ช่วยวิเคราะห์หน่อยครับ.. ระหว่างรุ่น QX-2 กับรุ่น ZX-2 เลือกตัวไหนดี.?

คนนี้ชอบลำโพง Mission มานานแล้ว กำลังคิดจะเลือกซื้อลำโพงยี่ห้อนี้ ตั้งงบไว้ ไม่เกิน 30,000 บาท และเจาะจงขอเป็นลำโพงวางหิ้งเท่านั้น เขาบอกว่า เข้าไปดูในเว็บไซต์แล้ว พบว่ารุ่นที่เขาสนใจและอยู่ในงบคือรุ่น ZX-2 แต่เผอิญไปเห็นรีวิวจากเว็บไซต์ของ What’s Hi-Fi? UK ให้คะแนนรุ่น ZX-2 ไว้แค่ 3 ดาว ในขณะที่ให้คะแนนรุ่น QX-2 มากถึง 5 ดาว ทั้งๆ ที่รุ่น QX-2 มีราคาต่ำกว่า ZX-2.?

ผู้ถามบอกว่า เห็นแบบนี้ทำให้รู้สึกเขว เลยอยากรู้ว่า ถ้าเปลี่ยนเบนเข็มไปที่รุ่น QX-2 จะดีกว่ามั้ย.? และการที่ What’s Hi-Fi? UK ให้คะแนนทดสอบรุ่น ZX-2 ออกมาต่ำกว่า QX-2 แบบนี้ แสดงว่า QX-2 ดีกว่า ZX-2 ใช่หรือเปล่า.? ฝากมาให้ผมช่วยวิเคราะห์หาคำตอบให้หน่อย

แค่เปิดเว็บฯ ดู จะไปตัดสินอะไรได้…

ผมใช้เวลาหาข้อมูลของลำโพงสองรุ่นนี้ทางเว็บไซต์อยู่พักหนึ่ง ได้อะไรมาไม่มากนัก ข้อมูลที่พบก็คือ ZX-2 เป็นรุ่นที่อยู่ในซีรี่ย์ ใหญ่กว่ารุ่น QX-2 แม้ว่าทั้ง QX-2 และ ZX-2 ต่างก็อยู่ในลำดับที่สองของแต่ละอนุกรมเหมือนกัน ทว่า อนุกรม ZX ถูกจัดอยู่ในลำดับชั้นที่สูงกว่าอนุกรม QX ซึ่งในเว็บไซต์ของ Mission เองก็แจกแจงรายละเอียดเอาไว้ชัดเจนว่าในการออกแบบนั้น รุ่น ZX-2 ใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงกว่า ด้วยเหตุนี้ ถ้าเอา ZX-2 กับ QX-2 มาฟังเทียบกัน รุ่น ZX-2 ควรจะ “ต้อง” ให้คุณภาพเสียงออกมา ดีกว่ารุ่น QX-2 เพราะเป็นรุ่นที่ใหญ่กว่า

จริงๆ แล้ว ผมก็พอจะเข้าใจลักษณะการพิจารณาให้ดาวของผู้ทดสอบของ What’s Hi-Fi? UK นะ คือเนื่องจากราคาของ QX-2 กับ ZX-2 ต่างกันเกือบสองเท่า (349 ปอนด์ vs. 749 ปอนด์) ผมเดาว่า ผู้ทดสอบคงจะประเมินประสิทธิภาพของลำโพงสองคู่นี้ด้วยการเอา “ราคา” เป็นตัวตัดสิน ด้วยการเอาราคาแต่ละคู่ไปเทียบกับลำโพงยี่ห้ออื่นๆ ที่มีระดับราคาพอๆ กัน ในความหมายก็คือ QX-2 ได้รางวัล 5 ดาวเมื่อเทียบกับลำโพงยี่ห้อรุ่นอื่นๆ ที่มีราคาพอๆ กัน ซึ่งอาจจะในกลุ่มที่มีราคาไม่เกิน 500 ปอนด์ ในขณะที่ ZX-2 อาจจะถูกเปรียบเทียบกับลำโพงยี่ห้อรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มที่มีราคาไม่เกิน 800 ปอนด์.. อะไรแบบนี้ พูดง่ายๆ คือ เขาคงไม่ได้เอา QX-2 กับ ZX-2 มาฟังเปรียบเทียบกันตรงๆ แล้วให้ดาวเลย เพราะถ้าคุณติดตามการรีวิวให้ดาวของ What’s Hi-Fi? UK มาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่า ทาง What’s Hi-Fi? UK มักจะเอาข้อมูลในส่วนของ ราคามาเป็นเกณฑ์หลักในการแบ่งกลุ่มเสมอ

