รีวิวเครื่องเสียง Monitor Audio รุ่น Bronze 100 ลำโพงสองทางวางขาตั้ง

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นลำโพงสองทางวางขาตั้งที่ใช้ไดเวอร์มิดเร้นจ์/เบสที่มีขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว! เอะ.. แต่จะว่าไปแล้ว ลองย้อนกลับไปดูในอดีตที่ผ่านๆ มา ลำโพงสองทางวางขาตั้งที่ใช้มิดเร้นจ์/เบสขนาด 8 นิ้วก็ใช่ว่าจะมีอยู่เยอะ มันก็หายากอยู่เหมือนกันนะ..

Monitor Audioเพื่อเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน!

โดยส่วนตัวผมมีประสบการณ์กับลำโพงจากประเทศอังกฤษยี่ห้อ Monitor Audio นี้มาตั้งแต่เริ่มเล่นเครื่องเสียงไม่นาน ส่วนตัวผมมีสะสมลำโพงยี่ห้อไว้หนึ่งตัว รุ่น Monitor Audio One Gold ตอนนี้ฝากน้องคนหนึ่งดูแลอยู่ มันเป็นลำโพงมหัศจรรย์คู่หนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจ ที่มาของ Monitor Audio One Gold คู่นั้นยังปรากฏชัดเจนอยู่ในความทรงจำของผม วันที่ได้มันมาวันนั้น จริงๆ แล้วเป็นวันที่ผมตัดสินใจจะไปอุ้ม ProAc Tablette จากร้าน RPG แถวแยกวัดตึก ผมไปกับเพื่อนที่เป็นนักเล่นฯ คนหนึ่ง เราช่วยกันฟังซึ่งตอนนั้นผมเองยอมรับว่ายังฟังจับประเด็นอะไรไม่เก่ง แต่หลังจากนั่งฟัง Tablette อยู่นานส่วนตัวผมเองมีความรู้สึกว่าไม่ชอบ มันเป็นความรู้สึกที่บอกยาก เหมือนกับว่า พอตั้งใจฟังเพลงแล้วมันมีอะไรบางอย่างมาดึงความสนใจจากเพลงที่พยายามฟังอยู่ตลอดเวลา มันเป็นความรู้สึกที่ผลักผมออกห่างจากเพลงที่ผมชอบ (ผมหยิบแผ่นซีดีของผมเองไปลองฟังด้วย)

ผมรู้สึกเองอยู่ในใจแบบนั้น แต่ก็ไม่มั่นใจ เพราะคนขายคอยบอกผมตลอดว่า มิติมันดีมาก คุณสังเกตมั้ย.? ผมก็เออออไปกับเขา แต่ในใจนั้นมันติดค้างความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้ผมไม่กล้าตัดสินใจซื้อ สุดท้ายแล้ว คนที่มาช่วยให้มั่นใจก็คือเพื่อนนักเล่นที่ไปด้วยกัน คือพอคนขายถามความเห็นของเขาว่าฟังแล้วเป็นไงบ้าง.? เขาตอบไปว่า เสียงแหลมมันบางและคมไปหน่อยนะครับ! นั่นมันตรงกับสิ่งที่ผมรู้สึกและอยากจะบอกแต่พูดไม่ถูก สรุปคือ วันนั้นผมไม่ได้เสียเงินไปกับ ProAc Tablette

จากนั้น ผมกับเพื่อนก็ออกจากร้านแล้วนั่งรถเมล์ย้อนกลับไปห้างไดมารู ราชดำริอาเขต ไปไล่ฟังลำโพงตัวเล็กๆ เพราะช่วงนั้นคือช่วงที่ผมกำลังสนใจเรื่องมิติเสียง ผมรู้สึกทึ่งกับเสียงที่หลุดออกมานอกตู้ ซึ่งผมว่ามันมหัศจรรย์มากที่ลำโพงตัวเล็กๆ สามารถจำลองวงดนตรีให้ลอยออกมาเต้นแร้งเต้นกาในอากาศได้ และที่ร้านสหวิทยุ บนห้างไดมารู วันนั้น ผมก็ได้เจอกับ Monitor Audio One Gold คู่ที่ว่านั้น หลังจากทดลองฟังแล้ว ผมพบว่ามันไม่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่ฟัง ProAc Tablette ผมเลยตัดสินใจอุ้ม Monitor Audio One Gold กลับบ้าน ..

Monitor Audio Bronze 100
สะใจกับวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว!

หลังจาก Monitor Audio One Gold แล้ว ผมก็ได้มีโอกาสผ่านมือกับลำโพง Monitor Audio ไปอีกสองรุ่น นั่นคือ Monitor 7 และ Studio 10 จำได้ติดตากับทวีตเตอร์ชุบสีทองอร่ามตา ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ฟังติดหูจนเก็บไปฝังใจเลยว่า ถ้าชอบเสียงแหลมหวานๆ เนื้อละเอียดๆ ต้องทวีตเตอร์สีทองเท่านั้น!

Studio 10 อยู่กับผมนานเกือบสองปี จากนั้นผมก็ห่างเหินจากแบรนด์นี้ไปตั้งแต่นั้น เป็นสิบปีแล้วที่ไม่ได้คลุกคลีกับลำโพงยี่ห้อนี้อีกเลย วันนี้เข้าไปดูไลน์ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้พบว่าปัจจุบันเขาขยายไลน์ออกไปเยอะมาก ถ้าเป็นประเภทลำโพงดูหนัง+ฟังเพลงรูปแบบเดิมๆ ที่เรียกว่า “Hi-Fi Speakerก็มีให้เลือกมากถึง 6 ซีรี่ย์ ไล่จากซีรี่ย์บนลงมาก็คือ Platinum II, Gold, Silver, Bronze 6G, Monitor และ Studio ซึ่งรุ่น Bronze 100 ที่ผมได้รับมาทดสอบครั้งนี้อยู่ในซีรี่ย์ “Bronze 6Gอยู่ในระดับกลางๆ ของแบรนด์นี้ ก่อนจะไปเจาะรายละเอียดในการออกแบบ เราไปสำรวจเรือนร่างของลำโพงคู่นี้กันก่อน

สัดส่วนตัวตู้ + ไดเวอร์ที่ใช้

ตัวตู้ของ Bronze 100 มาในทรงสี่เหลี่ยมที่มีหน้ากว้าง 231 มิลลิเมตร (ประมาณ 9 นิ้วนิดๆ) x สูง 376 มิลลิเมตร (ประมาณ 14 นิ้วนิดๆ) และลึก 325 มิลลิเมตร (ประมาณ 12 นิ้วนิดๆ) ถือว่าเป็นลำโพงสองทางวางขาตั้งที่มีตัวตู้ขนาดกลางๆ ไม่เล็กและก็ไม่ใหญ่ บนแผงหน้าก็มีแค่ไดเวอร์สองตัว คือทวีตเตอร์ขนาด 25 มิลลิเมตร (1 นิ้ว) กับไดเวอร์เบส/มิดเร้นจ์ขนาด 8 นิ้ว อย่างละตัว

