เมื่อเครื่องเสียงพร้อม + พื้นที่พร้อม ขั้นตอนต่อไปก็คือการมาร์คตำแหน่งเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นในการปรับจูนเสียง ซึ่งมีเครื่องมืออยู่ 2-3 ชิ้นที่คุณต้องเตรียมหามาเพื่อใช้ในขั้นตอนนี้ นั่นคือ

1. ตลับเมตร หรือ เครื่องวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์

2. เทปกาว ที่สามารถลอกออกได้โดยไม่ทำให้พื้นเดิมเสียหาย
ขั้นตอนที่ ๑

ผมจะขออธิบายขั้นตอนการหาตำแหน่งวางลำโพงในห้องฟัง โดยอ้างอิงกับห้องฟัง “ที่มีสัดส่วนที่เหมาะสม” ตามสูตรที่ผมให้ข้อมูลไว้ในบทความ ตอนที่ ๒ นะครับ หลังจากเคลียร์พื้นที่ในห้องฟังจนโล่งสะอาดดีแล้ว ให้ใช้ตลับเมตร หรือเครื่องวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ ทำการวัดความกว้างของห้อง กับความยาว (หรือความลึก) ของห้อง แล้วจดไว้ เหตุผลที่ให้วัดสัดส่วน “กว้าง x ยาว” ของห้องอีกครั้งก็เพื่อให้ได้ระยะของห้องที่แท้จริงหลังจากการก่อสร้างเสร็จสิ้นไปแล้ว แม้ว่าในแบบพิมพ์เขียวคุณได้กำหนดระยะ “กว้าง x ยาว” ของห้องเอาไว้ตามสูตรแล้วก็ตาม แต่หลังจากก่อสร้างเสร็จ อาจจะมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นในขั้นตอนการก่อสร้างได้ ซึ่งมีอยู่บ่อยมากที่หลังจากสร้างเสร็จแล้ว ระยะความกว้าง หรือระยะความยาวของผนังห้องที่อยู่ฝั่งข้ามกัน มีขนาดไม่เท่ากัน
การวัดระยะสัดส่วนของห้องอย่างละเอียดมีผลต่อเสียงในการเซ็ตอัพมาก หากวัดระยะได้ถูกต้องจริงๆ จะส่งผลให้การค้นหาตำแหน่งวางลำโพงทำได้ง่ายขึ้น และให้ผลทางเสียงที่ดีด้วย
ขั้นตอนที่ ๒

หลังจากนั้น ให้เอา “ระยะความกว้าง” ของห้อง “ด้านที่อยู่ตรงข้ามกับตำแหน่งนั่งฟัง” มาหารด้วย 2 ในภาพ ระยะ A = B ยกตัวอย่างเช่น ถ้าห้องฟังของคุณมีระยะความกว้างของด้านที่ต้องการวางลำโพง (ฝั่งตรงข้ามกับตำแหน่งนั่งฟัง) เท่ากับ 4 เมตร พอดีเป๊ะๆ ระยะของ A จะเท่ากับ 2 เมตร ส่วนระยะของ B ก็จะเท่ากันคือ 2 เมตร จากนั้น ให้ใช้เทปกาว ลากเส้นตั้งฉาก 90 องศา จากจุดกึ่งกลางบนผนังห้องด้่านกว้างที่ตั้งใจจะวางลำโพง (ฝั่งตรงข้ามกับตำแหน่งนั่งฟัง) ไปจนถึงผนังห้องด้านตรงข้าม (เส้นลูกศรสีเทาในภาพข้างบน)
ขั้นตอนที่ ๓

เอา ความยาว (หรือความลึก) ของห้อง (แนวเส้นสีเทา) มาหารด้วย 3 แล้วทำเครื่องหมายไว้บนเส้นสีเทา (จุดสีแดงในภาพ) ใช้เทปกาวลากเส้นขนานกับผนังห้องด้านกว้างขึ้นมา 2 เส้น (เส้นประสีฟ้าในภาพ) ให้แต่ละเส้น ตัดกับเส้นแนวความยาว (หรือความลึก) ของห้อง ตรงตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายไว้ตำแหน่งละเส้นแบบภาพด้านบน
ขั้นตอนที่ ๔

วางเก้าอี้ (หรือโซฟา) ที่เตรียมไว้สำหรับนั่งฟังเพลง ไปวางไว้ที่ตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายตรงจุดตัด 1/3 x ความยาวของห้องที่อยู่ตรงข้ามตำแหน่งที่ตั้งใจวางลำโพงลักษณะตามภาพด้านบน โดยพยายามเล็งให้จุดที่ทำเครื่องหมายอยู่ตรงกับ “ตำแหน่งศีรษะ” ของผู้ฟังเมื่อนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้น ซึ่งตำแหน่งนั้นเป็นตำแหน่งที่จะได้ยินเสียงที่ดีที่สุด ในทางเทคนิคคือจุด “sweet spot” นั่นเอง
ขั้นตอนที่ ๕

