รีวิวเครื่องเสียง Ayre Acoustics รุ่น QB-9 Twenty ผลจากการอัพเกรด QB-9 สู่เวอร์ชั่นล่าสุด

สำหรับคนที่ยังคงใช้ external DAC ของ Ayre Acoustics รุ่น QB-9 อยู่ตอนนี้ มีประเด็นที่ต้องสรุปให้ได้ก่อนจะตัดสินใจอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น QB-9 Twenty นั่นคือ QB-9 เป็น external DAC ที่มีแค่อินพุต USB ช่องเดียว การอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น Twenty มิได้มีผลเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติข้อนี้ ซึ่งมันถูกออกแบบโดยเจตนาให้เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ต้น และเป็นเจตนาอย่างมุ่งมั่นโดยชาลีย์ แฮนเซ่น ผู้ให้กำเนิด Ayre Acoustics เอง เพราะเขาต้องการทำให้ QB-9 เป็น digital source ที่ให้คุณภาพเสียงจากการเล่นไฟล์เพลง ที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นคือเหตุผลที่เขาเลือกที่จะทำให้ QB-9 มีสถานะเป็น USB-DAC อย่างเดียวมาตั้งแต่ต้น!

เหตุผลที่ผมต้องออกมาย้ำจุดนี้ให้ทราบกันก่อน ก็เพราะว่าบางคนได้รับ Ayre Acoustics QB-9 มาในฐานะของเจ้าของมือรอง คือซื้อต่อเป็นเครื่องใช้แล้วมาอีกที คุณอาจจะไม่เข้าใจที่มาของมันว่าเพราะเหตุใด QB-9 จึงมีอินพุตแค่ช่องเดียว ไม่ versatile เหมือน external DAC ตัวอื่นๆ ในตลาดที่ ชิงกันอัดสารพัดอย่างลงไป ซึ่งการเพิ่มเติมอินพุตอื่นๆ เข้าไปก็เป็นการเปิดช่องทางให้ noise หรือสัญญาณรบกวนสามารถเจาะเข้าไปในระบบได้มากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดที่ชาลีย์ มองเห็นในขณะที่เริ่มออกแบบ digital source ตัวนี้ขึ้นมาก็คือ noise ที่เกิดขึ้นภายในระบบ ซึ่งหากไม่สามารถป้องกันหรือขจัดออกไปจากระบบได้หมด มัน (noise) จะส่งผมเสียกับสัญญาณ analog ที่เป็นเอ๊าต์พุตได้อย่างมหันต์

noise ของระบบภาพวิดีโอสามารถตรวจสอบได้ง่ายเมื่อดูด้วยตา แต่ noise ของระบบเสียงต้องใช้การฟังด้วยทักษะที่เชี่ยวชาญพอสมควร หูของนักเล่นเครื่องเสียงที่เจนจัดมากๆ เมื่อพรรษาในการฟังแกร่งกล้าขึ้นมาถึงจุดหนึ่ง จะสามารถแยกแยะผลของ noise ที่เข้ามารบกวนเสียงออกมาได้ ซึ่ง noise ที่ว่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด สำคัญมากกว่าโทนเสียง น้อยซ์เป็นขยะที่ต้องขจัดออกไปจากชุดเครื่องเสียงให้ได้มากที่สุด การขจัด noise ออกไปจาก source จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวด เพราะ source คือแหล่งต้นกำเนิดแรกของซิสเต็ม ก่อนจะไปที่แอมป์และลำโพง ถ้าต้นกำเนิดแย่ก็คงไม่ต้องถามถึงผลลัพธ์ปลายทาง

