รีวิว Purist Audio Design รุ่น Musaeus สายสัญญาณ, สายลำโพง และสายไฟเอซี

การออกแบบสายนำสัญญาณ, สายลำโพง หรือแม้แต่สายไฟเอซีที่มีใช้กันอยู่ในวงการเครื่องเสียงทุกวันนี้ล้วนอาศัยเทคนิคการออกแบบที่มุ่งไปที่แก่นเดียวกัน นั่นคือ ตัวนำ, โครงสร้าง และฉนวน ซึ่งเป็น 3 องค์ประกอบหลักๆ ที่เป็นตัวกำหนด คุณภาพเสียงและ บุคลิกเสียงของสายออดิโอ เคเบิ้ลเส้นนั้นๆ

ไม่มีวูดู.. มีแต่ความจริงที่เรายังไม่รู้เท่านั้น

ที่ผ่านๆ มา สายออดิโอ เคเบิ้ลเป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงที่มีนักเล่นฯ ตั้งข้อกังขามากที่สุด เกี่ยวกับการออกแบบ คือมีความจำนวนหนึ่งเชื่อว่า สายออดิโอ เคเบิ้ลใช้การออกแบบที่ไม่อิงกับหลักวิทยาศาสตร์ บางคนไม่เชื่อถือมากขนาดที่สบประมาทกันเลยทีเดียว เป็นที่มาของคำว่า voodoo และ snake oil ซึ่งหมายถึงการแหกตา หลอกลวง แต่ก็มีความจริงที่น่าคิดอยู่มุมหนึ่งที่ว่า ถ้าการออกแบบสายออดิโอ เคเบิ้ลทั้งหลายเป็นอะไรที่หลอกลวง ก็คงไม่มีแบรนด์ผู้ผลิตสายออดิโอ เคเบิ้ลใดๆ อยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งในสภาพความเป็นจริงแล้ว กลับกลายเป็นว่ามีแบรนด์ผู้ผลิตสายออดิโอ เคเบิ้ลจำนวนมากที่ยืนหยัดมานานนับสิบปี และปัจจุบันก็ยังคงได้รับการยอมรับจากนักเล่นเครื่องเสียงทั่วโลกอย่างมั่นคง

คำถามที่น่าสนใจก็คือ ถ้าสายออดิโอ เคเบิ้ลเป็นสินค้าที่หลอกลวงจริง ทำไมมันจึงยังคงดำรงอยู่ในตลาดมาจนถึงทุกวันนี้.? คำตอบก็เพราะว่า นักเล่นฯ ส่วนใหญ่สามารถรับรู้ถึงความแตกต่างในคุณภาพเสียงของสายออดิโอ เคเบิ้ลเหล่านั้นได้ นั่นคือเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า เทคนิคต่างๆ ที่ผู้ผลิตสายออดิโอ เคเบิ้ลแต่ละแบรนด์นำไปใช้ในการออกแบบและผลิตสินค้าของพวกเขาจะต้องมีหลักการอะไรสักอย่างรองรับอยู่แน่ๆ เพียงแต่ผู้บริโภคทั่วๆ ไปอาจจะไม่สามารถรับรู้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะความรู้ในแต่ละคนมีข้อจำกัด ไม่มีทางที่จะมีใครรอบรู้ศาสตร์ต่างๆ ในโลกนี้ได้หมด ต่อให้รอบรู้ในมุมกว้าง แต่ก็อาจจะไม่ลุ่มลึกเท่ากับคนที่คลุกคลีอยู่กับเรื่องนั้นๆ ตลอดเวลาเหมือนคนออกแบบ

ในแง่ของคนเล่นเครื่องเสียง ไม่จำเป็นต้องรู้ลึกเท่ากับคนออกแบบ แค่คุณสามารถรับรู้ถึงคุณภาพและลักษณะของเสียงที่แตกต่างกันของสายแต่ละเส้นได้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

