รีวิวเครื่องเสียง Primare รุ่น NP5 Prisma MK 2 เน็ทเวิร์ค มิวสิค สตรีมมิ่ง ทรานสปอร์ต

อินติเกรตแอมป์ หรือปรีแอมป์ที่วางตลาดในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะมี DAC ในตัวและให้ช่องอินพุตสำหรับรองรับสัญญาณดิจิตัลจากภายนอกมาให้ด้วย ซึ่งช่องอินพุตที่ให้มาส่วนใหญ่ก็จะเป็น Coaxial และ Optical โดยมีบางตัวที่ให้อินพุต USB มาด้วยเพื่อรองรับสัญญาณเสียงจากการเล่นไฟล์บนคอมพิวเตอร์หรือสตรีมเมอร์ ทรานสปอร์ตที่ปล่อยสัญญาณดิจิตัลออกมาทางช่อง USB

บางคนอาจจะคิดว่า ช่องดิจิตัล อินพุต Coaxial และ Optical ที่ให้มานั้นเอาไว้สำหรับรองรับสัญญาณดิจิตัลจากเครื่องเล่นแผ่นซีดี หรือเครื่องเล่นแผ่นดีวีดีเพื่ออัพเกรดคุณภาพเสียงเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว อินพุต Coaxial และ Optical เหล่านั้นสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ประเภทหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า Network Music Streaming Transport ที่มีช่องดิจิตัล เอ๊าต์พุตได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการ ระเบิดความสามารถของ “แหล่งต้นทางสัญญาณ(source) ออกไปอีกระดับเลยทีเดียว.!!

Network Music Streaming Transport คืออะไร.?

จริงๆ แล้ว ในวงการไอทีมีชื่อเรียกอุปกรณ์ที่ผมกำลังจะทำการทดสอบชิ้นนี้อยู่แล้ว นั่นคือ “Network Bridgeหมายถึงอุปกรณ์ที่ช่วยทำให้อุปกรณ์ใดๆ ที่ไม่มีขั้วต่อ Ethernet และไม่มีระบบเชื่อมต่อทาง WiFi สามารถเชื่อมต่อกับเน็ทเวิร์คเพื่อการรับ/ส่งสัญญาณ/ข้อมูล กับอุปกรณ์อื่นๆ ที่อยู่ในเน็ทเวิร์คได้

(อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : Network Bridge คืออะไร.? ทำหน้าที่อะไรในชุดเครื่องเสียง)

ปัญหาของ external DAC รุ่นเก่าๆ ที่ทำให้ไม่สามารถรองรับสัญญาณจากตัวมิวสิค สตรีมเมอร์ได้ก็เพราะว่า external DAC เหล่านั้น ไม่มีอินพุต Ethernet นั่นเอง และด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นของ Network Bridge ตามที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้มันมีความพอเหมาะพอดีที่จะนำมาช่วยแก้ปัญหาให้กับ external DAC รุ่นเก่าๆ เหล่านั้นให้สามารถรองรับสัญญาณจากการมิวสิค สตรีมเมอร์ผ่านเน็ทเวิร์คได้

Primare รุ่น NP5 Prisma MK 2
เน็ทเวิร์ค มิวสิค สตรีมมิ่ง ทรานสปอร์ต สัญชาติสวีเดน

ตอนนี้ชื่อเรียกของอุปกรณ์ประเภทนี้ยังไม่นิ่ง อย่างเช่นทาง dCS ของอังกฤษใช้ชื่อเรียกว่า “Network Bridgeตามวงการไอที, ทางแบรนด์ Aurender ของเกาหลีใช้ชื่อเรียกผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันนี้ว่า “Catching Music Server/Streamer”, แบรนด์ Lumin ของจีนใช้ชื่อเรียกว่า “Streaming Transportในขณะที่ทาง Primare แบรนด์ของสวีเดน เจ้าของผลิตภัณฑ์ตัวนี้เลือกที่จะเรียกว่า “Network Playerส่วนนักวิจารณ์เครื่องเสียงของสื่อ HiFiClass ใช้คำเรียกผลิตภัณฑ์ตัวนี้ว่า “NP5 Prisma Transportแบบไหนถูก.??? ถ้าถามความเห็นของผม ผมคิดว่าควรจะมีคำว่า “Transportอยู่ในชื่อเรียกด้วย เพราะผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไม่มี DAC ในตัว ซึ่งจริงๆ แล้ว คำว่า “Network Bridgeก็นับว่าตรงกับหน้าที่ของมันมากที่สุดแล้ว แต่กรณีนี้เป็นการนำอุปกรณ์ประเภทนี้มาออกแบบดัดแปลงใช้กับวงการเครื่องเสียง ก็ควรจะหาคำเรียกใหม่ที่เหมาะสมกับหน้าที่ของมันที่ถูกใช้งานในชุดเครื่องเสียง ซึ่งผมคิดว่า คำเรียกว่า “Network Music Streaming Transportน่าจะตรงกับหน้าที่ของมันมากที่สุด แต่อาจจะยาวไปนิด ใครจะเรียกย่อๆ ว่า NMST ก็ไม่ผิด หรือใครจะเรียกย่อสั้นๆ ว่า Network Transport ก็ได้

รูปร่างหน้าตาของ NP5 Prisma MK 2

NP5 Prisma MK2 มีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง x ยาว เกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสคือ 14.3 x 12.5 .. และสูงแค่ 3.6 .. เท่านั้น ขนาดรวมๆ จะเล็กกว่าแผ่นซีดีนิดหน่อย ตัวถังสีดำ มีโลโก้ของแบรนด์กับชื่อรุ่นพิมพ์อยู่ด้านบน ไม่มีปุ่มใดๆ

