EXTREME THEATER > System #1 Recommended by Deco2000 แนะนำชุดโฮมเธียเตอร์ระดับที่โรงหนังยังต้องอาย.!

สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบการรับชมภาพยนตร์ในบ้านอย่างมากอาจจะไม่รู้ว่า จริงๆ แล้ว ถ้าคุณมีทุนทรัพย์มากพอ คุณสามารถสร้างโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมๆ ไว้เสพสุขในบ้านได้เลย เรียกว่าเป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัวที่ให้คุณภาพของภาพและเสียง ดีกว่าในโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ซะอีก เพราะทั้งระบบภาพบนจอและระบบเสียงเซอร์ราวนด์ที่ติดตั้งภายในห้องโฮมเธียเตอร์ในบ้าน มันจะถูกปรับจูนให้ดีที่สุดตรงจุดที่คุณนั่งชม ซึ่งในโรงภาพยนตร์ไม่ได้เป็นแบบนั้น

สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ว่าสามารถทำอะไรแบบนี้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า บริษัทผู้ให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบโฮมเธียเตอร์ใหญ่ๆ ระดับนี้ไม่ค่อยจะทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ออกไปในวงกว้าง เหตุผลก็เพราะว่า ทีมงานที่จะสามารถออกแบบและดูแลงานระดับนี้ได้มีไม่มาก และงานแต่ละห้องต้องใช้เวลานานกว่าจะเสร็จ ทำให้แต่ละปีไม่สามารถรับงานได้มาก เท่าที่ทำๆ กันอยู่ก็ตึงๆ มือกันอยู่แล้ว จึงไม่ได้มีความจำเป็นต้องโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปในวงกว้างนั่นเอง

วันนี้โชคดีของผมที่ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับ คุณวิชัย ปวิทย์วัฒนะ ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคของบริษัท Deco2000 เพื่อให้คุณวิชัยช่วยอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับลักษณะการทำงานของเขา และได้ให้คุณวิชัยช่วยแนะนำชุดโฮมเธียเตอร์ที่มีคุณภาพระดับที่สมกับความหมายของคำว่า Extreme Theater ให้เราสักชุดหนึ่ง ซึ่งซิสเต็มที่คุณวิชัย แนะนำประกอบด้วย

SYSTEM :

Projector : JVC รุ่น DLA-Z1 ราคา = 999,000 บาท
Screen : DNP รุ่น Supernova Core 2.35:1 144 inch ราคา = 412,200 บาท
UHD 4K Player : Pioneer รุ่น UDP-LX800 = 59,900 บาท
Pre-Processor : Trinnov รุ่น Altitude 16 ราคา = 560,000 บาท
Speaker : MeyerSound รุ่น Amie ราคาตัวละ 140,000 บาท x 7 ตัว = 980,000 บาท
Speaker : MeyerSound รุ่น HMS-5 ราคาตัวละ 130,000 บาท x 6 ตัว = 780,000 บาท
Speaker : MeyerSound รุ่น UP-4XP ราคาตัวละ 137,000 บาท x 2 ตัว = 274,000 บาท
Speaker : MeyerSound รุ่น Amie-Sub ราคาตัวละ 160,000 บาท x 2 ตัว = 320,000 บาท
Power Supply :MeyerSound รุ่น MPS-488HP ราคาตัวละ = 107,000 บาท

รวมอุปกรณ์ทั้งระบบของซิสเต็มนี้อยู่ที่ = 4,492,100 บาท ยังไม่รวมอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น สายสัญญาณ, สายไฟเอซี, อุปกรณ์ปรับอะคูสติก และค่าติดตั้ง ซึ่งชุดนี้ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ที่ทางบริษัทฯ เคยจัดทำให้

