความเชื่อมโยงทางอารมณ์ระหว่างผู้ฟังกับเสียงที่ได้ฟังจากระบบเสียงนั้นดำเนินไปได้อย่าง ต่อเนื่อง” (continuous) โดยไม่มีสะดุด ไม่หลุดจากภวังค์

ผมเริ่มต้นทดสอบความสามารถในการสร้างความต่อเนื่องของอารมณ์ของชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนี้จากการทดลองฟังงานบรรเลงประเภท Solo เครื่องดนตรีเดี่ยวๆ อย่างงานบรรเลงเดี่ยวกีต้าร์คลาสสิกของ Carlos Montoya แผ่นของ RCA Victors (LSP-2251) ซึ่งจากที่ผ่านมา ผมพบว่า ชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีสมรรถนะไม่สูงพอจะไม่สามารถตรึงอารมณ์ของผมให้เกาะติดไปกับการบรรเลงของคาลอสได้ตลอดทั้งอัลบั้ม มันเป็นความรู้สึกที่บอกได้ยากว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร คือที่ผ่านๆ มา ถ้าชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงไม่ดีพอ ฟังอัลบั้มนี้ไปแค่สองแทรคก็จะเริ่มรู้สึกเบื่อ แต่ฟังกับชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนี้แล้วผมสามารถฟังได้จนจบแผ่น ซึ่งตลอดเวลาที่นั่งฟัง ผมรู้สึกว่าแต่ละโน๊ตที่คาลอสกระทำลงไปกับกีต้าร์ของเขามันพุ่งตรงมากระทบกับความรู้สึกของผมอย่างแรง แต่ละโน๊ตมันมีความเข้มข้นสูง เป็นแบบนี้ “ทุกโน๊ตมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังนั่งฟังเขาบรรเลงให้ฟังสดๆ เมื่อพยายามวิเคราะห์สิ่งที่ได้ยินในวินาทีนั้น ผมพบว่า ไม่ใช่แค่เสียงโน๊ตกีต้าร์เท่านั้น แต่มันมี บรรยากาศที่คละคลุ้งอยู่รอบๆ ด้วย ทำให้รู้สึกเหมือนนั่งฟังขลุกอยู่ในสถานที่ที่เดียวกับศิลปินที่กำลังบรรเลงนั่นเอง

ความต่อเนื่องของเสียงที่ได้จากแผ่นเสียงที่เล่นจากชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนี้ส่งผลดีกับเพลงทุกประเภทที่ฟัง มัน (ความต่อเนื่อง) ทำให้อารมณ์ของเพลงดำเนินไปโดยไม่มีสะดุด ใครที่ชอบเพลงร้องก็เข้าทาง ผมพบหลักฐานยืนยันคุณสมบัติข้อนี้ตอนลองฟังอัลบั้มชุด “Eileen Farrell sings Torch Songsของค่าย Reference Recordings (RR-34) เป็นแผ่นเสียงสปีด 33 1/3 RPM ชุดหนึ่งที่แซมปลิ้ง 44.1kHz ของซีดียุคแรกๆ ไม่สามารถจำลอง อารมณ์เพลงที่อยู่ในอัลบั้มชุดนี้ออกมาได้ดีเท่าที่แผ่นเสียงนำเสนอออกมา