เคล็ดลับในการทำให้เสียงในย่าน กลางลงไปทุ้มกับเสียงในย่าน กลางขึ้นไปแหลมของลำโพง Monitor Audio มีความกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันไม่ได้อยู่ที่การปรับจูนวงจรเน็ทเวิร์คเพื่อหาจุดตัดที่ลงตัวระหว่างไดเวอร์ทั้งสองเท่านั้นนะ เพราะจุดนั้นมันแค่ทำให้ความถี่ที่เป็น fundamental หรือหัวอิมแพ็ค (สัมผัสแรก) ของโน๊ตดนตรีที่ตกอยู่ในย่านความถี่บริเวณที่เป็นจุดตัดมันกลมกลืนกันเท่านั้นเอง แต่ถ้าไดเวอร์ทั้งสองตัว คือทวีตเตอร์กับเบส/มิดเร้นจ์ให้บุคลิกของ โครงสร้างฮาร์มอนิก” (Harmonic Structure) ที่ต่างกัน เสียงโดยรวมที่ออกมาก็จะไม่กลมกลืนกันทั้ง 100% ประมาณว่า อิมแพ็คคมแต่บอดี้เบลอ ทำนองนั้น

วิธีที่ Monitor Audio ใช้แก้ปัญหาที่ว่านี้ก็คือ เลือกใช้วัสดุประเภทเดียวกันในการทำทวีตเตอร์และเบส/มิดเร้นจ์นั่นอง พวกเขาใช้หลักคิดที่ว่า วัสดุแต่ละชนิดในโลกนี้ต่างก็มี “object’s resonance frequencyที่แตกต่างกัน เมื่อนำวัสดุนั้นไปขึ้นรูปเป็นไดอะแฟรม มันจะแสดงลักษณะของฮาร์มอนิกออกมาเป็นแพลทเทิ้นที่แตกต่างกันเมื่อถูกกระตุ้นด้วยความถี่เดียวกัน ซึ่งโครงสร้างเรโซแนนซ์ของวัสดุเหล่านี้จะเข้าไปผสมปนเปกับความถี่เสียงที่ป้อนเข้าไปให้ไดเวอร์ตัวนั้นสร้างเป็นคลื่นเสียงออกมา ซึ่งผู้ออกแบบลำโพงจะต้องทำการขจัดเรโซแนนซ์ แพลทเทิ้นที่เกิดจากตัววัสดุที่ใช้ทำไดเวอร์ออกไป เพื่อให้ความถี่เสียงที่ไดเวอร์สร้างออกมามีแต่คลื่นเสียงที่ถูกป้อนเข้าไปเท่านั้น

ดังนั้น ถ้าไดเวอร์ทั้งสองตัวถูกสร้างขึ้นด้วยวัสดุประเภทเดียวกัน ก็จะง่ายกว่าสำหรับผู้ออกแบบลำโพงที่จะทำการขจัดเรโซแนนซ์ของไดเวอร์ทั้งสองออกไปจากระบบได้อย่างหมดจด ซึ่งจะเห็นภาพชัดถ้าลองนึกถึงว่า ไดเวอร์ทั้งสองตัวถูกสร้างขึ้นด้วยวัสดุคนละประเภท อย่างเช่น โดมทวีตเตอร์ทำด้วยโลหะ ในขณะที่กรวยของเบส/มิดเร้นจ์ทำด้วยโพลีพรอพโพลีน แบบนี้คงยากสำหรับคนออกแบบลำโพงที่จะสามารถขจัด object’s resonance frequency/pattern ออกไปได้หมด โดยไม่กระทบกับสัญญาณเสียงที่ป้อนเข้าไป

ไดอะแฟรมของทั้งทวีตเตอร์และเบส/มิดเร้นจ์ที่ใช้ในรุ่น Bronze 100 และรุ่นอื่นๆ ในซีรี่ย์เดียวกันนี้ สร้างขึ้นด้วยวัสดุพิเศษที่ทาง Monitor Audio ตั้งชื่อเรียกไว้ว่า C-CAM มาจาก Ceramic-Coated Aluminium Magnesium ซึ่งเป็นวัสดุพิเศษที่เริ่มต้นคิดค้นมาจากอุตสาหกรรมการบิน ใช้ทำเครื่องยนต์ของเครื่องบินเจ็ท เนื่องจากมันมีคุณสมบัติที่เหมาะสมคือ เบาแต่แกร่ง และเหมาะกับใช้ทำไดอะแฟรมของไดเวอร์ลำโพงด้วย คือน้ำหนักเบา ไม่กินกำลังเยอะ ทำให้ช่วงสัญญาณเบาๆ ก็สามารถขยับตัวสร้างคลื่นเสียงออกมาได้ ส่วนความแกร่งนั้นได้ประโยชน์ในแง่ทนกำลังขับได้สูง รองรับช่วงพีคของสัญญาณทรานเชี้ยนต์ได้ดี ซึ่งไดอะแฟรม C-CAM เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1991 และมีการปรับปรุงมาตลอด

ถ้าคุณพิจารณาไปที่ตัวทวีตเตอร์ของลำโพงรุ่นนี้ จะเห็นว่า ตัวไดเวอร์ทวีตเตอร์มันถูกฝังอยู่ใต้ตะแกรงที่ปรุเป็นรูทรง 6 เหลี่ยม (hexagonal) ที่ปิดทับอยู่ด้านหน้า แกะออกไม่ได้ด้วย และถ้าขยับเข้าไปใกล้ๆ อีกนิด จะเห็นว่า รูที่เป็นรูปหกเหลี่ยมนั้นจะมีลักษณะกระจายตัวแบบไม่เป็นระเบียบ ซึ่งนั่นไม่ใช่ดีไซน์เพื่อความเก๋ไก๋นะครับ (เผอิญว่ามันดูเก๋ไก๋ด้วย) แต่เป็นความจงใจของคนออกแบบ เพื่อผลทางด้านคุณภาพเสียงเป็นสำคัญ

จากตะแกรงที่ครอบอยู่ด้านหน้าของโดมทวีตเตอร์ลงไปจะมีลักษณะโค้งมน คล้ายปากแตรตื้นๆ (ดูภาพประกอบด้านบน) ซึ่งทางวิศวกรที่ออกแบบลำโพงยี่ห้อนี้เรียกมันว่า Uniform Dispersion (UD) Waveguide ลักษณะการผายของปากแตรกับระยะความสูงก่อนถึงตะแกรงได้ถูกคำนวนมาอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดผล 3 ประการต่อเสียง อย่างแรกคือ “Even dispersion characteristics” – เป็นการคุมมุมกระจายเสียงในแนวนอกแกน (off-axis) เพื่อขยายจุด sweet spot ให้กว้างขึ้น คือไม่จำเป็นต้องนั่งตรงกลางระหว่างลำโพงทั้งสองข้างก็จะได้โทนัลบาลานซ์ของเสียงที่สมดุลใกล้เคียงกับตำแหน่ง sweet spot นั่นเอง