นอกจากตัวอักษรโลโก้แบรนด์, ประเภทผลิตภัณฑ์ และชื่อรุ่น ที่พิมพ์อยู่บนตัวถังเครื่องแล้ว ที่มุมด้านหนึ่งของตัวถังมีไฟ LED อยู่ 3 ดวง ติดตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ดวงแรก (A) ทำหน้าที่แสดงสถานะการเปิด/ปิดการทำงานของตัวเครื่อง ซึ่งจะถูกกำหนดโดยการเสียบไฟเลี้ยงเข้าที่ตัวเครื่อง เนื่องจาก NP5 Prisma MK2 ไม่มีสวิทช์เปิด/ปิด ดังนั้นคุณจึงควรทำการเชื่อมต่อสายต่อเชื่อมต่างๆ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนจะทำการเสียบอะแด๊ปเตอร์ 5V ที่ให้มา หลังจากเสียบอะแด๊ปเตอร์เข้าไปแล้ว ไฟ LED ดวงแรกนี้จะสว่างขึ้นเป็นสีขาว ในเวลาเดียวกันนั้น หลังจากเสียบอะแด๊ปเตอร์ ไฟดวงที่สอง (B) ซึ่งทำหน้าที่แสดงสถานะการเชื่อมต่อกับเน็ทเวิร์คจะสว่างขึ้นเป็นสีฟ้า ในตอนแรกไฟสีฟ้าจะกระพริบแสดงสถานะว่าตัวเครื่องกำลังพยายามเชื่อมต่อกับเน็ทเวิร์ค ซึ่ง NP5 Prisma MK2 เปิดโอกาสให้คุณเชื่อมต่อตัวมันเข้ากับเน็ทเวิร์คได้ 2 ทาง ทางแรกคือผ่านสาย Ethernet (สาย LAN) กับอีกทางคือเชื่อมต่อด้วยวิธีไร้สายผ่านคลื่น Wi-Fi ทางผู้ผลิตแนะนำให้เชื่อมต่อด้วยสาย LAN ถ้าทำได้ ซึ่งจะให้ผลดีกว่าทั้งในแง่ของความเสถียรและคุณภาพเสียง หลังจากเชื่อมต่อได้แล้ว ไฟดวงที่สองนี้จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวและหยุดนิ่ง ไม่กระพริบ

ในการเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi ไร้สาย คุณมีทางเลือกสำหรับแอพฯ ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออยู่ 3 ทาง ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการณ์บนอุปกรณ์พกพาของคุณ คือ AirPlay Speaker Setup (iOS), Prisma Android app (Android) และ Google Home app (Android/iOS) ในกรณีที่คุณต้องการใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติและฟังท์ชั่นของ Google Home อาทิเช่น ระบบมัลติรูม/มัลติโซน, การสตรีมสัญญาณ (casting), ควบคุมด้วยเสียง (voice control) คุณต้องทำการเชื่อมต่อ NP5 Prisma MK2 ด้วยแอพ Google Home ส่วนไฟดวงที่สาม (C) จะสว่างขึ้นเป็นสีขาวเมื่อมีการเล่นไฟล์เพลง

ขั้วต่อ อินพุต & เอ๊าต์พุต
กับ ความสามารถในการรองรับสัญญาณ

1. ปุ่มกด reset การทำงานของเครื่อง
2. ขั้วต่อ RS232 สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวอื่นของ Primare เพื่อแชร์คำสั่งพื้นฐานระหว่างกัน
3. ช่องเสียบสาย Ethernet LAN
4. ช่องเสียบ USB-A สำหรับแฟรชไดร้ หรือ USB portable drive แบบพกพา
5. ช่องดิจิตัล เอ๊าต์พุต Optical
6. ช่องดิจิตัล เอ๊าต์พุต Coaxial
7. ช่องเสียบอะแด๊ปเตอร์สำหรับไฟเลี้ยงที่ให้มา

อะแด๊ปเตอร์ที่ให้มาจ่ายเอ๊าต์พุตเป็นไฟ DC 5V/2A และเนื่องจาก NP5 Prisma MK2 ไม่มีปุ่มเพาเวอร์ เมื่อเสียบอะแด๊ปเตอร์เข้าไปก็เท่ากับเป็นการเปิดเครื่องทำงานไปในตัว ถ้าต้องการปิดเครื่องก็ดึงอะแด๊ปเตอร์ออก เหตุผลที่ทางผู้ผลิตไม่มีสวิชท์เปิด/ปิดมาให้ก็เพราะว่า อุปกรณ์ประเภทที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเน็ทเวิร์คลักษณะนี้ควรจะเปิดทิ้งไว้ตลอด เพื่อให้มันพร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อนำไปใช้ในระบบมัลติรูม/มัลติโซน การเปิดทิ้งไว้ตลอดไม่อันตรายและไม่เปลืองไฟมากเพราะอุปกรณ์พวกนี้กินไฟน้อยมาก ช่วงสแตนด์บายกินไฟน้อยกว่า 2.9 วัตต์ ส่วนตอนทำงานก็กินไฟมากขึ้นอีกนิดคือไม่เกิน 3.6 วัตต์ เท่านั้น

ช่องทางขาเข้า (อินพุต) สำหรับสัญญาณดิจิตัลของ NP5 Prisma MK2 มีอยู่ 3 ช่องทาง ทางแรกคือผ่านเข้าทางช่อง Ethernet LAN (3), ช่องอินพุตที่สองคือ USB-A (4) สามารถรองรับไฟล์เพลงที่อยู่บนแฟรชไดร้และ USB HDD แบบพกพาที่มีความจุไม่เกิน 2TB ที่ฟอร์แม็ตไดร้เป็น NTFS กับ FAT32 ไม่รองรับฟอร์แม็ต exFAT ส่วนช่องทางที่สามคือทางไร้สาย โดยผ่านเข้าทาง Wi-Fi ด้วย AirPlay สำหรับอุปกรณ์ iOS และ Bluetooth (เสารับคลื่นซ่อนอยู่ในตัวเครื่อง)