เหตุที่ต้องติงให้คิดก่อนตัดสินใจอัพเกรดก็คือว่า ใครที่ครอบครอง QB-9 อยู่ในมือและรู้สึกว่าต้องการ external DAC แบบที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่างในตัวเดียวกัน คุณควรเปลี่ยนไปเล่น external DAC ตัวอื่นแทน ส่วนใครที่แฮ้ปปี้อยู่กับการใช้งานและเสียงของ QB-9 เดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าของคุณจะเป็นเวอร์ชั่นใด และอยากจะทำให้ QB-9 ของคุณมีทั้ง ประสิทธิภาพและ คุณภาพเสียงที่สูงขึ้นกว่าเดิม การอัพเกรดให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดคือเวอร์ชั่น Twenty นี้คือทางเลือกที่ถูกต้องอย่างที่ผู้ให้กำเนิด QB-9 ตั้งใจไว้

รายการอัพเกรด QB-9 ทุกเวอร์ชั่นไปเป็น QB-9 Twenty

QB-9 เวอร์ชั่นแรกออกมาเมื่อปลายปี 2009 จากวันนั้นถึงวันนี้ QB-9 ได้ผ่านการอัพเกรดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งเวอร์ชั่นหลังสุดก่อนจะมาถึง QB-9 Twenty ก็คือ QB-9 DSD ออกมาเมื่อปี 2013 เพื่อรองรับสัญญาณ DSD ที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยมในตอนนั้น (ผมมีรีวิวของ QB-9 DSD อยู่ ซึ่งรวบรวมรายละเอียดของเวอร์ชั่นต่างๆ ไว้ แนะนำให้ย้อนกลับไปอ่าน ตามลิ้งค์นี้ ก่อนจะอ่านรีวิว QB-9 Twenty ตัวนี้)

อัพฯ อะไรบ้าง.?

ในเว็บไซต์ของ Ayre Acoustics เองระบุแจ้งรายละเอียดการอัพเกรด QB-9 ไปเป็นเวอร์ชั่น QB-9 Twenty เอาไว้ทั้งหมด 11 ข้อ ซึ่งมีทั้งการ เปลี่ยนใหม่อาทิเช่น ข้อ 2คือใช้ทรานซิสเตอร์แบบ JFET ในวงจรขยายดิฟเฟอเร้นเชี่ยลเพื่อลดปริมาณของสัญญาณรบกวน, ข้อ 4ใช้วงจรฟิลเตอร์สำหรับไฟเอซีแบบใหม่, ข้อ 6ใช้ชิป ESS Technology เบอร์ใหม่สำหรับภาค DAC และ ข้อ 7เปลี่ยนมาใช้แผงวงจรแบบใหม่ที่ซ้อนกันถึง 6 ชั้น เพื่อแยกการทำงานของวงจรแต่ละส่วนออกมาอย่างเด็ดขาดมากขึ้น และ ข้อ 8ออกแบบภาค reclocking ใหม่ตามแนวทางของ Ayre Acoustics เองเพื่อขจัดจิตเตอร์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของอินเตอร์เฟซ USB

ส่วนข้อ 91011 สามรายการท้ายๆ ตามรายละเอียดการอัพเกรดข้างบนนั้นเป็นผลมาจากการเปลี่ยนชิป DAC ตัวใหม่เข้ามาแทนตัวเก่า ซึ่งทางผู้ผลิตให้ข้อมูลไว้แค่ว่าเป็นชิปของค่าย ESS Technology แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นเบอร์อะไร แต่ถ้าพิจารณาจากความสามารถในการรองรับสัญญาณอินพุตแล้ว เดาว่าถ้าไม่ใช่เบอร์ ES9028 ก็น่าจะเป็น ES9038 เหมือนที่ใช้ในรุ่น QX-8 เพราะเบอร์เก่าความสามารถในการรองรับสัญญาณดิจิตัลจะด้อยกว่านี้