อย่างที่สองคือ “Improved time alignment” – เป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพทางด้าน time alignment เพื่อให้ความถี่เสียงตลอดทั้งย่านที่สร้างขึ้นโดยไดเวอร์ทั้งสองตัวเดินทางมาถึงตำแหน่งนั่งฟังพร้อมกัน เนื่องจากตำแหน่งติดตั้งตัวทวีตเตอร์จะจมลงไปจากแผงหน้าเข้าไป ทำให้เซ็นเตอร์ของทวีตเตอร์เข้าไปอยู่ในแนวเดียวกับเซ็นเตอร์ของตัวเบส/มิดเร้นจ์ ทำให้ได้คุณสมบัติทางด้าน timing ของเสียงย่านกลางขึ้นไปแหลมที่ออกมาจากทวีตเตอร์กับย่านกลางลงมาต่ำที่ออกมาจากเบส/มิดเร้นจ์มีความสอดคล้องทางด้าน เวลาซึ่งกันและกัน และผลอย่างที่สามก็คือ “Lower crossover frequency for wider directivity” – คือผลจากการใช้เทคนิค UD waveguide ที่ทวีตเตอร์ ทำให้สามารถลดจุดตัดความถี่ที่ตอนทวีตเตอร์ให้ต่ำลงมาหาตัวเบสมิดเร้นจ์ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับรุ่น Bronze 100 กับรุ่น Bronze 500 ที่ใช้ไดเวอร์เบสมิดเร้นจ์ขนาด 8 นิ้ว คือทำให้มุมกระจายเสียงของความถี่ต่ำที่ตรงออกมาจากตัวเบส/มิดเร้นจ์ถูกขยายให้กว้างขึ้นหลังจากแบ่งการกระจายความถี่ในบางย่านไปให้ตัวทวีตเตอร์ช่วย

นี่คือหน้าตาของไดเวอร์เบส/มิดเร้นจ์ขนาด 8 นิ้วที่บรรจุอยู่ในลำโพง Monitor Audio รุ่น Bronze 100 ตัวนี้ ซึ่งทำด้วยเทคโนโลยี C-CAM แบบเดียวกับไดอะแฟรมของทวีตเตอร์ สังเกตที่ไดอะแฟรมไม่มี dustcap ทำให้เนื้อวัสดุของไดอะแฟรมเป็นเนื้อเดียวกันทั้งชิ้น ปราศจากความเพี้ยนที่เกิดจากบิดตัวของไดอะแฟรม (bending distortion) เมื่อมีการขยับตัวเดินหน้าถอยหลังขณะทำงาน

ขอบยาง (ศรชี้) ที่ยึดโยงไดอะแฟรมเข้ากับโครงของไดเวอร์เบส/มิดเร้นจ์ทำด้วยยางยืดหยุ่นที่หล่อมาเป็นทรงโค้งครึ่งวงกลมแบบโค้งเข้าด้านใน ซึ่งพฤติกรรมในแง่สรีระจะให้ความกระชับเก็บตัวมากกว่าแบบที่โค้งออกมาด้านหน้า ดูเป็นเหตุเป็นผลที่นำมาใช้กับไดอะแฟรมของไดเวอร์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว

แผงหน้าของ Bronze 100 มีความหนาถึง 1.5 .. ช่วยเพิ่มความแกร่ง ลดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นขณะที่ตัวเบส/มิดเร้นจ์ทำงาน ตรงนี้น่าจะมีส่วนทำให้มิติโฟกัสของเสียงมีความนิ่ง ไม่วูบวาบ

ขั้วต่อสายลำโพง

ตัวตู้ของ Bronze 100 ทำงานในโหมด open-port system ติดตั้งท่อระบายอากาศขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตร (2 นิ้ว) ที่ผิวด้านในของปลอกท่อที่ทำด้วยพลาสติกมีการบากเป็นเส้นๆ คล้ายลักษณะของท่อปากกระบอกปืน (ทางผู้ผลิตตั้งชื่อเรียกเทคนิคนี้ว่า HiVe II Port System) ช่วยให้อากาศไหลเวียนเข้าออกได้เร็วขึ้น จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของเสียงเบสไปในตัว และยังช่วยลดเสียงรบกวนที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างมวลอากาศกับผิวของปลอกพลาสติกที่ทำเป็นท่อไปในตัวอีกด้วย

ตัวขั้วต่อสายลำโพงผนึกมาในเบ้าพลาสติก แยกขั้วต่อออกเป็น 2 ชุด เชื่อมโยงเข้าหากันด้วยแท่งจั๊มเปอร์ที่ทำด้วยโลหะชุบทอง ตัวขั้วต่อเป็นแบบบายดิ้งโพสต์ เชื่อมต่อสายลำโพงได้หลายรูปแบบ ทั้งสายเปลือยเสียบต่อ หรือจะผ่านขั้วต่อสายทั้งแบบแกนบานาน่าและขั้วต่อแบบหางปลาก็ได้หมด

สเปคฯ และแนวทางการแม็ทชิ่ง

เห็นตัวเลขสเปคฯ หลักๆ ของลำโพงคู่นี้แล้วบอกตรงๆ ว่ารู้สึกสบายใจ เพราะแทบทุกตัวเลขมันสะท้อนให้เห็นว่า Bronze 100 คู่นี้ไม่ใช่ลำโพงขับยาก และมันไม่ต้องการกำลังขับจากแอมป์มากมายอะไรนัก เริ่มจากตัวเลข Recommended Amplifier Requirements (สีแดง) หรือกำลังขับของแอมป์ที่ลำโพงคู่นี้ต้องการอยู่ที่ 30 – 100W ซึ่งเป็นตัวเลขกำลังขับที่ชิลมาก! ทนกำลังขับได้สูงสุดอยู่ที่ 100W (สีเหลือง) ถ้าคำนวนหากำลังขับ อย่างต่ำที่คาดหวังว่าน่าจะขับได้เต็มที่ตามสูตรของผมก็คือ กำลังขับสูงสุดที่แนะนำ x 75%” = 100 x 75 หารด้วย 100 = 75W ต่อข้าง” และเมื่อย้อนไปดูที่ตัวเลขอิมพีแดนซ์ของลำโพงคู่นี้ พบว่าอยู่ที่ 8 โอห์ม (สีเขียว) และสวิงลงต่ำสุดอยู่ที่ 4.5 โอห์ม (สีฟ้า) นั่นก็หมายความว่า ช่วงพีคสุดๆ ของลำโพงคู่นี้จะกินกำลังขับประมาณ 2 เท่าของกำลังขับที่แนะนำไว้ นั่นคือ วัตต์พีคจะอยู่ที่ 60 – 200W ที่ 4 โอห์ม นั่นก็หมายความว่า แอมป์ที่เหมาะสมกับลำโพงคู่นี้ควรจะให้ กำลังสำรองประมาณ 2 เท่า สมมุติว่า แอมป์ที่ใช้ให้กำลังขับอยู่ที่ 75W ที่ 8 โอห์ม ควรจะต้องให้วัตต์พีคได้สูงเกือบถึง 150W เมื่ออิมพีแดนซ์ลดลงไปอยู่ที่ 4.5 โอห์ม

ในทางปฏิบัติ ถ้าหาแอมป์ที่มีกำลังขับ 75W ที่ 8 โอห์ม และ 150W ที่ 4 โอห์ม ไม่ได้ หรือถ้าแอมป์ไม่ระบุกำลังขับที่โหลด 4 โอห์ม แนะนำให้เลือกแอมป์ที่มีกำลังขับระหว่าง 75 – 100W ที่โหลด 8 โอห์มก็พอไหว เพราะความไวของลำโพงคู่นี้ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางคือ 87dB/W/m (สีม่วง) ไม่ดื้อมาก แต่ถ้าจะให้ชัวร์ไปเลย ก็เลือกแอมป์ที่มีกำลังขับ 100W ที่ 8 โอห์ม และไปถึง 200W ที่ 4 โอห์ม การันตีว่าขับได้หมดจดแน่นอน!