ความสามารถรองรับไฟล์ทางช่อง Ethernet LAN และ USB-A รับได้หลายฟอร์แม็ต ครอบคลุมฟอร์แม็ตยอดนิยมอย่าง WAV, FLAC, ALAC, WIMA, OGG และ LPCM โดยรับได้สูงสุดถึงระดับ 24/192 รวมถึงฟอร์แม็ตที่เป็น Low Resolution อย่าง MP3 และ AAC (MP4) ด้วย โดยรับได้ถึงระดับ 16/48 ทั้งในลักษณะการส่งสัญญาณแบบ Variable Bit Rate (VBR) และแบบ Constant Bit Rate (CBR) ที่สปีด 320kbps นอกจากนั้น NP5 Prisma MK2 ยังรองรับการรับ/ส่งสัญญาณ DSD ได้ถึงระดับ DSD128 โดยใช้วิธีแปลง DSD เป็น PCM ส่วนไฟล์ที่เป็นฟอร์แม็ต MQA เอ๊าต์พุตของ NP5 Prisma MK2 จะส่งผ่านโค๊ด MQA ไปให้กับ ext.DAC ภายนอก เนื่องจากในตัว NP5 Prisma MK2 ไม่มีดีโค๊ดเดอร์ MQA ถ้า ext.DAC ตัวไหนมีดีโค๊ดเดอร์ MQA ในตัวก็สามารถถอดรหัส MQA เอาสัญญาณ PCM จากสตูดิโอไปใช้ได้

ส่วนช่องทาง digital out ของ NP5 Prisma MK2 ทั้งสองช่องมีความสามารถในการส่งออกสัญญาณดิจิตัลเท่าๆ กัน คือปล่อยได้สูงสุดถึงระดับ 24/192 แต่มีความพิเศษอยู่อย่างหนึ่งสำหรับ NP5 Prisma MK2 ตัวนี้ คือเขาทำอ๊อปชั่นมาให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะส่งสัญญาณดิจิตัลออกไปแบบ Fixed แซมปลิ้งเรตค่าใดค่าหนึ่งระหว่าง 44.1, 48, 88.2, 96, 176.4 หรือ 192kHz ซึ่งจะได้ประโยชน์กับภาค DAC เก่าๆ ที่รองรับแซมปลิ้งเรตของสัญญาณอินพุตจำกัดไม่เกิน 96kHz หรือในกรณีที่คุณพบว่าภาค DAC ของคุณให้เสียงออกมา ดีที่สุดกับแซมปิ้งเรตค่าไหนก็สามารถล็อคให้ NP5 Prisma MK2 ทำการปรับอินพุตทุกค่าให้ออกมาเป็นค่าที่คุณเลือก Fixed ไว้ตลอด แต่ในกรณีที่ภาค DAC ของคุณสามารถรองรับแซมปลิ้งเรตได้ทุกระดับที่ NP5 Prisma MK2 ปล่อยออกมา และถ้าคุณอยากได้เสียงของไฟล์เพลงที่ออกมาตามสเปคฯ ของไฟล์นั้นๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ให้เลือกเอ๊าต์พุตของช่อง digital out ของ NP5 Prisma MK2 ไว้ที่ “Native

การเชื่อมต่อ NP5 Prisma MK2 เข้ากับชุดเครื่องเสียง

ในภาพข้างบนนี้แสดงการเชื่อมต่อ NP5 Prisma MK2 เข้ากับอุปกรณ์เครื่องเสียงและวงเน็ทเวิร์คโดยใช้สาย Ethernet LAN แต่ถ้าบ้านคุณไม่ได้เดินสาย LAN เอาไว้ตรงจุดที่ติดตั้งชุดเครื่องเสียง คุณก็สามารถใช้วิธีเชื่อมต่อตัว NP5 Prisma MK2 ผ่านทางระบบไร้สาย Wi-Fi ก็ได้ด้วย แต่ถ้าเน้นคุณภาพเสียงกับความเสถียรของการเชื่อมต่อ แนะนำให้เชื่อมต่อด้วยสาย Ethernet LAN ครับ

เครื่องเสียงที่มารองรับเอ๊าต์พุตของ NP5 Prisma MK2 เป็นได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ external DAC เพียวๆ ที่มีอินพุต Optical หรือ Coaxial ในรูปผมใช้ MyTek รุ่น Liberty DAC II (REVIEW), อินติเกรตแอมป์ที่มีภาค DAC ในตัวและมีอินพุต Optical หรือ Coaxial ตามในรูปผมใช้ Audiolab รุ่น 6000A, หรือจะเอาไปใช้กับลำโพงแอ๊คทีฟแบบ all-in-one ที่มีภาค DAC ในตัวและมีอินพุต Optical หรือ Coaxial มาให้อย่างยี่ห้อ Kanto Audio รุ่น TUK (REVIEW) ก็ได้

การใช้แอพลิเคชั่น PRISMA ควบคุมการเล่นไฟล์เพลงและปรับตั้งฟังท์ชั่นต่างๆ

บนตัว NP5 Prisma MK2 ไม่มีหน้าจอและปุ่มปรับใดๆ นอกจากไฟ LED สามดวงไว้แสดงสถานะต่างๆ เท่านั้น จึงแน่นอนว่าการปรับตั้งค่าการทำงานของตัวเครื่อง และการควบคุมการเล่นไฟล์เพลง จะต้องกระทำผ่านทางแอพลิเคชั่นทั้งหมด ซึ่งทาง Primare มีทำแอพฯ ที่ชื่อว่า “PRISMAไปฝากไว้บน Google Play กับ App Store ให้คุณไปดาวน์โหลดมาใช้กับ NP5 Prisma MK2 ได้ฟรี

