รีวิวเครื่องเสียง Magnet รุ่น SM-02 สเตริโอ เพาเวอร์แอมปลิฟาย

มีเพื่อนนักเล่นเครื่องเสียงในเพจ facebook ของผมคนหนึ่งส่งข้อความมาขอคำแนะนำในการอัพเกรดชุดเครื่องเสียง บอกว่ามีงบอยู่ประมาณ 3 หมื่นบาท อยากจะอัพเกรดชุดเครื่องเสียงที่ใช้อยู่เดิม ประกอบด้วยเครื่องเล่นไฟล์สตรีมเมอร์ของ Cambridge Audio รุ่น CXN v2 ซึ่งเขาบอกว่าตัวนี้เพิ่งถอยมาไม่นาน เดิมใช้เครื่องเล่นซีดี พอได้ CXN v2 มาลองใช้แล้วชอบมาก อยากจะเก็บไว้ใช้ต่อไปอีกสักหน่อย พูดง่ายๆ คือเปลี่ยนตัวอื่นได้แต่ CXN v2 ตัวนี้ขอไว้ก่อน ทำนองนั้น ส่วนแอมป์เป็นอินติเกรตฯ ของยี่ห้อเดียวกันคือรุ่น CXA60 ขับลำโพงวางหิ้งยี่ห้อ B&W รุ่น 606 ทั้งชุดนี้ใช้งานมาประมาณแปดเดือน ตอนนี้มีงบอยู่ไม่เกิน 3 หมื่นอยากจะทำให้ได้เสียงที่ดีขึ้น ทำอย่างไรได้บ้าง.?

หลังจากสอบถามลักษณะเสียงที่เขาฟังอยู่ และให้ช่วยบอกมาว่ายังไม่ค่อยชอบตรงไหน พร้อมๆ กันนั้น ผมก็เปิดดูข้อมูลของอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่เพื่อนคนนี้ใช้อยู่เพื่อวิเคราะห์หา “The Weakest Linkในซิสเต็มนี้ ผมพบว่า แอมป์ที่ใช้คือ CXA60 จะดูเล็กไปหน่อยสำหรับการขับดันลำโพง B&W 606 ให้ออกมาเต็มที่จริงๆ ผมเดาไว้ในใจก่อนที่เพื่อนคนนั้นจะบอกถึงความรู้สึกที่เขายังไม่ชอบเสียงของชุดนี้ ซึ่งตรงกับที่ผมคาดไว้ นั่นคือเสียงโดยรวมจะออกนุ่มไปหน่อย ไม่ค่อยสด แหลมบางๆ ฟุ้งๆ เสียงเบสออกมาหลวมๆ ไม่ค่อยกระชับ โฟกัสไม่คม ฟังเพลงที่เน้นเสียงทุ้มเยอะๆ แล้วเบสจะออกมาอื้อๆ ยิ่งเปิดดังยิ่งเบลอและมั่ว ห้องที่ใช้ฟังสัดส่วนอยู่ที่ 4 x 5 ตารางเมตร สูงประมาณ 2.5 เมตร เป็นห้องนอนเล็กของทาวเฮ้าส์

แน่นอนว่า ปัญหาทั้งหมดที่เขาว่ามาส่วนหนึ่งคงจะมาจากการเซ็ตอัพด้วย แต่ถ้าพิจารณาที่ตัวซิสเต็มเองก็มีจุดอ่อนที่พอจะเป็นสาเหตุแห่งปัญหาเหล่านั้นอยู่บ้างเหมือนกัน สำหรับกรณีนี้ ผมคิดว่า ตัวที่เป็น จุดอ่อนในซิสเต็มก็คือแอมป์ CXA60 เพราะกำลังขับมันอยู่ที่ 60W ต่อข้าง เมื่อเทียบกับ Power Recommendation หรือกำลังขับที่ผู้ผลิตลำโพง B&W แนะนำไว้ ซึ่งอยู่ระหว่าง 30 – 120W ต่อข้าง จะเห็นว่า ตัวเลข 60W ต่อข้างของ CXA60 อยู่ในระดับแค่ 50% ของกำลังขับสูงสุดที่ผู้ผลิตลำโพงแนะนำไว้เท่านั้นเอง ซึ่งถามว่าขับได้มั้ย.? ก็ต้องบอกว่าขับได้ แต่ถ้าถามซ้ำว่า ขับลำโพงออกมาได้ประสิทธิภาพเสียงที่ดีมั้ย.? ผมก็ขอตอบว่ายังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะยอมรับได้ว่าดี ตามมาตรฐานของผมซึ่งถ้ายึดเอามาตรฐานของผม ผมมักจะแนะนำให้ใช้แอมป์ที่มีกำลังขับ อย่างต่ำอยู่ที่ระดับ 75% ของ กำลังขับสูงสุดที่ผู้ผลิตลำโพงแนะนำไว้กรณีที่คุณมีงบจำกัด แต่ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ ผมอยากจะแนะนำให้ใช้แอมป์ที่มีกำลังขับ เท่ากับกำลังขับสูงสุดที่ผู้ผลิตลำโพงแนะนำไว้ ในกรณีนี้ก็คือ 120W ต่อข้างนั่นเอง