ผมเริ่มต้นด้วยการจับคู่ Bronze 100 กับอินติเกรตแอมป์รุ่น Vena II Play ของ Quad (REVIEW) ซึ่งมีกำลังขับแค่ 45W ที่ 8 โอห์ม เพื่อจะพิสูจน์ดูว่าลำโพง Bronze 100 คู่นี้ เชื่องแค่ไหน.? ขับยากหรือง่าย ซึ่งในสเปคฯ ของ Bronze 100 แนะนำกำลังขับต่ำสุดไว้ว่าเริ่มที่ 30W ถ้า Vena II Play สามารถขับออกมาได้ดี แสดงว่าลำโพงคู่นี้ขับไม่ยาก ผลปรากฏว่า สอบผ่านครับ! เสียงที่ออกมาอยู่ในขั้นที่ผมยอมรับได้เลย ผมใช้อินพุต Network ของ Vena II Play เป็นหลักในการทดลองฟัง เสียงที่ได้ออกมามันเต็มห้องได้อย่างง่ายๆ ทุกเสียงตั้งแต่เบสกลางแหลม หลุดกระจายออกมานอกตู้ได้อย่างน่าทึ่ง ผมไม่แน่ใจว่าควรจะชมลำโพงหรือแอมป์ หรือทั้งสองตัว!

หลังจากฟัง Vena II Play ขับ Bronze 100 แล้ว สรุปฟันธงได้เลยว่า Bronze 100 เป็นลำโพงที่ขับง่ายมาก และเมื่อขยับเปลี่ยนมาใช้อินติเกรตแอมป์ที่มีกำลังขับมากขึ้นอย่าง CXA81 ของ Cambridge Audio ซึ่งระบุกำลังขับไว้ในสเปคฯ อยู่ที่ 80W ต่อข้างที่โหลด 8 โอห์ม และสามารถขยับขึ้นไปได้ถึง 120W ที่โหลด 4 โอห์ม แม้ว่ากำลังขับของ CXA81 ยังไม่ถึงระดับสูงสุดที่ Bronze 100 แนะนำไว้คือ 100W แต่เสียงที่ผมได้ยินออกมาจากการขับด้วย CXA81 ที่กำลังขับ 80W ต่อข้าง เสียงก็ออกมาเต็มห้องและให้การควบคุมที่ดีมากแล้ว ถ้าห้องไม่ใหญ่มากและไม่ได้นั่งฟังห่างจากตัวลำโพงไปมากก็ถือว่าขับได้เต็มที่ (ผมเซ็ตอัพค่อนไปทาง nearfield) ใช้วอลลุ่มที่ CXA81 อยู่ระหว่าง 9 – 11 นาฬิกาก็ได้ความดังที่เพียงพอ ได้มิติเสียงที่หลุดตู้ และได้อัตราสวิงของไดนามิกที่เปิดกว้างพอสำหรับการถ่ายทอดความสดของดนตรีออกมาให้เชยชมได้อย่างน่าพอใจมากแล้ว

* เคล็ดลับพิเศษ ช่วงที่ทดลองขับด้วย CXA81 ผมได้ทดลองเชื่อมต่อสายลำโพงไปที่ Bronze 100 แบบ Bi-Amp โดยไม่ใช้จั้มเปอร์ แต่ใช้สายลำโพงของ Furutech รุ่น FS-301 จำนวน 4 เส้น ต่อเชื่อมสัญญาณจากขั้วต่อสายลำโพงชุด A และชุด B ของ CXA81 โดยใช้ชุด A ขับทวีตเตอร์และใช้ชุด B ขับเบส/มิดเร้นจ์ ตอนฟังก็ปรับเลือก Speaker Out ที่ตัว CXA81 ไปที่ “Speaker A + Speaker Bซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาดีมาก รายละเอียดยอดเยี่ยม เสียงกลางแหลม และทุ้มมีความสมดุลมาก เสียงเปิดกระจ่างเท่าๆ กันตลอดทั้งย่านเสียง คอนทราสน์ไดนามิกออกมาดีมากๆ ฟังเสียงร้องแล้วได้อารมณ์จับใจจริงๆ!

หลังจากลองขับกับ CXA81 แล้วผมก็ทดลองใช้แอมป์ที่มีกำลังขับสูงๆ อย่างเพาเวอร์แอมป์ของ Magnet รุ่น SM-02 (REVIEW) ขับลำโพงคู่นี้ดูบ้าง โดยใช้เครื่องเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์ค หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Streamer Player ของ Cambridge Audio รุ่น CXN v2 (REVIEW) ทำหน้าที่เป็นทั้งเพลเยอร์และปรีแอมป์จับคู่กับ SM-02 ผมพบว่า เซ็ตนี้ไปด้วยกันได้ดีมากๆ พอได้แอมป์ที่มีกำลังขับถึงๆ อย่างนี้ ตัว Bronze 100 ก็ให้เสียงที่หลุดตู้ทุกความถี่ คอนทราสน์ไดนามิกเหยียดเต็มสเกล เสียงที่ออกมามีทั้งความลื่นไหลที่ต่อเนื่องดุจสายน้ำ และความเฉียบพลันของทรานเชี้ยนต์ที่คมกริบดั่งสายฟ้าฟาด อ่าา.. ต้องขอโทษที่ใช้ภาษาลิเก แต่ได้ยินแล้วมันทำให้ผมอยากพล่ามออกมาแบบนั้นจริงๆ.!!