ใช้ตลับเมตร (หรือตัววัดระยะด้วยเลเซอร์) วัดระยะจากจุดตัดที่ทำเครื่องหมายไว้ ตรงตำแหน่ง 1/3 x ความกว้างของห้อง ซึ่งเป็นแนวที่จะวางลำโพง ออกไปทางซ้ายและทางขวา ด้านละ 90 ซ.ม. แล้วทำเครื่องหมายไว้ (จุดสีแดงบนเส้นประสีฟ้าในภาพข้างบน) จากนั้น ให้ยกลำโพงไปวางไว้ในลักษณะที่แผงหน้าของตัวลำโพง “ขนาน” ไปกับเส้น 1/3 x ความกว้างของห้อง และขยับให้กึ่งกลางของแผงหน้าของตัวลำโพงอยู่ในตำแหน่ง “ตรง” กับจุดที่ทำเครื่องหมายกำกับระยะ 90 ซ.ม. เอาไว้ เหมือนกันทั้งข้างซ้ายและข้างขวาตามภาพด้านบน
การหาตำแหน่งวางลำโพง
บนพื้นที่เปิดที่ไม่ใช่ห้องฟัง


กรณีที่คุณต้องการเซ็ตอัพลำโพงไว้ในห้องรับแขก หรือพื้นที่ส่วนใดในบ้านที่ไม่ได้เป็นห้องปิดทึบที่มีผนังฝั่งตรงข้ามขนานกันเหมือนห้องฟังเพลงมาตรฐาน ก็ให้เคลียร์พื้นที่ว่างขึ้นมาโดยพยายามรักษาสัดส่วน “กว้าง x ยาว” ตามสูตรเอาไว้
ยกตัวอย่างสองภาพข้างบนนี้ ซึ่งเจ้าของบ้านต้องการเซ็ตอัพพื้นที่ที่ใช้นั่งฟังเพลงอยู่ในห้องรับแขกที่มีเคาเตอร์บาร์กับครัวเล็กๆ อยู่ด้วย ทำให้พื้นที่ที่จะใช้จัดวางชุดเครื่องเสียงและลำโพงเหลือน้อยลง ถ้าสภาพพื้นที่ของคุณมีลักษณะคล้ายกับกรณีนี้ ให้วัดระยะด้าน A และ B ดูก่อน ด้านใดมีระยะ “น้อยกว่า” ให้วางลำโพงไปทางด้านนั้น แต่ถ้าทั้งด้าน A และด้าน B มีระยะ “มากกว่า” 5 เมตรขึ้นไป คุณจะเลือกวางลำโพงด้านใดก็ได้ โดยรักษาระยะห่างระหว่างลำโพงซ้าย–ขวาอยู่ที่ 180 ซ.ม. (เส้นลูกศรสีฟ้า) และระยะห่างระหว่างจุดนั่งฟังไปถึงแนวหน้าลำโพงอยู่ที่ 1/3 x ความกว้างของด้านที่ตั้งฉากกับแนววางลำโพง (เส้นลูกศรสีเขียว)
ภาพล่างนั้น กรณีที่วางลำโพงในแนวกว้างของพื้นที่ ให้กำหนดด้านยาวไปตามสูตรคือเท่ากับ “ระยะด้านกว้าง x 1.5” (ที่แรเงาเป็นสีชมพู) ไม่ได้เอาระยะความยาวของพื้นที่ทั้งหมดที่ยาวไปถึงส่วนที่ติดซิ้งค์ครัวมาคำนวน
มาถึงตอนนี้ คุณก็จะได้ตำแหน่งวางลำโพงแล้ว ซึ่งแม้ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ใกล้เคียง คือได้คุณภาพเสียงออกมา 70-80% เท่าที่ลำโพงคู่นั้นจะสามารถให้ออกมาได้ก็ตามที แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ตำแหน่งที่ให้เสียงดีเต็ม 100% ของลำโพงคู่นั้น อาจจะต้องมีการขยับลำโพงเพื่อ fine tune ให้ลงตัวมากขึ้นได้อีก ซึ่งตอนต่อไปจะพูดถึงเทคนิคการปรับจูนตำแหน่งลำโพงเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น /
****************************
ย้อนกลับไปอ่าน –
ตอนที่ ๑ : บทนำ
ตอนที่ ๒ : เทคนิคการแม็ทชิ่ง – “ลำโพง” เข้ากับ “ห้องฟัง”
ตอนที่ ๓ : เทคนิคการแม็ทชิ่ง – “แอมป์” เข้ากับ “ลำโพง”
ตอนที่ ๔ : ตำแหน่งวางลำโพงมีผลอย่างไร.? ทำไมต้องค้นหาตำแหน่งวางลำโพง.?
อ่านต่อ –
ตอนที่ ๖ : เทคนิคการปรับจูนตำแหน่งลำโพงเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น