ในกรณีของเพื่อนคนนี้ เมื่อเอาสเปคฯ Power Recommendation ที่ลำโพงระบุไว้ออกมาคำนวน พบว่า อย่างต่ำควรจะใช้แอมป์ที่มีกำลังขับเท่ากับ 120 x 75 หารด้วย 100 นั่นคือ 90W ต่อข้าง หรือถ้าไม่ติดเรื่องงบ เอาให้ชัวร์ไปเลยก็คือ 120W ต่อข้างสุดสเกลไปเลย!

หาแอมป์ที่มีกำลังขับ 90 – 120W ต่อข้าง
ที่มีราคาไม่เกิน
30,000
บาท

ผมได้รายชื่อแอมป์มาทั้งหมด 3 – 4 ตัวเลือก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเพาเวอร์แอมป์ของ Magnet รุ่น SM-02 ที่มีสเปคฯ กำลังขับอยู่ที่ 130W ต่อข้าง ราคาอยู่ใกล้เคียงงบ ส่วนที่เหลืออีก 2 – 3 ตัวเป็นอินติเกรตแอมป์ ซึ่งหลังจากพิจารณาเบื้องต้นแล้ว บอกตรงๆ ว่าใจผมอยากจะเชียร์ให้ไปเล่นเพาเวอร์แอมป์ SM-02 ของ Magnet แล้วหาปรีแอมป์มาจับคู่ แต่ก็คงจะเกินงบไปอีกพอสมควร ส่วนอินติเกรตแอมป์อีกสองสามตัวที่ได้รายชื่อมา ดูแล้วก็ไม่ต่างไปจาก CXA60 มากนัก ได้แค่กำลังขับเพิ่มขึ้นมานิดเดียวเอง เปลี่ยนจาก CXA60 ไปเล่นอินติเกรตแอมป์เหล่านั้นก็คงจะได้ความแตกต่างของเสียงออกมาไม่มากนัก ไม่คุ้มเงินที่ลงไป

ขณะที่กำลังลังเลว่าจะแนะนำตัวไหนให้เพื่อนดี และกำลังจะตัด Magnet SM-02 ออกไปจากรายชื่อ ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า CXN v2 มันมีภาคปรีแอมป์ให้ใช้ต่อตรงเข้าเพาเวอร์แอมป์ได้นี่นา หลังจากสอบถามเพื่อนดูแล้วว่าเขาตั้งใจจะเล่น source อื่นๆ อีกหรือเปล่า.? คำตอบที่ได้มาคือ ตั้งใจจะเล่นสตรีมมิ่งอย่างเดียว ไม่มี source อื่นๆ อีก งั้นก็เข้าทาง แต่ติดอยู่ปัญหาหนึ่ง คือผมไม่ชัวร์ว่า เกนเอ๊าต์พุตของ CXN v2 กับ เกนอินพุตของ SM-02 จะเข้ากันได้หรือเปล่า.? เพราะแค่ดูจากสเปคฯ ของทั้ง CXN v2 และ SM-02 แล้วก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี อย่างกระนั้นเลย.. CXN v2 ที่ผมก็มีอยู่แล้ว ขอยืม SM-02 ไปทาง Magnet มาทดลองให้เห็นดำเห็นแดงกันไปเลยดีกว่า

Magnet SM-02
เห็นตัวจริงแล้วตาโต.!

ก่อนจะได้ยลโฉมของ Magnet SM-02 ผมดูแต่รูปในอินเตอร์เน็ต เมื่อเทียบกับราคาขายแล้วตอนแรกคิดว่าน่าจะก๋องแก๋งแน่ๆ แต่พอได้เจอตัวจริงแล้วต้องร้องโอ้โห.. นึกไม่ถึงว่าตัวจริงจะออกมาดูดีกว่าในรูปเยอะเลย!!

A = ปุ่มกดเปิด/ปิดเครื่อง
B = ขั้วต่อสัญญาณอันบาลานซ์ (RCA) ของแชนเนลขวา
C = ขั้วต่อสัญญาณบาลานซ์ (XLR) ของแชนเนลขวา
D = สวิทช์โยกเลือกอินพุตของแชนเนลขวา
E = ขั้วต่อสัญญาณบาลานซ์ (XLR) ของแชนเนลซ้าย
F = ขั้วต่อสัญญาณอันบาลานซ์ (RCA) ของแชนเนลซ้าย
G = สวิทช์โยกเลือกอินพุตของแชนเนลซ้าย
H = ขั้วต่อสายลำโพงสำหรับแชนเนลขวา
I = ขั้วต่อสายลำโพงสำหรับแชนเนลซ้าย
J = ขั้วต่อสายไฟเอซี
K = ลู๊ปสัญญาณรีโมทจากภายนอก