ทุกอัลบั้มล้วนมีบุคลิกเสียงเป็นของตัวเองคำกล่าวนี้จริงแท้ ถ้าได้ฟังแผ่นเสียงชุด Eileen Farrell sings Torch Songsมาก่อนคุณจะเข้าใจได้ทันที สิ่งที่ทำให้แต่ละอัลบั้มมีบุคลิกโทนเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละอัลบั้มที่แตกต่างกันมีอยู่ 3 ปัจจัยสำคัญ เริ่มตั้งแต่ สถานที่ที่ใช้บันทึกเสียงอันนี้จะเห็นบุคลิกที่แตกต่างชัดมากถ้าเป็นการบันทึกสดๆ แบบ Live Recordings แล้วเอามาทำมาสเตอร์เลย สาเหตุที่ทำให้เกิดความแตกต่างก็คือสภาพอะคูสติกในแต่ละฮอลล์หรือสตูดิโอที่ใช้บันทึกเสียง ซึ่งจะสะท้อนออกมาเป็น แอมเบี้ยนต์ที่ห่อหุ้มอยู่รอบๆ เพลงที่เราฟัง ปัจจัยที่สองคือเทคนิคการบันทึก หลักๆ ก็มีอยู่สองอย่างคือ จำนวนไมค์ฯ ที่ใช้ (single mike vs. multi mike) กับรูปแบบการวางไมค์ฯ ซึ่งจะส่งผลต่อลักษณะรูปวง (soundstage) ที่ปรากฏออกมาตอนเราฟัง ส่วนปัจจัยที่สามก็คือลักษณะของเครื่องไม้เครื่องมือที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคที่ใช้ในการบันทึกเสียง อย่างเช่นไมค์ฯ, ปรีไมค์ฯ, เทปมาสเตอร์ ฯลฯ รวมถึงการปรับจูนอุปกรณ์เหล่านี้ งานเพลงทุกอัลบั้มของค่าย Reference Recordings จะมีบุคลิกที่คล้ายกัน เพราะทุกปัจจัยข้างต้นมันถูกกำหนดโดยคนคนเดียว นั่นคือโปรเฟสเซอร์ Keith O. Johnson ซึ่งแกถนัดกับการบันทึกเสียงวงคลาสสิกในฮอลล์ขนาดใหญ่ จึงเชี่ยวชาญกับการบาลานซ์ระหว่างมวลเสียงของวงเข้ากับมวลของแอมเบี้ยนต์ของฮอลล์ เมื่อมาบันทึกเสียงอัลบั้มเพลงร้องชุดนี้มันจึงลงตัวพอดีกับแนวเพลงที่ Eileen Farrell ขับร้อง เพราะตัวไอลีนเองเธอก็มาสายคลาสสิคัลที่ร้องดะมาตั้งแต่บาร์คยันเกิร์ชวิน ลักษณะ “soundของอัลบั้มนี้จะบาลานซ์ระหว่างเสียงร้องกับความโอ่โถงของสถานที่บันทึกเสียง เสียงโดยรวมจึงเด่นไปทางแผ่กว้าง ไม่เน้นเข้มหนาและดิบด้านเหมือนกับอัลบั้มแจ๊สสแตนดาร์ดชุดอื่นๆ ที่บันทึกในสตูดิโอเล็กๆ ด้วยวิธี closed mike ซึ่งให้ความสำคัญกับมวลของวงมากกว่าแอมเบี้ยนต์ของสถานที่ใช้บันทึกเสียง

ซาวนด์ของแผ่นเสียงชุด “Eileen Farrell sings Torch Songsที่ได้ยินผ่านเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนี้มันถ่ายทอดบุคลิกของเสียงที่ใช้คำเรียกว่า laid back ออกมาชัดมาก โฟกัสของเสียงบ่งชี้ตำแหน่งแม่นยำ ในขณะที่โมชั่นของเพลงดำเนินไปด้วยความเนิบนาบ แสดงว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนี้ให้ไทมิ่งในการตอบสนองที่ตรงตามสปีดของแผ่น และสามารถรักษาสปีดการตอบสนองที่มั่นคงได้อย่างต่อเนื่องเพราะผมไม่รู้สึกว่ามีอาการวูบวาบของไทมิ่งของเพลงเกิดขึ้นเลย ใครที่ไม่เคยได้ยินเพลง Strommy Weather ในอัลบั้มนี้มาก่อน มาได้ยินครั้งแรกอาจจะเข้าใจว่าผิดสปีด เพราะเสียงโดยรวมมันจะมีลักษณะเหมือนหน่วงช้า เอื่อยเฉื่อย แต่จริงๆ แล้วมันออกมาเป็นแบบนั้นคือถูกแล้ว ถ้าเครื่องเล่นผิดสปีดคือช้ากว่า 33 1/3 RPM โฟกัสของเสียงเบสจะไม่เป็นลูก และสังเกตได้จากรายละเอียดในย่านเสียงกลาง โดยดูที่เสียงร้องซึ่งถ้าสปีดถูกต้อง คุณจะสามารถรับรู้ถึงลักษณะการขับร้องที่ร้อยเรียงคำร้องแต่ละคำที่มีการ ส่งผ่าน” ไปสู่คำต่อไปที่มีลักษณะต่างกัน ซึ่งเป็นความจงใจของไอลีนในการใช้เทคนิคการขับร้องเพื่อถ่ายทอดอารมณ์เพลงให้ตรงกับเนื้อร้อง “แต่ละคำ” ด้วยความปราณีตบรรจง ถ้าคุณไม่รู้สึกถึงรายละเอียดของการ ต่อคำร้องแบบที่ว่ามาจากเพลงนี้ แสดงว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงของคุณยังตอบสนองไทมิ่งของเพลงได้ไม่ตรงนัก ซึ่งโดยมากต้นเหตุก็มักจะมาจากระบบคุมรอบหมุนของแผ่นที่ไม่แม่นยำและไม่นิ่งพอ ซึ่งชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนี้สอบผ่านเพราะผมไม่พบปัญหาที่ว่านี้แต่อย่างใด