เพราะฉนั้น คุณจึงไม่ควรจะเอาจำนวนดาวที่ What’s Hi-Fi? UK ให้กับอุปกรณ์เครื่องเสียงที่มี ระดับราคาต่างกันมาเป็นตัวตัดสินเปรียบเทียบกัน เพราะมันเป็นผลที่ได้จากการเปรียบเทียบกันคนละกลุ่มระดับราคา ลองคิดเชิงตรรกะพื้นๆ ดูก็ได้ สมมุติว่า ลำโพงที่มีราคาหลักหมื่นแต่ได้ดาว 5 ดาว กับลำโพงราคาหลักแสนแต่ได้ดาวแค่ 3 ดาว คุณคิดว่าลำโพงคู่ไหน (ควรจะ) ให้คุณภาพเสียงดีกว่ากัน.?

แล้วระหว่าง ZX-2 กับ QX-2 ล่ะ.? ตัวไหนเสียงดีกว่ากัน

ถ้าให้ตอบโดยใช้คอมม่อนเซ้นต์ ก็ต้องตอบว่า ZX-2 เสียงดีกว่า QX-2 อย่างแน่นอน ด้วยเหตุผล 2 ข้อ ข้อแรกคือ ทั้งสองเป็นลำโพงจากผู้ผลิตแบรนด์เดียวกัน และเหตุผลข้อที่สองก็คือ ZX-2 อยู่ใน Series ที่สูงกว่า QX-2 ซึ่งคงไม่มีผู้ผลิตรายไหนที่ทำให้สินค้าที่อยู่ในซีรี่ย์สูงกว่ามีคุณภาพแย่กว่าสินค้าที่อยู่ในซีรี่ย์ต่ำกว่าแน่ๆ โดยที่ทั้งสองเป็นสินค้าที่ออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่ได้ห่างกันมากๆ แบบซีรี่ย์เก่ากับซีรี่ย์ใหม่

จริงมั้ย.? และดีกว่าแค่ไหน.? อยากรู้คงต้องขอยืมมาทดลองฟังเทียบกันครับ..

Mission รุ่น QX-2

เป็นลำโพงสองทางวางขาตั้ง หนึ่งในสองรุ่นที่อยู่ในซีรี่ย์ QX ของ Mission

Mission รุ่น ZX-2

เป็นลำโพงสองทางวางขาตั้ง หนึ่งในสองรุ่นที่อยู่ในซีรี่ย์ ZX ของ Mission

ดูจากรูปพรรณสัญฐานและองค์ประกอบแวดล้อมต่างๆ ก็พอจะมองเห็นชัดว่า รุ่น ZX-2 ควรจะให้เสียงดีกว่ารุ่น QX-2 ประจักษ์พยานที่ชัดเจนมากที่สุดอยู่ที่ตัวไดเวอร์มิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์ แม้ว่าลำโพงทั้งสองรุ่นนี้จะใช้ไดเวอร์มิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์ที่ดีไซน์คล้ายๆ กัน มีขนาดใกล้เคียงกัน คือรุ่น QX-2 ใช้มิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์ขนาด 6.5 นิ้ว ในขณะที่ ZX-2 ใช้มิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์ที่มีขนาด 5.25 นิ้ว เล็กกว่านิดนึง แต่ ZX-2 ใช้ไดเวอร์มิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์ถึง 2 ตัวต่อหนึ่งข้าง ในขณะที่ QX-2 ใช้แค่ตัวเดียว แน่นอนว่า เสียงกลางลงมาถึงล่างทั้งหมดของลำโพงสองคู่นี้จะต้องออกมาต่างกันมาก

