รีวิวโฮมเธียเตอร์ : Onkyo รุ่น TX-RZ830 เอวี รีซีฟเวอร์ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos 5.2.4 จบในตัวเอง

การจัดสร้างโฮมเธียเตอร์ขึ้นมาสักชุด มันมีอ๊อปชั่นให้ต้องพิจารณาหลายแง่หลายมุม แค่คุณเปลี่ยนเงื่อนไขบางข้อ อาจจะสร้างผลกระทบมากมาย บางครั้งนั้น อาจจะถึงขั้นทำให้คุณต้องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในระบบหลายอย่าง ดังนั้น ถ้าต้องการความสมบูรณ์แบบและไร้ปัญหา แนะนำให้ปรึกษาผู้รู้เพื่อให้ได้ชุดโฮมเธียเตอร์ที่ตรงกับความต้องการของคุณจริงๆ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะเทคโนโลยีโฮมเธียเตอร์ในปัจจุบันมันมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ได้ติดตามมาตลอดก็ยากที่จะเข้าใจได้เองทั้งหมด

ระบบเสียงเป็นสิ่งที่คุณต้องตัดสินใจเลือกให้ได้เป็นอันดับแรก!

ถ้าจะให้แนะนำแบบกว้างๆ พอเป็นไอเดีย ผมจะขอแนะนำให้คุณเลือก ระบบเสียงก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งระบบเสียงเซอร์ราวนด์ที่อยากจะแนะนำให้เลือกก็คือระบบเสียง Dolby Atmos ครับ แต่หลังจากนั้น จะเลือกติดตั้งระบบเป็นฟอร์แม็ตไหนของ Dolby Atmos ระหว่าง 5.1.2, 5.1.4, 7.1.2, 7.1.4, 9.1.2, 9.1.4 หรือจะไปให้สุดฝั่งฝันด้วยระบบเสียงเซอร์ราวนด์ Dolby Atmos 9.1.6 ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเอง ซึ่งแต่ละรูปแบบที่เลือกก็มีรายละเอียดให้ต้องพิจารณาหลายแง่มุมอย่างที่เกริ่นมา และแน่นอนว่า ระบบใหญ่กว่าย่อมจะได้เสียงที่ดีกว่า แต่ในขณะเดียวกัน ระบบที่ใหญ่กว่าก็ต้องใช้งบประมาณสูงกว่า และมีความซับซ้อนยุ่งยากในการติดตั้ง+ปรับจูนเสียงมากกว่า ซึ่งต้องดูด้วยว่า ห้องหรือพื้นที่ในบ้านคุณรองรับระบบเสียงเหล่านั้นได้หรือไม่

ถ้าจะให้ผมช่วยตีวงให้แคบลงมาอีกหน่อย สำหรับคนที่ต้องการคุณภาพเสียงของระบบเซอร์ราวนด์ Dolby Atmos ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ทำได้ ผมขอแบ่งตัวเลือกออกเป็น 3 กลุ่มแบบนี้

กลุ่มแรก สำหรับห้องหรือพื้นที่ขนาดเล็ก ไม่เกิน 60 ลบ.. สัดส่วนห้องตั้งแต่ 3x5x2.5 ลบ.. แต่ไม่เกิน 4x6x2.5 ลบ.. แนะนำให้เลือกอ๊อปชั่น 5.1(2).4 คือ 5.1.2 กรณีใช้ลำโพงซับวูฟเฟอร์แค่ตัวเดียว แต่ถ้าห้องมีปัญหาจูนเสียงทุ้มไม่ลงตัว ให้เพิ่มลำโพงซับวูฟเฟอร์อีกตัวเป็น 5.2.4 ส่วนกลุ่มที่สอง สำหรับห้องหรือพื้นที่ขนาดกลาง คือใหญ่กว่า 60 ลบ.. ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 87.5 ลบ.. อย่างเช่นสัดส่วน 4x6x2.5 ลบ.. ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 5x7x2.5 ลบ.. แนะนำให้เลือกอ๊อปชั่น 7.1(2).4 ส่วนกลุ่มที่มีห้องหรือพื้นที่ขนาดใหญ่มากเกิน 87.5 ลบ.. ขึ้นไป คือเป็นห้องหรือพื้นที่ที่มีสัดส่วนมากกว่า 5x7x2.5 ลบ.. ขึ้นไป แนะนำให้เลือกอ๊อปชั่น 9.1(2).6

*** ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบเสียง Dolby Atmos | คลิ๊ก

Dolby Atmos 7-1-4

เอารูปข้างบนมาให้ดูเพื่ออธิบายความหมายของโค๊ดตัวเลขที่ใช้แทนรูปแบบของระบบเสียงเซอร์ราวนด์ Dolby Atmos ซึ่งตัวเลขตรงกลางหมายถึง จำนวนแชนเนลสำหรับสัญญาณ LFEส่วนตัวเลขที่อยู่ในวงเล็บติดกัน เป็นตัวเลขที่ผมเติมเข้าไปเพื่อแสดงจำนวนของ ลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่สามารถเพิ่มได้ซึ่งจะส่งผลดีต่อการปรับจูนเสียง ส่วนตัวเลขตัวที่สามซึ่งอยู่ตอนท้ายนั้นหมายถึง จำนวนลำโพงด้านบนซึ่งถ้าคุณสังเกตจะพบว่า ผมไม่แนะนำรูปแบบที่ใช้ลำโพงด้านบนแค่ 2 ตัว อย่างพวก 5.1.2 หรือ 7.1.2 เลย เพราะคุณภาพเสียงที่ได้มันด้อยกว่ารูปแบบที่ใช้ลำโพงด้านบน 4 ตัวเยอะมาก คือถ้าคุณเลือกรูปแบบที่ใช้ลำโพงด้านบนแค่ 2 ตัวเพราะมองว่าประหยัดกว่าหรือทำให้ติดตั้งง่ายกว่า หรือเพราะข้อจำกัดของฝ้าเพดาน ผมก็ขอแนะนำว่า อย่าไปลองฟังระบบที่ติดลำโพงด้านบนครบทั้ง 4 หรือ 6 แชนเนลนะครับ ม่ายงั้น สุดท้ายแล้วคุณก็จะต้องรู้สึกคัน และอยากขยับขยายมาใช้ลำโพงด้านบน 4 ตัวจนได้ ดังนั้น ถ้าคุณอยากได้คุณภาพเสียงของการรับชมภาพยนตร์ที่ดีที่สุด ผมแนะนำให้ยึดรูปแบบที่ใช้ลำโพงด้านบน 4 ตัว หรือถ้าสามารถไปได้เต็มสเปคฯ คือ 6 ตัวไปเลยตั้งแต่แรก

TX-RZ830 เอวี รีซีฟเวอร์รุ่นใหญ่ของ Onkyo
ที่พร้อมรองรับการเชื่อมต่อและฟอร์แม็ตภาพ
+เสียงยุคใหม่

เอวี รีซีฟเวอร์อนุกรม RZ series ของ Onkyo เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตตั้งใจทำให้ตัวเอวี รีซีฟเวอร์ในซีรี่ย์นี้มีคุณสมบัติเป็น ศูนย์กลางของระบบโฮมเอนเตอร์เทนเม้นต์ที่ครบถ้วนทั้งดูหนังและฟังเพลง ซึ่งนอกจากจะเน้นที่ความสามารถในการรองรับฟอร์แม็ตของระบบภาพและเสียงที่ทันสมัยล่าสุดแล้ว เอวี รีซีฟเวอร์ของ Onkyo ในซีรี่ย์นี้ก็ยังให้ความสำคัญกับการสตรีมไฟล์เพลงผ่านระบบ network ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดด้วย

คือไม่ใช่แค่เล่นไฟล์เพลงได้ครบ และรองรับการใช้งานร่วมกับผู้ให้บริการบนอินเตอร์เน็ตได้ครบถ้วนที่สุดเท่านั้น (เกินพอสำหรับเมืองไทย) แต่เอวี รีซีฟเวอร์อนุกรม RZ series นี้ยังเน้นไปที่ความสามารถในการสตรีมไฟล์เพลงไปในพื้นที่ต่างๆ ในบ้านอีกด้วย นั่นคือมีระบบ Zone มารองรับและสนับสนุนความสามารถในการสตรีมไฟล์เพลงผ่านเทคโนโลยีไร้สายทุกชนิด ทั้งที่ผ่าน Wi-Fi และ Bluetooth