แผงหน้าทำด้วยอะลูมิเนียมหนาถึงหนึ่งเซนติเมตร ลบเหลี่ยมปาดมุมซะจนละมุนมือ ไร้สากเสี้ยนอย่างสิ้นเชิง งานดีไซน์ดูดีมาก เรียบง่ายแต่เก๋ มีแค่ปุ่มกดเปิด/ปิดเครื่อง (A) แค่ปุ่มเดียว ส่วนอื่นของตัวถังทำด้วยโลหะชุบสีดำ มีแผงระบายความร้อนติดอยู่ที่ด้านข้างของตัวถังทั้งสองข้าง ยาวจากด้านหน้าไปจรดด้านหลัง

ขั้วต่อใช้งานทั้งหมดอยู่ที่แผงด้านหลัง ในส่วนของอินพุตมีให้เลือกทั้งอันบาลานซ์ (B, F) ด้วยขั้วต่อ RCA และรองรับสัญญาณบาลานซ์ (C, E) ผ่านขั้วต่อ XLR แต่ใช้พร้อมกันไม่ได้ มีสวิทช์ไว้โยกสลับเลือกใช้งาน ซึ่งจากการทดลองของผมพบว่า เกนขยายของทั้งสองอินพุตใกล้เคียงกันมาก ผมไม่มีสายรุ่นเดียวกันที่ติดขั้ว XLR กับ RCA มาทดลองฟังเทียบกัน แต่จากการทดลองฟังจะสรุปว่าเท่ากันก็มีความเป็นไปได้สูงเพราะสาย XLR ที่ผมใช้ลองฟังมีราคาสูงกว่าสายสัญญาณที่ใช้ขั้วต่อ RCA พอสมควร นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมได้ยินเสียงจากช่อง XLR ดังกว่าช่อง RCA นิดหน่อย

ขั้วต่อสายลำโพงที่ให้มาทั้งสองข้าง (H, I) ทำด้วยโลหะชุบทอง ดูแข็งแรง ส่วนขั้วต่อสายไฟเอซี (J) ให้มาเป็นแบบ 3 ขาแยกกราวนด์ สามารถใช้กับสายไฟคุณภาพสูงๆ ได้ นอกจากนั้น SM-02 ยังถูกออกแบบให้รองรับสัญญาณ DC switch (K) รีโมทจากภายนอกได้ด้วย

แม็ทชิ่งเพื่อการทดสอบ

เราสามารถใช้งานเพาเวอร์แอมป์ได้ 3 ลักษณะ แบบแรกตรงไปตรงมาที่สุดก็คือใช้งานร่วมกับปรีแอมป์ ในกรณีที่เป็น Full System จริงๆ ที่มี Source + Pre Amp + Power Amp + Speaker เป็นส่วนประกอบในซิสเต็ม นอกจากนั้น เรายังสามารถใช้เพาเวอร์แอมป์ในการ upgrade ประสิทธิภาพของชุดเครื่องเสียงได้อีก 2 ลักษณะ อย่างแรกคือ ใช้งานร่วมกับสัญญาณ Pre-Out ของอินติเกรตแอมป์ และอย่างที่สองคือ ใช้งานร่วมกับสัญญาณ Pre-Out ของอุปกรณ์ประเภท external DAC/Streamer ที่มีภาคปรีแอมป์ในตัว

ซึ่งวัตถุประสงค์ของการทดสอบครั้งนี้ผมขอโฟกัสไปที่เงื่อนไขการใช้งาน 2 ลักษณะหลัง นั่นคือ ใช้งานร่วมกับภาคปรีเอ๊าต์ของอินติเกรตแอมป์ และใช้งานร่วมกับภาคปรีเอ๊าต์ของ external DAC/Streamer เพื่ออัพเกรดประสิทธิภาพเสียงของซิสเต็มเป็นหลัก

เหตุผลที่ผมเลือก SM-02 มาใช้งานในโปรเจคนี้ก็เพราะคุณสมบัติสำคัญของ SM-02 นั่นคือ กำลังขับอ้างอิงจากตัวเลขที่ผู้ผลิตคือ Magnet แจ้งไว้ว่า SM-02 ให้กำลังขับสูงถึง 130W ต่อข้าง ที่โหลด 8 โอห์ม เมื่อเทียบกับกำลังขับของ CXA60 ก็นับว่ามากเพียงสำหรับการอัพเกรดที่คาดหวังได้

สำหรับการอัพเกรดซิสเต็มของเพื่อนที่ถามมา ผมมีอ๊อปชั่นให้เลือก 2 อ๊อปชั่น ทางเลือกแรกคือ ใช้สัญญาณ Pre-Out ของ CXA60 เชื่อมต่อกับอินพุตของ SM-02 กับอีกทางคือ ใช้สัญญาณ Pre-Out ของ CXN v2 เชื่อมต่อกับอินพุตของ SM-02 โดยตรง (ตัด CXA60 ออกไปจากซิสเต็ม)