แอพ PRISMA ตัวนี้เป็นทั้ง app control และ app player อยู่ในตัวเดียวกัน หลังจากดาวน์โหลดแอพ PRISMA มาติดตั้งบน iPhone 12 ของผมเสร็จ เมื่อเข้าไปที่หน้าแรกของแอพฯ จะพบกับหัวข้อเมนูหลักที่แยกออกเป็น 5 หัวข้อ คือ SOURCE, QUEUE, PLAYLIST, ZONE และ SETTINGS เรียงกันไปในแนวนอน เมื่อแตะลงไปที่หัวข้อเมนูไหน จะปรากฏหัวข้อเมนูย่อยที่อยู่ในเมนูหลักนั้นไหลลงมาในแนวตั้ง อย่างเช่นหัวข้อแรกคือ SOURCE ตามภาพด้านบน จะมีหัวข้อเมนูย่อยห้อยลงมาอยู่ทั้งหมด 7 หัวข้อให้เลือกตามภาพ ต้องการดึงไฟล์เพลงจากแหล่งไหนใน 7 แหล่งข้างต้นก็จิ้มลงไปตรงแหล่งที่ต้องการได้เลย

ผมทำตัวอย่างวิธีเลือกเพลงให้ดู ปกติผมเก็บไฟล์เพลงไว้ใน NAS (ฮาร์ดดิสที่เชื่อมต่ออยู่ในเน็ทเวิร์ค) อยู่แล้ว พอเอา NP5 Prisma MK2 เข้ามาเชื่อมกับเน็ทเวิร์คเดียวกัน NAS ที่เก็บเพลงของผมจะมาปรากฏให้เห็นในเมนูของแอพฯ PRISMA ที่หัวข้อ ‘Music Library’ (ศรชี้ ภาพข้างบน) ซึ่งตัวแอพฯ จะบอกให้รู้ว่ามีไฟล์เพลงในเน็ทเวิร์คอยู่ที่ไหนบ้างที่ NP5 Prisma MK2 สามารถดึงมาฟังได้ NAS ของผมคือตัว MinimServer[MusicServer]

หลังจากจิ้มลงไปที่ชื่อ NAS ของผมคือ MinimServer[MusicServer] เพลงที่อยู่ใน NAS ของผมทั้งหมดจะถูกโชว์ออกมาบนแอพฯ แบ่งเป็นโฟลเดอร์ตามภาพข้างบน ผมจิ้มลงไปที่โฟลเดอร์ที่รวมอัลบั้มทั้งหมดคือ ‘5029 albums’ (ศรชี้ ภาพข้างบน)

สามารถแสดงภาพ+ชื่ออัลบั้มเพลงทั้งหมดออกมาได้ 2 รูปแบบ ตามภาพด้านบน แบบแรกคือ แสดงภาพปกเล็กๆ ไว้ทางซ้ายตามด้วยชื่ออัลบั้มกับชื่อศิลปินทางขวา แบบนี้ดูชื่ออัลบั้มกับชื่อศิลปินง่าย ส่วนอีกแบบคือโชว์ปกเรียงกันเป็นแถวเต็มทั้งจอโดยมี ชื่ออัลบั้ม+ชื่อศิลปิน อยู่ด้านล่างของภาพปก ซึ่งสามารถเลือกแสดงขนาดปกได้ ถ้าขนาดปกเล็กลงก็จะแสดงจำนวนอัลบั้มบนจอได้มากขึ้น สำหรับคนที่มีอัลบั้มเยอะๆ จะได้ไม่เสียเวลารูดหน้าจอหลายครั้ง ส่วนวิธีเลือกอัลบั้มออกมาฟังก็แค่จิ้มลงไปที่ภาพปกที่ต้องการ ผมทดลองฟังอัลบั้มชุด Featuring ของ Norah Jones

หลังจากจิ้มลงไปแล้ว ภาพบนจอจะเปลี่ยนไปตามนี้ ผมอยากลองฟังเพลง ‘Life is Betterก็แค่จิ้มลงไปบนชื่อเพลงที่ต้องการฟังก็ได้ฟังทันที ซึ่งเพลงที่กำลังเล่นจะปรากฏอยู่ที่แถบด้านล่าง (ศรชี้สีฟ้า) ให้จิ้มลงไปตรงแถบนี้ถ้าต้องการดูหน้าปกเต็มๆ ของแทรคที่กำลังเล่น

นี่คือหน้าจอของแอพฯ ที่แสดงเพลงที่กำลังเล่น โดยมีปุ่มควบคุมการเล่นและปุ่มควบคุมวอลลุ่มอยู่ด้านล่าง (ในกรอบสีแดง)

อีกหัวข้อเมนูบนแอพฯ ที่เก็บอ๊อปชั่นต่างๆ ที่ใช้ปรับตั้งค่าของตัวเครื่อง NP5 Prisma MK2 คือ ‘Settings

ซึ่งในนั้นมีหัวข้อเมนูย่อยอยู่ทั้งหมด 5 หัวข้อ คือ App settings, Audio settings, General settings, Streaming settings และ Information

ที่หัวข้อแรก ‘App settingsมีหัวข้อย่อยอยู่ 3 หัวข้อ คือ Add media server (เพิ่ม media server ไปไว้ที่ source), Add music service (เพิ่มผู้ให้บริการสตรีมมิ่งไปไว้ที่ source), Device selection (เลือกเพลเยอร์ตัวที่ต้องการเล่น) ผมลองจิ้มลงไปที่หัวข้อแรก ‘Add media serverพบว่ามี media server ที่อยู่ในเน็ทเวิร์คเดียวกับตัว NP5 Prisma MK2 ทั้งหมด 3 แหล่ง คือ MinimServer[MusicServer], THANEEPC: Window_7: และ Asset UPnP: THANEEPC ผมจิ้มเลือกไปที่ MinimServer[MusicServer]