ผมได้รับ QB-9 เวอร์ชั่น QB-9 DSD กับ QB-9 Twenty มาจากบริษัท Deco2000 ผู้นำเข้าแบรนด์นี้เพื่อนำมาเปรียบเทียบความแตกต่างของเวอร์ชั่นล่าสุดก่อนอัพเกรดคือ QB-9 DSD และหลังอัพเกรดเป็น QB-9 Twenty แล้วว่ามีอะไรแตกต่างกันบ้าง ต้องขอบคุณทางบริษัท Deco2000 ด้วย มาดูภายในตัวเครื่องกันหน่อย

ทางซ้ายของภาพบนคือภาพด้านในของเวอร์ชั่น QB-9 DSD ส่วนทางขวาคือเวอร์ชั่น QB-9 Twenty ซึ่งจะเห็นว่ามันมีความแตกต่างกันมากหลายจุด ในกรอบสีฟ้า (A) ทางซ้ายนั้นเป็นวงจรฟิลเตอร์สำหรับกรองไฟเอซี กับวงจรเรกูเลเตอร์ AyreLock สำหรับภาคเพาเวอร์ซัพพลายของ USB ซึ่งในเวอร์ชั่น QB-9 Twenty ได้ถูกปรับปรุงใหม่ ลดความรุงรังลงไปเยอะ และยังได้ปรับเปลี่ยนคาปาซิเตอร์ (B) ที่ใช้ในภาคเพาเวอร์ซัพพลายไปพร้อมกันด้วย ส่วนที่ล้อมกรอบสีเขียวเป็นวงจรอะนาลอก เอ๊าต์พุต Diamond Circuit (Cซึ่งในเวอร์ชั่น QB-9 Twenty ได้มีการปรับเปลี่ยนการจัดวางคอมโพเน้นต์ใหม่ในบางจุด และสังเกตเห็นว่า ของเวอร์ชั่นใหม่ QB-9 Twenty จัดวงจรแน่นหนากว่าเดิม และได้เอาแผ่น Thermal Pad ออกไปด้วย

แผงวงจรแบบ 6 ชั้นที่ใช้ในเวอร์ชั่น QB-9 Twenty เป็นสีน้ำตาลอมเทา ในขณะที่ใช้ในเวอร์ชั่น QB-9 DSD เป็นสีน้ำตาล

ด้านในของเวอร์ชั่น QB-9 DSD

ด้านในของเวอร์ชั่น QB-9 Twenty

ดูกันชัดๆ อีกทีกับเนื้อในของเวอร์ชั่น QB-9 DSD ก่อนอัพเกรด กับเวอร์ชั่น QB-9 Twenty หลังอัพเกรดแล้ว จะเห็นว่า ขนาดเวอร์ชั่น QB-9 DSD ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่สามล่าสุดก่อนจะเป็น QB-9 Twenty ยังมีการเปลี่ยนแปลงมากขนาดนี้ ใครที่ใช้ QB-9 เวอร์ชั่นแรกสุดหรือเวอร์ชั่นที่สองถ้าเอามาอัพเกรดเป็น QB-9 Twenty จะมีการเปลี่ยนแปลงมากแค่ไหนกันนะ.? ถ้าให้เดา ผมคิดว่า มันก็คงไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยนเครื่องใหม่แน่ๆ เลย!

ทดลองฟัง

ผมใช้ roon nucleus+ เป็นทรานสปอร์ตสำหรับเล่นไฟล์เพลง โดยมี Linear Power Supply (LPS) รุ่น QSource ของ Nordost ทำหน้าที่จ่ายไฟเลี้ยงให้กับ nucleus+ แล้วใช้สาย USB รุ่น Blue Heaven ของ Nordost ในการเชื่อมต่อสัญญาณดิจิตัลจาก nucleus+ ไปที่อินพุตของ QB-9 ทั้งสองตัว ตอนลองฟังเทียบก็ใช้วิธีถอดสลับกันสดๆ