ส่วนการทดสอบนั้น ผมมี CXN v2 อยู่ (REVIEW) แต่ไม่มี CXA60 ถ้าเป็นอินติเกรตแอมป์ที่มีภาค Pre-Out ผมมี Quad รุ่น Vena II Play อยู่ในมือ (REVIEW) ขอเอามาทดสอบแทน CXA60 ก็แล้วกัน ส่วนลำโพงที่ใช้ทดสอบมีอยู่หลายคู่ แยกเป็นกลุ่มราคาไม่เกิน 3 หมื่นต่อคู่ก็มี Wharfedale EVO 4.2 (8 โอห์ม/87 ดีบี)(REVIEW) กับ Monitor Audio รุ่น Bronze 100 (8 โอห์ม/87ดีบี) ที่มีราคาไม่เกิน 5 หมื่นต่อคู่ก็มี Wharfedale รุ่น EVO 4.4 (REVIEW) จากนั้นก็เป็นลำโพงระดับไฮเอ็นด์ที่มีราคาระหว่าง 1-2 แสนบาทต่อคู่ ได้แก่ Totem Acoustic รุ่น The One (4 โอห์ม/87 ดีบี) กับ Audiovector รุ่น R1 และตอนท้ายผมได้ลองให้ CXN v2 + SM-02 ขับลำโพงระดับซุปเปอร์ไฮเอ็นด์ ราคาคู่ละสี่แสนกว่าอย่าง Focal รุ่น Sopra No.1 (8 โอห์ม/89 ดีบี)(REVIEW) ดูด้วย เพื่อเช็คว่าสมรรถนะของเพาเวอร์แอมป์ Mgnet SM-02 ตัวนี้มันไปได้สุดถึงไหน

การทดสอบ

ขั้นตอนแรก ผมเริ่มด้วยการทดลองฟังดูว่า ระหว่างใช้ภาคปรีเอ๊าต์ของอินติเกรตแอมป์ Vena II Play เพื่อขับ SM-02 เทียบกับใช้ภาคปรีแอมป์ของ CXN v2 เพื่อขับ SM-02 แบบไหนให้ผลดีกว่ากัน ซึ่งปรากฏว่าใช้ได้ทั้งคู่ ในกรณีของการใช้ภาคปรีเอ๊าต์ของ Vena II Play จับกับ SM-02 จะได้กำลังขับเพิ่มมากขึ้น ทำให้ได้เสียงที่นิ่งและแน่นมากกว่าใช้กำลังขับในตัว Vena II Play จะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นเมื่อตอนลองขับลำโพง Wharfedale EVO 4.4 และลำโพงที่มีราคาสูงมากๆ อย่าง Totem Acoustic The One และ Audiovector R1 ถือว่าเป็นการอัพเกรดให้กับอินติเกรตแอมป์ที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะกับอินติเกรตแอมป์ที่มีอินพุตครบๆ อย่าง Vena II Play ที่มีทั้งอะนาลอก อินพุต, โฟโน อินพุต และสตรีเมอร์+ภาค DAC ในตัว ซึ่งเท่ากับว่าคุณมีทั้งภาคปรีแอมป์ และอินพุตครบทุกชนิด

ส่วนกรณีที่จับ SM-02 คู่กับภาคปรีเอ๊าต์ของ Cambridge Audio CXN v2 ถือว่าเป็นการทดลองใช้ SM-02 เป็นเพาเวอร์แอมป์ร่วมกับ Streamer/DAC ที่มีภาคปรีแอมป์ในตัว ซึ่งผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก ใครที่ตั้งใจจะใช้วิธีสตรีมไฟล์เพลงดิจิตัลจากฮาร์ดดิสกับสตรีมไฟล์เพลงจากอินเตอร์เน็ตอย่าง TIDAL และ Spotify เป็น source หลัก ไม่เน้นอินพุตอะนาลอกอื่นๆ ผมแนะนำให้หา CXN v2 มาใช้ แล้วเอาภาคปรีเอ๊าต์ของ CXN v2 ไปจับคู่กับ SM-02 ครับ เพราะผมทดลองแล้ว มันเป็นคู่ที่ไปด้วยกันได้ดีมาก เกนเอ๊าต์พุตของ CXN v2 กับเกนอินพุตของ SM-02 เข้ากันได้พอดีๆ การจ่ายกำลังขับของ SM-02 ตอบสนองกับระดับวอลลุ่มของ CXN v2 ได้อย่างสอดคล้อง รับ/ส่งกันได้อย่างแนบเนียนทั้ง ความดังและ พลังเสียงออกมาครบทุกระดับวอลลุ่มที่ขยับไปโดยที่มิติเวทีเสียงไม่เคลื่อนแต่ได้ ความเข้มของมวลและ แรงกระแทกที่เพิ่มขึ้นเมื่อขยับวอลลุ่มเพิ่มขึ้น เป็นข้อพิสูจน์ว่าเกนมันแม็ทช์กันอย่างสมบูรณ์