เมื่อกลับไปที่หัวข้อเมนูหลัก SOURCE จะพบว่ามีชื่อของ MinimServer[MusicServer] เข้ามาอยู่ในรายชื่อของแหล่งเก็บไฟล์เพลงให้เลือกจิ้มเข้าไปใช้งานได้โดยตรง (ศรชี้) เป็น short-cut ที่ให้ความสะดวกกว่าเดิม

ส่วนหัวข้อเมนู ‘Add music serviceเป็นการเลือก music service หรือผู้ให้บริการสตรีมไฟล์เพลงผ่านอินเตอร์เน็ตที่เราใช้บ่อยไปแปะไว้ที่หน้าเมนู SOURCE เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน เมื่อจิ้มลงไปตรงหัวข้อ ‘Add music serviceจะปรากฏหน้าต่าง ‘Add music service to source viewซึ่งมีชื่อของผู้ให้บริการหลายๆ เจ้าปรากฏขึ้นมาได้แก่ Deezer, TuneIn Radio, Qobuz Music, TIDAL, Google Play Music, SoundCloud และ Spotify ผมทดลองเลือกเอา TIDAL ไปเป็น short-cut บนหน้าเมนู SOURCE ด้วยการจิ้มลงไปที่วงกลมหน้า TIDAL จะมีเครื่องหมายถูกขึ้นมาแสดงว่าเลือกแล้ว ถ้าต้องการเลือกผู้ให้บริการเจ้าอื่นอีกให้จิ้มลงไปที่วงกลมหน้าผู้ให้บริการเจ้านั้น

จากนั้นก็วกกลับมาที่หน้าเมนูหลัก SOURCE จะเห็นว่ามี short-cut ของ TIDAL โผล่ขึ้นมา (ศรชี้) ต่อไปถ้าต้องการฟังเพลงจาก TIDAL ก็สามารถจิ้มเลือก TIDAL ได้จากหน้าเมนู SOURCE ได้เลย

ฟังท์ชั่น ‘Audio settings

การปรับตั้งฟังท์ชั่น Audio settings มีผลต่อคุณภาพเสียงของตัว NP5 Prisma MK2 มากเป็นพิเศษ ใครที่ซื้อเน็ทเวิร์ค ทรานสปอร์ตตัวนี้ไปใช้ ต้องให้ความสนใจกับการปรับตั้งเมนูนี้ด้วย ซึ่งในเมนูนี้จะมีหัวข้อย่อยให้ปรับตั้งได้อยู่ 2 หัวข้อ คือ Output กับ Digital Output

ตัว ‘Outputคือฟังท์ชั่นที่ใช้เลือก ลักษณะวอลลุ่มของสัญญาณเอ๊าต์พุต ซึ่งมีให้เลือกอยู่ 2 อ๊อปชั่น คือ fixed กับ variable ถ้าคุณต้องการปรับวอลลุ่มของตัว NP5 Prisma MK2 ผ่านแอพ PRISMA ให้เลือกตั้งฟังท์ชั่นนี้ไปที่ ‘variableแต่ถ้าคุณต้องการปรับวอลลุ่มที่ตัวอินติเกรตแอมป์หรือปรีแอมป์ ให้เลือกไว้ที่ ‘fixedทำให้สัญญาณเอ๊าต์พุตจากตัว NP5 Prisma MK2 จะถูกปล่อยออกมาเต็มสเกล (full output) และมีผลให้วอลลุ่มบนตัวแอพฯ ไม่ทำงาน

ส่วนหัวข้อ ‘Digital Outputมีฟังท์ชั่นให้ปรับตั้งอยู่ 2 ฟังท์ชั่น อันแรกก็คือฟังท์ชั่นที่ใช้ปรับตั้งลักษณะของสัญญาณดิจิตัลที่ส่งออกไปทางช่อง Coaxial และ Optical ซึ่งมีให้เลือก 2 อ๊อปชั่น คือ ‘nativeกับ ‘fixedโดยที่ native หมายถึงการปล่อยสัญญาณดิจิตัลออกไปตามต้นฉบับโดยไม่ผ่านการ Up/Down sampling ส่วน fixed หมายถึงการกำหนดแซมปลิ้งฯ ของสัญญาณที่ส่งออกเป็นค่าตายตัวค่าใดค่าหนึ่งระหว่าง 44.1kHz ขึ้นไปจนถึง 192kHz ถ้าคุณเลือกไว้ที่ค่าใดค่าหนึ่งตามนี้ ถ้าสัญญาณดิจิตัลที่เข้ามาทางอินพุตมีแซมปลิ้งฯ ที่ ต่างไปจากค่าที่คุณตั้งไว้ วงจร SRC (sampling rate conversion) ในตัว NP5 Prisma MK2 จะทำการอัพ/ดาวน์ แซมปลิ้งฯ ให้มาอยู่ในค่าที่ตั้งไว้เสมอ

ส่วนอีกฟังท์ชั่นคือ ‘DSD DoP support’ (ศรชี้ สีแดง) เป็นการปรับตั้งในกรณีที่ใช้โปรแกรมเล่นเพลงของ Roon ร่วมกับ NP5 Prisma MK2 ตัวนี้ เนื่องจากปกติแล้ว NP5 Prisma MK2 จะไม่เล่น DSD ผ่านทางเน็ทเวิร์ค (NP5 Prisma MK2 เล่น DSD ผ่านทางอินพุต USB-A เท่านั้น) แต่หลังจากได้รับการรับรองให้เป็น “Roon Readyทำให้มันมีสถานะเป็น endpoint ให้กับโปรแกรม Roon จึงทำให้ NP5 Prisma MK2 สามารถเล่นไฟล์เพลง DSD ด้วยฟอร์แม็ต DoP ได้เมื่อใช้งานร่วมกับระบบเพลย์แบ็คของ Roon คือ Roon จะช่วยแปลง DSD เป็นฟอร์แม็ต DoP (DSD-over-PCM) ให้ ก่อนส่งออกไปทางเอ๊าต์พุต coaxial และ optical