คลิ๊กเพื่อดู ข้อมูลเพิ่มเติมของ TX-RZ830

มาดูหน้าตา
กับฟังท์ชั่นใช้งานกันก่อน

RZ830 มาในรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกับรุ่น TX-NR686 ที่ผมเคยทดสอบไปเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา (ลิ้งค์รีวิว) แต่ดูเรียบหรูกว่า เพราะบนแผงหน้าของ RZ830 มีฝาครอบขนาดใหญ่ ปิดซ่อนปุ่มกด + ขั้วต่อสัญญาณ + รูเสียบแจ๊คหูฟัง (1224) เอาไว้ เหลือเพียงปุ่มกดเปิด/ปิดเครื่อง ON/STANDBY (1), ปุ่มกดเลือกใช้/ไม่ใช้ฟังท์ชั่น PURE AUDIO, ปุ่มกดเลือกโหมดการฟัง LISTENING MODE (9), ปุ่มกดเลือกใช้/ไม่ใช้ฟังท์ชั่นปรับทุ้ม/แหลม TONE (10), ปุ่ดกดเลือกอินพุต (6), ปุ่มกดเลือก ZONE (7) และปุ่มหมุนขนาดใหญ่ ใช้ปรับระดับความดัง MASTER VOLUME (8)

นอกจากขั้วต่อสายลำโพงที่เชื่อมต่อได้หลายรูปแบบ กับขั้วต่อสัญญาณเสียง pre-out 7.2.4 ตามที่กล่าวถึงไปแล้วนั้น ที่แผงหลังของ RZ830 ก็ยังมีขั้วต่อสัญญาณต่างๆ ให้เลือกใช้อีกเยอะ ทั้งสัญญาณภาพวิดีโอ – สัญญาณเสียง และสัญญาณคอนโทรล อาทิ ขั้วต่อ DIGITAL INPUT (1) ทั้ง coaxial และ optical สำหรับเชื่อมต่อกับสัญญาณดิจิตัล เอ๊าต์พุตจากทีวี และเครื่องเล่นดิจิตัลทั้งหลาย, ขั้วต่อสัญญาณเสียงจากสถานีวิทยุอะนาลอก AM/FM (2), ข่าวดีคือ RZ830 รองรับสัญญาณวิดีโอ อะนาลอกฟอร์แม็ต COMPONENT VIDEO (3) กับ COMPOSITE VIDEO (7) ด้วย ซึ่งเอวี แอมป์ยุคใหม่หลายๆ รุ่นเริ่มตัดทิ้งไปหมดแล้ว, มีขั้วต่ออินพุตสำหรับสัญญาณเสียงอะนาลอกสเตริโอมาให้ 7 ชุด (14) รวมอินพุตที่เป็นภาคโฟโน MM ที่มาพร้อมขั้วต่อสายกราวนด์ (12) ด้วย

สำหรับการเชื่อมต่อสัญญาณภาพแบบดิจิตัล RZ830 ให้ขั้วต่อ HDMI มาใช้เพื่อการนี้ทั้งหมด 9 ช่องด้วยกัน แบ่งเป็นขั้วต่อ HDMI OUT (9) จำนวน 2 ช่อง แยกเป็นสำหรับต่อเชื่อมกับทีวีที่รองรับฟังท์ชั่น ARC กับช่องเอ๊าต์พุตสัญญาณภาพสำหรับโซนสอง อย่างละหนึ่งช่อง ส่วนที่เหลืออีก 7 ช่องเป็นช่องอินพุต HDMI IN ที่อยู่บนแผงหลังจำนวน 6 ช่อง (10) กับอีกช่องที่อยู่ใต้ฝาครอบที่แผงหน้า