การใช้แอมป์ที่มีกำลังขับสูงขึ้น ส่งผลกับเสียงในย่านทุ้มของ Bronze 100 ออกมาชัดเจนมากกว่าในย่านกลางและแหลม คือเสียงทุ้มที่ได้จากการขับด้วยอินติเกรตแอมป์ Cambridge Audio รุ่น CXA81 มันออกไปทางนุ่ม หนา หัวเสียงและบอดี้ของเสียงเบสมีลักษณะที่อวบอิ่ม ทิ้งหางเสียงแผ่กระจายออกไปโดยรอบ สลายปลายเสียงแบบไม่เร่งรัด ฟังดีแบบผ่อนคลาย แต่พอได้แอมป์ที่มีกำลังสูงๆ อย่างเพาเวอร์แอมป์ของ Magnet SM-02 เข้าไป เสียงทุ้มจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ลีลาดนตรีจะเข้าใกล้ของจริงมากขึ้น จังหวะกระชับและแม่นยำมากขึ้น หัวเบสจะคมและขมวดตัวมากขึ้น ตึงตัวมากขึ้น หัวเสียงมีการเน้นย้ำน้ำหนักของแรงกระทำมากขึ้น บอดี้ของเสียงทุ้มจะรวบกระชับมากขึ้น หางเสียงก็แผ่ออกไปพอประมาณและเก็บรวบปลายเสียงเร็วขึ้น ที่โดดเด่นมากเมื่อถูกขับด้วยแอมป์ที่มีกำลังขับสูงพอก็คือ เสียงทุ้มของ Bronze 100 จะออกมาในลักษณะที่แยกรายละเอียดระหว่าง upper bassmid basslower bass และ deep bass ออกมาให้รับรู้ได้ชัดขึ้นมาก คือฟังเผินๆ จะรู้สึกเหมือนเสียงทุ้มมีปริมาณน้อยลง แต่เมื่อตั้งใจฟังจริงๆ แล้ว ผมพบว่า เสียงเบสมันมีลักษณะที่กระชับเก็บตัวดีขึ้น ในแง่ปริมาณไม่ได้น้อยลง แต่แยกลำดับการเกิดขึ้น > คงอยู่ > สลายไป ของ หัวเสียง > บอดี้ > หางเสียง ออกจากกันได้ชัดขึ้น มีช่องไฟที่แยกห่างจากกันมากขึ้น ไม่ควบกล้ำกันออกมาเป็นก้อนความถี่ต่ำที่ขมุกขมัว

อีกจุดหนึ่งที่รู้สึกได้ว่าดีขึ้นเมื่อได้แอมป์ที่มีกำลังมากพอ นั่นคือ เวทีเสียงซึ่งฉีกห่างออกไปจากตัวลำโพงมากขึ้น แผ่กระจายออกไปรอบด้านครบทั้งสามมิติคือ กว้าง, ลึก และสูง

เซ็ตอัพตำแหน่ง

ผมใช้ขาตั้งโลหะความสูง 24 นิ้วซึ่งเป็นขาตั้งของลำโพง Totem Acoustics ที่ผมใช้วางตัว The One อยู่ หลังจากทดลองฟังเสียงแล้ว ผมพบว่า Bronze 100 ไปได้ดีกับขาตั้งแบบ High Mass น้ำหนักเยอะที่มีความสูง 24 นิ้วแบบนี้

เมื่อถึงขั้นตอนเซ็ตอัพตำแหน่ง ผมพบว่า ลำโพงคู่นี้เซ็ตอัพไม่ยาก ผมเริ่มต้นจัดวางมันตามมาตรฐานการเซ็ตอัพของผม คือห่างผนังหลังออกมาเท่ากับ 1 ใน 3 ของความลึกของห้อง และจัดระยะห่างซ้ายขวาเริ่มต้นอยู่ที่ 180 .. หลังจากขยับเลื่อนหาโฟกัสที่ลงตัวมากที่สุดระหว่างลำโพงข้างซ้ายและข้างขวา ผมใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็พบระยะลงตัวอยู่ที่ 170 .. โดยมีระยะห่างจากผนังหลังอยู่ที่ 167 .. (5 ./3) ส่วนระยะนั่งฟังห่างจากระนาบลำโพงออกมาประมาณ 190 – 200 ..

ที่ระยะนี้ ผมได้เสียงที่มีค่าเฉลี่ยดีที่สุดในทุกด้าน ทั้งโทนัลบาลานซ์ที่สมดุลตั้งแต่ทุ้มกลางแหลม ซาวนด์สเตจที่มาครบทั้งสามมิติ และไดนามิกสวิงที่เปิดกว้างและการเน้นน้ำหนักที่เข้มข้น เป็นระยะจัดวางที่ผมใช้ฟังเก็บรายละเอียดเสียงในขั้นตอนเขียนรีวิวนี้ด้วย

เสียงของ Bronze 100

คนที่เลือกเล่นลำโพงสองทางวางขาตั้ง มีอยู่ 2 จำพวก พวกแรกคือ ชอบมิติสียงกับอีกพวกคือถูกบังคับด้วย ห้องเล็กแต่อยากได้เบสที่เพียงพอ

ลำโพงที่มีตัวตู้ขนาดเล็ก ใช้ไดเวอร์แค่สองตัวในการสร้างความถี่เสียง มักจะให้มิติเสียงที่ดี ยิ่งเป็นลำโพงที่ใช้วูฟเฟอร์ (ไดเวอร์ขับกลาง/ทุ้ม) ที่มีขนาดเล็ก มิติจะยิ่งดี หลุดตู้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ลำโพงเหล่านั้นก็มักจะมีข้อด้อยอยู่ที่ปริมาณเสียงทุ้มจะน้อย ซึ่งจะว่าไปแล้ว คนที่ชอบมิติเสียงก็ใช่ว่าจะไม่ชอบเสียงทุ้ม แต่พอขยับไปเล่นลำโพงที่มีไดเวอร์หลายตัว แยกแหลมกลางทุ้ม ตัวตู้ก็จะมีขนาดใหญ่ ได้เสียงเบสขึ้นมา แต่ถ้าเป็นลำโพงที่มีราคาไม่สูง มิติก็จะแย่ลงแลกเปลี่ยนกับเสียงทุ้มที่เพิ่มเข้ามา

ทางออกสำหรับลำโพงสองทางที่เด่นทางด้านมิติและต้องการตอบสนองทางด้านเสียงทุ้มที่เพียงพอก็คือใช้วูฟเฟอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่อย่างมากก็จะใหญ่แค่ 6.5 นิ้ว น้อยรุ่นนักที่จะใช้วูฟเฟอร์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว อย่าง Bronze 100 ตัวนี้

อัลบั้ม : Virtuoso Pieces of Chinese Percussion (DSF64)
ศิลปิน : Yim Hok-Man
ค่าย : Marcopolo

อัลบั้ม : Knock Out 2000 (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Charly Antolini
ค่าย : Inak (INAK 9053 CD)

เห็นไดเวอร์เบส/มิดเร้นจ์ใหญ่ๆ แบบนี้ สิ่งแรกที่ผมอยากฟังก็คือเสียงทุ้ม อย่ากระนั้นเลย ขออนุญาตจัดหนักตั้งแต่เริ่มต้นเลยล่ะกัน ผมเลือก 2 อัลบั้มทดสอบเสียงทุ้มที่ดุเดือดที่สุดของวงการมาทดสอบลำโพงคู่นี้เป็นอันดับแรก นั่นคือ “Virtuoso Pieces of Chinese Percussionของ Yim Hok-Man เวอร์ชั่น DSD (ริปจากแผ่น SACD) กับอัลบั้ม “Knock Out 2000ของ Charly Antolini เวอร์ชั่น PCM 16/44.1 (ริปจากแผ่นซีดี)

ที่อยากลองฟังเสียงทุ้มก่อนเลยเพราะผมมีข้อสงสัยสองอย่าง อย่างแรกคือ ไดเวอร์ 8 นิ้วตัวนี้มันจะให้เสียงเบสออกมาได้เยอะแยะแค่ไหน.? กับอีกข้อสงสัยคือ ขนาดที่ใหญ่ถึง 8 นิ้วจะทำให้สปีดของเสียงเบสออกมาได้เร็วแค่ไหน.? จะอุ้ยอ้ายหรือเปล่า.?

