roon core, roon remote, roon endpoint, roon ready ทั้งหมดนี้คืออะไร.? สัมพันธ์กันอย่างไร.?

วันก่อนมีเพื่อนนักเล่นฯ มีข้อสงสัยถามเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องของ “Roon Readyคือ เขาสงสัยว่า external DAC ที่เขาใช้อยู่ระบุว่าเป็น Roon Ready แต่เพราะเหตุใด.? เมื่อเปิดแอพฯ roon บนสมาร์ทโฟนเพื่อจะเล่นไฟล์เพลงด้วยแอพ roon บนสมาร์ทโฟน แต่ทำไมเขาจึงไม่สามารถเชื่อมต่อกับ external DAC ได้.??

ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องของ “Roon Readyเอาไว้แล้ว ในนั้นอธิบายอย่างละเอียดลงไปถึงพื้นฐานของระบบของ roon ด้วย แนะนำให้เข้าไปอ่านทำความเข้าใจที่ ลิ้งค์นี้

บทความนี้ผมจะขออนุญาตอธิบายหลักการทำงานของ roon อีกครั้ง เพื่อเชื่อมโยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างคำเรียกสามสี่ชื่อที่เกี่ยวข้องกับ roon นั่นคือ roon core, roon remote, roon endpoint และ roon ready

วิธีคิดเบื้องต้น อยากจะให้คุณท่องไว้ในใจว่า roon คือระบบซอฟท์แวร์ ที่ประกอบด้วยส่วนของซอฟท์แวร์ 3 ส่วนที่ทำงานเกี่ยวข้องกัน ได้แก่ control apps, core และ outputs โดยมี “coreเป็นเสมือนศูนย์บัญชาการ คล้ายๆ โปรแกรม Operating System หรือ OS ของคอมพิวเตอร์ คอยรับคำสั่งจาก control apps แล้วทำการรวบรวมรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับเพลงนั้นๆ (1) อาทิเช่น ชื่อเพลง, ชื่อศิลปิน, ชื่ออัลบั้ม, เวลาทั้งหมดของเพลงนั้นๆ, ภาพปกอัลบั้ม ฯลฯ จัดส่งไปให้ “control appsนำพารายละเอียดเหล่านั้นขึ้นไปโชว์บนจอของฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่เป็น roon remote (2) ส่วน สัญญาณเสียงของเพลงนั้นๆ จะถูก core จัดส่งไปให้กับ “outputsเพื่อทำการแปลงให้ออกมาเป็นสัญญาณอะนาลอก (3) ก่อนส่งให้กับแอมปลิฟายเพื่อขยายออกลำโพงเป็นเสียงให้เราฟัง
——————–
(1) ไฟล์เพลงแต่ละไฟล์จะมีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ สัญญาณเสียง” (signal) กับ ข้อมูลเฉพาะของเพลงนั้นๆ” (metadata)
——————–
(2) แสดงว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคอะไรก็ตามที่จะเอามาทำหน้าที่เป็น roon remote จะต้องมีจอดีสเพลย์ด้วย อย่างเช่น สมาร์ทโฟน, แท็ปเล็ต, คอมพิวเตอร์ที่ต่อสัญญาณจากการ์ดจอออกไปที่จอ
——————–
(3) แสดงว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคที่จะทำหน้าที่เป็น “roon endpointของระบบ roon จะต้องมีภาค DAC อยู่ในตัวเพื่อใช้ในการแปลงสัญญาณดิจิตัลให้ออกมาเป็นสัญญาณอะนาลอก
——————–

รวมร่าง = ซอฟท์แวร์ + ฮาร์ดแวร์

เมื่อ roon ทั้งระบบคือซอฟท์แวร์ ซึ่งเปรียบเหมือนมันสมอง ในการทำงานจริง roon จึงต้องการฮาร์ดแวร์เพื่อให้สามารถทำงานแทนแขนขาของระบบ เมื่อเป็นอย่างนี้ เรามาดูกันซิว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคประเภทไหนที่จะมีคุณสมบัติทำหน้าที่เป็นฮาร์ดแวร์ให้กับซอฟท์แวร์ทั้ง 3 ส่วนของระบบ roon ได้