เหนือ “ศาสตร์.. มันคือ ศิลป์

องค์ความรู้ที่ส่งต่อกันมานานเกี่ยวกับสายออดิโอ เคเบิ้ล ปรากฏเป็นข้อสรุปว่า มีปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ที่ส่งผลถึงคุณภาพและบุคลิกเสียงของสายออดิโอ เคเบิ้ล นั่นคือ วัสดุตัวนำ, โครงสร้าง และฉนวน ซึ่งในแง่ของวัสดุตัวนำกับโครงสร้างของสายนั้นเป็นปัจจัยที่สามารถวัดค่าและตรวจสอบได้ค่อนข้างชัดเจน นักออกแบบสายออดิโอ เคเบิ้ลในวงการแทบทุกแบรนด์ต่างก็มีความรู้ที่แตกฉานทัดเทียมกันในแง่ของวัสดุตัวนำและโครงสร้าง ทว่า ในแง่ของ ฉนวนหรือ shielding technologies กับ damping technologies ยังคงเป็นอะไรที่มีความลึกลับซับซ้อน โดยเฉพาะในแง่ของศาสตร์ (ความรู้) ที่นำมาใช้ในการออกแบบ จนทำให้การออกแบบระบบชีลด์ของสายออดิโอ เคเบิ้ลกลายเป็น กลเม็ดที่นักออกแบบสายออดิโอ เคเบิ้ลแต่ละแบรนด์นำมาใช้เป็นเคล็ดลับในการสร้าง เอกลักษณ์” (signature) ของเสียงที่เป็นแบบอย่างเฉพาะตัวให้กับแบรนด์ของตัวเองไปเลย

Purist Audio Design
เกิดขึ้นเพราะความหลงไหลในเสียง

ต้นกำเนิดของแบรนด์ Purist Audio Design อยู่ที่เมืองเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมี Jim Aud เป็นผู้ให้กำเนิดและดำรงตำแหน่ง CEO ของแบรนด์ เขาก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมาเพื่อออกแบบและผลิตสายออดิโอ เคเบิ้ลออกมาตามความคิดของเขาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1986

“..What led me to specialize in cables was that I was looking forward into the future. I realized back in 1986 that problems we’d be facing in high-end audio were RF, EMI, and vibration. Looking around at that time, I really did not see that anyone offered a solution for these problems. So, that’s when I introduced the first cable, the Aqueous. The first Aqueous had a fluid base surrounding the conductor, and was quickly dubbed the ‘Texas Water Cable‘ by reviewers.

“.. สิ่งที่ทำให้ผมมีความเชี่ยวชาญใน (การออกแบบ) สาย (ออดิโอ) เคเบิ้ลเกิดขึ้นเพราะผมมองไปข้างหน้า เมื่อย้อนกลับไปปี 1986 ผมเริ่มตะหนักได้ว่า ปัญหาที่วงการเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ฯ เผชิญอยู่ในขณะนั้นก็คือ RF (คลื่นวิทยุ), EMI (คลื่นอิเล็กโตร แม็กเนติค) และ Vibration (พลังงานความสั่นสะเทือน) ซึ่งมองไปรอบๆ ตัวในตอนนั้น ผมไม่พบว่ามีใครนำเสนอแนวทางแก้ไขสำหรับปัญหาเหล่านี้ออกมาเลย ด้วยเหตุนี้ เมื่อผมนำเสนอสายสัญญาณรุ่นแรกออกมา นั่นคือรุ่น ‘Aqueousซึ่งเป็นสายสัญญาณที่มีวัสดุที่เป็นของเหลวล้อมรอบวัสดุตัวนำ ไม่นานจากนั้น รีวิวเวอร์ในวงการเครื่องเสียงก็ขนานนามมันว่า Texas Water Cable

ตัวของ Jim Aud มีพื้นฐานเป็นนักเล่นที่หลงไหลในเครื่องเสียงมาตั้งแต่วัยรุ่น เขาใช้เวลาในชีวิตเกี่ยวข้องกับเครื่องเสียงมาตลอด เริ่มจากงานซ่อมมาจนถึงออกแบบสายออดิโอ เคเบิ้ล แต่ก็ใช่ว่าคุณจิม แกจะใช้แต่ passion มาเป็นพื้นฐานในการออกแบบอย่างเดียว นอกจากความหลงไหลที่เป็นทุนเดิมแล้ว แกยังได้ความรู้แขนงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาเสริมในการออกแบบด้วย อย่างเช่น ความรู้ในแขนงวิชาอิเล็กทรอนิค, คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงนิวเคลีย ฟิสิกส์ที่แกขวนขวายไปร่ำไปเรียนมา แถมยังเคยเข้าอบรมเกี่ยวกับศาสตร์แขนง Electro-Optical Sensors อีกด้วย เรียกว่าศาสตร์ไหนที่ข้องเกี่ยวกับเครื่องเสียงแกไปเรียนมาหมด.!

