รีวิวเครื่องเสียง Quad รุ่น Vena II Play อินติเกรตแอมป์ พร้อมสตรีมเมอร์ + DAC ในตัว

Peter J. Walker เป็นวิศวกรชาวอังกฤษ หนึ่งในนักออกแบบเครื่องเสียงยุคบุกเบิกของวงการไฮไฟฯ เขาเริ่มจากเป็นเจ้าของบริษัทที่ชื่อว่า S.P. Fidelity Sound Systems ผลิตเครื่องเสียง PA มาตั้งแต่ปี 1936 มีโรงงานอยู่ในกรุงลอนดอน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Acoustical Manufacturing Co.,LTD. ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บริษัทของเขาถูกทิ้งระเบิด จึงย้ายไปอยู่ที่เมืองฮันทิงตันในปี 1941 หลังสงครามเลิก ธุรกิจเครื่องเสียงบ้านก็เริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้น ปีเตอร์จึงตัดสินใจเปลี่ยนมาออกแบบและผลิตเครื่องเสียงสำหรับใช้ในบ้าน

ชื่อ QUAD ได้มาจากคำว่า “Quality Unit Amplifier Domesticเพราะหลังจากหันมาผลิตแอมปลิฟายป้อนให้กับวงการเครื่องเสียงบ้าน ผลิตภัณฑ์ที่ปีเตอร์ออกแบบและผลิตโดยบริษัท Acoustical Manufacturing Co.,LTD. ก็ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้จำนวนมาก แต่ตอนแรกยังไม่มีชื่อยี่ห้อที่ชัดเจน รู้กันแต่ว่าเป็น Quality Unit Amplifier Domestic จึงเรียกกันย่อๆ ว่า QUAD และชื่อ QUAD ถูกนำมาใช้เรียกเป็นชื่อสินค้าจริงๆ จังๆ ในปี 1983 เมื่อมีการผลิตสินค้าภายใต้ชื่อ QUAD ออกมาเป็นซีรี่ย์ จึงได้เปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Acoustical Manufacturing Co.,LTD. มาเป็น QUAD

เมื่อปี 1995 QUAD ได้ขายบริษัทให้กับกลุ่มทุน Verity Group และย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศจีน ก่อนจะถูกขายอีกทีมาอยู่ในกลุ่ม IAG (International Audio Group) กลุ่มเดียวกับแบรนด์ Wharfedale, Mission และ Audiolab นั่นเอง

แอมปลิฟาย Quad รุ่นแรกคือ QA12/P มีทั้งอินติเกรตแอมป์และเพาเวอร์แอมป์

จริงๆ แล้ว Peter J. Walker เป็นที่รู้จักในนามของผู้ออกแบบลำโพงอิเล็กโตรสแตตริก Quad Electrostatic มาก่อน ทว่า หลังจากเขาผลิตแอมป์หลอดรุ่น QA12/P (Quality Amplifier 12 Watts with Pre) ออกมาทำให้ชื่อของ Quad เป็นที่รู้จักของคนมากขึ้นและความต้องการแอมปลิฟายของเขาก็มีมากขึ้น กลายเป็นว่าแอมปลิฟายได้รับความสำเร็จในตลาดมากกว่า ประจวบกับการพัฒนาลำโพงของเขาก็ไม่ได้มีความคืบหน้ามากนัก ในขณะที่ลำโพงที่ใช้ไดเวอร์ไดนามิกก็ได้รับการพัฒนามากขึ้นอย่างแพร่หลาย มีผู้ผลิตเกิดขึ้นหลายเจ้า ลำโพงอิเล็กโตรสแตตริกของ Peter J. Walker จึงค่อยๆ เลือนหายไป

จากกำเนิด Vena ในปี 2014 มาถึง Vena II Play ในปี 2020
นี่คือพัฒนาการลำดับล่าสุดจาก Quad

ปีเตอร์ วอคเกอร์ หยุดพักจากการทำงานตั้งแต่ช่วงปลาย ’80 โดยยกภาระหน้าที่ในการบริหารให้กับลูกชายคือ Ross Walker ดูแลต่อ ซึ่งแน่นอนว่า ตั้งแต่ยุคสมัยของวอลเกอร์ผู้พ่อซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ Quad เมื่อปี 1936 มาจนถึงปัจจุบันหลังจากลูกชายเข้ามาดูแล ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมดสิ้น Quad ไม่สามารถยืนหยัดอยู่บนสินค้าที่เป็นรูปแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป หลังจากแผ่นเสียงกับซีดีเริ่มถูกไฟล์เพลงเข้ามาเบียด เป็นเหตุที่ทำให้ Quad ต้องทำการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ของตนให้สามารถตอบโจทย์ของตลาดไฮไฟฯ ในปัจจุบันให้ได้

อินติเกรตแอมป์ Quad รุ่น “Venaที่ออกมาเมื่อปี 2014 คือผลจากความพยายามผนวกเอารูปแบบการฟังเพลงในยุคปัจจุบันเข้าไปผสานกับปรัชญาในการออกแบบดั้งเดิมของ Quad ที่ว่า “The Closest approach to the original soundซึ่งถูกใช้เป็นสโลแกนของแบรนด์มาตั้งแต่ปี 1936

Vena เกิดจากการนำเอาอินติเกรตแอมป์ที่มีแต่อินพุต analog แบบเดิมมาเพิ่มเติมอินพุตที่สามารถรองรับสัญญาณ Digital audio เข้าไป ไม่ว่าจะรับจากการเล่นไฟล์เพลงด้วยคอมพิวเตอร์แล้วส่งสัญญาณดิจิตัลผ่านเข้ามาทางช่องอินพุต USB หรือรับจากการเล่นแผ่นซีดีแล้วส่งสัญญาณดิจิตัลเข้ามาทางช่องอินพุต Coaxial และ Optical ไปจนถึงรับจากการสตรีมสัญญาณดิจิตัลจากการเล่นไฟล์เพลงบนอุปกรณ์พกพาอย่างเช่น iPod, iPad, iPhone และอุปกรณ์ Android ผ่านไปเข้าที่อินพุตของ Vena ด้วยคลื่นไร้สาย Bluetooth

คล้อยหลังมาถึงช่วงปลายของปี 2019 ทาง Quad ก็ได้ปล่อยเวอร์ชั่นอัพเกรดของรุ่น Vena ออกมาเป็น Vena II ซึ่งการเปลี่ยนแปลงไปปรากฏอยู่ในส่วนของภาค Digital ซะเป็นส่วนใหญ่ ประเด็นสำคัญของการอัพเกรดจาก Vena มาเป็น Vena II ก็คือเปลี่ยนชิป DAC ที่ใช้รุ่น Vena ซึ่งเป็นของ Cirrus Logic เบอร์ Crystal CS4398 มาเป็นของ ESS Technology เบอร์ ES9018K2M ทำให้ภาคดิจิตัล อินพุต USB ของ Vena II มีความสามารถในการรองรับสัญญาณดิจิตัลได้สูงขึ้นกว่าเดิม คือไปได้ถึง 384kHz สำหรับสัญญาณ PCM และได้ถึง DSD256 สำหรับสัญญาณ DSD ในขณะที่ช่องอินพุต USB เดิมของตัว Vena เวอร์ชั่นแรกรับได้สูงสุดแค่ PCM 192kHz เท่านั้น

ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น Quad ก็เปิดตัว Vena II Play ตามออกมาอย่างกระชั้นชิดช่วงต้นปี 2020 ก็คือเวอร์ชั่นที่ผมกำลังทดสอบนี่เอง ซึ่งเป็นการอัพเกรดเพิ่มเติมความสามารถในการสตรีมไฟล์เพลงจากเน็ทเวิร์ค (Wi-Fi & Ethernet) เข้ามา ที่เหลือนอกนั้นเหมือนกับรุ่น Vena II ทุกอย่าง

รูปร่างหน้าตา
และฟังท์ชั่นใช้งาน

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอุปกรณ์เครื่องเสียงที่เป็นอิเล็กทรอนิคของแบรนด์ Quad คือสัดส่วนตัวเครื่องที่ออกมาในลักษณะที่จะเรียกว่า เล็กก็ไม่ใช่ เพราะหน้ากว้างของตัวเครื่องมันไม่ได้เท่ากับครึ่งหนึ่ง หรือ half-size ของเครื่องมาตรฐาน 17 นิ้ว (ประมาณ 43 ..) แต่มันออกมาประมาณสองในสามของเครื่องมาตรฐาน ซึ่งในยุคแรกๆ ประมาณปี ’60 – ’70 เป็นขนาดที่นิยมกันมากในประเทศอังกฤษ มีผู้ผลิตหลายแบรนด์ที่เลือกใช้ตัวเครื่องสัดส่วนนี้ นอกจาก Quad ก็มี Cyrus, Naim Audio และ Meridian

Quad Vena II Play ตัวนี้ก็ยังคงยึดรูปแบบพิมพ์นิยมของยุคแรกมาใช้ นั่นคือตัวเครื่องมีหน้า กว้าง 301 .. x สูง 95 .. และ ลึก 313 .. ดูกระทัดรัดกว่าเครื่องปกติทั่วไปนิดหน่อย แต่กระนั้น น้ำหนักตัวเอาเรื่องทีเดียว ชั่งได้ 6.1 กิโลกรัม ต้นเหตุก็คือทรานฟอร์เมอร์ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านในนั่นเอง อีกอย่างที่ Vena II Play ยึดตามรูปแบบเดิมมาด้วย นั่นคือสีของตัวเครื่องที่ออกเป็นสีเทาเข้มๆ อมเขียวนิดๆ คนอังกฤษเรียกว่าสี “Lancaster Grey

A = ปุ่มกดเปิดใช้งานเครื่อง และกดซ้ำเพื่อเข้าโหมดสแตนด์บาย พร้อมไฟ LED สีแดงแสดงสถานะ
B = ปุ่มหมุนปรับวอลลุ่ม พร้อมไฟ LED สีขาวแสดงระดับความดัง
C = ปุ่มกดสำหรับเลือกอินพุตทั้งหมด จำนวน 8 อินพุต
D = ช่องรับสัญญาณรีโมทไร้สาย
E = รูเสียบแจ๊คหูฟังขนาด 6.3 ..
F = ช่องเสียบสายไฟเอซีแบบสามขาแยกกราวนด์
G = สวิทช์เมน ปล่อยไฟเอซีเข้าเครื่อง
H = ขั้วต่อสัญญาณ Digital inut แบบ Coaxial และ Optical
I = ช่องอินพุต USB สำหรับสัญญาณดิจิตัล
J = ช่องต่อเน็ทเวิร์ค (Ethernet)
K = ช่อง USB-type-A สำหรับอัพเดต
L = เสาอากาศสำหรับคลื่น Wi-Fi
M = ปุ่มเซ็ตอัพสำหรับการเชื่อมต่อกับคลื่น Wi-Fi
N = เสาอากาศรับคลื่น Bluetooth
O = ช่องอินพุตสำหรับหัวเข็ม MM หรือ MC High Output
P = ช่องอินพุต AUX1 และ AUX2 สำหรับสัญญาณอะนาลอก
Q = ช่องเอ๊าต์พุตสำหรับสัญญาณ Pre-out
R = ขั้วต่อสายลำโพงข้างซ้าย และข้างขวา

หน้าตาของ Vena II Play ดูเท่มาก ปุ่มวอลลุ่ม (B) ที่มีไฟ LED วนรอบเป็นอะไรที่ดูเก๋ไก๋ดี ซึ่งตอนหมุนปรับระดับความดัง ไฟ LED จะสว่างไล่ไปตามระดับความดังที่ใช้ ซึ่งถ้าต้องการปิดไฟ LED เหล่านี้ขณะฟังตอนกลางคืน สามารถปิดได้ด้วยการกดไปที่ปุ่มวอลลุ่มค้างไว้ประมาณ 4 วินาที จะเข้าสู่โหมด Off สำหรับไฟ LED ขณะที่ไฟ LED อยู่ในโหมด Off เมื่อคุณกดปุ่มสแตนด์บายเพื่อเปิดใช้งาน ไฟ LED จะสว่างขึ้นมาประมาณ 5 วินาทีขณะวอร์มอัพ เมื่อเครื่องเข้าสู่สภาวะพร้อมทำงาน ไฟ LED จะดับลงเอง ถ้าต้องการโชว์ไฟค้างตลอดก็ให้กดปุ่มวอลลุ่มค้าง 4 วินาทีอีกครั้่งก็เป็นการกลับเข้าสู่โหมด On นอกจากนั้น ปุ่มวอลลุ่มยังทำหน้าที่ mute หรือหยุดเสียงชั่วคราวได้ด้วย โดยการกดลงไปบนตัวปุ่มหนึ่งครั้ง และเมื่อต้องการกลับมาฟังที่ระดับความดังเดิม ก็ให้กดลงไปบนตัวปุ่มสองครั้ง

แอมปลิฟายรุ่นใหม่ๆ โดยมากจะมีฟังท์ชั่น auto-standby มาให้ ซึ่ง Vena II Play ก็มีเหมือนกัน คุณสามารถเข้าใช้งานฟังท์ชั่นนี้ได้ด้วยการกดปุ่มสแตนด์บาย (A) ที่อยู่ใกล้ๆ กับปุ่มวอลลุ่มค้างไว้ 4 วินาที จนไฟ LED สีแดงที่อยู่ข้างๆ ปุ่มสแตนด์บายกระพริบหนึ่งครั้ง = ฟังท์ชั่นออโต้สแตนด์บายถูกปิด, ไฟ LED กระพริบสองครั้ง = เครื่องจะเข้าโหมดสแตนด์บายเอง หลังจากไม่มีสัญญาณอินพุตเข้ามา หรือไม่มีการใช้งานเครื่องครบ 20 นาที, ไฟ LED กระพริบสามครั้ง = เครื่องจะเข้าโหมดสแตนด์บายเอง หลังจากไม่มีสัญญาณอินพุตเข้ามา หรือไม่มีการใช้งานเครื่องครบ 1 ชั่วโมง