ผมมีโอกาสได้ทดลองฟัง QB-9 ทั้งสองเวอร์ชั่นนี้อยู่หลายวัน ได้นำมันทั้งสองเข้าไปแจมในซิสเต็มที่ใช้ทดสอบลำโพงและแอมปลิฟายสองสามตัว ถือว่าได้ลองฟังเทียบผ่านซิสเต็มที่หลากหลายทั้งเล็กใหญ่ ได้ฟังผ่านทั้งแอมป์หลอดและทรานซิสเตอร์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ต้องบอกตามตรงว่า แค่ลองฟังเทียบกันไม่กี่เพลงผมก็ได้บทสรุปแล้ว ช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่ใช้ฟังจึงเป็นการฟังทดสอบประสิทธิภาพของตัว QB-9 Twenty ซะมากกว่า

ทำไมสรุปได้ง่ายจัง.? เหตุผลก็เพราะว่าตัว QB-9 DSD ใช้ชิป DAC ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า ซึ่งรองรับสัญญาณ PCM ได้สูงสุดแค่ 24/192 กับสัญญาณ DSD ได้สูงสุดที่ DSD64(2.8MHz) ตอนลองฟังด้วยไฟล์ WAV ที่ความละเอียด 16/44.1 ที่ผมริปมาจากแผ่นซีดี พบว่า เวอร์ชั่น QB-9 Twenty ให้เสียงโดยรวมออกมาดีกว่าไม่เยอะมาก ความแตกต่างออกไปทางที่ QB-9 Twenty เปิดโปร่งกว่า ปลายเสียงทอดไปไกลกว่า คอนทราสน์ไดนามิกสวิงได้ละเอียดกว่า รายละเอียดที่ระดับความดังต่ำๆ ดีกว่านิดหน่อย แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นเล่นไฟล์ที่มีความละเอียดมากขึ้นคือ 24/96, 24/176.4, 24/192 และไฟล์เพลง DSF64 จะเห็นได้ชัดว่าเวอร์ชั่น QB-9 DSD จะให้เสียงที่มีอาการอั้นๆ นิดๆ ในขณะที่เวอร์ชั่น Twenty ให้เสียงที่เป็นอิสระมากกว่า การขยับเคลื่อนตัวระหว่างตัวโน๊ตที่เชื่อมต่อกันมีการรับส่งที่ลื่นไหลมากกว่า และเสียงดนตรีแต่ละเสียงในเพลงที่เล่นพร้อมกันหลายๆ ชิ้นก็สามารถแยกแยะออกจากกันได้ง่ายกว่า แม้ว่าแต่ละชิ้นจะเล่นด้วยสปีดที่ต่างกันก็ตาม ซึ่งเวอร์ชั่น QB-9 DSD แบ่งแยกสปีดของเสียงแต่ละเสียงออกจากกันได้ไม่เด็ดขาดเท่า ทำให้ฟังเทียบกันแล้วจะรู้สึกได้ว่าเวอร์ชั่น QB-9 Twenty ถ่ายทอดความเป็นดนตรีออกมาได้ดีกว่า ฟังแล้วเข้าถึงอารมณ์เพลงมากกว่า (ทั้งๆ ที่ QB-9 DSD ก็ทำได้ดีมากแล้ว!)

ผมตรวจเช็คความสามารถในการรองรับสัญญาณของ QB-9 Twenty ด้วยโปรแกรม roon พบว่า ภาค DAC ในตัวของมันสามารถรองรับสัญญาณ PCM ได้สูงสุดถึงระดับ 384kHz จริงๆ และสามารถรองรับสัญญาณ DSD ได้สูงสุดถึงระดับ DSD128 (5.6MHz) จริง นั่นหมายความว่า ถ้าคุณมีไฟล์เพลงที่ให้รายละเอียดสัญญาณดิจิตัลออกมาสูงถึงระดับ PCM 384kHz หรือ DSD128 แล้วนำมาเล่นผ่าน QB-9 Twenty ตัวนี้ มันจะแปลงสัญญาณอะนาลอกออกมาให้คุณฟังแบบเนทีฟ คือตรงๆ ตัวแบบเต็มๆ สเปคฯ ไม่มีการ down-sampling แต่อย่างใด