ทดสอบดูหนังกับ TX-RZ830
ด้วยระบบเสียงเซอร์ราวนด์

RZ830 มีเพาเวอร์แอมป์ในตัวมาให้ 9 แชนเนล พร้อมช่องสัญญาณอะนาลอก LFE สำหรับซับวูฟเฟอร์อีก 2 ช่อง ทำให้สามารถเซ็ตอัพระบบเสียงดูหนังที่ีครอบคลุมระบบเซอร์ราวนด์มาตรฐานเดิมคือ 5.1 กับ 7.1 แชนเนลได้หมด และยังสามารถเซ็ตอัพให้รองรับระบบเสียงเซอร์ราวนด์ยุคใหม่ immersive sound ได้ด้วย เมื่อทำงานร่วมกับระบบดีโค๊ดเดอร์ Dolby Atmos ที่ให้มาในตัว RZ830 ทำให้คุณสามารถเซ็ตอัพระบบเสียง 5.2.4 กับ RZ830 ตัวนี้ได้โดยไม่ต้องเพิ่มเพาเวอร์แอมป์จากภายนอกเลย (ถ้าขยับเพิ่มเป็น 7.2.4 ต้องเพิ่มเพาเวอร์แอมป์ภายนอกเข้ามาอีก 2 แชนเนล)

ถ้าห้องของคุณมีขนาดพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 60 ลบ.. คุณสามารถเซ็ตอัพระบบเสียงเซอร์ราวนด์ฟอร์แม็ต Dolby Atmos 5.1.4 ได้โดยอาศัยการเชื่อมต่อตามไดอะแกรมข้างบนนี้ เปลี่ยนเอาเพาเวอร์แอมป์ของแชนเนล HEIGHT 1 มาใช้ขับลำโพงด้านบนคู่หน้า (หมายเลข 7 กับ 8 ในภาพ) และใช้เพาเวอร์แอมป์ของแชนเนล SURROUND BACK มาใช้ขับลำโพงด้านบนคู่หลัง (หมายเลข 9 กับ 10 ในภาพ)

RZ830 มีช่องเอ๊าต์พุตสำหรับ Sub Woofer มาให้ 2 ช่อง (ศรชี้) โดยปล่อยสัญญาณแบบเดียวกันทั้งสองช่อง ซึ่งจะมีประโยชน์มากในกรณีที่ห้องของคุณมีขนาดใหญ่ หรือมีปัญหาทางด้านเสียงทุ้มที่ลำโพงซับวูฟเฟอร์ตัวเดียวคุมไม่อยู่ คุณสามารถเพิ่มลำโพงแอ๊คทีฟ ซับวูฟเฟอร์ ที่เหมือนกันเบิ้ลเข้ามาได้อีกหนึ่งตัว กลายเป็นฟอร์แม็ต 5.2.4 เพื่อช่วยแก้ปัญหาเบสบูมเพราะ room mode โดยไม่ต้องใช้อะแด๊ปเตอร์ตัว Y มาแยกสัญญาณเหมือนเอวี แอมป์ฯ ที่มีช่องซับ เอ๊าต์ฯ ให้มาแค่ช่องเดียว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เชื่อมต่อระบบได้ง่ายขึ้นแล้ว สัญญาณที่ออกมาจากเอ๊าต์พุตของช่องซับฯ แต่ละช่องจะไม่ดรอปลงด้วย ซึ่งจะทำให้ได้เสียงเบสที่มีเนื้อมวล มีความหนักและแน่น

หรือจะอัพเกรดไปที่ฟอร์แม็ต 7.1.4 ก็สามารถทำได้ 2 วิธี

แม้ว่าห้องหรือพื้นที่ของคุณจะมีขนาดเล็ก ไม่เกิน 60 ลบ.. แต่ถ้าต้องการขยับฟอร์แม็ตไปถึง 7.1(2).4 โดยยังคงใช้ RZ830 เป็นศูนย์กลางเพื่อเพิ่มความชัดเจนแม่นยำของทิศทางการเคลื่อนของวัตถุในสนามเสียงเซอร์ราวนด์ให้มีความเป็น 360 องศามากยิ่งขึ้น คุณก็สามารถทำได้ด้วยการเพิ่มลำโพงสำหรับแชนเนลเซอร์ราวนด์ด้านหลัง (Surround Back) เข้ามาในระบบอีก 2 ตัว (1 คู่) + เพิ่มเพาเวอร์แอมป์สเตริโอเข้ามาอีก 1 ตัว + เพิ่มสายสัญญาณอะนาลอกที่ใช้ขั้วต่อ RCA เข้ามาอีก 1 คู่เพื่อใช้เชื่อมต่อสัญญาณจากช่อง Surround Back (ศรชี้) ของ RZ830 ไปที่เพาเวอร์แอมป์ภายนอกที่เพิ่มเข้ามาในระบบเพื่อใช้ขยายสัญญาณเสียงของแชนเนลเซอร์ราวนด์ด้านหลัง (Surround Back = 7 และ 8 ในภาพข้างบน)