ดูจากสเปคฯ เทียบกัน นอกจากมิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์แล้ว ตัวทวีตเตอร์ที่ใช้ก็เป็นแบบเดียวกัน ขนาดเท่ากัน ความไวก็ไม่ต่างกันมาก ห่างกันแค่ 1dB, อิมพีแดนซ์เท่ากันเป๊ะคือ 8 โอห์ม อิมพีแดนซ์ต่ำสุดของ QX-2 ลงได้ต่ำกว่า 0.2 โอห์ม, ที่น่าสังเกตคือ ความถี่ตอบสนอง (สีเขียว) ซึ่งน่าแปลกมาก.!!! ทั้งๆ ที่ QX-2 ใช้ไดเวอร์มิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์แค่ตัวเดียว แต่ดันตอบสนองความถี่ได้กว้างกว่ารุ่น ZX-2 โดยเฉพาะลงไปทางต่ำได้มากกว่าคือ 44Hz ในขณะที่รุ่น ZX-2 ลงไปได้แค่ 45Hz ทั้งๆ ที่ ZX-2 ใช้ไดเวอร์มิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์มากถึง 2 ตัว..??

ถ้าให้เดา ผมคิดว่า การใช้ไดเวอร์มิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์มากถึง 2 ตัวของ ZX-2 เหมือนจะไม่ได้ตั้งใจให้ไดเวอร์สองตัวนั้นปั๊มเบสออกมาเยอะๆ จึงกำหนดพิสัยในการตอบสนองความถี่ด้านล่างมาแค่ 45Hz ไม่ได้พยายามกดลงไปให้ต่ำกว่านั้น (เหตุผลอีกด้านหนึ่งคงเพื่อให้ใช้งานเป็นลำโพง surround ในระบบโฮมเธียเตอร์ได้ด้วยนั่นเอง – ในเว็บไซต์ของ Mission บอกไว้) นั่นก็หมายความว่า ทางด้านทุ้มของ ZX-2 คงจะตอบสนองลงไปไม่ได้ลึกกว่ารุ่น QX-2 ถ้างั้น.. การใช้มิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์ถึงสองตัวจะได้ประโยชน์อะไร.? เดาไม่ยาก ประโยชน์ที่ควรจะได้ก็คือ ความหนาแน่นกับ รายละเอียดของความถี่ในย่านกลางนั่นเอง

สเปคฯ อีกตัวที่ผมสนใจ นั่นคือ Max. SPL หรือ “ความดังสูงสุดที่ทำได้” ซึ่งรุ่น ZX-2 ทำได้ถึง 110dB มากกว่ารุ่น QX-2 ถึง 15dB (รุ่น QX-2 ทำได้สูงสุด 95dB) พูดง่ายๆ ก็คือ ZX-2 สามารถทนแรงอัดตอนเปิดดังมากๆ ได้ดีกว่า QX-2 หรืออีกนัยก็คือ ZX-2 สามารถรองรับการสวิงไดนามิกได้กว้างกว่า QX-2 นั่นทำให้ ZX-2 เอื้อประโยชน์ให้กับการใช้งานในระบบโฮมเธียเตอร์ได้ดีกว่ารุ่น QX-2 นั่นเอง และเมื่อนำ ZX-2 ไปใช้ฟังเพลงในระบบสเตริโอ 2 แชนเนล ด้วยคุณสมบัติทางด้าน dynamic range ที่สามารถสวิงได้กว้างกว่าของ ZX-2 จึงทำให้ได้ dynamic contrast ของเสียงที่กว้างกว่า ซึ่งก็คือได้รายละเอียดของเสียงในย่านกลางที่มากกว่านั่นเอง