เมื่อใช้กับ Roon และต้องการเล่นไฟล์ DSD ด้วยโหมด DoP ผู้ใช้ต้องเข้าไปเลือกฟังท์ชั่น DSD DoP support ไปที่ตำแหน่ง ‘Enableซึ่งวิธีเลือกใช้โหมด DoP ก็ง่ายๆ คือจิ้มเลือกตรงลูกศรชี้สีฟ้าให้อยู่ในตำแหน่ง ‘Enableเท่านั้น ถ้าต้องการเล่น DSD ด้วยวิธีแปลงเป็น PCM ก็จิ้มเลือกให้เป็น ‘Disabledซึ่งทุกครั้งที่คุณเปลี่ยนการทำงานของฟังท์ชั่นนี้ไม่ว่าจะจาก Enable เป็น Disabled หรือสลับกัน ตัว NP5 Prisma MK2 จะทำการ reboot เครื่องใหม่ทุกครั้ง โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 นาทีก่อนจะกลับมาใช้งานได้

ผมทดลองใช้งานฟังท์ชั่น DSD DoP support นี้โดยเล่นด้วยแอพ PRISMA เลือกที่ Enableพบว่า แม้ว่า MyTek Liberty DAC II ที่เชื่อมต่อกับ NP5 Prisma MK2 จะรองรับ DoP ทางอินพุต Coaxial และ Optical แต่เสียงที่ออกมาจะเป็นเสียงซ่าๆ ผมต้องเปลี่ยนฟังท์ชั่น DSD DoP support ไปเลือกเป็น ‘Disabledเพื่อแปลงเป็น PCM จึงมีเสียงออก แสดงว่า แอพฯ PRISMA ไม่รองรับการทำ DoP ให้กับสัญญาณ DSD สรุปคือ ฟังท์ชั่น DSD DoP support ต้องใช้กับระบบเพลย์แบ็คของ Roon เท่านั้น

เนื่องจากแอพลิเคชั่น PRISMA รองรับการเล่น DSD ด้วยวิธี convert-to-PCM อย่างเดียว ถ้าเจอกับภาค DAC ที่รองรับการเล่น DSD ด้วยฟอร์แม็ต DoP จะใช้งานไม่ได้ สรุปคือ ประโยชน์ในการใช้ระบบเพลย์แบ็ค Roon ร่วมกับ NP5 Prisma MK2 ก็คือทำให้ NP5 Prisma MK2 สามารถเล่น DSD ออกมาเป็นฟอร์แม็ต DoP ได้นั่นเอง

General settings

เมนูนี้มีหัวข้อให้ปรับ 4 หัวข้อ คือ Standby settings, RS232 Link, System reboot, Factory reset ซึ่งหัวข้อที่ใช้ประโยชน์ได้มากหน่อยก็คือ Standby settings เป็นฟังท์ชั่นปรับตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติ มีให้เลือกสี่อ๊อปชั่นคือ 10, 15, 20 นาที และ never ผมชอบเปิดเครื่องไว้ตลอดเวลาจึงเลือกตั้งไว้ที่ never คือเปิดตลอด …

หัวข้อ Streaming settings เป็นที่เก็บฟังท์ชั่นที่ใช้ในการเชื่อมต่อ Bluetooth กับ AirPlay ส่วนหัวข้อถัดไปซึ่งเป็นหัวข้อสุดท้ายคือ Information เป็นที่เก็บข้อมูลเวอร์ชั่นของแอพฯ และข้อมูลการเชื่อมต่อเน็ทเวิร์คของตัว NP5 Prisma MK2

อีก 2 หัวข้อ ที่เหลือในเมนูหลัก SETTINGS คือ QUEUE = แสดงรายชื่อเพลงที่เราเลือกไว้เตรียมเล่น, PLAYLIST = แสดงรายชื่อเพลย์ลิสของเพลงที่เราทำไว้ และ ZONE = แสดงรายชื่อของอุปกรณ์ที่อยู่ในโซนต่างๆ ขึ้นมาให้เลือกเล่น

ลองแล้วพบว่า แอพ PRISMA ใช้งานง่าย อินเตอร์เฟซไม่ซับซ้อน ทำความเข้าใจไม่ยาก รวมถึงฟังท์ชั่นใช้งานก็ครบถ้วนดีมาก ผมชอบฟังท์ชั่นที่ใช้เล่นไฟล์เพลง ถึงแม้ว่าจะยังไม่ดีเท่ากับอินเตอร์เฟซของ Roon แต่ที่ให้มาก็ถือดีมากแล้ว ชอบการแสดงปกอัลบั้มที่เลือกขนาดได้ ดูชัดเจนดีทำให้เลือกอัลบั้มได้ง่าย รวมทั้งฟังท์ชั่นปรับวอลลุ่มได้สำหรับคนที่ต้องการความสะดวก และสามารถปรับเป็น fixed ได้สำหรับคนที่เน้นคุณภาพเสียงเมื่อใช้งานร่วมกับอินติเกรตแอมป์หรือปรีแอมป์ที่มีวอลลุ่มให้ปรับอยู่แล้ว สุดท้ายที่สำคัญมากๆ ก็คือคุณภาพเสียง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ถ้าตั้งใจเล่นกับไฟล์ PCM ทั้งจากแผ่นซีดี 16/44.1 ไปจนถึงไฮเรซฯ สูงสุดที่ 192kHz สามารถจบที่แอพฯ PRISMA ได้เลย