ตัวนำที่ดีก็สำคัญ.. แต่ต้องชีลด์ที่ดีด้วย ตัวนำนั้นถึงจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์

ในแง่คุณภาพของตัวนำกับการเลือกโครงสร้างของสายเป็นเทคนิคที่ผู้ผลิตทุกเจ้าสามารถดำเนินรอยตามกันได้ ซึ่งมีผลกับเสียงอย่างมาก เป็นแกนหลักของสายออดิโอ เคเบิ้ล แต่การจัดการกับปัญหาที่เกิดจากการรบกวนของมลพิษภายนอกตัวสายนั่นคือ RFI, EMI และ Vibration ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ซึ่งการออกแบบระบบชีลด์ป้องกันคลื่นรบกวนและระบบแด้มป์ป้องกันคลื่นสั่นสะเทือนของสายออดิโอ เคเบิ้ลยังคงเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้ผลิตสายออดิโอ เคเบิ้ลแต่ละเจ้าคิดและทำต่างกัน ทั้งทางด้านเทคนิคและการเลือกใช้วัสดุ โดยเฉพาะทางด้านการแด้มป์ป้องกันพลังงานคลื่นสั่นสะเทือนจากภายนอก และนั่นเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้สายออดิโอ เคเบิ้ลของแต่ละแบรนด์ให้ บุคลิกเสียงที่ต่างกัน

จุดขายของ Purist Audio Design

ในซีรี่ย์สูงๆ ของ Purist Audio Design ใช้โลหะอัลลอยด์ที่มีส่วนผสมของโลหะสามกษัตริย์คือ ทอง, เงิน และทองแดง เป็นตัวนำ ส่วนซีรี่ย์รองๆ ลงมาจะใช้ทองแดงเป็นตัวนำ แต่ไฮไล้ท์สำคัญของแบรนด์ Purist Audio Design อยู่ที่ระบบชีลด์ป้องกันคลื่นรบกวน RFI และ EMI กับระบบแด้มป์ป้องกันความสั่นสะเทือน (vibration) ซึ่งคุณจิมแกออกแบบระบบแด้มป์เอาไว้ 3 รูปแบบ ให้ประสิทธิภาพที่ต่างกัน 3 ระดับในการยับยั้งพลังงานสั่นสะเทือนจากภายนอกไม่ให้แพร่เข้าไปถึงเส้นตัวนำภายในสาย ระดับแรกคือ “Fluid” = เป็นวัสดุแด้มปิ้งที่ทำออกมาในรูปของเหลว, ระดับที่ให้ผลลัพธ์มากขึ้นไปอีกขั้นเรียกว่า “Ferox” = เป็นวัสดุแด้มปิ้งที่ทำออกมาในรูปของแข็ง ลักษณะเป็นเม็ด ทำมาจากวัสดุผสมซิลิกอน ส่วนระดับที่ให้ผลสูงสุดคือ “Contego” = เป็นวัสดุประเภทเดียวกับ Ferox แต่อยู่ในรูปของสารละลายกึ่งของเหลวจึงมีประสิทธิภาพในการซึมซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่า

ทางผู้ผลิตมีแจ้งผลของเสียงที่เกิดจากการใช้วัสดุแด้มป์ทั้งสามชนิดไว้ด้วย คือ Fluid = ให้เสียงกลางที่ติดหวาน (เทียบกับตัวนำเดียวกันแต่ไม่ได้ใช้วัสดุ Fluid) เสียงแหลมนุ่ม ในขณะที่ Ferox = ให้เสียงกลางที่เป็นธรรมชาติมากกว่า เป็นกลาง (neutral) มากกว่า ส่วนเสียงแหลมขยายปลายเสียงออกไปมากกว่า และให้เสียงทุ้มที่ทอดปลายเสียงลงไปได้มากกว่า และสุดท้ายคือ Contego = อันนี้ให้เสียงแหลมที่มีมวลอากาศ (airy) ให้เสียงกลางที่ไหลลื่นและชวนฟัง และเสียงทุ้มก็มีมวล กระชับ ลงไปถึงทุ้มลึกๆ

Musaeus
จุดเริ่มต้นสำหรับคนที่อยากทำความรู้จักกับ Purist Audio Design (PAD)