7-2-4 output

กรณีที่ห้องใหญ่ มีขนาดพื้นที่มากกว่า 60 ลบ.. ขึ้นไป คุณก็ยังสามารถอาศัย RZ830 ทำหน้าที่เป็น pre-processor (ภาคดีโค๊ดเดอร์ + ภาคปรีแอมป์ฯ) เพื่อให้สัญญาณเอ๊าต์พุต 7.2.4 ได้ แล้วเพิ่มเพาเวอร์แอมป์ 11 แชนเนลเข้ามาในระบบพร้อมลำโพงแอ๊คทีฟซับวูฟเฟอร์อีก 2 ตัว ระบบเสียงของคุณก็จะพร้อมสำหรับการสร้างสนามเสียง 360 องศาของระบบเสียง Dolby Atmos ขึ้นมาในห้องที่มีขนาดใหญ่กว่า 60 ลบ.. ได้อย่างมีคุณภาพเต็มที่

ทดสอบฟังเพลงกับ RZ830
ผ่านระบบ network

แม้ว่าโค๊ดรหัสของเอวี แอมป์ตัวนี้จะใช้ “TX-RZไม่ได้ใช้โค๊ดรหัส “TX-NRเหมือนตัว TX-NR686 ที่ผมเคยทดสอบไป แต่มันก็มีฟังท์ชั่น Network Audio ติดตั้งมาให้ใช้เหมือนกัน ซึ่งคุณสามารถเชื่อมต่อ network กับ RZ830 ได้ทั้งวิธี “ใช้สาย(wired) โดยเสียบสาย LAN (RJ45) เข้าทางช่อง ETHERNET (6) และด้วยวิธี ไร้สาย” (wireless) โดยเชื่อมต่อสัญญาณ wi-fi จาก router เข้าทางเสาอากาศ (4) เพื่อใช้งานช่องอินพุตที่ชื่อว่า “NETของ RZ830

*** วิธีติดตั้ง RZ830 เข้ากับระบบ HOME NETWORK | ลิ้งค์

หลังจากเชื่อมต่อ RZ830 เข้ากับโฮมเน็ทเวิร์คได้แล้ว คุณสามารถอาศัยช่องอินพุตที่ชื่อว่า “NETเพื่อดึงสัญญาณเสียงจากแหล่งต่างๆ ที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์บนอินเตอร์เน็ต อาทิเช่น สัญญาณวิทยุผ่านผู้ให้บริการบนอินเตอร์เน็ต (Internat Radio), สตรีมไฟล์เพลงจากเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการเช่าฟังเพลงอย่าง TIDALDEEZERtuneinSpotifymusic หรือสตรีมไฟล์เพลงที่เก็บอยู่บนอุปกรณ์พกพาของคุณเอง อย่างเช่น บน iPhoneiPadiPod มาเล่นบน RZ830 ผ่านทาง AirPlay หรือสตรีมไฟล์เพลงที่เก็บอยู่บนอุปกรณ์พกพา Android ด้วยแอพลิเคชั่นที่รองรับผ่านเข้าที่ RZ830 ทาง Chromecast ก็ได้ หรือจะยิงไฟล์เพลงจากอุปกรณ์พกพาหรือคอมพิวเตอร์มาที่ RZ830 ผ่านคลื่น Bluetooth ก็ได้

ความสามารถของ RZ830 อีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้นักฟังเพลงที่นิยมชมชอบการฟังเพลงด้วยไฟล์ Hi-Res Audio ที่มีความละเอียดสูงระดับไฮเอ็นด์ฯ ต้องหันมามอง นั่นคือ ความสามารถในการเล่นไฟล์เพลงที่เก็บอยู่บน อุปกรณ์ USB external HD ผ่านเข้าทางช่อง ETHERNET โดยอาศัยการควบคุมสั่งงานการเล่นไฟล์เพลงผ่านทางแอพฯ ที่ชื่อว่า “Onkyo Controller