ผลจากการทดลองฟัง

ผมเข้าไปรับ QX-2 กับ ZX-2 มาจากร้านไฮไฟ ทาวเวอร์และนำมาทดลองฟังสลับไปสลับมากับชุดเครื่องเสียงต่างๆ นานเกินเดือนแล้ว พอจะจับแนวทางของลำโพงทั้งสองคู่นี้ได้แล้ว

สิ่งแรกที่รู้สึกได้ก่อนเลยคือ QX-2 แม็ทชิ่งง่ายกว่า ZX-2 ให้โทนัลบาลานซ์ที่สมดุล ฟังง่าย ไม่ค่อยเกี่ยงกำลังขับของแอมป์ ผมทดลองขับกับอินติเกรตแอมป์เล็กๆ อย่าง Creek Audio รุ่น 4330 ที่ให้กำลังขับ 40W ต่อข้าง ก็ให้เสียงออกมาได้ดี เสียงของวงดนตรีเล็กๆ ออกมาดีน่าฟัง เพลงร้องและเพลงบรรเลงประเภทแชมเบอร์มิวสิคฟังดีมาก ลองขยับมาเป็น Arcam รุ่น SA20 (REVIEW) ภาคขยาย class G ที่มีกำลังขับข้างละ 90W มากขึ้นมาอีกขั้น ปรากฏว่าเสียงที่ได้ก็ดีขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์ ทุกด้านของเสียงถูกยกระดับขึ้นมาอีกขั้น โดยเฉพาะการแยกแยะรายละเอียดของเสียงดีขึ้นมาก เสียงทุ้มมีฐานที่อิ่มหนามากขึ้น เวทีเสียงแผ่กว้างออกไปมากขึ้น และสุดท้ายไปจบลงที่ปรีแอมป์ Audible Illusion รุ่น Modulus 3A + เพาเวอร์แอมป์ยี่ห้อ Absolute Audio Labs รุ่น PCF-25 แอมป์ที่ใช้วงจรขยาย Class A กำลัง 25W ซึ่งก็ได้คุณภาพเสียงที่ขยับสูงขึ้นไปอีกระดับ

หลังจากลองฟัง QX-2 จนจับทางมันได้แล้ว ผมก็ทดลองเปลี่ยนมาฟัง ZX-2 บ้าง กับอุปกรณ์เครื่องเคราชุดเดียวกับที่ฟังกับ QX-2 ทำให้ผมได้เห็นถึง พฤติกรรมทางไฟฟ้าและได้สดับถึงรสชาติน้ำเสียงของมัน โดยเปรียบเทียบกับ QX-2 ได้อย่างชัดเจน

หลังจากลองฟัง ZX-2 กับอินติเกรตแอมป์ Creek และ Arcam ทั้งสองตัวผ่านไป ผมก็ได้เห็นถึงลักษณะเฉพาะตัวของ ZX-2 เลาๆ แล้ว ความชัดเจนประการแรกก็คือ ZX-2 บริโภคกำลังของแอมป์มากกว่า QX-2 อย่างชัดเจน คือตอนขับด้วย Creek 4330 มันฟ้องเลยว่า เสียงที่ออกมาไม่ปลดปล่อยเต็มที่เหมือนตอนขับ QX-2 โดยเฉพาะเสียงทุ้มจะมีลักษณะบางและหลวม เนื้อเบสไม่อิ่มหนาเท่ากับตอนขับ QX-2 แต่ที่รู้สึกว่าคู่ Creek 4330 + ZX-2 ทำออกมาได้ดีกว่าคู่ Creek 4330 + QX-2 คือเสียงกลางที่มีรายละเอียดดีกว่า ผมรู้สึกได้ถึงลักษณะการออกอักขระของนักร้องในแต่ละพยางค์ที่ชัดเจนมากกว่า อีกทั้งรับรู้ได้ถึงลักษณะการควบคุมน้ำหนักในการผ่อนเบาย้ำหนักของแต่ละคำร้องได้ขัดกว่า ซึ่งคู่ Creek 4330 + QX-2 ปล่อยรายละเอียดเหล่านี้ออกมาแบบรวบรัดไปนิด