เพราะอายุของแบรนด์ Purist Audio Design ยาวนานมาจนถึง 30 ปี (2016 – 1986) ซึ่งแทบจะทุกรุ่นที่เคยทำออกมาในอดีต ปัจจุบันก็ยังคงถูกนำมาปรับปรุงและผลิตออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ PAD (ต่อไปในรีวิวนี้ผมจะเรียก Purist Audio Design ย่อๆ ว่า PAD) มีหลากหลายซีรี่ย์มาก แต่ถ้าจะโฟกัสลงไปในรุ่นที่น่าลงทุนสำหรับซิสเต็มระดับกลางขึ้นไปถึงกลางสูงก็น่าจะเป็นซีรี่ย์ “Musaeusนี่แหละ ซึ่งเป็นซีรี่ย์ลำดับที่สามนับจากล่างสุดขึ้นมา (ซีรี่ย์เล็กสุดในขณะนี้ก็คือ Vesta ส่วนลำดับที่สองคือ Genesis) และเป็นซีรี่ย์ถูกสุดที่ใช้เทคโนโลยีการชีลด์ด้วยวัสดุ Ferox

ในซีรี่ย์ Musaeus มีผลิตภัณฑ์อยู่ทั้งหมด 3 กลุ่มคือ สายสัญญาณ, สายลำโพง และสายไฟเอซี ซึ่งผมได้รับผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัวนี้มาทดสอบพร้อมกัน ซึ่งทั้งสายสัญญาณ, สายลำโพง และสายไฟเอซีของ PAD ซีรี่ย์ Musaeus ที่ผมได้รับมาทดสอบครั้งนี้ใช้ตัวนำใช้ทองแดง PCCC ขนาด 24 AWGในการนำสัญญาณภายในตัวสาย และแด้มป์สายด้วยวัสดุ “Feroxทั้งหมด

สายสัญญาณรุ่น Musaeus

สายสัญญาณ Musaeus ที่ผมได้รับมาทดสอบมีความยาวข้างละ 1.5 เมตร ทั้งสองคู่ ติดขั้วต่อบาลานซ์ XLR กับขั้วต่อซิงเกิ้ลเอ็นด์ RCA อย่างละคู่ ตัวสายมีลักษณะนิ่ม ให้ตัวมาก ไม่แข็งขืน ช่วยได้มากคือทำให้เสียบสายง่ายกรณีที่ชั้นวางเครื่องเสียงของใครอยู่ชิดกับผนัง ตัวสายมีลักษณะเป็นเส้นทรงกระบอกยาวๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5/8 นิ้ว เปลือกนอกคลุมด้วยตาข่ายสีดำ บีบดูจะรู้สึกถึงความนุ่มของวัสดุแด้มป์ที่อยู่ด้านใน ตรงส่วนปลายก่อนถึงขั้วต่อประมาณ 10 .. จะไม่มีแด้มป์ ปล่อยสายลอยโดยมีเฉพาะชีลด์หุ้มไว้ ทำให้ส่วนปลายของสายมีความอ่อนให้ตัว ช่วยลดอาการตึงตัวบริเวณปลายสายขณะต่อใช้งานกับตัวเครื่องเสียง ไม่ขีนและเด้งดันมากเหมือนสายที่มีความแข็ง นับว่าเป็นดีไซน์ที่มีความละเอียดอ่อน ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการใช้งานจริงด้วย คำนึงถึงลักษณะการใช้งานจริง สะท้อนถึงความเก๋าในประสบการณ์ของผู้ออกแบบได้ดี สมแล้วที่อยู่ในวงการมานาน

เวอร์ชั่นบาลานซ์ใช้ขั้วต่อ XLR ของ Neutrik ซึ่งเวอร์ชั่น Luminist Revision นี้เขาได้อัพเกรดตัวขั้วต่อด้วยการใช้โลหะ beryllium copper ทำเป็นขานำสัญญาณ (pins) และชุบทองทับอีกชั้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการจับยึดให้มีความกระชับแน่นมากขึ้น ส่งสัญญาณได้ดีขึ้น ซิสเต็มของใครที่ไม่ได้ใช้การเชื่อมต่อด้วยขั้วต่อบาลานซ์ เขาก็มีขั้วต่อซิงเกิ้ลเอ็นด์ (RCA) ให้เลือกด้วย ซึ่งตัวขั้วต่อ RCA ก็ทำด้วยโลหะ beryllium copper และชุบทองเช่นกัน

ที่ปลายสายสัญญาณด้านต้นทางจะมีลูกศรชี้กำหนดทิศทางเดินของสัญญาณไว้ด้วย พร้อมกับตัวอักษรกำกับแชนเนลระหว่าง R = Right (ขวา) และ L = Left (ซ้าย) นอกจากนั้น ทางด้านปลายสายยังพิมพ์ serial number กำกับไว้ทุกเส้น ตรงกลางความยาวของสายมีปลอกพลาสติกรัดไว้ มีชื่อรุ่นพิมพ์กำกับไว้อย่างชัดเจน