Vena II Play มีภาคขยายสำหรับหูฟังมาให้ เหมาะกับหูฟังแบบครอบหูฟูลไซร้ เมื่อเสียบแจ็คหูฟังเข้าไปที่รูเสียบ (E) สัญญาณเสียงที่ส่งไปขั้วต่อสายลำโพงและช่อง Pre-out จะถูกตัด การปรับระดับความดังสำหรับหูฟังก็ใช้ปุ่มวอลลุ่มปุ่มเดียวกัน ซึ่งแอมป์ตัวนี้ให้กำลังขับหูฟังมาค่อนข้างแรง คือถ้าหมุนปุ่มวอลลุ่มไปจนสุด มันจะจ่ายสัญญาณออกมาแรงถึง 4.5 โวลต์ คือสูงกว่าเกนสัญญาณเอ๊าต์พุตที่ส่งออกไปทางภาคปรีเอ๊าต์เกือบสองเท่า ดังนั้น ก่อนจะใช้หูฟังควรหมุนปุ่มวอลลุ่มให้ลดลงมาต่ำสุดก่อน และควรฟังในระดับความดังพอประมาณเท่านั้น

อินพุต / เอ๊าต์พุต

Vena II Play ให้ช่องอินพุตมาครบถ้วนมากๆ แยกเป็นกลุ่มหลักๆ 3 กลุ่ม กลุ่มแรก – “อะนาลอก อินพุตมีให้ช่อง AUX1 กับ AUX2 (P) มาสำหรับรองรับสัญญาณอะนาลอกจากอุปกรณ์เครื่องเล่นที่ให้สัญญาณเอ๊าต์พุตอยู่ในรูปของสัญญาณอะนาลอก และให้ช่องอินพุต Phono (O) อีกหนึ่งช่อง สำหรับรองรับสัญญาณจากหัวเข็ม MM หรือ MC High Output ที่มีเกน ไม่ต่ำกว่า 2.5mV (47kOhm/100pF)

กลุ่มที่สอง – “ดิจิตัล อินพุตสำหรับรองรับสัญญาณดิจิตัล ซึ่งให้ขั้วต่อที่รองรับการเชื่อมต่อมาเกือบครบทุกอย่าง เริ่มจากช่อง coaxial และ optical (H) สำหรับอัพเกรดเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นซีดี, ช่อง USB (I) สำหรับรับสัญญาณดิจิตัลจากการเล่นไฟล์เพลงผ่านคอมพิวเตอร์ หรือจากเครื่องเล่นไฟล์เพลงประเภทสตรีมเมอร์ ทรานสปอร์ต ส่วนกลุ่มที่สาม – “สตรีมมิ่ง อินพุตซึ่งเป็นอินพุตยุคใหม่ที่เป็นเทรนด์ของการฟังเพลงในปัจจุบัน โดยที่อินติเกรตแอมป์ตัวนี้ให้มาครบถ้วนมาก คือมีทั้งที่เป็นการเล่นไฟล์เพลงด้วยการสตรีมผ่านสาย LAN และไร้สาย โดยให้ช่องอินพุต Ethernet (J) มาหนึ่งช่อง และให้ภาครับพร้อมเสารับคลื่น Wi-Fi (L) มาสองเสา เพื่อรองรับการเล่นไฟล์เพลงด้วยการสตรีมผ่านทางเน็ทเวิร์คด้วยแอพลิเคชั่น DTS Play-Fi นอกจากนั้น Vena II Play ยังให้ภาครับพร้อมเสารับคลื่น Bluetooth (N) มาด้วย สำหรับใช้รองรับสัญญาณดิจิตัลที่สตรีมมาจากเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพา (DAP) หรือสตรีมมาจากอุปกรณ์ iPad/iPod/iPhone และอุปกรณ์พกพาที่ใช้ Android ทั้งหมด (รองรับ aptX ด้วย)

ครบเครื่องมากๆ เป็นอินติเกรตแอมป์ในระดับราคาไม่เกินสี่หมื่นบาทที่ให้อินพุตมาครบมากที่สุดตัวหนึ่งในจักรวาลนี้! นอกจากนั้น Vena II Play ยังเปิดโอกาสให้คุณสามารถอัพเกรดประสิทธิภาพของระบบเสียงของคุณได้อีก 2 แนวทางด้วยการให้ช่อง Pre-Out (Q) มาหนึ่งชุด แนวทางแรกคือเพิ่มเติมเพาเวอร์แอมป์สเตริโอเข้ามาในระบบ หรือแนวทางที่สอง เพิ่มลำโพงแอ๊คทีฟซับวูฟเฟอร์เข้ามาในระบบโดยดึงสัญญาณปรีเอ๊าต์ไปใช้

Vena II Play ให้ช่องต่อสายไฟเอซี (F) มาเป็นแบบสามขาแยกกราวนด์แบบถอดเปลี่ยนได้ ทำให้สามารถอัพเกรดไปใช้สายไฟดีๆ ได้ ขั้วต่อสายลำโพงที่ให้มาก็ใช้งานได้ดี ตังขั้วต่อมีความแข็งแรง รีโมทไร้สายที่ให้มามีขนาดกระทัดรัด หยิบจับใช้งานได้เหมาะมือดี มีเฉพาะคำสั่งที่จำเป็นและใช้บ่อยๆ เท่านั้น ทำให้ไม่ยุ่งยากในการใช้งาน

แม็ทชิ่ง + เตรียมทดสอบ

กำลังขับของ Vena II Play ระบุแจ้งไว้ที่ 45W ที่ 8 โอห์ม และสามารถอัดขึ้นมาได้อีกประมาณ 50% ไปอยู่ที่ 65W เมื่ออิมพีแดนซ์ลดลงไปอยู่ที่ 4 โอห์ม ซึ่งดูเหมือนเป็นตัวเลขที่น้อย แต่เมื่อทดลองใช้งานขับลำโพงจริงๆ ปรากฏว่า มันให้เสียงที่ขึงขังมีพลังมากกว่าตัวเลขที่ระบุไว้มาก เมื่อผมหวนกลับไปพิจารณาในสเปคฯ ของ Vena II Play อีกครั้ง พบว่าผู้ผลิตกำกับมาว่าเป็นวัตต์ “RMSซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะมีความหมายอะไรหรือเปล่าที่เกี่ยวข้องกับเสียงที่ได้ยิน แต่ที่เคยรู้มาก็คือการระบุกำลังขับโดยมีคำกำกับ “RMSหรือ Root Mean Square ถือว่าเป็นการระบุตัวเลขกำลังขับแบบซีเรียสจริงจังมากกว่าปกติ ไม่ได้เน้นโชว์ตัวเลข แต่เน้นลักษณะการจ่ายกำลังจริงๆ มากกว่า

อย่างไรก็ดี คุณต้องไม่ทำให้ตัวเลขกำลังขับของอินติเกรตแอมป์ตัวนี้หลอกคุณได้ อย่าไปปรามาสตัวเลข 45W ของมันเป็นอันขาด ทางที่ดีควรทดลองฟังก่อนตัดสิน!