roon core

เมื่อพิจารณาจากหน้าที่ในส่วนของซอฟท์แวร์ core ตามที่เกริ่นมาข้างต้น จะเห็นว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคฮาร์ดแวร์ที่จะทำหน้าที่เป็น roon core ได้ จะต้องมีความสามารถสูงมากในการประมวลผล คือต้องมี CPU หรือ Processor ที่มีประสิทธิภาพสูงฝังเป็นมันสมองอยู่ในตัว เป็นคุณสมบัติที่ตรงกันกับคอมพิวเตอร์มากที่สุด ซึ่งทางกายภาพนั้น อาจจะเป็นฮาร์ดแวร์ที่อยู่ในรูปของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะก็ได้ หรือจะเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คก็ได้ แต่การที่ core ซึ่งอยู่ในสถานะของซอฟท์แวร์ จะเข้าไปทำงานประสานกับฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่มีคอมโพเน้นต์จำนวนมากทำงานร่วมกันได้ จำเป็นต้องคุยผ่าน ตัวกลางที่คอยประสานระหว่างคอมโพเน้นต์ทั้งหมดในคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็คือ ระบบปฏิบัติการณ์” (หรือ Operation System = OS) ของคอมพิวเตอร์นั้นๆ นั่นเอง (4)
——————–
(4) นี่คือเหตุผลที่ซอฟท์แวร์ core ของ roon จึงต้องมีหลายเวอร์ชั่น ทั้ง Windows, OS X และ Linux
——————–

กลับไปพิจารณาภาพประกอบด้านบนอีกที จะเห็นว่า บนพื้นที่สีฟ้านั้นคือกลุ่มของฮาร์ดแวร์ที่ลงโปรแกรม core ของ roon เพื่อทำหน้าที่เป็น “roon coreซึ่งประกอบด้วยฮาร์ดแวร์ 3 กลุ่มหลักๆ นั่นคือ คอมพิวเตอร์แมคอินทอชที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ OS X ของแอปเปิ้ล ซึ่งอาจจะเป็น Mac mini, Macbook ทั้ง Air และ Pro ได้หมด, คอมพิวเตอร์พีซีที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ Windows ของไมโครซอฟท์ ทั้งพีซีแบบตั้งโต๊ะ (desktop) ต่อเองจากพันธ์ทิพย์ หรือซื้อสำเร็จของแบรนด์ต่างๆ หรือจะใช้โร๊ตบุ๊คพีซีแบรนด์ไหนๆ ก็ได้ แต่ขอให้มีสเปคฯ ไม่ต่ำกว่าข้อกำหนดของ roon เท่านั้น

ในกลุ่มของ roon core จะมีฮาร์ดแวร์ตัวหนึ่งรวมอยู่ในนั้น ชื่อว่า “roon nucleusเป็นคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ขนาดเล็กที่ทางทีมงานผู้ให้กำเนิดโปรแกรม roon สร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ และต้องการสร้าง roon core ขึ้นมา จริงๆ แล้ว roon nucleus ก็คือคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบและปรับจูนมาให้ใช้งานกับโปรแกรม core ของ roon โดยเฉพาะนั่นเอง เป็นการการันตีทางด้าน compatibility และผลการทำงานของซอฟท์แวร์ core ที่เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด (5)
——————–
(5) ด้วยเหตุที่ roon nucleus เป็นฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำหน้าที่เป็น roon core ได้ เพราะฝังซอฟท์แวร์ core อยู่ในตัวมาแล้ว แต่ถูกล็อคเอาไว้ การจะเปิดใช้งานได้ คุณต้องสั่งซื้อไลเซนต์จาก roonlabs เพื่อเอา password มาเปิดใช้งาน
——————–
roon remote

กลับไปรูปด้านบนอีกที ตรงพื้นที่สีแดงทางขวาบน นั่นคือกลุ่มของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการเล่นไฟล์เพลงและปรับตั้งฟังท์ชั่นต่างๆ ของโปรแกรม core ที่อยู่บนตัวฮาร์ดแวร์ roon core บนพื้นที่สีฟ้า ด้วยลักษณะการทำงานของอุปกรณ์ในส่วนนี้ที่คล้ายกับรีโมทไร้สายของทีวี หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคอื่นๆ ทางทีมงานของ roonlabs จึงตั้งชื่อฮาร์ดแวร์ในส่วนนี้ว่า “roon remote