ใครเคยฟังและคุ้นเคยกับอัลบั้มตีกลองจีนปกแดงของ Yim Hok-Man ชุดนี้มาก่อนจะรู้ว่า แค่เสียงหวดกลองใหญ่สองสามตูมแรกของแทรคแรกก็พอจะใช้วัดอะไรๆ ได้เยอะแล้ว ไอ้ที่ว่าย้วยไม่ย้วยวัดกันที่แทรคนี้ได้เลย ซึ่งผมต้องขอบอกก่อนว่า ตอนขับด้วย CXA81 เสียงตีกลองใหญ่ช่วงขึ้นต้นแทรคแรกเพลง “Poem of Chinese Drum” จะมีลักษณะที่บวมบานเกินไป ซึ่งตอนนั้นผมวางลำโพงห่างกัน 180 .. หลังจากขยับตำแหน่งซ้ายขวาเข้ามาชิดกันมากขึ้น สังเกตว่าเสียงทุ้มมีโฟกัสมากขึ้น จากที่บานๆ บวมๆ ก็เริ่มขมวดเข้ามาเป็นลูกมากขึ้น หัวเบสเริ่มเข้มและคมขึ้น สปีดของหัวเสียงก็เร็วกระชับมากขึ้น และหลังจากเปลี่ยนไปขับด้วยเพาเวอร์แอมป์ Magnet SM-02 ที่มีกำลังขับสูงขึ้น (130W ต่อข้าง ที่ 8 โอห์ม) เสียงทุ้มของ Bronze 100 ก็ยิ่งขมวดตัวมากขึ้น สปีดของอิมแพ็คมีความกระชับและเร็วขึ้น เมื่อรวมกับน้ำหนักเสียงที่มากขึ้น ทำให้เสียงตีกลองจีนของยิม ฮอกมันในอัลบั้มชุดนี้มีความเด็ดขาดมากขึ้น

ลักษณะของเสียงทุ้มที่ได้จากอัลบั้มชุด Knock Out 2000 ก็ออกมาในทำนองเดียวกัน คือตอนขับกับ CXA81 ทุ้มของ Bronze 100 จะออกมาติดนุ่มหน่อยๆ ฟังแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่พอใช้เพาเวอร์แอมป์ของ Magnet ขับจะได้ความเร็ว กระชับ และความสดเพิ่มมากขึ้น โฟกัสก็ดีขึ้น ปลายเสียงทุ้มเก็บตัวได้เร็วและสะอาดมากขึ้น ที่สำคัญคือ เสียงกลองของชาลี แอนโทลินี่มัน หลุดตู้ทุกดอก!

อัลบั้ม : Big Notes (PCM 16/44.1)
ศิลปิน : Film & The BBs
ค่าย : DMP Records (CD 454)

อัลบั้ม : The Hunter (PCM 16/44.1)
ศิลปิน : Jennifer Warnes
ค่าย : Private Music

ยังติดใจเสียงทุ้มของ Bronze 100 เพราะผมพบว่ามันให้เสียงทุ้มที่โดดเด่นกว่าลำโพงสองทางวางขาตั้งคู่อื่นๆ ที่ผมมีอยู่ ต้องยอมรับว่า ไดเวอร์เบส/มิดเร้นจ์ที่มีขนาดใหญ่ 8 นิ้วมันมีผลมากกับเสียงทุ้มทั้งหมดที่ได้ยินจากลำโพง Monitor Audio คู่นี้ คือได้หมดทั้งมวลเสียงที่อิ่ม หนา และอวบใหญ่ และเมื่อได้ลองฟังเพลง “Funhouseแทรคที่สี่ ผมได้ยินเสียงทุ้มต่ำๆ ที่แผ่ละเลียดมาบนพื้นอย่างชัดเจน เสียงซินธ์ฯ ลอยเด่นเป็นตัวอยู่ในอากาศ รับรู้ได้ชัดเลยว่าแต่ละโน๊ตมีขนาดของบอดี้ที่ใหญ่เล็กต่างกัน และแต่ละโน๊ตมีแรงกระแทกกระทั้นในตัว ฟังแล้วมันส์มาก.. อีกแทรคที่ฟังผ่านลำโพงคู่นี้แล้วต้องเอามาเล่าต่อ คือเพลง “Way Down Deepจากอัลบั้ม The Hunter ของ Jennifer Warnes ซึ่งลำโพงคู่นี้ถ่ายทอดรายละเอียดในย่านทุ้มของแทรคนี้ออกมาได้ดีมาก มันสามารถแยกเสียงกลองใหญ่กับเสียงเบสออกจากกันได้อย่างชัดเจน นับว่าเป็นลำโพงสองทางวางขาตั้งไม่กี่คู่ที่สามารถทำแบบนี้ได้ (ยิ่งมาทราบราคาทีหลังว่าอยู่ในระดับ 20,000 +/- ก็ยิ่งทึ่งมาก!)

นอกจากจะแยกเสียงกลองใหญ่กับเสียงเบสออกจากกันได้อย่างชัดเจนแล้ว ลำโพงคู่นี้ยังให้เสียงร้องของเจนนิเฟอร์ วอร์นที่หลุดลอยขึ้นมาเหนือเสียงทุ้มได้ด้วย คือจากที่ผมเคยฟังแทรคนี้กับลำโพงสองทางบางคู่ ถ้าได้เสียงเบสที่ใหญ่และหนัก เสียงร้องมักจะจม ไม่ลอยตัวขึ้นมาเหนือเสียงทุ้ม ประมาณว่า ตัวไดเวอร์เบส/มิดเร้นจ์มันเล็กไป พอจูนไปทางเบสเยอะ กลางก็เลยอ่อนแรง ไม่ลอยตัวขึ้นมา แต่กับ Bronze 100 ไม่เกิดปัญหากับแทรคนี้ สาเหตุน่าจะเป็นเพราะว่าตัวทวีตเตอร์ลงไปช่วยลดภาระของเบส/มิดเร้นจ์ได้มาก และทำให้เสียงกลางสูงส่วนหนึ่งถูกแบ่งไปที่ทวีตเตอร์ เสียงร้องจึงไม่จมในขณะที่เบส/มิดเร้นจ์กำลังปั๊มเสียงทุ้มออกมา ซึ่งประเด็นนี้ผมชอบมาก เพราะมันทำให้เสียงร้องไม่ถูกเสียงทุ้มดึงพลังไป