หน้าตาของแอพ Onkyo Controller ขณะควบคุมการเล่นไฟล์เพลงบน iPad 2

หน้าตาของแอพ Onkyo Controller ขณะควบคุมการเล่นไฟล์เพลงบน iPhone 7

RZ830 สามารถรองรับสัญญาณเพลงไฮเรซฯ ได้ทั้งฟอร์แม็ต PCM สูงสุดถึงระดับ 24/192 ที่แพ็คอยู่ในรูปแบบไฟล์หลากหลาย ทั้ง uncompressed อย่าง WAV และ AIFF, ไฟล์ Lossless อย่าง FLAC และ Apple Lossless (ALAC), ไฟล์ Lossy อย่าง MP3 และ AAC รวมถึงฟอร์แม็ต DSD ซึ่งเล่นได้สูงสุดถึงระดับ DSD256 ทั้งที่อยู่ในแพ็คเกจไฟล์ DSF และ DFF

เสียงของ TX-RZ830.?

หลังจากทดลองฟังเสียงของ RZ830 ไปแล้วหลายรูปแบบ ทั้งดูหนังและฟังเพลง ผมได้ข้อสรุปมา 2 ข้อ ข้อแรกคือ ลักษณะเสียงโดยรวมของเอวี รีซีฟเวอร์ตัวนี้ ส่วนอีกข้อคือคุณภาพและลักษณะเสียงที่ได้จากการฟังด้วยระบบเสียงเซอร์ราวนด์ มัลติแชนเนล กับคุณภาพและลักษณะเสียงที่ได้จากการฟังด้วยระบบเสียงสเตริโอ 2 แชนเนล

บทสรุปในแง่ลักษณะเสียงโดยรวมนั้น ผมพบว่าเสียงของ RZ830 ตัวนี้มันมีลักษณะต่างไปจากบุคลิกเสียงของเอวี รีซีฟเวอร์ของ Onkyo สมัยก่อนไปเยอะ ผมคิดว่า ใครที่ใช้เอวี รีซีฟเวอร์ของ Onkyo มานานเกิน 5 ปี คุณคงจะคุ้นชินกับเสียงของมันแล้ว ถ้ามีโอกาสมาลองฟังเสียงของ Onkyo ซีรี่ย์ใหม่ๆ อย่าง RZ830 ตัวนี้ (รวมทั้งรุ่น TX-NR686 ด้วย) ผมเชื่อว่าคุณจะต้องรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในน้ำเสียงเหมือนอย่างที่ผมรู้สึกอย่างแน่นอน เพราะความแตกต่างมันไม่ได้แค่นิดหน่อย แต่ต่างไปเยอะพอสมควรเลยทีเดียว.!

ถ้าถามว่า เสียงของเอวี รีซีฟเวอร์ Onkyo รุ่นเก่าๆ เป็นยังไง.? ย้อนหลังไปสัก 3-4 ปีที่ผ่านมา ผมว่ายุคนั้นเสียงมันจะออกโทนเย็นๆ คือไม่ค่อยสด ดูหนังก็ไม่ดุดัน ฟังเพลงดีแต่ก็ยังไม่ถึงอารมณ์ของคนที่ชอบเพลงดุๆ อย่างร็อคและบลูส์ คือในยุคที่ระบบเสียงเซอร์ราวนด์ยังคงใช้มาตรฐานที่มีความละเอียดต่ำ เอวี รีซีฟเวอร์แต่ละแบรนด์ที่ออกมาในยุคนั้นจึงมีช่วงของการปรับจูนเสียงที่เปิดกว้างมาก ถ้าออกสไตล์สด กระจ่าง ดูหนังมันๆ ภาคแอมปลิฟายจะเน้นเอ๊าต์พุตด้วย voltage สูงๆ ซึ่งฟังเพลงจะไม่ค่อยไพเราะ เนื่องจากโวลเตจตอบสนองกับสัญญาณคอนทราสน์ที่เน้นความต่อเนื่องได้ไม่ดี ซึ่งความต่อเนื่องที่ลื่นไหลเป็นหัวใจของเสียงเพลง เอวี รีซีฟเวอร์บางตัวที่เลือกเอาดีกับการฟังเพลงจะปรับจูนภาคแอมปลิฟายของตนเองให้จ่ายกระแส (current) ออกมาเยอะๆ โวลเตจจึงต่ำกว่าเอวี รีซีฟเวอร์ในระดับที่ให้ตัวเลขกำลังขับใกล้เคียงกัน ผลคือฟังเพลงดี นุ่มนวล ไหลลื่น แต่ดูหนังไม่มัน เร่งดังมากก็จะออกจัดจ้านไปเลย ซึ่งผมพบว่าเอวี รีซีฟเวอร์ของ Onkyo ในยุค Lo-Res Audio เลือกออกแบบและปรับจูนเสียงของภาคแอมปลิฟายของพวกเขามาในรูปแบบหลัง คือเน้น current มากกว่า voltage ซึ่งหากจะเอาดีทั้งดูหนังและฟังเพลง ต้องเลือกเล่นรุ่นใหญ่ๆ หรือถ้าจะเล่นรุ่นเล็กๆ ผู้ใช้ก็ต้องเข้าใจในการแม็ทชิ่ง คือหาลำโพงที่ไม่กระหาย voltage มาก (ซึ่งลำโพงที่ออกแบบมาสำหรับโฮมเธียเตอร์มักจะไม่ใช่แบบนั้น!) มาจับคู่กับมันจึงจะได้ส่วนผสมที่ดีทั้งดูหนังและฟังเพลง