ส่วนงบประมาณต่ำสุดที่ทางบริษัทรับจัดทำให้.? คุณวิชัยแจ้งให้ทราบว่า งบประมาณที่ทางบริษัท Deco2000 ให้บริการออกแบบ, จัดชุด, ติดตั้ง และปรับจูน จะเริ่มต้นตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขนาดของห้องมีส่วนเกี่ยวพันกับงบประมาณ แต่ไม่เสมอไปว่าห้องเล็กงบจะต่ำกว่า ถ้ามีความสนใจขอให้โทรศัพท์ไปปรึกษาก่อนได้ หรือจะเดินทางไปรับชมตัวอย่างภาพและเสียงในห้องโชว์ของบริษัท Deco2000 และพูดคุยสอบถามที่นั่นก็ได้ (บริษัท Deco2000 โทร. 0-2256-9700)

มาลองพรีวิวสินค้าในซิสเต็มนี้กันดูหน่อย..

โปรเจคเตอร์ JVC รุ่น DLA-Z1 (ลิ้งค์)

DLA-Z1 เป็นโปรเจคเตอร์รุ่นท๊อปล่าสุดของแบรนด์ JVC ถูกออกแบบมาให้สามารถแสดงจุดเด่นของระบบภาพ 4K ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นภาพวิดีโอจากคอนเท็นต์ประเภทภาพยนตร์, กีฬา, คอนเสิร์ต หรือสารคดี รองรับเทคโนโลยี HDR (High Dynamic Rangeได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยพลังแสงจากเลเซอร์ BLU-Escent ที่ให้ความสว่างสูงถึง 3,000 ลูเมน และมีอายุใช้งานที่ยาวนานถึง 20,000 ชั่วโมง นอกจากนั้น โปรเจคเตอร์ตัวนี้ยังมาพร้อมชิป D-ILA 4K ตัวใหม่ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกแค่ 0.69 นิ้ว ทำให้พิกเซลแต่ละพิกเซลทั้งหมดของภาพ 4K ที่มีจำนวนมากถึง 8 ล้านกว่าพิกเซล (4096 x 2160) มีขนาดที่เล็กลง ส่งผลให้ได้ความคมชัดมากขึ้น ฉายลงบนจอขนาดใหญ่มากๆ ก็ยังคมชัด

องค์ประกอบสำคัญอีกส่วนหนึ่งของโปรเจคเตอร์ที่ส่งผลต่อคุณภาพของภาพโดยตรงก็คือ เลนส์ซึ่งรุ่น DLA-Z1 ใช้เลนส์รุ่นใหม่ที่ตัวชิ้นเลนส์ทำด้วยแก้วทั้งหมด ขนาดใหญ่กว่าปกติ เส้นผ่าศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ประกอบด้วยชิ้นเลนส์ 18 ชิ้น แยกกันทำงานออกเป็น 16 กลุ่ม ทำให้สามารถแสดงรายละเอียดของภาพ 4K ออกมาได้ครบถ้วน สวยงาม ด้วยเฉดสีมาตรฐาน BT.2020 ที่ครอบคลุมเฉดสีมาตรฐาน DCI-P3 ที่สตูดิโอที่ใช้ในการตัดต่อภาพยนตร์

นอกจากนั้น JVC รุ่น DLA-Z1 ยังเป็นโปรเจคเตอร์ตัวแรกในโลกที่ได้รับการรับรองคุณภาพว่าได้มาตรฐานของ THX Certified 4K Display ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สูงมากอีกด้วย

Screen : DNP รุ่น Supernova Core 2.35:1 144 HG (ลิ้งค์)

จอภาพตัวนี้ถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติเหมาะสมใช้งานในระบบโฮมเธียเตอร์ที่ใช้โปรเจคเตอร์แบบฉายด้านหน้าโดยตรง ผิวจอด้านที่รับภาพจากโปรเจคเตอร์ใช้เทคโนโลยีอ๊อปติคัล มีฟิลเตอร์ที่ให้ภาพที่มีคอนทราสน์เปิดกว้าง มีคุณสมบัติดูดกลืนแสงสะท้อนรอบด้าน ทำให้ภาพบนจอมีความคมชัดสูง สีสันสดใส แสดงออกมาครบทุกเฉดสี ภาพมีไดนามิกแม้ในห้องที่มีความสว่าง ให้ black levels ที่มืดสนิท จึงแสดงรายละเอียดในจุดมืดของภาพได้ดี ให้ความสว่างของภาพได้ลงตัวสมดุลกับสภาพแวดล้อมโดยไม่ทำให้เกิดอาการปวดตาเมื่อรับชมติดต่อกันนานๆ