อัลบั้ม : Let It Go (PCM 16/44.1)
ศิลปิน : Clair Marlo
ค่าย : Sheffield Labs

อัลบั้ม : Make This Moment (DSF64)
ศิลปิน : Inger Marie Gundersen
ค่าย : Kultur og Spetakkel Music Master

อัลบั้ม : Cafe Blue (PCM 16/44.1)
ศิลปิน : Patricia Barber
ค่าย : FIM Records

อัลบั้ม : Warm Your Heart (PCM 16/44.1)
ศิลปิน : Arron Neville
ค่าย : A&M Records

อัลบั้ม : Independence (PCM 16/44.1)
ศิลปิน : Jim Dawson
ค่าย : Vital Music

อัลบั้ม : What A Difference A Day Makes (DSF64)
ศิลปิน : Ingram Washington
ค่าย : STS Digital

ขณะที่นั่งฟังอัลบั้มชุด The Hunter ผมสังเกตว่า ช่วงที่เสียงทุ้มออกมาเยอะๆ อย่างในแทรคแรก “Rock Your Gentlyซึ่งจะมีเสียงเบสซินธ์ฯ เล่นคลออยู่ตลอดเพลง ค่อนข้างดังด้วย ซึ่ง Bronze 100 ก็ถ่ายทอดมันออกมาอย่างเต็มที่ แต่ในเวลาเดียวกันนั้น ผมพบว่า เสียงอื่นๆ ที่อยู่ในย่านกลางและแหลมก็ยังคงปรากฏตัวออกมาได้อย่างชัดเจนไม่แพ้กัน แสดงว่า ไดเวอร์เบส/มิดเร้นจ์ 8 นิ้วตัวนี้สามารถรักษาความโดดเด่นของทั้งเสียงทุ้มและเสียงกลางเอาไว้ได้ทั้งคู่ มันจัดสรรความถี่ออกมาได้ลงตัวมากๆ ไม่มีย่านใดเด่นกว่าย่านอื่น เสมอกัน นั่นทำให้โทนัลบาลานซ์ของเพลงออกมาดีมาก เพลงที่มีเบสเยอะก็ให้ออกมาตามนั้นโดยไม่ไปกระทบกับความโดดเด่นของเสียงกลางและแหลมเลย

เพื่อให้ชัวร์นั่นคือคุณสมบัติเฉพาะตัวของลำโพงคู่นี้จริงๆ ผมเลยเลือกอัลบั้มที่มีเสียงร้องเด่นๆ ทั้งชายและหญิงหลายๆ ชุดออกมาทดลองฟังพิสูจน์ข้อสันนิษฐานข้างต้น ซึ่งสิ่งที่ได้ยินก็ช่วยยืนยันว่าสมมุติฐานที่ผมวิเคราะห์ไว้นั้นถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องในย่านกลางและกลางสูงของนักร้องหญิงอย่าง Clair Marlo และเสียงร้องของนักร้องหญิงที่อยู่ในโทนต่ำลงมาอย่าง Inger Marie Gundersen กับ Patricia Barber ไปจนถึงเสียงร้องในย่านกลางและกลางต่ำของ Aaron Neville กับ Jim Dawson ต่างก็ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความชัดเจนและมีรายละเอียด หลุดลอยออกมาจากเสียงอื่นๆ ทั้งหมด ผมสามารถฟังจับคำร้องของแต่ละคนออกมาได้อย่างชัดเจนโดยไม่มีความคลุมเครือ

อัลบั้มที่ฟังผ่านลำโพงคู่นี้แล้วทำให้ผมเกิดความรู้สึกประทับใจมากเป็นพิเศษก็คืออัลบั้ม “What A Difference A Day Makesของ Ingram Washington ซึ่งเป็นแนวเพลงร้องที่บันทึกเสียงดีมาก เสียงร้องโทนเทอเนอร์ของอิงแกรม วอชิงตันที่ถ่ายทอดผ่านลำโพงคู่นี้มันออกมาตรงโทนมาก คือเป็นเสียงร้องที่มีเสียงลูกคอทุ้มๆ ออกมาด้วยในช่วงที่เขาร้องโน๊ตต่ำๆ ซึ่งลำโพงสองทางหลายๆ คู่แสดงตรงนี้ออกมาไม่ชัดเท่า ในขณะเดียวกัน เสียงเดินเบสที่ ชัดและนุ่มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอัลบั้มนี้ก็ปรากฏออกมาอย่างที่มันควรจะเป็น ผมได้ยินหัวเบสที่คมและชัด และรับรู้ได้ถึงมวลเบสที่แผ่ตามออกด้วย

ถ้าเสียงร้องดี เสียงเบสดี แต่เสียงอื่นๆ แย่ก็คงไม่แสดงอาการชื่นชมออกมามากขนาดนี้ นอกเหนือจากเสียงร้องและเสียงเบสออกมาดีมากแล้ว Bronze 100 คู่นี้ยังถ่ายทอดเสียงเครื่องดนตรีอื่นๆ ที่อยู่ในย่านกลางและแหลมออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน อย่างเสียงทรัมเป็ตในแทรค “I Thought About Youกับเพลง “Unforgettableและเสียงเปียโน ก็มีความเป็นธรรมชาติสูง รวมถึงเสียงฉาบที่หลุดออกไปลอยอยู่ด้านหลังของระนาบลำโพงได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอดของตัวทวีตเตอร์ที่ให้เสียงแหลมออกมาได้ชัด ใส และที่สำคัญมากคือไม่พุ่งจัดเลย สุดยอดมาก!

อัลบั้ม : Bizet – Carmen Fantasy & more (PCM 16/44.1)
ศิลปิน : The All Star Percussion Ensemble, arr. & conducted by Harold Farberman
ค่าย : FIM Records

อัลบั้ม : Jungle Of Joy (PCM 16/44.1)
ศิลปิน : Anugama
ค่าย : Nightingale Records (NGH-CD-0410-2)

ช่วงที่ฟังอัลบั้มชุด Big Notes ผมรู้สึกว่า ลำโพงคู่นี้มันให้บรรยากาศที่อบอวลกับสนามเสียงที่แผ่กว้างมาก เหมาะกับฟังเพลงแนวเน้นมิติซาวนด์สเตจ เลยลองเลือกสองอัลบั้มนี้มาลองฟัง ซึ่งผลที่ออกมาก็เป็นไปตามคาด คือนอกจากจะให้สนามเสียงที่แผ่ออกไปรอบด้านทั้งแนวกว้าง, แนวลึก และแนวสูง มันยังให้บรรยากาศของเพลงที่รับรู้ได้ถึง มวลต่ำๆ ที่โอบล้อมเจืออยู่โดยรอบสนามเสียงออกมาด้วย ข้อดีคือทำให้เสียงโดยรวมไม่แห้ง เสียงแหลมที่ได้ยินจากเพลง “Carmen Fantasyในอัลบั้มของ The All Star Percussion Ensemble ก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือเป็นเสียงแหลมที่เปิดกระจ่าง แต่ไม่จัดจ้าน ให้โฟกัสที่ชัดเจน สามารถทอดปลายหางเสียงไปได้ยาว อย่างเสียงเครื่องเคาะในอัลบั้มนี้จะสามารถระบุชี้ได้ชัดเลยว่าชิ้นไหนเป็นเครื่องเคาะที่ทำมาจากโลหะ ชิ้นไหนทำมาจากไม้ โดยสังเกตจากอิมแพ็คและปลายหางเสียงที่กังวานยาวออกไป