เมื่อโลกหมุนมาถึงยุคของ Hi-Res Audio อย่างทุกวันนี้ แนวทางการออกแบบและปรับจูนเสียงของ Onkyo จึงได้รับมรรคผลไปเต็มๆ เกนขยายของสัญญาณ (native signal gain) ที่มากับฟอร์แม็ต Dolby Atmos และ DTS-X มันมีความแรงมากขึ้น เป็นคุณสมบัติที่ช่วยส่งให้แอมปลิฟายที่อยู่ในเอวี รีซีฟเวอร์ทวีกำลังสูงขึ้นไปโดยอัตโนมัติ เมื่อผสมผสานกับภาคขยายดิจิตัลยุคใหม่ๆ ที่ให้ประสิทธิภาพสูง (high efficiency) ปัญหาเรื่องกำลังขับของเอวี รีซีฟเวอร์ของ Onkyo จึงถูกขจัดไปโดยปริยาย

และเมื่อผนวกกับการใช้ชิป DAC ที่มีคุณภาพสูงอย่าง AKM AK4458 บวกผสานกับเทคโนโลยี DSP ที่วิศวกรของ Onkyo นำมาใช้ในการออกแบบวงจรดิจิตัลฟิลเตอร์ที่ชื่อว่า VSLC เพื่อปรับปรุงสัญญาณเอ๊าต์พุตจาก DAC ก่อนส่งเข้ามาที่ภาคแอมปลิฟายให้มีคุณภาพสัญญาณสูงขึ้น ก็ยิ่งทำให้ได้เสียงที่มีคุณภาพสูงขึ้นกว่าเอวี รีซีฟเวอร์เจนเนอเรชั่นเก่าๆ แบบก้าวกระโดดไปเลย

* ไปดูการออกแบบภาคแอมป์ของ RZ830

สำหรับคุณภาพเสียงที่ได้จากการชมภาพยนตร์ในระบบโฮมเธียเตอร์นั้น มันขึ้นอยู่กับปัจจัย 2-3 อย่าง นั่นคือ ลำโพงที่เลือกใช้ กับ รูปแบบของระบบเสียงที่เลือกเซ็ตอัพ

ผมได้รับลำโพง Polk Audio อนุกรมใหม่ Signature Series รุ่น S20 กับซับวูฟเฟอร์รุ่น HTS10 มาทดลองเซ็ตอัพฟังกับ RZ830 พบว่ามันไปกันได้ดีมาก โดดเด่นที่รายละเอียดเสียง เพราะภาคขยายของแอมปลิฟายใน RZ830 ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 5Hz ไปถึง 100kHz ในขณะที่ลำโพง S20 ไปได้ถึง 40kHz ซึ่งมีส่วนช่วยเรื่องคุณภาพเสียงมาก โดยเฉพาะระบบเสียงเซอร์ราวนด์สมัยใหม่อย่าง Dolby Atmos และ DTS-X ที่โชว์รายละเอียดของแอมเบี้ยนต์หรือบรรยากาศเด่นๆ จะออกมาดีมาก รู้สึกได้ถึงสนามเสียงที่เปิดโล่งและแผ่กว้างออกไปได้อย่างชัดเจนเพราะลำโพงสามารถถ่ายทอดแอมเบี้ยนต์ที่แผ่ขยายออกมาได้