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของฮาร์ดแวร์ที่จะทำหน้าที่เป็น roon remote ได้จะต้องมีจอแสดงผล และจะต้องมีสเปคฯ ตรงตามที่ roonlabs กำหนดไว้ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ฮาร์ดแวร์ตัวนั้นสามารถทำงานตามความสามารถของซอฟท์แวร์ “control appsได้อย่างสมบูรณ์นั่นเอง

คุณสมบัติอีกอย่างของฮาร์ดแวร์ที่จะทำหน้าที่เป็น roon remote ได้จะต้องมี Wi-Fi เพื่อให้สามารถสื่อสารกับซอฟท์แวร์ core ที่ฝังอยู่ในตัว roon core ได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องต่อสาย เมื่อพิจารณาถึงตรงนี้ คุณจะเห็นว่า คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน๊ตบุ๊คก็เข้าข่ายที่จะใช้ทำเป็น roon remote ได้เหมือนกัน เพราะมันเป็นฮาร์ดแวร์ที่มีคุณสมบัติครบทั้งสองข้อข้างต้น คือมีจอแสดงผลในตัว และมีระบบสื่อสารไร้สายผ่าน Wi-Fi ด้วย (6)
——————–
(6) นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ roonlabs ต้องพัฒนาโปรแกรม control apps ออกมาหลายเวอร์ชั่น มีทั้งที่รองรับ Android. IOS, OS X และ Windows
——————–
roon endpoint

พื้นที่สีม่วงที่อยู่ด้านล่างของรูปประกอบข้างบนนั้นคืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่เป็น “roon endpointปราการด่านหลังสุดของระบบ roon ซึ่งจะรองรับสัญญาณเสียงจาก core ที่เป็นผลผลิตภายใต้การสั่งงานจากซอฟท์แวร์ control apps ที่อยู่ในฮาร์ดแวร์ roon remote

สัญญาณ digital audio ที่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ roon endpoint รับมาจากอุปกรณ์ roon core จะถูกนำส่งไปที่ภาค DAC (D-to-A converter) ในตัวอุปกรณ์ roon endpoint เพื่อแปลงให้ออกมาเป็นสัญญาณอะนาลอกแล้วนำส่งไปที่แอมปลิฟาย ขยายออกลำโพง จากลักษณะการทำงานแบบนี้ ทำให้พอประเมินได้ว่า อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็น roon endpoint ได้ จะต้องมีภาค DAC ในตัว หรือถ้าไม่มี DAC ในตัว ก็ต้องมีคุณสมบัติในการที่ยอมให้ roon core ใช้เป็นเส้นทาง ส่งผ่าน” (7)(8) สัญญาณเสียงดิจิตัลไปที่ อุปกรณ์ต่อพ่วงอีกชั้นที่มีภาค DAC ในตัว
——————–
(7) ก็คืออุปกรณ์ประเภท Network Bridge นั่นเอง ตัวอย่างเช่น dCS รุ่น Network Bridge, Opera Audio รุ่น X5 MK II และ X5 pro MK II (REVIEW)
——————–
(8) อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เป็น roon endpoint บางตัวที่มีฟังท์ชั่น digital out ก็มีคุณสมบัติเป็น network bridge ไปด้วยในตัว
——————–
Roon Readynetwork players
& “Roon TestedDACs

Roon Readyคืออะไร.? จากดูจากรูปข้างบน คุณจะเห็นว่า คำว่า “Roon Readyไปปรากฏอยู่บนตัวอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ทำหน้าที่เป็น “roon endpointทั้งหมด เพราะอะไร.?

ถ้าพิจารณาในสถานะของฮาร์ดแวร์ จะเห็นว่า อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เป็น roon endpoint จะเชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์ที่เป็น roon core ได้ 3 ช่องทาง คือ ทางสาย USB, ทางเน็ทเวิร์คผ่านสาย Ethernet และทางเน็ทเวิร์คผ่านคลื่นไร้สาย Wi-Fi ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ roon core กับอุปกรณ์ roon endpoint มีอยู่ 2 อย่าง นั่นคือ นำส่งสัญญาณ digital audio จากอุปกรณ์ roon core ไปที่อุปกรณ์ roon endpoint และใช้เป็นช่องทางสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ทั้งสอง