สายลำโพงรุ่น Musaeus

รูปลักษณ์ของตัวสายลำโพงก็มีลักษณะไปทางเดียวกับสายสัญญาณ รูปร่างภายนอกมีลักษณะเป็นท่อยาว ถ้าใช้นิ้วกดลงไปบนตัวสายจะพบว่ามันมีความนิ่มอยู่ระดับหนึ่งบริเวณผิวๆ ส่วนแกนในมีลักษณะแข็ง แต่ก็ให้ตัวได้ดี ไม่แข็งขืน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวสายประมาณ ¾ นิ้ว ใช้วัสดุทองแดง PCCC เป็นตัวนำแบบเดียวกับสายสัญญาณ ขนาด 10 AWG ฉนวนทำด้วย FEP แด้มป์ด้วยวัสดุ Ferox มีให้เลือกทั้งแบบ single wire (2 > 2) และ bi-wire (2 > 4) เส้นที่ผมได้รับมาทดสอบเป็นแบบ single wire ความยาวอยู่ที่ 2.5 เมตรต่อข้าง มีขั้วต่อให้เลือก 2 แบบคือ แบบก้ามปู (spade) กับแกนโลหะ (banana)

ตรงกลางสายมีปลอกพีวีซีสวมอยู่ พิมพ์ชื่อรุ่นกำกับไว้ชัดเจน

ที่ปลายสายมีลูกศรกำกับทิศทางเดินของสัญญาณเอาไว้ด้วย

คู่ที่ผมได้รับมาทดสอบติดขั้วต่อก้ามปูมาทั้งสองด้าน ซึ่งเป็นขั้วต่อที่พวกเขา (PAD) ดีไซน์ขึ้นมาเอง ทำด้วยแบริลเลี่ยม คอปเปอร์ ชุบด้วยเงินหนึ่งชั้นก่อนจะชุบทับอีกชั้นด้วยทองสีเหลืองอร่ามตา

สายไฟเอซีรุ่น Musaeus

สายไฟเอซีของ PAD รุ่นนี้ก็มาทรงเดียวกับสายสัญญาณและสายลำโพง รูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นเส้นทรงกระบอกยาว 2.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ ½ นิ้ว เปลือกนอกสีดำ หุ้มด้วยฉนวนที่มีลักษณะเป็นตาข่ายพรุนๆ ใช้นิ้วบีบลงไปบนตัวสายจะพบว่ามีลักษณะหยุ่นนุ่มแบบเดียวกับสายสัญญาณ น่าจะดีไซน์โครงสร้างแบบเดียวกัน แต่สายไฟเอซีรุ่นนี้ใช้ตัวนำเป็นทองแดง OFC ขนาด 14 AWG หุ้มห่อตัวนำด้วยฉนวน PVC ไม่มีวัสดุแด้มป์ คงเพราะเป็นรุ่นเล็ก ดีไซน์โครงสร้างและวัสดุที่ใช้จึงไม่ได้ฟู่ฟ่าเหมือนสายไฟเอซีในซีรี่ย์ที่ใหญ่กว่านี้ แต่ก็มีทีเด็ดอยู่ที่ปลั๊กหัวท้ายแบบสามขาแยกกราวนด์ซึ่งใช้ของ Wattgate รุ่น 5266i สำหรับฝั่งตัวผู้และใช้รุ่น 320i สำหรับฝั่งตัวเมีย

ขาตัวนำชุบทอง

หัวท้ายเป็นของ Wattgate ซะด้วย.!