ข้อดีอีกข้อในการใช้ภาคปรีเอ๊าต์ของ CXN v2 จับคู่กับ SM-02 คือ คุณภาพเสียงซึ่งออกมาดีมาก เพราะการใช้ CXN v2 ต่อตรงเข้าเพาเวอร์แอมป์เป็นการ ลดเส้นทางเดินของสัญญาณให้สั้นลง ทำให้สัญญาณเสียงมีความบริสุทธิ์มากกว่าต่อผ่านภาคปรีฯ ของอินติเกรตแอมป์หรือปรีแอมป์อีกทอดหนึ่ง และข้อดีอีกข้อที่ถือว่าเป็นผลพลอยได้ นั่นคือ เป็นการลดค่าใช้จ่ายทางอ้อม คือตัดค่าใช้จ่ายสำหรับภาคปรีแอมป์ออกไปได้เลยถ้า source ที่คุณต้องการใช้ก็คือการสตรีมไฟล์ดิจิตัลอย่างเดียว

หลังจากทดลองฟังเสียงของ CXN v2 + SM-02 กับลำโพงหลายๆ คู่ที่ใช้ทดสอบร่วมกันข้างต้น ผมพบว่า การเชื่อมต่อสัญญาณระหว่าง CXN v2 + SM-02 คู่นี้ทาง RCA (อันบาลานซ์) ให้เสียงดีกว่าทางช่อง XLR (บาลานซ์) และเสียงที่ได้จากการขับลำโพงในระดับราคาไม่เกิน 3 และ 5 หมื่นบาทต่อคู่ มาลงตัวกับสายสัญญาณ Atlas รุ่น Equator Integra (REVIEW) + สายลำโพง Furutech รุ่น FS-301 พอดีๆ และต้องขอบอกว่า CXN v2 + SM-02 คู่นี้ยังสามารถขยับคุณภาพเสียงให้สูงขึ้นไปได้อีกเยอะ เมื่อจับกับสายสัญญาณ + สายลำโพงที่มีราคาสูงขึ้นไป (*ในการทดสอบ ผมทดลองใช้สายสัญญาณ Nordost รุ่น Quatro Fil + สายลำโพงรุ่น Super Speaker Cable ของ Transparent Cable ก็ได้เสียงออกมาดีขึ้นไปอีกมาก โดยเฉพาะตอนใช้ขับลำโพง The One กับ Sopra No.1 แต่ราคาสายและลำโพงจะกระโดดเกินราคา CXN v2 + SM-02 ไปมาก นักเล่นฯ ส่วนใหญ่จะไม่ลงทุนลักษณะนี้)

เทอร์โบชาร์จ CXN v2 ด้วยโปรแกรม roon

ปกติแล้ว CXN v2 มีแอพลิเคชั่นในการเล่นไฟล์เพลงของแคมบริดจ์เองที่ชื่อว่า StreamMagic อยู่แล้ว ซึ่งก็ให้เสียงที่ดีพอสมควร แต่ผมแนะนำให้อัพเกรดคุณภาพเสียงของ CXN v2 ของคุณขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการอัพเดตเฟิร์มแวร์ตัวล่าสุดให้กับ CXN v2 เพื่อทำให้ CXN v2 มีคุณสมบัติเป็น “Roon Readyจากนั้นคุณก็ไปสมัครใช้งานโปรแกรม roon เพื่อใช้ roon ในการสตรีมไฟล์เพลงมาเล่นแทนแอพฯ StreamMagic ของแคมบริดจ์เอง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ได้คุณภาพเสียงจาก CXN v2 ที่ดีขึ้นไปอีกหลายเปอร์เซ็นต์ ผมทดลองดูแล้ว นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก (*อัพเดตเฟิร์มแวร์ CXN v2 เป็น Roon Ready = ฟรี, ค่าสมัครใช้โปรแกรม roon เสียค่าใช้จ่าย = ประมาณสามพันกว่าบาท / ปี)

เสียงของ SM-02

ในการทดลองฟังเพื่อค้นหาบุคลิกเสียงของ SM-02 ผมใช้ roon nucleus + CXN v2 (Roon Ready) เป็นทั้ง source player และ preamp (ใช้ภาคปรีเอ๊าต์ของ CXN v2) จับกับ SM-02 ยืนพื้นแล้วทดลองเปลี่ยนลำโพงเข้ามาทดลองฟังไปทีละคู่