ภาพหน้าจอของ QB-9 Twenty ขณะทดลองเล่นไฟล์ DXD352.8 ของค่าย 2L

ภาพหน้าจอขณะทดลองเล่นไฟล์ DSF128 ของค่าย OPUS 3

ผมทดลองฟังไฟล์ DXD352.8 กับไฟล์ DSF128 กับ QB-9 Twenty พบว่า มันให้เสียงออกมาดีมาก ความละเอียด ความนุ่มเนียน และความเปิดโล่ง ปรากฏออกมาโดดเด่นเหนือกว่าไฟล์ CD อย่างชัดเจน ไดนามิกคอนทราสน์ละเอียดยิบ การไต่ระดับความดังมีความต่อเนื่องไม่ขาดตอนทั้งช่วงช้าและช่วงเร็ว ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายของเสียงที่ทะลุผ่านลำโพงออกมาจะดีมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของแอมป์กับลำโพงด้วย ตอนผมลองฟังแล้วได้ผลลัพธ์ออกมาดีมากคือตอนฟังร่วมกับแอมป์ของ Moon รุ่น 340i Neo ที่สามารถตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 2Hz ขึ้นไปจนถึง 90kHz โดยขับลำโพง Quadral Aurum SEDAN 9 (REVIEW) ที่ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 33Hz ขึ้นไปจนถึง 65kHz

เซอร์ไพร้!

ตอนอ่านหัวข้ออัพเกรดในเว็บไซต์ของ Ayre Acoustics หัวข้อสุดท้ายที่แจ้งว่า QB-9 Twenty สามารถถอดรหัส HDCD ได้ด้วย ตอนทดลองฟังผมจึงเลือกไฟล์เพลงที่ผมริปมาจากแผ่นซีดีที่เข้ารหัส HDCD มาลองฟังกับ DAC ตัวนี้ ซึ่งผลก็เป็นไปตามภาพด้านล่างนี้

ภาพบนคือ signal path หรือเส้นทางเดินของสัญญาณจาก source ก่อนเข้ามาที่ตัว nucleus+ แล้วผ่านการทำงานของโปรแกรมก่อนออกไปทางเอ๊าต์พุต ซึ่ง roon nucleus+ แจ้งว่า สัญญาณดิจิตัลของไฟล์ที่มันตรวจพบเป็นสัญญาณ 16/44.1 สองแชนเนลธรรมดา (ลูกศรสีแดง) ไม่ได้แจ้งว่ามีโค๊ด HDCD อยู่ด้วย แต่ถ้าสังเกตที่ตัวเลข dynamic range (ลูกศรสีฟ้า) จะเห็นว่ามันสวิงได้กว้างมากถึง +18 ซึ่งถือว่ากว้างมาก และดูที่ spectrum ของไดนามิก (ลูกศรสีเขียว) ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับค่าไดนามิกเร้นจ์ที่แจ้งไว้