มีพิมพ์กำกับไว้ชัดเจนมา Made in USA พร้อมซีรี่ย์นัมเบอร์กำกับไว้ทุกเส้น

ทดสอบ

สายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD เซ็ตนี้มาอยู่กับผมร่วมเดือนเต็มๆ ผมมีโอกาสเบิร์นฯ และทดสอบเสียงของมันกับอุปกรณ์เครื่องเสียงที่หลากหลาย นับเป็นโชคดีของสายสัญญาณ, สายลำโพง และสายไฟเอซีของ PAD เซ็ตนี้ซึ่งมาถึงผมในช่วงที่มีแอมป์เข้ามาให้ทดสอบหลายตัว ไม่นับรวมปรี+เพาเวอร์ฯ ของ Ayre Acoustic K-5 + V-3 ของผมที่ใช้ประจำห้องฟังอยู่แล้ว ก็มีอินติเกรตแอมป์ถึง 3 ตัวที่มีโอกาสได้เอาสายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD เข้ามาทดลองใช้ นั่นคืออินติเกรตแอมป์หลอดยี่ห้อ Line Magnetic รุ่น LM-805ia (รีวิวจะมาเร็วๆ นี้) ส่วนอีกสองตัวเป็นอินติเกรตแอมป์โซลิดสเตทยี่ห้อ Gryphon Audio Design รุ่น Diablo 120 (REVIEW) กับ Dan D’Agostino รุ่น Progression (รีวิวจะมาเร็วๆ นี้) ส่วนลำโพงที่มีโอกาสได้ทดลองฟังร่วมกับสายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ทั้งหมดนี้ก็มีทั้งลำโพงวางหิ้งและตั้งพื้นหลายคู่ อาทิเช่น Totem Acoustic รุ่น The One, Wharfedale รุ่น Elysian 2, Audiovector รุ่น R-3 Arrete และ Wilson Audio รุ่น Sabrina X ส่วนแหล่งต้นทางก็มีทั้งไฟล์เพลงและแผ่นเสียง

ทดสอบประสิทธิภาพของสายไฟ Musaeus กับอินติเกรตแอมป์ Gryphon Audio Design รุ่น Diablo 120

กำลังทดสอบดูเรื่องแม็ทชิ่งระหว่างสายสัญญาณ XLR ของ PAD Musaeus กับสายลำโพง Transparent Cable รุ่น Ultra และสายลำโพง Nordost รุ่น Tyr 2

ทดลองฟังเสียงของสายลำโพง Musaeus กับลำโพง Wilson Audio รุ่น Sabrina X โดยขับด้วยเพาเวอร์แอมป์ Ayre Acoustic รุ่น V-3

จัดเต็มทั้งเซ็ต Musaeus สายสัญญาณ, สายลำโพง และสายไฟเอซี กับซิสเต็มขนาดกลางที่ประกอบด้วยต้นทาง roon : nucleus + Audio-gd : R-8 (REVIEWไปที่อินติเกรตแอมป์หลอด Line Magnetic : LM-805ia ขับลำโพง Totem Acoustic : The One บนขาตั้ง Atacama : Moseco XL600 สูง 24 นิ้ว (REVIEW) ชุดนี้สายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD เซ็ตนี้แสดงศักยภาพออกมาได้เต็มเหนี่ยวมาก.!!

เสียงของ Purist Audio Design : Musaeus

ในอดีตผมเคยมีโอกาสได้ใช้สายสัญญาณรุ่นแรกของ PAD คือรุ่น Aqueous อยู่ในช่วงสั้นๆ ซึ่งจำได้เลยว่า ในขณะนั้น สายสัญญาณตัวนี้โด่งดังมากในวงการเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ฯ เจ้าของที่หิ้วมาลองฟังกับผมบอกว่า เขาซื้อมาจากอเมริกา เป็นสายสัญญาณที่ใช้ น้ำมันเป็นตัวแด้มป์ด้วยการหล่อไว้รอบๆ ตัวสาย ลองบีบดูเบาๆ จะรู้สึกว่ามีของเหลวอยู่ในสาย เสียงของมันเท่าที่พอจะจำได้ก็คือเด่นในแง่ของพื้นเสียงที่ใส สะอาด เนื้อเสียงมีลักษณะนวลเนียนชวนฟัง แต่ตอนนั้นผมรู้สึกว่าเวทีเสียงจะมีลักษณะขุ่นนิดๆ ซึ่งขณะนั้นผมฟังแล้วไม่ค่อยชอบ เพิ่งเล่นเครื่องเสียงมาไม่กี่ปี หูยังวัยรุ่นชอบกระจ่างใส เน้นกรุ๊งกริ๊งและเบสหนัก

หลังจากนั้นผมก็มีโอกาสได้ลองฟังเสียงของสายสัญญาณและสายลำโพงแบรนด์นี้บ้างเป็นครั้งคราว ส่วนมากจะเป็นการฟังจากซิสเต็มที่เปิดโชว์ในงานเครื่องเสียงซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้เอามาทดสอบเพื่อค้นหาบุคลิกที่แท้จริงเหมือนครั้งนี้