ผมเซ็ตอัพชุดลำโพงเซอร์ราวนด์โดยใช้ลำโพงต่างยี่ห้อผสมกัน และอยู่ในห้องรับแขกที่ไม่มีความสมดุลทางด้านอะคูสติกระหว่างผนังด้านตรงข้ามกัน คือผนังแต่ละด้านไม่มีสภาพอะคูสติกที่เหมือนกันเลย หลังจากพยายามจัดวางลำโพงแต่ละแชนเนลให้อยู่ในพิกัดที่ใกล้เคียงกับแพลทเทิ้นที่ Dolby Labs. แนะนำไว้มากที่สุด แล้วใช้ไมโครโฟนที่แถมมากับ RZ830 ปรับจูนเสียง ซึ่ง RZ830 ใช้โปรแกรม AccuEQ Room Calibration ในการปรับจูนเสียง มันให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง สมราคา THX certified Select จริงๆ สามารถจัดสนามเสียงเซอร์ราวนด์ออกมาได้บาลานซ์ดีพอสมควร ไม่รู้สึกว่าสนามเสียงเอียง ทั้งๆ ที่สภาพแวดล้อมในห้องไม่บาลานซ์กัน (ด้านขวาเปิดโล่ง) เสียงเบสจากซับวูฟเฟอร์ถูกเกลี่ยออกไปได้ดี (ผมใช้ซับวูฟเฟอร์ตัวเดียว เพราะพื้นที่รับชมไม่ได้ใหญ่มาก คือ 4.9 x 5.5 ตารางเมตรเท่านั้น)

ที่น่าประทับมากที่สุดสำหรับผมซึ่งเป็นนักฟังเพลงมากกว่านักดูหนังก็คือคุณภาพเสียงที่ได้จากการฟังเพลง ผมทดลองเซ็ตอัพโดยใช้ลำโพง Totem Acoustics รุ่น The One ทำหน้าที่เป็นลำโพงคู่หน้าในการฟังเพลงด้วยระบบสเตริโอโดยผ่านทางเน็ทเวิร์คและเล่นจากแผ่นผ่านเครื่องเล่น Universal Disc Player ของ Pioneer รุ่น UDP-LX800 เสียงที่ได้น่าพอใจมาก เป็นการพิสูจน์ประสิทธิภาพของกำลังขับ 180W ต่อข้าง ของภาคขยาย Dynamic Audio Amplification ว่าเจ๋งจริง เป็นอีกหนึ่งเอวี รีซีฟเวอร์ที่สามารถขับดัน The One ออกมาได้มีคุณภาพน่าพอใจ

สรุป

ไม่ง่ายในการทดสอบอุปกรณ์ประเภทเอวี รีซีฟเวอร์ โดยเฉพาะประสิทธิภาพในการใช้งาน เพราะเอวี รีซีฟเวอร์สมัยนี้เป็นอุปกรณ์สารพัดประโยชน์ไปแล้ว ความสามารถของมันครอบคลุมทั้งดูหนังฟังเพลง แถมยังพ่วงเอาความสามารถในการเชิงมัลติโซนมัลติรูมผ่านทางระบบเน็ทเวิร์คฯ เข้ามาไว้ในตัวด้วย

ความสามารถมากมายไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ผมมองว่า คุณภาพเสียงสำคัญกว่า แต่จะว่าไปแล้ว ถ้าได้ครบทั้งสองอย่างคือ ครอบคลุมการใช้งานทุกด้าน + คุณภาพเสียงดีด้วย แบบนี้ก็ต้องถือว่าสุดยอด ซึ่ง TX-RZ830 ตัวนี้มันทำได้แบบนั้น เป็นเอวี รีซีฟเวอร์ที่ใช้งานสนุกที่ให้ความรู้สึกเข้าถึงทั้งอารมณ์เพลงและบรรยากาศของหนังจริงๆ !! /

***************************
ราคา : 65,900 บาท / เครื่อง
***************************
ข้อมูลเพิ่มเติม | Powerbuy

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า