จอภาพของ DNP รุ่น Supernova Core ตัวนี้รองรับความละเอียดของภาพวิดีโอสูงถึงระดับ 4K และได้รับการรับรองคุณภาพจาก ISF-certified ในแง่ของคอนทราสน์ของภาพที่เปิดกว้างมากกว่ามาตรฐานทั่วไปถึง 7 เท่า และให้มุมมองภาพที่กว้างมาก จอรุ่นนี้มีอยู่ 2 เวอร์ชั่นคือ 23-23 High Gain กับ 08-85 Low Gain รุ่น High Gain เหมาะกับคนที่ต้องการติดตั้งจอที่มีขนาดใหญ่มากๆ เกินร้อยนิ้วขึ้นไป

UHD 4K Player : Pioneer รุ่น UDP-LX800 (ลิ้งค์)

เป็นเครื่องเล่นแผ่น UHD 4K รุ่นท๊อปใหม่ล่าสุดของ Pioneer ซึ่งมีความสามารถในการเล่นแผ่นหนังและแผ่นเพลงได้หลากหลายฟอร์แม็ต ตั้งแต่ DVD ขึ้นไปจนถึง UHD 4K และรองรับระบบเสียงเซอร์ราวนด์ได้สูงสุดถึงระบบ Dolby Atmos และ DTS-HD

มีช่องเอ๊าต์พุต HDMI มาให้สองชุด แยกสำหรับส่งออกสัญญาณเสียง+สัญญาณภาพ กับส่งออกสัญญาณภาพอย่างเดียว ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานที่เน้นคุณภาพของภาพและเสียง รองรับระบบภาพ 4K HDR ได้ถึงระดับ Dolby HDR

Pre-Processor : Trinnov รุ่น Altitude 16 (ลิ้งค์)

สำหรับโฮมเธียเตอร์ที่ให้ประสบการณ์เหมือนโรงภาพยนตร์นั้น ระบบเสียงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าระบบภาพ ซึ่งเทคโนโลยีของระบบเสียงเซอร์ราวนด์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันเรียกว่า “Immersive Sound” (ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก)