เมื่อได้มีโอกาสมาทดสอบสายออดิโอ เคเบิ้ลของแบรนด์ Purist Audio Design คราวนี้ภายใต้สถานการณ์ที่ผมควบคุมได้แทบทุกเงื่อนไข ทำให้ผมได้เห็นถึงคุณภาพและบุคลิกเสียงของสายแบรนด์นี้ชัดเจนมากขึ้น สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำก่อนเลยก็คือ “ความนวลเนียน” ของเสียงที่ได้ยินจากสายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD เซ็ตนี้ ซึ่งเป็นความนวลเนียนในลักษณะที่ไม่ใช่การ roll-off ความถี่สูงหรือบีบกดพีคของไดนามิกเร้นจ์เอาไว้เพื่อบังคับให้โทนเสียงออกมานุ่ม หากแต่เป็นความนุ่มเนียนที่มาพร้อมกับความกระจ่างเปิดของเวทีเสียงเสียงโดยไร้ซึ่งอาการกดไดนามิกเอาไว้ มาพร้อมเสียงแหลมที่ทอดไปได้ยาว และมาพร้อมอัตราสวิงของไดนามิกที่กว้างขวางมีอิสระ นี่คือความแตกต่างในคำจำกัดความของความหมายคำว่า “นวลเนียน” ตามนัยที่สายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD เซ็ตนี้นำเสนอออกมา

อัลบั้ม : Year Of The Cat (Digital Remastered) (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : Al Stewart
สังกัด : EMI

อาการนวลเนียนของเสียงที่มาพร้อมความสดและกระชับไวของจังหวะเพลงที่สายออดิโอ เคเบิ้ล PAD ให้ออกมาทำให้จังหวะและลีลาของเพลงถูกปลดปล่อยออกมา “อย่างอิสระ” ไม่ถูกกดหรือเร่ง เป็นลักษณะเสียงที่ music lover อย่างผมโปรดปรานมาก.! สายสัญญาณและสายลำโพงของ PAD ชุดนี้ทำให้ผมสามารถเร่งเสียงเพลง “Year Of The Cat” จากอัลบั้มชื่อเดียวกันของ Al Stewart ขึ้นมาจนดังเต็มห้องและนั่งเขย่าศีรษะตามจังหวะของเพลงได้อย่างสนุกสนานโดยไม่ถูกขัดอารมณ์ด้วยคุณภาพเสียงแหลมที่ค่อนข้างแย่ของอัลบั้มนี้ ซึ่งจากที่เคยฟังมาในบางซิสเต็มพอเปิดเพลงนี้ดังมากๆ จะได้ยินปลายเสียงแหลมที่เสียดแทงหูมาก

อัลบั้ม : AYA Authentic Audio Check (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : Various Artists
สังกัด : Stockfisch Records

นอกจากสายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้จะให้เสียงแหลมที่สะอาดลื่นหูแล้ว เมื่อผมทดลองฟังเพลงทดสอบในอัลบั้มนี้ อย่างเพลง “Sharpening A Knife” แทรคที่ 3 ในอัลบั้มนี้ซึ่งให้ความถี่เสียงที่เปิดกว้างตลอดทั้งแบนด์วิธ ตั้งแต่แหลมสูงๆ ลงไปจนถึงทุ้มลึกๆ ปรากฏว่าสายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้ก็สามารถถ่ายทอดความถี่เสียงเหล่านั้นออกมาได้อย่างครบถ้วน และที่น่าชื่นชมมากคือเสียงทุ้มที่ออกมาจากแทรคนี้ที่ได้ทั้งความลึกและฐานเบสที่แผ่ออกมาเป็นระลอก โดยที่เสียงร้องยังคงลอยตัวอยู่ในเวทีเสียงอย่างอิสระ แยกเลเยอร์ออกมาลอยอยู่ด้านหน้า ในขณะที่ความถี่ต่ำถอยลงไปอยู่ลึกๆ ด้านหลังของเวทีเสียง มวลของความถี่ต่ำจึงไม่แผ่ออกมารบกวนความถี่ในย่านอื่น แสดงว่าสายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้ให้แบนด์วิธที่กว้างมาก ไม่บีบ (compress) ความถี่เข้าหากัน