ผมทดลองจับ Vena II Play ขับลำโพง Wharfedale รุ่น EVO 4.2 (REVIEW) สลับกับ Mission รุ่น ZX-2 ฟังอยู่นานพอสมควร พบว่ามันไปด้วยกันได้ดีทีเดียว ผมยอมรับว่า นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ตัวเลขกำลังขับของแอมป์มันแสดงพลังออกมาได้เกินตัวเลขที่ระบุไว้ในสเปคฯ ไปมาก.! เสียงที่ได้ยินตอนขับลำโพงทั้งสองคู่ข้างต้นมันหลุดพ้นจากคำว่าขับออกขับไม่ออกไปไกล

พลังเสียงของแอมป์ Quad ตัวนี้ทำให้ผมนึกถึง Naim Audio รุ่น Supernait 3 (REVIEW) ที่เพิ่งจะทดสอบไปไม่นานนี้เอง อินติเกรตแอมป์สองตัวนี้มี 2 อย่างที่เหมือนกัน อย่างแรกคือ ใช้ทรานฟอร์เมอร์ขนาดใดหญ่ที่มีน้ำหนักเยอะมาก อย่างที่สองที่เหมือนกัน นั่นคือพวกมันมี พลังที่แสดงออกมาให้สัมผัสได้ในการขับดันลำโพง ไม่ใช่จากตัวเลขที่เห็นในสเปคฯ ซึ่งมีอยู่หลายครั้งที่มันทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ และรู้สึกทึ่งในความขันแข็งของมัน เสียงที่ Vena II Play ผลักดันออกมาจากลำโพงอังกฤษทั้งสองคู่ข้างต้นนั้นมันให้สมดุลเสียงที่ดี ดีดตัวออกมาจากลำโพงครบทั้งทุ้มกลางแหลม มันทำให้ความถี่เสียงทั้งหมดขยับเคลื่อนตัวได้อย่างกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา โลดแล่นไปตามท่วงทำนองของเพลงทั้งช้าและเร็วได้อย่างคล่องแคล่ว นั่นหมายถึงสปีดในการตอบสนองของแอมป์ฯ ตัวนี้อยู่ในขั้นที่ดีมาก

ในตอนท้ายผมไม่ลืมที่จะทดสอบประสิทธิภาพของ ภาคปรีเอ๊าต์ (Pre-out) ของ Vena II Play ด้วยการทดลองเอาเพาเวอร์แอมป์มาจับคู่กับมัน ซึ่งผมพบว่า ภาคปรีเอ๊าต์ของ Vena II Play ไปด้วยกันได้ดีกับเพาเวอร์แอมป์ของ Magnet รุ่น SM-02 (130W/ch) เป็นพิเศษ ซึ่งภาคปรีเอ๊าต์มันตีแผ่ย่านเสียงออกมาได้ครบตลอดย่าน เสียงทั้งหมดเปิดเผย กระจ่างชัดแต่ไม่จัดจ้าน โทนเสียงที่ออกมาเป็นโทนเดียวกับตอนฟังตัว Vena II Play แบบเพียวๆ ที่ใช้เพาเวอร์แอมป์ในตัว แสดงว่าภาคอินพุตของ SM-02 ไม่ได้ทำให้เสียงของภาคปรีเอ๊าต์ของ Vena II Play เพี้ยนไปเลย มัน (ภาคอินพุตของ SM-02) สามารถตอบรับ bandwidth ที่ภาคปรีเอ๊าต์ฯ ของ Vena II Play ป้อนมาให้เอาไว้ได้ทั้งหมด ไม่มีย่านเสียงใดที่ถูกตัดทอนทิ้ง ไม่มีย่านเสียงใดที่ถูกบีบอัด (compressed) ลงไป และภาคขยายของ SM-02 ก็ทำการแจกจ่ายพลังให้กับความถี่เหล่านั้นได้อย่างไม่ตกหล่น และไม่โอเว่อร์จนถึงกับทำให้รายละเอียดในย่านเสียงใดเสียหาย หรือถูกลืมเลือนไป เมื่อมี SM-02 เข้ามาแจม มันทำให้เสียงทุ้มที่ออกมาจากลำโพง EVO 4.2 และ ZX-2 เริงร่ามากขึ้น ดีดตัวได้อย่างมีพลังมากขึ้น เสียงทุ้มต่ำที่เคยสงบเสงี่ยม งึมงำอยู่ในเงามืดก็เผยตัวออกมาให้เห็นมากขึ้น ย่านแหลมก็ให้อิมแพ็คที่คมขึ้น ผุดลอยขึ้นมาจากพื้นเสียงมากขึ้น และทอดปลายออกไปได้ไกลกว่าเดิม

ต้องขอบอกว่า พลังของภาคปรีเอ๊าต์ของ Vena II Play + เพาเวอร์แอมป์ SM-02 เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก มันทำงานประสานลงตัวกันอย่างเนียนกริ๊บ เนียนจนผมไม่มั่นใจว่า ถ้าเปลี่ยนเอาปรีแอมป์ของ Magnet เองมาจับคู่กับ SM-02 จะได้ออกมาดีเท่านี้รึเปล่า.?.!! ผมมีโอกาสทดลองใช้มันทั้งคู่ขับลำโพง Focal รุ่น Sopra No.1 ราคาร่วมครึ่งล้านบาทด้วย ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนคงไม่คิดว่าแอมป์ระดับนี้จะขับออก แต่กลายเป็นว่า เสียงที่ออกมาดีอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่าจะดีไม่ถึงครึ่งของเสียงที่ Sopra No.1 ทำได้เมื่อเทียบกับตอนขับด้วยปรีแอมป์ Classe รุ่น Delta PRE + เพาเวอร์แอมป์โมโนบล็อกรุ่น 850 ของ Boulder แต่เมื่อพิจารณาในแง่ของเสียงที่ได้จากปรีแอมป์+เพาเวอร์แอมป์ที่มีราคารวมกันไม่ถึงหนึ่งแสนบาท ก็ต้องบอกว่า มันทำได้ดีเกินราคาไปมาก และถือว่าเป็นประจักษ์พยานที่ทำให้รู้ว่า คุณภาพเสียงของภาคปรีเอ๊าต์ของ Vena II Play ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ !!