เมื่อได้ลองฟังเพลงที่มีจังหวะเร็วขึ้นมาอีกระดับอย่างอัลบั้มชุด “Speaking in Melodiesของค่าย Shelffield Labs ก็เป็นการยืนยันได้ว่า สำหรับการเล่นแผ่นเสียงแล้ว ความแม่นยำของสปีดของรอบหมุนแผ่นมีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ คือเล่นเพลงที่มีจังหวะช้าๆ ก็ต้องได้อารมณ์ที่เนิบนาบ อ้อยสร้อย พอฟังเพลงเร็วก็ต้องได้อารมณ์สนุก คึกคัก กระฉับกระเฉง ไม่เฉื่อย ซึ่งไม่ว่าจะเล่นเพลงช้าหรือเพลงเร็ว คุณสมบัติอีกข้อหนึ่งที่ชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงดีๆ ต้องสามารถรักษาเอาไว้ได้ตลอดเวลา นอกจากไทมิ่งก็คือ “โฟกัสของตัวเสียงที่ต้องชัดเจนและแม่นยำ ไม่มีอาการพร่าเบลอ (smear) ตลอดเวลา

สรุป

แท่น Gold Note รุ่น Valore 425 Plus พร้อมโทนอาร์มรุ่น B-5 ราคา = 75,000 บาท
หัวเข็ม Kuzma รุ่น CAR30 ราคา = 105,000 บาท
โฟโนสเตจ VTL รุ่น TP-2.5i ราคา = 230,000 บาท

รวมต้นทุนเบ็ดเสร็จสำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนี้อยู่ที่ 410,000 บาท เป็นชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ให้คุณภาพเสียงออกมาในระดับที่ผมพอใจและยอมรับได้ เพราะมันไม่มีปัญหาในแง่ ไทมิ่งให้รู้สึกได้ (อาจจะไม่ถึงกับถูกต้องเป๊ะร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อเล่นสปีด 45 RPM) เป็นชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ให้ค่าเฉลี่ยของคุณภาพเสียงออกมา เหนือกว่าชุดดิจิตัลเพลย์แบ็คที่มีราคาใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะในแง่ของ ความต่อเนื่องที่ส่งผลกับอารมณ์เพลงมากเป็นพิเศษ

ถ้าสังเกตจะเห็นว่า แท่นของชุดนี้มีราคาต่ำกว่าหัวเข็มและโฟโนสเตจ ซึ่งการแม็ทชิ่งชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงมันมีแนวทางที่หลากหลาย แนวทางการแม็ทชิ่งของผมจะเริ่มพิจารณาที่ งบประมาณรวมก่อน ผมจะจัดสรรงบโดยให้ความสำคัญกับ หัวเข็ม+โฟโนสเตจมากกว่าแท่นเครื่อง อันนี้เป็นหลักส่วนตัว หากถามว่า จากชุดข้างต้น ถ้าปลี่ยนแท่นเครื่องที่มีราคาสูงขึ้นไปอีก จะได้คุณภาพเสียงดีขึ้นมั้ย.? ตอบได้เลยว่าดีขึ้นแน่นอน แต่นั่นก็คืองบประมาณที่สูงขึ้นไปอีกระดับ ส่วนตัวแล้ว สำหรับแท่นเครื่อง ผมจะมองที่ความแม่นยำในการควบคุมสปีดการหมุนแผ่นมาเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องเรโซแนนซ์รองลงไป สำหรับแท่นเครื่องของ Gold Note รุ่น Valore 425 Plus ตัวนี้ผมเพิ่งมีโอกาสได้ลองฟังครั้งแรก ราคาของมันรวมโทนอาร์มแล้วไม่ถึงแสน แต่สามารถสอบผ่านเรื่อง ไทมิ่งมาได้ก็นับว่าเยี่ยม ใครที่ตั้งงบต่ำกว่า 400,000 +/- สามารถใช้แท่นตัวนี้ยืนพื้นได้ แล้วไปลดต้นทุนที่หัวเข็ม+โฟโนสเตจ ถ้าลดลงไปอย่างละครึ่งก็จะสามารถลดงบประมาณลงไปได้มาก เหลือแค่ 75,000 (แท่น) + 50,000 (หัวเข็ม) + 115,000 (โฟโน) = 240,000 บาท ซึ่งผลลัพธ์ของเสียงที่ออกมาจะดรอปลงไปในประเด็นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ไทมิ่งของเพลง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ /

********************
เครื่องเล่นแผ่นเสียง Gold Note รุ่น Valore 425 Plus
ราคา : 75,000 บาท / เครื่อง
สนใจติดต่อ : Gxotic Audio โทร. 080-987-9999
เฟซบุ๊ค : @GxoticAudio
********************
หัวเข็ม Kuzma รุ่น CAR30
ราคา : 105,000 บาท / ตัว
ติดต่อ : Deco2000 โทร. 089-870-8987
เฟซบุ๊ค : @DECO2000Thailand
********************
โฟโนสเตจ VTL รุ่น TP-2.5i
ราคา : 230,000 บาท / ตัว
ติดต่อ : Deco2000 โทร. 089-870-8987
เฟซบุ๊ค : @Deco2000Thailand

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า