สิ่งแรกที่รู้สึกได้ก็คือ กำลังขับที่ระบุไว้ 130W ต่อแชนเนล ของ SM-02 มากพอสำหรับควบคุมลำโพงจำนวน 3 คู่ที่ผมเอามาทดสอบออกมาได้อย่างน่าพอใจในหลายๆ ด้าน นั่นคือ EVO 4.2, Bronze 100 และ EVO 4.4 จะว่าไปแล้ว แม้กับลำโพงที่มีราคาเกินแสนทั้งสองคู่คือ Totem Acoustic The One กับ Audiovector R1 ซึ่งถือว่าเกินระดับของ CXN v2 + SM-02 ขึ้นไปก็ยังให้ผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาด (เมื่อใช้ร่วมกับสายสัญญาณ Nordost Quatro Fil + สายลำโพง Transparent Cable Super Speaker Cable) แม้ว่าจะยังไม่เต็ม 100% ของลำโพงทั้งสองคู่นั้น แต่น้ำเสียงโดยรวมที่ออกมาก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้เลย แสดงว่าโดยเนื้อแท้ของเพาเวอร์แอมป์ Magnet ตัวนี้มันมีดีอยู่พอสมควรทีเดียว ถ้าสามารถแม็ทชิ่งอุปกรณ์ร่วมในระบบให้ลงตัว มันจะให้ผลลัพธ์ทางเสียงที่น่าพอใจ เกินราคาไปมาก (ขณะใช้งานผมพบว่าที่ตัวเครื่อง SM-02 มีความร้อนออกมามากพอสมควร น่าจะมีการจัดกระแส bias ไว้สูง)

อัลบั้ม : The Exotic Sound of Arthur Lyman (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Arthur Lyman Group

คุณสมบัติในการควบคุมลำโพงเป็น พื้นฐานหลักที่เพาเวอร์แอมป์ต้องมีอยู่ในตัว ซึ่งจะแสดงผลออกมาในลักษณะของเสียงที่นิ่ง แผ่กว้างหลุดตู้ลำโพงออกไปได้อย่างอิสระรอบด้าน ไม่ว่าเราจะเปิดวอลลุ่มดังหรือเบา ซึ่งเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังขับสูงกว่า มักจะ” (แต่ไม่เสมอไป) มีพลังในการควบคุมลำโพงได้ดีกว่าเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังขับต่ำกว่า

วิธีทดสอบคุณสมบัติข้อนี้ของเพาเวอร์แอมป์ก็คือหาเพลงที่มั่นใจว่าบันทึกมิติสเตริโอที่เปิดกว้าง หลุดตู้ออกไปได้ทุกทิศทางจริงๆ มาเปิดฟังกับเพาเวอร์แอมป์ตัวนั้น ซึ่ง “The Exotic Sound of Arthur Lymanชุดนี้เป็นหนึ่งในงานเพลงที่บันทึกเสียงมาตั้งแต่ปี 1958 ซึ่งเป็นยุคที่ระบบเสียงสเตริโอกำลังเริ่มเฟื่องฟู ถ้าซิสเต็มไม่แย่มากๆ และการเซ็ตอัพลำโพงไม่ผิดพลาด ฟังชุดนี้จะได้มิติเสียงที่หลุดตู้อย่างชัดเจน แทรคที่ผมชอบใช้ทดสอบคุณสมบัติทางด้านนี้มีอยู่หลายเพลง ที่ใช้บ่อยมากๆ คือเพลง “Tabooแทรคแรก ซึ่งตอนขับลำโพง EVO 4.2, Bronze 100 และ EVO 4.4 เจ้า SM-02 ร่วมกับ CXN v2 สามารถผลักดันทุกเสียงที่ได้ยินจากแทรคนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงกรีดลูกแซ็กฯ, เสียงเคาะไวบราโฟน (ระนาดฝรั่ง), เสียงเป่าฟรุ๊ท และเสียงตีกลอง ให้หลุดลอยออกไปนอกตัวตู้ลำโพงอย่างเป็นอิสระ สามารถระบุตำแหน่งของแต่ละเสียงได้อย่างชัดเจน ตลอดเวลาโดยไม่มีอาการวูบวาบแม้ว่าจะเปิดค่อนข้างดัง

ตอนขับลำโพง EVO 4.2 กับ Bronze 100 ผมได้ยินความถี่ตั้งแต่ทุ้มขึ้นไปจนถึงแหลมทั้งหมดของอัลบั้มนี้แผ่ออกมาจากตู้ลำโพงด้วยคุณภาพที่เสมอกัน เสียงแหลมมีลักษณะที่ละเอียดเนียน เสียงกลางลอยเด่น ทุ้มก็มีหัวมีหางแยกแยะชัดเจนพร้อมความกระชับ แต่ตอนที่ทดลองให้ SM-02 ขับลำโพง The One ผมพบว่าที่ความดังสูงๆ เสียงแหลมที่ออกมามีอาการจ้าและสว่างโพลนขึ้นมานิดๆ ซึ่งเป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่า ในขณะที่ต้องขับด้วยความดังสูงๆ ตัว SM-02 แสดงอาการเป๋ออกมา ซึ่งที่เสียงแหลมจะรับรู้ได้ชัดกว่าความถี่อื่น