การทดลองใช้งานช่องอินพุต Ethernet กับแอพลิเคชั่น DTS Play-Fi

นี่คือไฮไล้ท์ของ Vena II Play ซึ่งวิศวกรของ Quad ตกลงใจเลือกใช้แพลทฟอร์ม Play-Fi ของ DTS สำหรับการสตรีมไฟล์เพลงจากเน็ทเวิร์คผ่านเข้ามาที่ตัว Vena II Play ซึ่งแอพลิเคชั่น DTS Play-Fi ตัวนี้จะทำหน้าที่ดึงไฟล์เพลงที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ตัวหนึ่ง รวมถึงไฟล์เพลงที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ (ฮาร์ดดิส) ของผู้ให้บริการบนอินเตอร์เน็ตไปเล่นที่อุปกรณ์ตัวใดก็ได้ที่เชื่อมต่ออยู่ในเน็ทเวิร์ค Wi-Fi เดียวกัน ซึ่งเป็นการเล่นไฟล์เพลงที่ให้ความสะดวกและยังให้คุณภาพเสียงที่ดีเพราะรองรับการเล่นไฟล์เพลงระดับ Hi-Res Audio ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สูงกว่า CD ได้ด้วย

เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับแอพลิเคชั่น Play-Fi ให้มากขึ้น แนะนำให้เข้าไปอ่านข้อมูลที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้

* DTS Play-Fi คืออะไร.?

ภาพการเชื่อมต่อ Vena II Play เข้ากับเน็ทเวิร์คด้วยสาย Ethernet (สาย LAN)

อันที่จริงแล้ว ทีมงานของ Quad ตั้งใจให้ผู้ใช้ Vena II Play ทำการสตรีมไฟล์เพลงผ่านทางระบบไร้สาย Wi-Fi ซึ่งพวกเขาทำให้มันมีประสิทธิภาพสูงขึ้นจนสามารถสตรีมไฟล์ระดับไฮเรซฯ ได้ แต่ในการใช้งานจริงแล้ว การเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ไร้สายยังมีโอกาสที่อาจจะทำให้ไม่สามารถสตรีมไฟล์ระดับไฮเรซฯ ได้อย่างสะดวกอยู่สองสามประการ อย่างแรกคือระบบเน็ทเวิร์คที่มี bandwidth ไม่มากพอ คือไม่ถึง 1GHz ซึ่งหากมีคอขวดเกิดขึ้นที่อุปกรณ์ในระบบเน็ทเวิร์คช่วงใดช่วงหนึ่ง ก็อาจทำให้การสตรีมไฟล์ไฮเรซฯ เกิดสะดุดได้ ข้อที่สองเป็นเรื่องของระยะห่างที่มากเกินไป หรือมีสิ่งกีดขวางระหว่าง router กับตัวเครื่อง Vena II Plus ซึ่งทำให้การส่งผ่านสัญญาณมีอาการสะดุด ไม่ลื่นไหล หรืออาจจะถึงขั้นหยุดนิ่งได้ ดังนั้น ถ้าต้องการสตรีมไฟล์ผ่านทางระบบไร้สาย Wi-Fi เป็นหลัก คุณต้องจัดเตรียมอุปกรณ์เน็ทเวิร์คที่สามารถส่งผ่านข้อมูลได้สูงๆ ไว้ก่อน อย่างต่ำไม่ควรน้อยกว่า 1Gbps

วิธีที่ผมทดลองแล้วพบว่าได้ผลลัพธ์ดีกว่าทั้งในแง่ของความเสถียรและคุณภาพเสียง ก็คือการส่งสัญญาณเสียงผ่านทางสาย LAN โดยใช้อินพุตช่อง Ethernet ของตัว Vena II Play ในการเชื่อมต่อกับ router เพื่อทำให้ Vena II Play เข้าสู่เครือข่ายเน็ทเวิร์คเดียวกับ NAS หรือ sever บนคอมพิวเตอร์

ในตัว Vena II Play ไม่มีฟังท์ชั่น Media Server ช่อง USB-type-A ที่อยู่บนแผงหลังของ Vena II Play มีไว้ให้ทำการอัพเดตเฟิร์มแวร์เท่านั้น ดังนั้น กรณีที่คุณเก็บไฟล์เพลงไว้ใน external Hardisk ที่ใช้ขั้วต่อ USB คุณไม่สามารถเสียบฮาร์ดิสของคุณเข้าที่ช่อง USB-A ช่องนี้ได้ ถ้าต้องการนำเพลงที่อยู่ในฮาร์ดิสนั้นมาเล่นผ่าน Vena II Play คุณมีทางเลือก 2 ทาง ทางแรกคือเอาฮาร์ดิสของคุณไปเสียบเข้าที่คอมพิวเตอร์ (A) แล้วดาวน์โหลดโปรแกรม Asset UPnP server มาติดตั้งลงไปบนคอมพิวเตอร์ตัวนั้น (ไปดูวิธีปฏิบัติที่นี่) ทางที่สองคือ ไปหาซื้ออุปกรณ์เก็บข้อมูลที่เรียกว่า NAS (Network Attacked Stroage) (B) มาใช้เก็บไฟล์เพลงของคุณ และเชื่อมต่อมันเข้ากับเน็ทเวิร์คเดียวกับ Vena II Play

แอพฯ DTS Play-Fi
และการใช้งานกับ Vena II Play

แอพลิเคชั่น DTS Play-Fi เป็นซอฟท์แวร์เทคโนโลยี ที่ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการสตรีมไฟล์เพลงภายในบ้าน รองรับการสตรีมไฟล์เพลงข้ามพื้นที่ภายในบ้านที่เรียกว่า multi-zone ได้ทั่วถึงทั้งบ้าน (whole-home audio) รองรับการสตรีมผ่านระบบไร้สาย Wi-Fi สามารถสตรีมไฟล์ได้ถึงระดับ Hi-Res Audio อุปกรณ์ทุกชนิดที่ติดตั้งซอฟท์แวร์ DTS Play-Fi จะสามารถสื่อสารเชื่อมโยงการทำงานถึงกันได้อย่างลื่นไหล

ระบบการควบคุมสั่งงานของ DTS Play-Fi กระทำผ่านแอพลิเคชั่นที่ติดตั้งบนอุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีแอพฯ ให้ดาวน์โหลดอยู่ 4 เวอร์ชั่นตามระบบปฏิบัติการณ์ ได้แก่ iOS (จาก App Store), Android (จาก Google Play), Kindle Fires (จาก Amazon) และ Windows PC ซึ่งดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ play-fi.com

หน้าตาแอพฯ DTS Play-Fi

หน้าเปิดของ DTS Play-Fi จะปรากฏขึ้นมาชั่วครู่หลังจากจิ้มลงไปที่ไอค่อนของแอพฯ

เมื่อมี Vena II Play เชื่อมต่ออยู่ในเน็ทเวิร์ควงเดียวกับอุปกรณ์พกพาที่ลงแอพฯ DTS Play-Fi เอาไว้ (ในที่นี้ผมใช้ iPad mini2) เมื่อเปิดแอพฯ ขึ้นมาแล้ว ตัวแอพฯ จะค้นหาอุปกรณ์อัตโนมัติ เมื่อเจอแล้วจะแสดงขึ้นมาให้เราเห็นในหน้านี้ (ลูกศรสีฟ้า) ก่อนเริ่มขั้นตอนต่อไป ให้ใช้ปลายนิ้วแตะตรงเครื่องหมาย Hi-Res Audio ที่เป็นสีเทา (ศรชี้สีชมพู)