เมื่อขยับมาเป็น Arcam SA20 ความเข้าใจของผมตั้งแต่แรกก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น เสียงเบสที่ผมรู้สึกว่าเป็นจุดอ่อนของ ZX-2 ตอนขับกับ Creek 4330 ปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น หัวเสียงมีขมวดขึ้นรูปมากขึ้น รับรู้ถึงหัวโน๊ตเบสได้ชัดขึ้น แต่กระนั้น ในใจก็ยังอยากได้บอดี้ของเบสกับหางของเสียงเบสที่แผ่ยาวและทิ้งตัวอิ่มหนามากกว่านี้อีกหน่อย ในขณะเดียวกัน เมื่อเจอกับแอมป์ที่มีกำลังมากขึ้น ผมรู้สึกได้ว่า ZX-2 ปลดปล่อยเสียงออกมาได้เต็มที่มากขึ้น อาการหุบๆ ของเวทีเสียงที่ผมสังเกตได้ตอนขับด้วย Creek 4330 เริ่มจางหายไปแล้ว เมื่อเร่งเสียงให้ดังขึ้น ผมพบว่า เสียงโดยรวมของ ZX-2 ฟังดีขึ้นมาก.! อือมม.. ตรงนี้ทำให้ผมตั้งข้อสังเกตว่า ZX-2 ต้องการให้เรา อัดมันมากหน่อย และเมื่อผมลองอัดมันด้วยการขยับวอลลุ่มของ Arcam SA20 ขึ้นไปอีกหน่อย เวทีเสียงก็เปิดอ้าถ่างออกไปรอบด้านมากขึ้น อาการอั้นๆ เหนียมๆ ของเสียงกลางก็หายไป มือกลอง, มือเบส และนักร้องมีอิสระในการสวิงลีลามากขึ้น น้ำหนักเสียงดีขึ้นมาก รับรู้ถึงการกระแทกน้ำหนักของนักดนตรีที่กระทำกับเครื่องดนตรีของพวกเขาได้ชัดขึ้น สามารถแกะรายละเอียดหัวโน๊ตออกมาได้ชัดขึ้นมาก บางเสียงนั้นได้ยินแล้วทำให้นึกภาพออกเลยว่า นักดนตรีกำลังทำอะไรกับเครื่องดนตรีของพวกเขา

เมื่อเปลี่ยนแอมป์มาเป็นคู่ปรี+เพาเวอร์ฯ M3A + PCF-25 เสียงที่ได้ยินก็ขยับไปอีกแบบ อย่างแรกคือเวทีเสียงแผ่ขยายออกไปมากขึ้น ปลายเสียงแหลมทอดหางเสียงออกไปมากขึ้น พลิ้วและกังวานมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ผมรู้สึกว่าหัวเสียงอิมแพ็คที่เป็นสัมผัสแรกขณะที่นักดนตรีกระทำกับเครื่องดนตรีลดความย้ำเน้นลงไปนิดนึง คือในแง่รายละเอียดยังคงชัดเจนอยู่ คือฟังแล้วเห็นภาพว่านักดนตรีกำลังทำอะไรกับเครื่องดนตรีของเขา แต่รู้สึกว่าการย้ำเน้นน้ำหนักในแอ๊คชั่นที่กระทำมันลดลง ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นผลมาจากกำลังขับของเพาเวอร์แอมป์ที่ต่ำกว่า Arcam SA20 นั่นเอง