เมื่อผมทดลองเปลี่ยนมาใช้ลำโพง Focal Sopra No.1 อาการสว่างก็เกิดขึ้นอีก แบบนี้น่าจะเป็นไปได้ว่า กำลังสำรองของ SM-02 อาจจะไม่สูงพอที่จะสามารถกำหราบลำโพง The One และ Sopra No.1 ให้อยู่หมัดได้ เพราะเมื่อผมทดลองเปลี่ยนเอาเพาเวอร์แอมป์โมโนบล็อกของ Boulder รุ่น 850 ไปลองฟังเทียบกัน พบว่า เพลงเดียวกัน ตรงตำแหน่งเดียวกัน ระดับความดังพอๆ กัน ไม่ว่าจะขับ The One หรือ Sopra No.1 ก็ไม่ปรากฏอาการสว่างโพลนที่ว่าออกมาให้ได้ยิน แสดงว่า Boulder 850 เอา The One กับ Sopra No.1 อยู่หมัดมากกว่า SM-02 (*Boulder 850 คู่ละหกแสน)

แม้ว่าผมจะลองเปลี่ยนเอาอินพุตจาก Vena II Play มาใช้กับ SM-02 เพื่อขับ The One และ Sopra No.1 เสียงที่ออกมาก็ยังมีอาการสว่างโพลนที่เสียงแหลมในช่วงพีคอยู่ดี สรุปว่า ระดับหวังผลที่กำลังขับ+กำลังสำรองของ SM-02 จะมีประสิทธิภาพในการควบคุมลำโพงได้อย่างเต็มที่แบบไม่มีผลข้างเคียงก็น่าจะใช้ขับลำโพงราคาไม่เกิน 4-5 หมื่นบาทต่อคู่ ในขั้นตอนต่อมา ผมจึงให้ SM-02 ขับลำโพงแค่สองคู่คือ EVO 4.2 กับ Bronze 100 ในการทดสอบคุณสมบัติด้านอื่นของ SM-02 ต่อไป

อัลบั้ม : Paints A Tribute To Tony Bennett (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Jack Jones

หลังจากทดสอบทางด้านสมรรถนะในการควบคุมลำโพงซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องซาวนด์สเตจของ SM-02 ไปแล้ว ขั้นต่อไปก็เริ่มทดสอบคุณสมบัติทางด้านไดนามิกและเนื้อเสียงกันต่อไป โดยที่ผมทดลองสลับลำโพงให้ SM-02 ขับแค่สองคู่คือ EVO 4.2 กับ Bronze 100

Jack Jones เป็นนักร้องชายประเภท เสียงหล่ออีกคนหนึ่งของวงการ อัลบั้มชุดนี้เขาตั้งใจอุทิศให้กับนักร้องที่เขานิยมชมชอบเป็นส่วนตัวและเป็นเสมือนแรงบรรดาลใจให้กับตัวเขาเอง นั่นคือ Tony Bennett ซึ่งโจนส์ทำออกมาได้ดีมาก ด้วยน้ำเสียงที่นุ่ม อิ่ม ผสมกับแนวการร้องที่เย้ายวนอารมณ์ของคนฟังให้รู้สึกผ่อนคลาย ถ้าแอมป์ตัวไหนฟังเสียงร้องของโจนส์ในอัลบั้มนี้แล้วไม่ชวนให้เกิดความรู้สึกอย่างที่กล่าวมาต้องถือว่าผิด! ถ้าฟังเพลง “Fly Me to the Moonในอัลบั้มนี้แล้วไม่เคลิ้มต้องถือว่าคุณภาพยังไม่ถึง ซึ่ง SM-02 สอบผ่านในประเด็นนี้ไปได้อย่างน่าชื่นชม มัน (SM-02) สามารถก้าวข้ามอคติในอดีตที่ว่า แอมป์ไทยเสียงหยาบไปได้อย่างงดงาม เพราะเสียงร้องของ Jack Jones ในอัลบั้มนี้เป็นประจักษ์พยานที่ดี เสียงร้องที่ลอยออกมาจากลำโพงเต็มไปด้วยความนุ่มเนียน เนื้อเสียงอิ่มเข้ม มีมวลที่ไร้ซึ่งอาการหยาบกร้านใดๆ ให้ระคายหู

อัลบั้ม : Dreaming (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Amanda McBroom

อัลบั้ม : Killing Me Softly (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Roberta Flack

ในย่านกลางลงมากลางต่ำ SM-02 สอบผ่านแล้วด้วยเสียงร้องของผู้ชาย ต่อไปเป็นการทดสอบในย่านกลางขึ้นไปทางสูงบ้าง ซึ่งเสียงในย่านกลางสูงที่เชื่อมต่อระหว่างเสียงกลางตอนบนกับเสียงแหลมตอนล่างเป็นย่าน วิกฤตสำหรับอุปกรณ์เครื่องเสียง โดยเฉพาะลำโพงสองทาง เพราะเป็นย่านที่ครอบคลุมจุดตัดระหว่างทวีตเตอร์กับมิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์ ซึ่งหากลำโพงออกแบบการทำงานระหว่างทวีตเตอร์กับมิดเร้นจ์/วูฟเฟอร์ไม่ดีพอ หรือแอมป์ที่มีปัญหาอ่อนไหวกับการปรับเปลี่ยนอิมพีแดนซ์ตรงรอยต่อจุดตัดที่ว่า (ประมาณ 800Hz – 2,500Hz = แถบสีแดงในภาพด้านล่างนี้)