เครื่องหมาย Hi-Res Audio จะเปลี่ยนเป็นสีทอง (ศรชี้) แสดงว่าภาค DAC ในตัว Vena II Play ถูกปรับให้รองรับสัญญาณเสียงที่ส่งผ่านเข้าทางอินพุต Ethernet ได้สูงสุดถึงระดับ 24/192 แล้ว จากนั้น ให้จิ้มที่ชื่อ “Vena II” (ศรชี้สีฟ้า) เพื่อเลือกแหล่งเก็บไฟล์เพลง

หน้าจอจะเปลี่ยนมาแสดงเมนูอินพุต เปิดโอกาสให้คุณเลือก source ที่จะใช้สตรีมเพลงมาฟัง จากภาพจะเห็นไอค่อนของผู้ให้บริการสตรีมไฟล์เพลงบนอินเตอร์เน็ตติดตั้งมาในตัวแอพฯ ตัวนี้หลายตัวให้เลือกฟัง อาทิ Deezer, Spotify, TIDAL และ Qobuz และอีกมากรวมถึงแอพ Internet Radio ที่รวบรวมสถานีวิทยุบนอินเตอร์เน็ตจำนวนมากอยู่ในนั้นด้วย ถ้าคุณต้องการฟังเพลงจาก TIDAL หรือ Spotify ก็ให้จิ้มลงไปที่ไอค่อนของผู้ให้บริการเหล่านั้น จากนั้นก็ใส่ username กับ password ที่คุณสมัครใช้งานกับผู้ให้บริการเหล่านั้นก็สามารถใช้งานได้ทันที

ส่วนไฟล์เพลงที่คุณเก็บไว้บน NAS หรือบนฮาร์ดิสที่อยู่บนคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่กับเน็ทเวิร์คเดียวกับ Vena II Play จะถูกรวมอยู่ในไอค่อนที่ชื่อว่า “Media Server” (ศรชี้) ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปได้เลย ต่อไปจะเป็นตัวอย่างการฟังเพลงของผมที่อยู่ใน media server ด้วยแอพฯ DTS Play-Fi

ตัวแอพฯ ใช้เวลาค้นหา server ในเน็ทเวิร์คชั่วครู่ ซึ่งความเร็วในการค้นหาขึ้นอยู่กับสปีดเน็ทเวิร์คของคุณ กับจำนวน media server ที่อยู่ในเน็ทเวิร์คนั้นๆ ส่วนภาพล่างคือจำนวน media server ที่ผมเตรียมไว้สำหรับทดสอบ ด้วยการเอา SSD exrternal Hardisk ที่ผมเก็บไฟล์เพลงไปเสียบเข้าที่คอมพิวเตอร์ Mac mini ของผมซึ่งลงโปรแกรม Asset UPnP server เอาไว้เพื่ออาศัย Mac mini ทำตัวเป็น media server ให้ ในภาพล่างจะเห็นว่าผมทำ media server ไว้บน Asset UPnP จำนวน 2 เซิร์ฟเวอร์ คือ “Asset UPnP: thanee-mac-miniกับ “Asset UPnP: thanee-mac-mini #1ส่วนตัวที่สาม “Linn Songbox [thanee-mac-mini]นั้นเป็นซอฟท์แวร์มีเดีย เซิร์ฟเวอร์อีกตัวที่ติดตั้งอยู่ใน Mac mini ของผม ต้องการฟังเพลงจาก server ไหนก็จิ้มลงไปที่เซิร์ฟเวอร์นั้น ผมทดลองที่ตัวแรก (ศรชี้)

มาถึงหน้านี้คือ แอพฯ เปิดโอกาสให้เราเลือกว่าจะให้โชว์เพลงที่จะเล่นจากเซิร์ฟเวอร์นี้แบบไหน.? ระหว่างโชว์ตามชื่อศิลปิน, โชว์ตามชื่ออัลบั้ม, โชว์ตามชื่อเพลง ฯลฯ ผมเลือกให้โชว์ตามชื่ออัลบั้ม (ศรชี้)

แอพฯ ยังเปิดโอกาสให้เราเลือกโชว์อัลบั้มแบบแบ่งตามช่วงของตัวอักษร เพื่อง่ายต่อการหา ผมเลือกเงื่อนไขแรกคือให้โชว์อัลบั้มทั้งหมดออกมาทีเดียวเลย

ลักษณะการแสดงอัลบั้มเพลงที่อยู่ในฮาร์ดิสของเซิร์ฟเวอร์ที่เลือกโดยมีภาพปกอยู่ด้านหน้า ต้องการฟังอัลบั้มไหนก็จิ้มเลือกได้เลย ผมทดลองเลือกอัลบั้ม Blow By Blow ของ Jeff Beck (ศรชี้)

รายชื่อเพลงในอัลบั้มนั้นจะปรากฏเรียงกันออกมา ต้องการฟังเพลงไหนก็จิ้มเลือกได้เลย ผมเลือกฟังเพลงโปรด “Cause We’ve Ended As Lovers

นี่คือหน้าจอขณะเพลงเล่น สังเกตบรรทัดล่างที่ศรชี้ แสดงฟอร์แม็ตของไฟล์ (WAV) กับสเปคฯ ของสัญญาณที่อยู่ในไฟล์เพลงนั้น ซึ่งจริงๆ แล้ว ไฟล์อัลบั้มนี้ของผมเป็นไฟล์ DSF64 แต่เนื่องจากช่องอินพุต Ethernet ในตัว Vena II Play รองรับได้เฉพาะสัญญาณ PCM สูงสุดที่ 24/192 ซึ่งหากส่งสัญญาณ DSD เข้าไปตรงๆ ตัว Vena II Play จะมองไม่เห็นและไม่สามารถเล่นได้

เนื่องจากตัวโปรแกรม Asset UPnP server มีความสามารถในการแปลงสัญญาณ DSD ให้เป็นสัญญาณ PCM เพื่อให้ Vena II Play สามารถนำไฟล์เพลงไปเล่นได้ ส่วนไฟล์อื่นๆ ที่แพ็คสัญญาณ PCM มา ภาค DAC ในตัว Vena II Play สามารถเล่นได้หมดตั้งแต่ 16/44.1 ไปจนถึง 24/192

นอกจากนั้น แอพฯ DTS Play-Fi บนตัว Vena II Play ยังรองรับการใช้งานฟังท์ชั่นพิเศษที่เป็นระบบมัลติโซนอีกหลายฟังท์ชั่น อย่างเช่น ถ้าคุณมีอุปกรณ์เครื่องเสียงอื่นๆ อาทิเช่น ลำโพงไร้สาย ฯลฯ ที่รองรับ DTS Play-Fi คุณก็สามารถแชร์เพลงจาก Vena II Play ไปเล่นบนอุปกรณ์เหล่านั้น โดยเล่นพร้อมกันได้ด้วยโหมด “Speakers Groupและสามารถสตรีมสัญญาณจากอินพุต Line In ของ Vena II Play ไปยังอุปกรณ์ตัวอื่นที่รองรับ DTS Play-Fi ซึ่งอยู่ในเน็ทเวิร์ควงเดียวกับ Vena II Play ได้ด้วย