ในย่านเสียงกลางมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปหลังจากเปลี่ยนจาก SA20 มาเป็นคู่ M3A + PCF-25 คือผมพบว่า บอดี้ของเสียงร้องและเครื่องดนตรีอะคูสติกในทุกเพลงที่ฟังมันมีขนาดของอิมเมจ (ตัวเสียง) ที่อวบใหญ่ขึ้น เนื้อหนาขึ้น และที่สำคัญคือความลื่นไหลที่ดีขึ้นมาก นี่คงเป็นมรรคผลที่ได้มากจากวงจรขยาย class A นั่นเอง

สรุปการวิเคราะห์ของผม

หลังจากฟังเทียบกันระหว่างลำโพงทั้งสองรุ่นนี้แล้ว ผมได้ข้อสรุปออกมา 2 ข้อ ดังนี้

QX-2 ไม่กินวัตต์ ขับง่าย จัดสมดุลเสียงมาดี ให้ปริมาณทุ้มกลางแหลมที่ลงตัวพอดีๆ เบสมีไม่ขาดแคลน รายละเอียดตลอดทั้งย่านเกลี่ยออกมาได้ดีพอสมควร ไม่เน้นแจกแจงย่านใดย่านหนึ่งโดยเฉพาะ

ZX-2 เป็นลำโพงที่ต้องการกำลังขับและคุณภาพของแอมป์ที่สูงหน่อย เมื่อเจอกับแอมป์ที่มีกำลังขับน้อยเกินไป มันจะสูญเสียโทนัลบาลานซ์ได้ง่าย เบสจะบาง หัวเบสไม่หนัก และในบางครั้งอาจจะขาดมวลที่หนาแน่น แต่กลางแหลมให้รายละเอียดที่ดีมาก คอนทราสน์ไดนามิกดีกว่า QX-2 อย่างชัดเจน และมันจะฉายแววที่ดีขึ้นมากเมื่อขับกับแอมป์ที่มีกำลังขับสูงๆ

ZX-2 เป็นลำโพงที่ให้คุณภาพเสียงออกมา เหนือกว่าและมีความเป็นมอนิเตอร์มากกว่า รุ่น QX-2 แต่ขับยากกว่ามาก (น่าแปลก.! ทั้งๆ ที่ในสเปคฯ แจ้งความไวสูงกว่า QX-2 ซะด้วยซ้ำไป!) ต้องการการแม็ทชิ่งที่ละเอียดมากกว่า ผมพบว่า การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เสริมในซิสเต็มส่งผลกับเสียงของ ZX-2 ชัดกว่า QX-2 พอสมควร อย่างเช่น สายไฟเอซี และสายลำโพง ผมไม่แปลกใจ ถ้าคุณอาจจะได้ยินเสียงของ ZX-2 ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจในบางกรณี ซึ่งเดาได้เลยว่า แอมป์อาจจะเล็กเกินไป, สายลำโพงไม่ดีพอ, เซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงไม่ลงตัว หรือแม้แต่เปิดวอลลุ่มเบาเกินไป ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น..!!

หมายเหตุ : ในตอนท้ายของการทดสอบลำโพงสองคู่นี้ ผมได้รับอุปกรณ์เสริมที่ใช้รองใต้เครื่องเสียงและใช้รองใต้ลำโพงมาทดสอบ ผมได้ทดลองวางรองใต้ QX-2 แล้วได้ผลลัพธ์ที่ชวนตื่นตะลึงมาก.. หลังจากสรุปผลการวิเคราะห์ครั้งนี้แล้ว ผมจะขอยืมตัว QX-2 มาทดสอบเดี่ยวๆ อีกครั้ง /

**************************
ขอขอบคุณ . ไฮไฟทาวเวอร์ (Facebook: HifitowerShop)
ที่กรุณาส่งลำโพง Mission สองคู่นี้มาให้ทดลองฟังเพื่อวิเคราะห์ในครั้งนี้

Mission : QX-2 ราคา = 18,900 บาท / คู่
Mission : ZX-2 ราคา = 29,000 บาท / คู่

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า