เมื่อเจอกับเสียงร้องหรือเสียงดนตรีในย่านกลางสูงที่ความถี่วิ่งขึ้นลงผ่านจุดตัดไปๆ มาๆ ตลอดเวลาจะทำให้เกิดเสียงที่แกว่ง ไม่เชื่อมต่อกัน ซึ่งเสียงร้องของนักร้องหญิง, เสียงไวโอลิน และเสียงฟรุ๊ต จะได้รับผลกระทบ แต่เสียงที่ฟังง่ายที่สุดก็คือเสียงร้องของนักร้องผู้หญิงที่อยู่ในย่านกลางสูง

ผมเลือกเสียงร้องของ Amanda McBroom จากอัลบั้มชุด “Dreamingกับเสียงร้องของ Roberta Flack จากอัลบั้มชุด “Killing Me Softlyมาทดสอบประสิทธิภาพของ SM-02 ในส่วนนี้ ซึ่งเสียงของอาแมนด้า แมคบรูมจะอยู่ในโทนที่ต่ำกว่าเสียงของโรเบอต้า แฟลค ซึ่งจากการทดลองฟังพบว่า SM-02 สามารถแจกแจงโทนเสียงของนักร้องหญิงทั้งสองคนนี้ออกมาได้ตรงกับโทนเสียงหลักของเธอทั้งสอง สังเกตได้จากช่วงพีคขึ้นคีย์สูงของทั้งสองคนซึ่งอยู่ในเร้นจ์เสียงคนละเร้นจ์แต่ก็ไม่มีอาการแกว่ง ยังคงรักษาบุคลิกของแต่ละคนเอาไว้ได้อย่างมั่นคง

สรุป

หลังจากทดลองฟังด้วยการสลับลำโพงทั้งหมดไปๆ มาๆ อยู่นานนับอาทิตย์ ผมก็ได้ข้อสรุปในการแม็ทชิ่งว่า เพลเยอร์ roon nucleus + สตรีมเมอร์ Cambridge Audio CXN v2 + เพาเวอร์แอมป์ Magnet SM-02 + ลำโพง Monitor Audio Bronze 100 + สายสัญญาณ Atlas Equator Integra + สายลำโพง Furutech FS-301 เป็นชุดที่แม็ทชิ่งกันมากที่สุด เป็นชุดที่ทำให้ SM-02 แสดงศักยภาพออกมาได้เด่นชัดที่สุด ให้คุณสมบัติของเสียงในแต่ละด้านออกมาได้ค่าเฉลี่ยที่น่าพอใจมากที่สุด ซึ่งพูดได้ว่า เสียงของ SM-02 สามารถแปรเปลี่ยนไปตามอุปกรณ์ตัวอื่นๆ ในซิสเต็มได้ ค่อนข้างง่ายในความหมายก็คือ มันถูกจูนมาให้มีลักษณะเสียงที่เปิดเผย แจกแจงรายละเอียดออกมาในแนวจะแจ้งมากกว่าแนวรอมชอม นั่นทำให้กำลังขับ 130W ต่อข้างของมันจึงมีความอ่อนไหวสูง ซึ่งสร้างปัญหามีสแม็ทช์ได้ง่ายในการแม็ทชิ่ง ในขณะเดียวกันก็แลกมาด้วยข้อดีจากการปรับจูนมาลักษณะนี้ นั่นคือได้คุณภาพเสียงที่เปิดเผยรายละเอียดที่โดดเด่น

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาที่ความสามารถในการควบคุมลำโพงของเพาเวอร์แอมป์ตัวนี้ ก็ต้องขอยกเครดิตให้กับ SM-02 ในแง่นี้ เพราะพบว่ามันสามารถขับลำโพงที่มีราคาสูงกว่าตัวมันมากๆ ออกมาได้เสียงที่น่าพอใจพอสมควร แต่ถ้าต้องการประสิทธิภาพที่สูงสุด เหมาะสมกับสมรรถนะของตัว SM-02 จริงๆ ผมแนะนำให้ใช้ขับลำโพงที่มีราคาอยู่ระหว่าง 2 – 5 หมื่นบาท (พิจารณาจากซิสเต็มที่ผมแนะนำไปข้างต้นเป็นแนวทางในการแม็ทชิ่ง) /

********************
ราคา : 30,600 บาท (โปรโมชั่นพิเศษจากราคาเต็ม 35,800 บาท)
********************
ออกแบบและผลิตโดย:
. Magnet Technology Corporation
********************
สนใจสอบถามเพิ่มเติม:
โทร. 02-907-7923-5

facebook: @magnetaudio.club

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า