จบจาก Sharpening A Knife มาถึงเพลงโชว์เพอร์คัสชั่น แทรคที่สี่ ทำเอาผมนั่งฟังแบบลืมหายใจไปเลย! เพลงนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า สายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้ให้ซาวนด์สเตจที่เปิดกว้างมาก มากแบบไม่เห็นขอบเลย และพอพื้นเสียงที่เป็นซาวนด์สเตจเปิดกว้างออกมาแบบไร้ขอบเขตเช่นนั้น เสียงเครื่องเคาะทั้งหลายในแทรคนี้จึงมีพื้นที่ให้ล่องลอยกระจายไปได้ทั่วพื้นอากาศข้างหน้า มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เสียงกระพรวนไหลจากด้านขวาไปทางซ้าย ผมรู้สึกได้ถึงความต่อเนื่องของการเคลื่อนที่ของเสียงกระพรวนที่ไหลเป็นแนว เชื่อมต่อกันไปเป็นเส้นแบบไร้รอยต่อ แสดงว่าสายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้ตอบสนองกับเฟสของสัญญาณที่ปรับเปลี่ยนองศาไปได้อย่างต่อเนื่องมาก ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกผมว่า สายออดิโอ เคเบิ้ลที่มีพฤติกรรมแบบนี้จะให้คุณสมบัติทางด้าน contrast dynamic ที่ดีด้วย

อัลบั้ม : La Fille Mal Gardee (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : The Royal Ballet Production, John Lanchbery
สังกัด : Decca

นั่นไง.. เป็นไปอย่างที่คาดจริงๆ !! เพลงประกอบบัลเล่ต์ La Fille Mal Gardee ชุดนี้ถ้าฟังกับซิสเต็มที่ให้ความต่อเนื่องได้ไม่ดีจะออกมาไม่น่าฟัง ฟังนานๆ แล้วจะเกิดอาการเบื่อ แต่ถ้าเจอกับเครื่องเสียงที่ให้น้ำหนักดัง-เบาของเสียงที่มีความต่อเนื่องจะฟังแล้วเคลิ้มมาก และสายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง สุดท้ายผมก็ต้องนั่งฟังเพลินไปจนจบอัลบั้ม เสียงเครื่องสายไหลลื่นมากเป็นพิเศษ ปลายเสียงก็พลิ้วและทอดไปได้จนสุด แต่ที่ผมสังเกตเห็น (ด้วยการฟัง) อีกอย่างหนึ่งคือรายละเอียดในช่วงเบาๆ ที่สายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้ขุดมันขึ้นมาให้ได้ยิน มันเป็นเสน่ห์ของสายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้ที่ผมชอบมาก เพราะมันไม่ได้พยายามที่จะ “ดัน” รายละเอียดเบาๆ ในอัลบั้มชุดนี้ให้ลอยขึ้นมาให้ได้ยิน เพราะแบบนั้นจะทำให้รูปวงเวทีเสียงเสียหายไป แต่สายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้ไม่เป็นแบบนั้น มันทำให้พื้นเสียงสะอาดและใสจนทำให้ผมได้ยินลงไปถึงรายละเอียดเบาๆ เหล่านั้นได้ครบ และยังคงชี้ชัดตำแหน่งของชิ้นดนตรีได้อย่างแม่นยำ สุดยอดมาก.!!

สรุป

สายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้ยังคงรักษาแนวเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์นี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ใครที่ไม่เคยสัมผัสเสียงของสายสัญญาณ, สายลำโพง หรือแม้แต่สายเอซีของแบรนด์นี้มาก่อน และอยากได้แนวเสียงที่นุ่มเนียน เสียงกลางเด่นๆ มีความต่อเนื่อง พื้นเสียงใสๆ แต่แหลมไม่จ้าสว่าง แนะนำให้ไปลองฟังสายออดิโอ เคเบิ้ลของ PAD ชุดนี้เลยครับ.. มันคือทางที่คุณต้องการเป๊ะ.!! /

********************
ราคา : Musaeus
สายสัญญาณ = 26,000 บาท / คู่ (XLR, ความยาว 1.5 เมตร)
สายสัญญาณ = 26,500 บาท / คู่ (RCA, ความยาว 1.5 เมตร)
สายลำโพง = 32,100 บาท / คู่ (Single Wire, ความยาว 2 เมตร)
สายลำโพง = 37,700 บาท / คู่ (Bi-Wire, ความยาว 2 เมตร)
สายไฟเอซี = 22,000 บาท / เส้น (ความยาว 2 เมตร)
********************
สนใจติดต่อที่
HI-END AUDIO
โทร. 062-551-2410
facebook: @hiendaudiothailand

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า