การใช้ระบบเล่นไฟล์เพลงของ Roon กับ NP5 Prisma MK2

NP5 Prisma MK2 ได้รับการรับรองจาก Roon Labs. ว่าเป็นอุปกรณ์เน็ทเวิร์ค บริดจ์ (เน็ทเวิร์คเพลเยอร์ที่ไม่มี DAC ในตัว) ที่มีคุณสมบัติเป็น Roon Ready สมบูรณ์แบบ นั่นก็หมายความว่า มันจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้งานร่วมกับระบบเพลย์แบ็คของ Roon ผ่านทางเน็ทเวิร์ค

ผมทดลองให้ NP5 Prisma MK2 ทำหน้าที่เป็น endpoint ของ Roon : nucleus+ และใช้ MyTek รุ่น Liberty DAC II เป็นตัวรับสัญญาณดิจิตัล เอ๊าต์พุตจาก NP5 Prisma MK2 อีกทอดหนึ่ง ซึ่งตัว Liberty DAC II สามารถรองรับฟอร์แม็ต DoP และ MQA ทางอินพุต coaxial ได้

ลองเล่นไฟล์ DSF64 ด้วยโปรแกรม Roon ผ่าน NP5 Prisma MK2 แล้วเปิดใช้ฟังท์ชั่น DSD DoP support เป็น Enableบนตัว Liberty DAC II แสดงผลออกมาเป็น DSD64 อย่างถูกต้อง เสียงออกมาตรงตามมาตรฐาน DSD

เมื่อเล่นไฟล์ MQA ด้วยแอพฯ PRISMA ผ่าน NP5 Prisma MK2 มันจะ passthrough คือส่งผ่านโค๊ด MQA ออกไปทางเอ๊าต์พุต เมื่อผมใช้ MyTek รุ่น Liberty DAC II รองรับสัญญาณเอ๊าต์พุตจาก NP5 Prisma MK2 ทางอินพุต Coaxial ผลคือ Liberty DAC II สามารถถอดรหัส MQA ที่รับมาจาก NP5 Prisma MK2 ออกมาได้ เต็มสูบคลี่ออกหมดจนหยดสุดท้าย แม้ว่าที่หน้าจอของแอพ PRISMA จะแจ้งสเปคฯ ของไฟล์เพลงที่กำลังเล่นว่าเป็นสัญญาณ 16/44.1 ก็ตาม (รูปบน) ซึ่งผมลองเล่นด้วย Roon ก็ได้ผลออกมาเหมือนกัน

ทดสอบ

ผมใช้ NP5 Prisma MK2 เป็นเน็ทเวิร์ค ทรานสปอร์ตใน 2-3 รูปแบบ แบบแรกคือทดลองจับคู่กับอินติเกรตแอมป์ Audiolab รุ่น 6000A ที่มีภาค DAC ในตัว, แบบที่สองคือทดลองจับคู่กับลำโพงแอ๊คทีฟรุ่น TUK ของ Kanto Audio ที่มีภาค DAC และเพาเวอร์แอมป์ในตัว และสุดท้ายคือจับคู่กับ external DAC ยี่ห้อ MyTek รุ่น Liberty DAC II ที่รองรับการเล่นไฟล์ DSD และ MQA ทางช่องอินพุต Coaxial

จากการทดลองแม็ทชิ่งช่วงที่ทำการทดสอบ ผมพบว่า มีตัวแปรอยู่ 4 ตัว ที่ส่งผลกับเสียงที่ได้จาก NP5 Prisma MK2 อย่างชัดเจน นั่นคือ ภาคจ่ายไฟ, สายดิจิตัล, สายแลน และภาค DAC

ในจำนวนตัวแปรทั้งหมดข้างต้นนั้น ผมพบว่า ตัวแปรที่ส่งผลกับเสียงที่ได้จากการใช้งานร่วมกับ NP5 Prisma MK2มากที่สุดก็คือ ภาค DAC ที่รองรับสัญญาณดิจิตัลเอ๊าต์พุตจากตัว NP5 Prisma MK2 จากการทดลองฟังเปรียบเทียบระหว่างการป้อนสัญญาณเอ๊าต์พุตจาก NP5 Prisma MK2 ไปเข้าที่อินพุต coaxial ของ Audiolab : 6000A โดยตรง กับป้อนเข้าอินพุต coaxial ของ MyTek : Liberty DAC II แล้วเอาเอ๊าต์พุตอะนาลอกของ Liberty DAC II ไปเข้าที่อินพุตอะนาลอกของ 6000A ปรากฏว่า ต่อผ่าน Liberty DAC II ได้เสียงโดยรวมออกมาดีกว่า เห็นได้ชัดในแง่น้ำหนักเสียง การย้ำเน้นหัวเสียงไปจนถึงรายละเอียดของเสียงทั้งหมด ดีขึ้นรวมๆ ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับต่อตรงเข้า DAC ในตัว 6000A ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เพราะตัว Liberty DAC II มีราคาสูงกว่า 6000A พอสมควร