ทดลองใช้งานช่องอินพุต USB ของ Vena II Play

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ติดตั้งเน็ทเวิร์คไว้ที่บ้าน ทางทีมงานของ Quad ก็ได้ติดตั้งอินพุต USB มาให้สำหรับรองรับสัญญาณเสียงจากการเล่นไฟล์เพลงด้วยคอมพิวเตอร์ด้วย

คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน๊ตบุ๊คเพื่อเล่นไฟล์เพลงกับช่องอินพุต USB ของ Vena II Play ได้ทั้งคู่ ซึ่งช่องอินพุต USB ของ Vena II Play เป็นมาตรฐาน USB 2.0 หากคุณใช้คอมพิวเตอร์พีซีที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ Windows ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่น Windows XP, Windows 7, Windows 8 หรือ Windows Vista คุณต้องลงไดเวอร์พิเศษของ Quad ที่ชื่อว่า “IAG USB Audio 2.0” (*download) มาติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ของคุณซะก่อน เพื่อปลดล็อคให้ช่อง USB ของ Vena II Play รองรับสัญญาณ Hi-Res ได้ถึงระดับ 384kHz (PCM) และ DSD128 ส่วนคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ Mac ไม่ว่าจะเป็น Mac mini, MacBook Pro หรือ MacBook Air ซึ่งใช้ OS X คุณไม่ต้องลงไดเวอร์ ขอแค่โปรแกรมเล่นไฟล์เพลงที่คุณใช้รองรับการเล่นไฟล์ PCM ได้ถึง 384kHz และ DSD ได้ถึง DSD128 ก็พอ

ผมทดลองใช้คอมพิวเตอร์ MacBook Pro เล่นไฟล์เพลงด้วยโปรแกรม roon โดยให้โปรแกรม roon ตรวจเช็คความสามารถของช่องอินพุต USB ของ Vena II Play พบว่า มันสามารถรองรับสัญญาณ PCM ไปได้สูงถึง 384kHz จริงๆ และรองรับบิตข้อมูลได้ถึง 32bit ด้วย ส่วนสัญญาณ DSD ก็รองรับได้ถึง DSD128

จากการทดลองเล่นด้วยไฟล์เพลงตัวอย่างที่ผมดาวน์โหลดมาจากเว็บไซต์ของ 2L ซึ่งมีสเปคฯ เท่ากับ 24bit / 352.8kHz เป็นงานบรรเลงเปียโนของ Jan Gunner Hoff ชื่อว่า “Livingปรากฏว่า อินพุต USB ของ Vena II Play สามารถรับสัญญาณเพลงแทรคนี้เข้าไปแปลงเป็นอะนาลอกออกมาให้ฟังได้อย่างลื่นไหล เสียงออกมาใสปิ๊ง เสียงเปียโนกังวานลึก ตัวเสียงและฮาร์มอนิกออกมาฉ่ำน่าฟัง และเมื่อลองเล่นไฟล์ DSF เพลง “House Of The Rising Sunของ Cyndee Peters & Eric Bibb จากฝีมือการบันทึกเสียงของค่ายไฮเอ็นด์ Opus3 ที่แพ็คมาด้วยสัญญาณ DSD128 ปรากฏว่า อินพุต USB ของ Vena II Play ก็สามารถรองรับได้ ให้เสียงออกมาใสและกังวาน น่าฟัง

ถ้าเทียบกันแล้ว การเล่นไฟล์ PCM 24/352.8 ผ่านอินพุต USB ของ Vena II Play ให้เสียงโดยรวมออกมาดีกว่าการเล่นไฟล์ DSF128 ผ่านอินพุต USB ของ Vena II Play ซึ่งเสียงจากไฟล์ DSF128 จะออกมาบางและไดนามิกไม่กว้างเท่าไฟล์ PCM 24/352.8 (หรือไฟล์ DXD) แต่ก็ยังสรุปตายตัวไม่ได้ว่าเป็นเพราะภาค DAC ของ Vena II Play หรือเป็นเพราะตัวไฟล์เพลงเอง ซึ่งไฟล์ DSF128 เพลง “House Of The Rising Sunของค่าย Opus3 นั้นเป็นไฟล์เพลงที่ได้มาจากการ remastered มาจากมาสเตอร์เทปที่ค่าย Opus3 บันทึกไว้นานมากแล้ว ลักษณะเสียงที่ออกมาบางๆ และอ่อนน้ำหนัก ขาดไดนามิกนั้นอาจจะเป็นผลมาจากการรีมาสเตอร์ก็เป็นได้ ส่วนไฟล์เพลง DXD 24/352.8 ของค่าย 2L นั้นเป็นเพลงที่บันทึกขึ้นมาใหม่ อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เสียงจากไฟล์ DXD 24/352.8 ของเพลง “Livingให้คุณภาพเสียงโดยรวมออกมาดีกว่าก็เป็นได้

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองแทรคนี้ทำออกมาได้เหมือนกัน นั่นคือ ความใสของพื้นเสียงที่เหนือกว่าไฟล์ PCM และ DSD ที่มีสเปคฯ ต่ำกว่าทั้งหมด มันเป็นความใสในระดับที่ทำให้รู้สึกเหมือนเสียงดนตรีในสองแทรคนี้เกิดขึ้นภายในห้องฟังบัดเดี๋ยวนั้น มันอยู่ร่วมในบรรยากาศเดียวกันกับห้องฟังที่เรานั่งฟังอยู่ คือเชื่อมโยงบรรยากาศของเพลงเข้ากับบรรยากาศของห้องฟังได้อย่างกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน เป็นความโปร่งและใสของพื้นเสียงในระดับที่ต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง.!!

ทดลองใช้งานช่องอินพุต Bluetooth

ลักษณะการใช้งานระบบไร้สายของ Vena II Play

ต้องยอมรับว่า คนฟังเพลงยุคนี้มีความชื่นชอบการฟังเพลงผ่านทาง Bluetooth มากขึ้น คงเพราะใช้งานง่ายนี่เอง ส่วนคุณภาพเสียงนั้น แม้ว่าในอดีตจะไม่ได้ดีมาก แต่เมื่อกลายมาเป็นรูปแบบที่คนส่วนใหญ่ชอบ การฟังเพลงผ่าน Bluetooth จึงได้รับความสนใจจากผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียง ทุ่มเทการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับที่ต้องยอมรับว่า คุณภาพเสียงของ Bluetooth ในปัจจุบันดีกว่ายุคแรกๆ มาก

ผู้ผลิตเกือบทุกเจ้าได้ยึดเอา Bluetooth เข้ามาเป็นอินพุตมาตรฐานของอุปกรณ์ประเภท All-in-One และอินติเกรตแอมป์ยุคใหม่ๆ เกือบทุกตัว รวมทั้ง Vena II Play ของ Quad ตัวนี้ด้วย