ซอฟท์แวร์ที่ใช้ควบคุมการนำส่งสัญญาณ digital audio จากอุปกรณ์ roon core ไปที่อุปกรณ์ roon endpoint ก็คือซอฟท์แวร์ “outputsซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ชุดหลังสุดของห่วงโซ่ระบบ roon นั่นเอง แต่เนื่องจากการออกแบบภาค DAC ของอุปกรณ์เครื่องเสียงที่เรียกว่า external DAC ของแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันมากมาย โดยเฉพาะในแง่ของการ optimization หรือ การปรับจูนประสิทธิภาพของภาค DACให้ได้ผลลัพธ์ทางเสียงออกมาดีที่สุด ซึ่งเอนจิเนียร์ของแต่ละยี่ห้อต่างก็มีเทคนิคเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ในฐานะของคนออกแบบซอฟท์แวร์อย่าง roonlabs ทราบดีว่า ผลลัพธ์ในการทำงานของซอฟท์แวร์จะออกมาดีแค่ไหนต้องสัมพันธ์กับประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ด้วย หมายความว่า ถ้าผู้ออกแบบซอฟท์แวร์สามารถล่วงรู้ขีดความสามารถ หรือข้อจำกัด หรือจุดเด่นที่เป็นความต้องการเฉพาะเจาะจงของผู้ออกแบบฮาร์ดแวร์ external DAC ตัวนั้น ผู้เขียนซอฟท์แวร์ (ก็คือ ทีมงานของ roonlabs) ก็จะสามารถปรับจูนการทำงานของซอฟท์แวร์ outputs ของ roon ให้ทำงานสอดประสานกับ external DAC ตัวนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หรือให้คำแนะนำผู้ผลิต external DAC ตัวนั้นๆ ให้ปรับจูนการทำงานให้สอดคล้องกับซอฟท์แวร์ของ roon ให้มากที่สุด นี่คือที่มาของโปรแกรมพิเศษที่ทาง roonlabs ตั้งขึ้นมา และให้ชื่อว่า “Roon partner programs

Roon Readynetwork audio

โปรแกรม Roon partner programs มีอยู่ 2 ระดับ คือ “Roon Readyกับ “Roon Testedซึ่งอุปกรณ์เครื่องเสียงที่มีภาค DAC ในตัวที่ต้องการเข้าโครงการปรับปรุงให้อุปกรณ์ของตนมีคุณสมบัติเป็น “Roon Readyซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่า จะต้องส่งเครื่องไปให้ทีมงานของ roon ทำการทดสอบเพื่อติดตั้งโปรแกรม RAAT (Roon Advanced Audio Transport) ลงไปในตัวเครื่อง เพื่อให้ฮาร์ดแวร์ในตัว external DAC ตัวนั้นทำงานร่วมกับซอฟท์แวร์ outputs บนตัว roon core ให้ได้ประสิทธิภาพในการเล่นไฟล์เพลงสูงสุด ทำงานร่วมกันได้อย่างลื่นไหลทุกฟังท์ชั่น และให้คุณภาพเสียงออกมาดีที่สุดเท่าที่ภาค DAC ในตัวอุปกรณ์นั้นๆ สามารถให้ได้

Roon Tested” DACs

เป็นโครงการที่ทาง roonlabs ทำการทดลองใช้งานภาค DAC ของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ส่งเข้าไปให้วิศวกรของ roonlabs ทำการตรวจสอบ และให้คำแนะนำผู้ผลิตในการปรับจูนเพื่อให้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถทำงานร่วมกับซอฟท์แวร์ outputs ของอุปกรณ์ roon core ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในขณะเดียวกัน ทาง roonlabs ก็จะส่งซอฟท์แวร์ roon ให้กับทางผู้ผลิตอุปกรณ์เหล่านั้นได้ทดลองใช้งานร่วมกับฮาร์ดแวร์ของตัวเองด้วย เป็นโครงการณ์ที่แชร์ประสบการณ์ในการใช้งานร่วมกัน เพื่อร่วมกันพัฒนาการทำงานระหว่างซอฟท์แวร์ของ roon กับซอฟท์แวร์+ฮาร์ดแวร์ของผู้ผลิตแต่ละเจ้าที่เข้าร่วมโครงการนั่นเอง /

***************
บทความที่เกี่ยวข้องกัน
Roon Ready คืออะไร.? จำเป็นแค่ไหนที่ external DAC ของคุณควรจะมีคุณสมบัติเป็น Roon Ready
roonlabs รุ่น nucleus และ nucleus+ > มิวสิค เซิร์ฟเวอร์ ซิสเต็ม

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า