ส่วนภาพล่างสังเกตบนจอของ QB-9 Twenty จะโชว์ตัวอักษร h อยู่หน้า 44 ซึ่งเป็นตัวย่อของแซมปลิ้งควีเฟรนซี่ที่ระดับ 44.1kHz แสดงว่า สัญญาณดิจิตัลที่ QB-9 Twenty รับเข้าไปเป็นสัญญาณ PCM 20/44.1 ซึ่งเป็นสัญญาณ 16/44.1 ที่มีบิตข้อมูล 4bit ที่ใช้ควบคุมไดนามิกเร้นจ์ทั้งหมดของสัญญาณ ซึ่งจะถูกดึงออกมาด้วย และ DAC ที่มี HDCD decoder เท่านั้นที่จะสามารถนำข้อมูล 4bit นั้นมาใช้ประโยชน์ได้ ก็เป็นข้อพิสูจน์ว่า QB-9 Twenty รองรับการถอดรหัส HDCD ได้จริง และเสียงที่ออกมาก็ดีมากๆ ด้วย หลายๆ อัลบั้มของค่าย Reference Recordings (RR) จะเข้ารหัส HDCD มา โดยเฉพาะที่เป็นเพลงคลาสสิกส่วนใหญ่ ซึ่งผมริปออกมาจากแผ่นซีดีเป็นไฟล์ WAV เมื่อนำมาฟังผ่าน QB-9 Twenty ตัวนี้แล้ว เสียงออกมาฉ่ำ เวทีเสียงแผ่ขยายไปทั้งแนวกว้าง ลึก และสูง เสียงมีลักษณะที่โอ่อ่ามลังเมลืองขึ้นมามากทีเดียว เป็นฟังท์ชั่นที่ผมชอบมากของ QB-9 Twenty เพราะไม่แค่อัลบั้มเพลงของค่าย RR เท่านั้น ยังมีอัลบั้มเพลงคอมเมอร์เชี่ยลอีกจำนวนมากมหาศาลที่เข้ารหัส HDCD มาด้วย อย่างเช่นงานของ Mark Knopfler, Neil Young ฯลฯ ซึ่งจะได้รับมรรคผลจาก QB-9 Twenty ตัวนี้

สรุป

ที่มาของรีวิวนี้คือคำถามของเพื่อนสมาชิกในเฟซบุ๊คเพจของผมที่สอบถามเข้ามาว่า คุ้มมั้ย? กับการยก QB-9 ไปอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น QB-9 Twenty

จะรู้ว่าคุ้มหรือไม่ ต้องมีข้อมูลสองส่วนเพื่อใช้ประเมิน ข้อมูลส่วนแรกคือค่าใช้จ่ายในการอัพเกรด QB-9 ให้เป็นเวอร์ชั่น QB-9 Twenty ซึ่งข้อมูลจากทางผู้นำเข้าแจ้งมาว่า ในการอัพเกรดจาก QB-9ทุกเวอร์ชั่นมาเป็น QB-9 Twenty มีค่าใช้จ่าย เท่ากันทั้งหมด คือเครื่องละ 48,000 บาท ส่วนข้อมูลที่สองที่ต้องนำมาเทียบกับค่าใช้จ่ายก็คือ ฟังท์ชั่นการใช้งานและ คุณภาพเสียงที่เปลี่ยนไป

จากการทดสอบในช่วงเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านไป ผมขอประเมินว่า QB-9 Twenty ให้คุณภาพเสียงออกมาดีกว่าเวอร์ชั่น QB-9 DSD ประมาณ 30-40% ซึ่งหัวใจหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือการเปลี่ยนชิป DAC ตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าตัวที่ใช้อยู่ในเวอร์ชั่นเก่า ส่วนการปรับปรุงในส่วนอื่นๆ ก็เพื่อให้รองรับการทำงานของชิปตัวใหม่เพื่อสนับสนุนให้สามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้เต็มที่มากที่สุด ดังนั้น ถ้า QB-9 ของคุณเป็นเวอร์ชั่นแรกหรือเวอร์ชั่นที่สอง (QB-9 DSD เป็นเวอร์ชั่นที่สาม) เมื่อนำมาอัพเกรดเป็น QB-9 Twenty ก็จะได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นมากกว่า 30-40% ขึ้นไปอีก โดยเสียค่าใช้จ่ายเท่ากัน นั่นก็เท่ากับว่าได้ความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

หมดหน้าที่ผมแล้ว ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของคุณที่จะตัดสินใจเองว่าจะอัพฯ หรือไม่…

***********************
ค่าใช้จ่ายในการอัพเกรด = 48,000 บาท (เท่ากันทุกเวอร์ชั่น)
***********************
สนใจติดต่อที่
บริษัท Deco2000
โทร
. 089-870-8987

facebook: @DECO2000Thailand

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า