ผมทดลองใช้ iPhone 7 เล่นไฟล์เพลงด้วยแอพฯ Onkyo HF Player แล้วส่งสัญญาณดิจิตัลไปที่ Vena II Play ทาง Bluetooth เสียงออกมาไม่เลวเลย! ดีกว่าที่ผมคาดมาก ถึงแม้ว่า iPhone 7 จะไม่ได้รองรับการเข้ารหัสด้วย aptX แต่การเข้ารหัสด้วย AAC ก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เสียงออกมาโอ่อ่าและเปิดกว้าง อิมเมจขยายใหญ่ มีฐานเบสออกมาอุ้มพื้นเสียงช่วยทำให้เกิดความฉ่ำในระดับพอดีๆ แม้ว่ารายละเอียดระดับไมโครดีเทลจะขาดหายไปเมื่อเทียบกับฟังไฟล์เดียวกันผ่านอินพุต Network และอินพุต USB แต่ถ้าไม่ได้ตั้งใจฟังแบบตั้งสมาธิเพื่อเก็บเกี่ยวรายละเอียดของเพลงกันอย่างเต็มที่ ผมว่าเสียงจากอินพุต Bluetooth ของ Vena II Play ก็ถือว่าโอเคเลยกับการฟังแบบลำลอง

ทดลองใช้งานเอ๊าต์พุตหูฟังของ Vena II Play

เอ๊าต์พุต 4.5V ของช่องหูฟังก็ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะมันสามารถทำให้เจ้าหนืด HD650 สามารถลุกขึ้นมาร้องเพลงเพราะๆ ได้ ภาคขยายหูฟังของ Vena II Play สามารถถ่ายทอดบุคลิกเด่นทางด้านเสียงกลางของ HD650 ให้ปรากฏออกมาได้ แม้ว่าจะยังไม่ถึงระดับดีที่สุดที่ผมได้ยินจาก HD650 แต่ก็พอรับได้ แต่ถ้าถ้าวัดกันที่ค่าเฉลี่ยทุกด้าน ผมพบว่า ภาคขยายหูฟังของ Vena II Play จับมือกับ K702/65th ของ AKG ได้ผลลัพธ์ออกมาดีกว่า เสียงทั้งหมดเปิดโปร่งกว่า ไดนามิกสวิงได้กว้างกว่า แม้ว่าเนื้อเสียงจะไม่หนาเท่ากับตอนขับ HD650 แต่ก็ฟังแล้วออกแนวสดใสมากกว่า ถ้าเน้นเพลงหลายแนวโดยเฉพาะแนวใหม่ๆ น่าจะชอบตอนจับกับ K702/65th มากกว่า แสดงว่าภาคขยายหูฟังของ Vena II Play ไม่ค่อยชอบหูฟังที่มีอิมพีแดนซ์สูงๆ

ทดลองใช้งานช่องอินพุต Phono ของ Vena II Play

ภาคขยายหัวเข็มของ Vena II Play มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ ผมทดลองฟังด้วยหัวเข็ม MC High ของ Benz Micro รุ่น MC20E ซึ่งเป็นหัวเข็มเดียวที่ผมมีอยู่ ซึ่งให้เกนเอ๊าต์พุตต่ำกว่าสเปคฯ ที่ Vena II Play แนะนำไว้ 0.5mV (เอ๊าต์พุต MC20E = 2mV) เสียงที่ออกมาเปิดกว้างดี แต่อ่อนไดนามิกไปนิด เป็นบุคลิกที่ผมไม่ชอบฟัง จากการทดลองฟังครั้งนี้ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่า ภาคขยายหัวเข็มที่ Vena II Play ตัวนี้ต้องการเกนของหัวเข็มค่อนข้างสูง ถ้าคุณต้องการคุณภาพจากช่องอินพุต Phono ของ Vena II Play ตัวนี้ ขอแนะนำว่าคุณควรเตรียมหัวเข็มที่มีเกนเอ๊าต์พุตเกิน 3mV ขึ้นไป ซึ่งหาง่ายหน่อยก็คงจะเป็นหัวเข็ม MM หรือถ้าจะเล่นหัวเข็ม MC ก็คงต้องหาสเต็ปอัพฯ มาช่วยเพิ่มเกน

สรุป

Vena II Play เป็นอินติเกรตแอมป์ที่ทำคะแนนได้สูงลิบสำหรับเกณฑ์การวัดผลของผม ทั้งในแง่ของ ฟังท์ชั่นใช้งานที่จัดเต็มมาก รองรับครบทุกรูปแบบการใช้งาน ส่วนทางด้าน คุณภาพเสียงก็ทำได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน มันตอบสนองความต้องการได้ทั้งในลักษณะของการ ฟังเล่นเน้นสะดวกจากการสตรีมด้วย Bluetooth ก็ให้เสียงออกมาได้ดีกว่าที่คาด (เพราะภาคขยายมันยอดเยี่ยม!) ไปจนถึงการฟังแบบเอาจริง ตั้งใจเสพสาระของดนตรีแบบขุดลงไปถึงแก่น Vena II Play ก็สนองตอบได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ที่ต้องชมกันให้หนักคือมันเตรียมอินพุตดิจิตัลระดับคุณภาพของยุคสมัยมาให้ใช้ครบ ทั้งการสตรีมผ่านเน็ทเวิร์คด้วยแอพลิเคชั่น DTS Play-Fi ที่ให้ทั้งความสะดวกและคุณภาพเสียงที่เยี่ยมยอด เล่นไฮเรซฯ PCM ไปได้สูงถึง 24/192 ขาดแค่ DSD ที่ยังไม่รองรับ DoP แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดของ Vena II Play เพราะภาค DAC ของมันมีความสามารถรองรับได้สูงกว่านั้น ถ้าคุณต้องการเล่นไฟล์เพลง PCM ที่สูงไปถึงระดับ DXD 24/352.8 และอยากจะฟังเสียงของสัญญาณ DSD64 และ DSD128 คุณก็สามารถเล่นไฟล์ขั้นมหาเทพเหล่านั้นผ่าน Vena II Play ได้เหมือนกัน โดยอาศัยช่อง USB เป็นอินพุต ซึ่งเสียงที่ออกมาแทบจะไม่ต้องบรรยายกันให้เมื่อยปาก.!!

หลังจบการทดสอบไปแล้ว ต้องขอย้ำอีกทีว่า อย่าประเมินกำลังขับของ Vena II Player ตัวนี้ผิดไป อย่าไปมองว่าตัวเลข 45W ต่อข้างของมันเป็นตัวเลขที่น้อยนิด ขอให้ได้มีโอกาสลองฟังเสียงของมันก่อนเถอะ… แล้วคุณจะต้องร้อง ว้าวว.. กับเสียงของอินติเกรตแอมป์มหัศจรรย์ตัวนี้.!!! /

********************
ราคา : 32,900 บาท / เครื่อง (โปรโมชั่น)
********************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
. HiFi Tower
โทร. 02-881-7273-5

facebook: @hifitowerShop
Line ID: @hifitower

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า