เสียงแหลมของลำโพงคู่นี้มีความละเอียด เนียน และสะอาด ซึ่งผิดแผกไปจากเสียงของโดมโลหะอื่นๆ ที่มัจะมีอาการแข็งและแตกปลายซิกๆ ซึ่งคุณจะไม่ได้ยินอะไรแบบนั้นจากลำโพง Bronze 100 คู่นี้เลย ความเนียนและละเอียดของเสียงแหลมที่ได้ยินจากลำโพงคู่นี้จะต่างจากเสียงของทวีตเตอร์ซอฟท์โดมส่วนใหญ่ที่มักจะ roll-off ตรงปลายเสียงแหลมออกไปนิดๆ ทำให้ฟังดูว่าเนียนละเอียด แต่ทวีตเตอร์ของ Bronze 100 คู่นี้สามารถไต่ทะยานไล่ฮาร์มอนิกขอเสียงแหลมไปได้ไกลกว่า ทำให้ปลายเสียงมีลักษณะเปิด บรรยากาศจึงโปร่งสบาย ไม่อับทึบ พลิ้วและหวาน

อัลบั้ม : Donna Donna (LP)
ศิลปิน : Joan Baez
ค่าย : Wagram Music

เสียงกลาง+แหลมหวานๆ ของลำโพงคู่นี้ทำให้นึกถึงเสียงของแผ่นเสียง จังหวะดีว่าผมมีเครื่องเล่นแผ่นเสียงของ Thorens รุ่น TD 402 DD เข้ามาให้ทดสอบ จึงลองจับมาทดลองฟังกับลำโพง Monitor Audio คู่นี้ ปรากฏว่ามันไปกับแผ่นเสียงได้ดีเลย ด้วยความที่ลำโพงคู่นี้ให้มวลเสียงในย่านต่ำออกมาได้เยอะกว่าลำโพงสองทางที่ใช้วูฟเฟอร์ขนาดเล็กกว่านี้ มันจึงสามารถถ่ายทอด ความอบอุ่นของเสียงกลางต่ำที่เป็นจุดเด่นของแผ่นเสียงออกมาได้อย่างน่าพอใจ ฟังเพลงเก่าๆ อย่างงานของโจอัล เบซชุดนี้แล้วได้อารมณ์มาก เสียงร้องลอยเด่น เสียงกีต้าร์หลบๆ นิดหนึ่งตามมาสเตอร์ที่เก่ามาก (หลายเพลงบันทึกมาตั้งแต่ปี 1960) แต่ก็ได้บรรยากาศที่ฟังสบาย ไดนามิกคอนทราสน์ดี สรุปคือ Bronze 100 สามารถให้เสียงในแนวย้อนยุคได้ดีพอสมควร

สรุป

พบแล้ว.!! มีคนถามหาลำโพงสองทางวางขาตั้งที่ให้เสียงเหมือนลำโพงใหญ่มาเยอะมาก ถ้ามีงบเฉียดแสน ผมแนะนำให้ไปลองฟัง Totem Acoustics รุ่น Signature One (REVIEW) เลย ตัวนั้นจบแน่นอน ผมทดสอบมาแล้ว แต่ถ้างบเกินแสนแต่ไม่เกินสองแสน ผมแนะนำให้ไปลองฟัง Dynaudio รุ่น Contour 20 (REVIEW)(*ตอนนี้อัพเดตเป็นรุ่น Contour 20i แล้วแต่ผมยังไม่เคยฟัง) เล่นได้ถึงห้องขนาด 4 x 6 ได้เลย เสียงเบสไม่แพ้ลำโพงตั้งพื้น

ส่วนคนที่มีงบน้อย แต่อยากได้ลำโพงที่ให้สเกลเสียงใหญ่ เบสลงลึกและเปิดได้เต็มห้องแนวเดียวกับ Signature One กับ Contour 20 ที่ผ่านมาผมก็หาอยู่ แต่ยังไม่เจอตัวไหนที่เข้าทางมากเท่ากับ Monitor Audio รุ่น Bronze 100 ตัวนี้เลย และเมื่อทดสอบเสร็จ ก่อนอัพฯ ลงเว็บไซต์สอบถามราคาขาย ทราบมาว่าอยู่ที่ระดับสองหมื่นนิดๆ เท่านั้นเอง ผมรีบจดชื่อรุ่นเก็บไว้แนะนำทันที ใครวางงบไว้ประมาณสองหมื่น สำหรับลำโพงสองทางที่ให้เสียงใหญ่ ขับง่าย เบสลงลึก มิติดี และเปิดได้ดังเต็มห้อง คงไม่ต้องไปมองหาลำโพงคู่ไหนแล้วล่ะครับ ผมขอแนะนำให้ไปลองฟังเสียงของ Bronze 100 คู่นี้ดูเลย เชื่อว่าจบแน่นอน เพราะราคานี้ ผมหาลำโพงสองทางที่ให้เบส/มิดเร้นจ์ใหญ่ขนาด 8 นิ้วไม่เจอ.!! และเชื่อว่า ถ้ามีก็คงจะหาตัวที่ให้เสียงดีเหมือนตัวนี้ได้ยาก เพราะ Bronze 100 ให้เสียงออกมาเกินตัวมันไปมาก ยิ่งเล่นกับแหล่งต้นทางที่มีคุณภาพสูงอย่างไฟล์ไฮเรซฯ ก็เหมือนติดปีกให้กับลำโพงคู่นี้ขึ้นไปอีก..!!! /

********************
ราคาพิเศษ : 18,900 บาท/คู่
* จากราคาปกติ 21,900 บาท / คู่

********************
นำเข้าโดย
Mball Trading
********************
สอบถามเพิ่มเติม พร้อมส่งทั่วประเทศ
063-236-6193 (คุณแมน)
Line ID : novara2561

086-149-4488 (คุณวี)
Line ID : bnn72

064-989-1936 (คุณนพ)
Line ID : hdhifi

Click : http://line.me/ti/p/~hdhifi
Line : @hdhifi

Line@ https://line.me/R/ti/p/%40hdhifi
เว็บไซต์ www.hdcityshop.com

Lazada :
https://s.lazada.co.th/s.0n51R
https://s.lazada.co.th/s.caan0
Shopee :
https://shopee.prf.hn/l/75mMDyR
https://shopee.prf.hn/l/7agLPjA
NocNoc :
https://nocnoc.com/sl/HDhifi/181304

และที่ร้าน
HD hifi ซีคอนสแควร์ ชั้น B1 ห้อง ITB024
https://g.page/hdhifi?share

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า