พื้นฐานของระบบเสียง Immersive Sound อาศัยเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า object-based คือการสร้างสนามเสียงเซอร์ราวนด์ที่ทำให้เรารับรู้ถึงตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของเสียงที่ เหมือนจริงมากที่สุด เป็นสนามเสียงที่วัตถุในภาพยนตร์สามารถเคลื่อนที่ไปได้ ทุกทิศทางรอบตัวเรา อย่างเช่น ได้ยินเสียงฝนที่ตกจากด้านบน (เพดาน) ลงมาด้านล่าง (พื้นห้อง) ได้ยินเสียงเครื่องบินบินผ่านศีรษะขึ้นไปด้านบน จากหน้าห้องไปหลังห้อง ได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ด้านล่างในขณะที่ได้ยินเสียงนกร้องลอยขึ้นไปอยู่ที่มุมห้องด้านบน ได้ยินเสียงแมลงวันบินวนอยู่รอบตัว ฯลฯ ซึ่งระบบเสียงเซอร์ราวนด์ 5.1 ch กับ 7.1 ch แบบเดิมไม่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์แบบนี้ได้ เนื่องจากระบบเสียง 5.1 และ 7.1 ch แบบเดิมเป็นเทคโนโลยี channel-base คือยึดตำแหน่งการติดตั้งและจำนวน แชนเนลของลำโพงเป็นตัวกำหนดการกระจายเสียงรอบตัว ซึ่งทำมิติเสียงได้เฉพาะล้อมรอบตัว 180 องศาในแนวระนาบ (Horizontal) เท่านั้น ในขณะที่ระบบเสียง Immersive Sound เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้ยึดจำนวนแชนเนลของลำโพง แต่ยึดที่ ตัวเสียง” (object) ที่มาพร้อมกับ พิกัด” (data) ที่บันทึกมาจากสตูดิโอเป็นตัวกำหนดตำแหน่งและทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียงที่วนรอบตัวเรา 360 องศา ซึ่งคุณภาพของเสียงที่ได้ออกมาจะดีขึ้นไปตามจำนวนแชนเนลที่ใช้ ยิ่งมีแชนเนลมาก จะรับรู้ถึงมิติเสียงที่ดีมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้ ปรีโปรเซสเซอร์จึงมีความสำคัญมาก Trinnov รุ่น Altitude 16 ที่บริษัท Deco2000 แนะนำครั้งนี้เป็นปรีโปรเซสเซอร์ที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ชั้นสูง ออกแบบมาด้วยพื้นฐานของซอฟท์แวร์โปรแกรมที่ทีมโปรแกรมเมอร์ของบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์เขียนขึ้นมาเองโดยเฉพาะ ภาคถอดรหัสรองรับครบทุกฟอร์แม็ตทั้ง Dolby Atmos, DTS:X และ AURO-3D และเนื่องจากเป็นดีโค๊ดเดอร์ที่ใช้วิธีเขียนซอฟท์แวร์ลงไปบนฮาร์ดแวร์ ไม่ได้ใช้ชิปดีโค๊ดเดอร์สำเร็จรูป จึงสามารถเพิ่มเติมฟอร์แม็ตใหม่ๆ ลงไปได้ตลอด รองรับอนาคตได้นาน

รุ่น Altitude 16 ที่คุณวิชัยเลือกมาแนะนำใน Extreme Theater ชุดนี้ให้เอ๊าต์พุตของสัญญาณเสียงออกมาทั้งหมด 16 แชนเนล สามารถกำหนดใช้ร่วมกับการติดตั้งลำโพงได้หลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น แยกอิสระ 9.1.6 แชนเนล ก็ได้ หรือจะแยกอิสระ 7.3.6 แชนเนล, แยกอิสระ 9.3.4 แชนเนล และอีกมาก นอกจากนั้น ปรีโปรเซสเซอร์ตัวนี้ยังสามารถเพิ่มเติมแชนเนลของเอ๊าต์พุตขึ้นไปได้อีกในอนาคต

Speaker : MeyerSound คู่หน้า/เซ็นเตอร์/เซอร์ราวนด์/ซับวูฟเฟอร์/ด้านบน (ลิ้งค์)

ชุดลำโพงเซอร์ราวรด์ MeyerSound ที่คุณวิชัยแนะนำไว้ในชุดนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีประวัติเก่าแก่ในวงการโปรเฟสชั่นแนล ออดิโอ จุดเด่นของรุ่นที่แนะนำไว้ในซิสเต็มนี้เป็นลำโพงแอ๊คทีฟทั้งหมด คือมีแอมปลิฟายอยู่ในตัว ทำให้หมดปัญหาเรื่องของการแม็ทชิ่งไปได้อย่างเด็ดขาด อีกทั้งยังทำให้ระบบมีความเรียบง่ายในการติดตั้งมากยิ่งขึ้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากโดยเฉพาะสายลำโพง

รุ่นที่แนะนำสำหรับการติดตั้งส่วนที่เป็น bed surround channel ซึ่งรายล้อมรอบๆ ตัวจำนวน 7 แชนเนลคือรุ่น Amie เป็นระบบลำโพงสองทาง ดูแลความถี่ในย่านกลางแหลม ทำงานร่วมกับรุ่น Amie-Sub ที่สามารถตอบสนองความถี่ต่ำลงไปได้ถึง 25Hz ส่วนแชนเนลเซอร์ราวนด์ด้านข้างที่ตรงกับตำแหน่งนั่งชมมีให้เลือก 2 อ๊อปชั่น ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องและพื้นที่ติดตั้งลำโพง ถ้าเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ ไม่มีปัญหาติดตั้งลำโพงบนผนังด้านข้างซ้ายขวา ทาง Deco2000 แนะนำเป็นลำโพงรุ่น Amie อีก 2 ตัวให้เหมือนกับทั้ง 7 ตัวที่ใช้ในระบบหลัก ซึ่งจะได้คุณภาพเสียงที่กลมกลืนกันทั้งหมด แต่ถ้ามีปัญหา ในกรณีที่ห้องมีขนาดเล็กหรือไม่สามารถติดตั้งลำโพงด้านข้างซ้ายขวาได้ ทางบริษัท Deco2000 แนะนำเป็นรุ่นที่มีตัวตู้ขนาดกระทัดรัดลงมา คือรุ่น UP-4XP จำนวน 2 ตัว ก็ทำหน้าที่ได้เช่นกัน

ในขณะที่ด้านบน แนะนำเป็นรุ่น HMS-5 จำนวน 6 ตัวทำหน้าที่สร้างสนามเสียงด้านบนเหนือศีรษะ และในระบบลำโพงยังต้องมีตัว Power Supple อีกหนึ่งตัว สำหรับจ่ายไฟเลี้ยงและส่งสัญญาณเสียงไปให้ลำโพงแต่ละแชนเนล

บริการติดตั้งและปรับจูนภาพและเสียง

คุณวิชัย สรุปให้ฟังว่า บริการที่ทางบริษัท Deco2000 จัดให้นั้น เป็นรูปแบบบริการที่ครบวงจร ตั้งแต่เริ่มให้คำปรึกษาและเข้าไปตรวจเช็คสถานที่เพื่อวางแผนเบื้องต้น จากนั้นก็กำหนดอุปกรณ์ที่จะใช้ให้เหมาะสมกับสถานที่และงบประมาณ เข้าไปติดตั้งระบบสายต่อและสายไฟที่จำเป็นต้องใช้ ติดตั้งจอและโปรเจคเตอร์พร้อมทั้งติดตั้งลำโพงและระบบเสียง ซึ่งคนที่กำลังจะสร้างบ้านใหม่สามารถติดต่อใช้บริการได้ เพื่อให้วิศวกรของทางบริษัท Deco2000 เข้าไปดูแลตั้งแต่บ้านยังอยู่ในงานโครงสร้าง ซึ่งจะปลอดภัยกว่า หลีกเลี่ยงการทุบแก้ภายหลัง

หลังจากงานโครงสร้างและติดตั้งระบบภาพและเสียงซึ่งต้องทำงานคู่ไปกับอินทีเรียดีไซน์เสร็จสิ้นเรียบร้อย ทีมงานที่ทำหน้าที่ที่เชี่ยวชาญในการปรับจูนระบบภาพและเสียงของทางบริษัท Deco2000 ก็จะเริ่มเข้าไปทำงานต่อ โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเข้าไปทำการปรับจูนภาพและเสียงอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพออกมาเต็มที่มากที่สุด ให้ประสบการณ์เหมือนรับชมในโรงภาพยนตร์มากที่สุด

ส่วนทางด้านการรับประกันสินค้าและบริการก็วางใจได้ เนื่องจากสินค้าทุกยี่ห้อและทุกรุ่นที่เลือกใช้และจัดมาแนะนำนี้ เป็นสินค้าที่ทางบริษัท Deco2000 เป็นผู้นำเข้ามาเองทั้งสิ้น จึงสามารถดูแลให้กับลูกค้าได้ตลอดเวลา /

**************************
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ติดต่อ บริษัท Deco2000 โทร. 0-2256-9700 ทุกวัน

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า