ตัวแปรที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงของ NP5 Prisma MK2 ในปริมาณที่รองจากภาค DAC ก็คือ สายดิจิตัลจากการใช้สาย Coaxial 75 โอห์มจำนวน 3 เส้น ซึ่งเป็นสายมีแบรนด์ 2 เส้นคือ Audioquest รุ่น Hawkeye กับ Kimber Kable รุ่น Illumination DV75 ส่วนอีกเส้นเป็นสายแถม สลับกันเสียบใช้กับ NP5 Prisma MK2 แล้วทดลองฟังเทียบกัน พบว่าเสียงที่ได้จากสายดิจิตัลแต่ละเส้นจะมีความแตกต่างมากให้สังเกตได้ชัดที่สุดทางด้านโทนัลบาลานซ์ และผมพบว่า สายแถมให้เสียงที่อับทึบ ไทมิ่งผิดเพี้ยน ติดไปทางเฉื่อย และมีผลกับเฟสของสัญญาณด้วย ทำให้ตัวเสียงมีลักษณะเบลอ ไม่คมชัด ส่วนสายที่ไปกับ NP5 Prisma MK2 ได้ค่าเฉลี่ยดีที่สุดในจำนวนสามเส้นนี้คือ Illumination DV75 (*ไม่แนะนำให้นำสายอะนาลอกมามาใช้แทนสายโคแอ็กเชี่ยล)

สาย Ethernet มีผลรองลงมาจากสายโคแอ็กฯ นิดหน่อย ผมทดลองใช้สายแลนของคุณอึ่ง ที่มีความยาว 1 เมตรสองเส้นสลับฟังกับ NP5 Prisma MK2 เทียบกัน พบว่า สาย Cat.8 ให้เสียงออกมาดีกว่าสาย Cat.6a แสดงว่า NP5 Prisma MK2 ไวกับสายแลนเหมือนกัน ใครซื้อมาใช้ควรจะให้ความสำคัญกับสายแลนด้วยถ้าต้องการคุณภาพเสียงที่ดี (แน่นอนว่าตัว Network Switch ก็มีผลเช่นกัน)

อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อเสียงของ NP5 Prisma MK2 นั่นคือ ภาคจ่ายไฟ ซึ่งทางผู้ผลิตให้มาเป็นอะแด๊ปเตอร์ AC>DC ขนาด 5V/2A ตัวเล็กกระจิ๊ดริด ดูแล้วไม่น่าเกรงขาม ถ้าคุณเอา NP5 Prisma MK2 ไปใช้ในซิสเต็มขนาดเล็กก็ไม่มีปัญหากับกระแสไฟเลี้ยง 2 แอมป์ของอะแด๊ปเตอร์ตัวที่แถมมาให้มันก็พอจ่ายให้ได้ แต่ถ้าคุณเอา NP5 Prisma MK2 ไปใช้ในซิสเต็มที่ใหญ่ขึ้น ลำโพงตั้งพื้นขนาดใหญ่ที่ให้เสียงทุ้มลงลึกและมีความหนาแน่นมากกว่าลำโพงสองวางวางขาตั้ง ในสถานะการณ์นั้น ถ้าคุณพบว่าเสียงทุ้มขาดมวลที่หนาแน่น ทำให้เสียงโดยรวมขาดน้ำหนัก เบสไม่ลึกและมวลไม่อิ่ม แนะนำให้หาลิเนียร์ เพาเวอร์ซัพพลายที่จ่ายไฟมากกว่า 2A มาใช้แทนอะแด๊ปเตอร์ที่แถมมาให้ เสียงโดยรวมจะดีขึ้นมาก ผมทดลองใช้ลิเนียร์ฯ ของ Clef Audio รุ่น LSD-5 ที่ให้เอ๊าต์พุต 5V/4A แทนอะแด๊ปเตอร์ที่แถมมา พบว่าเสียงโดยรวมดีขึ้นมาก เห็นได้ชัดว่ามีปริมาณเบสมากขึ้น เสียงแผ่เต็มพื้นที่มากขึ้น รายละเอียดดีขึ้น เสียงไม่บางและไม่แห้ง (*สายไฟที่เสียบจากปลั๊กผนังมาที่ตัวลิเนียร์ฯ ก็มีส่วนด้วย)

เสียงของ NP5 Prisma MK2

การฟังเพื่อแยกแยะแนวเสียงของอุปกรณ์ประเภท Network Bridge ทำได้ยากกว่าอุปกรณ์ประเภทอื่นในซิสเต็ม เหตุผลก็เพราะว่า Network Bridge ไม่ใช่อุปกรณ์หลัก แต่มันคือ ส่วนหนึ่งของ source ที่ทำงานร่วมกับภาค DAC ที่อยู่ในซิสเต็มหลัก และเพราะว่ามันเป็นแค่ ส่วนหนึ่งนี่แหละที่ทำให้แยกแยะลักษณะเสียงของมันออกมาได้ยาก

อย่างที่ผมเกริ่นไว้ก่อนหน้าที่ว่า ตัวแปรที่ส่งผลกับเสียงของ NP5 Prisma MK2 มากที่สุดคือ ภาค DAC ที่รองรับเอ๊าต์พุตของ NP5 Prisma MK2 นั่นเอง ซึ่งการทดสอบที่ทำให้เห็นถึงประสิทธิภาพเสียงของ NP5 Prisma MK2 ชัดเจนมากมีอยู่ 2 ช่วง ช่วงแรกตอนจับคู่กับอินติเกรตแอมป์ของ Audiolab รุ่น 6000A ซึ่งมีภาค DAC ในตัว ใช้ชิป ESS Technology เบอร์ ES9018K2M ในการแปลงสัญญาณดิจิตัลเป็นอะนาลอก และมีอินพุต Coaxial ที่รองรับสัญญาณ PCM สูงสุดได้ถึงระดับ 192kHz เมื่อจับคู่กับ NP5 Prisma MK2 เสียงที่ได้ออกมาให้ค่าเฉลี่ยที่ดีน่าพอใจมาก โดยเฉพาะการเล่นไฟล์ WAV 16/44.1 ที่ผมริปมาจากแผ่นซีดี กับเล่นไฟล์ DSF64 ที่ผลริปมาจากแผ่น SACD แต่แปลงเป็น PCM ที่ระดับ 176.4kHz ถือว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับภาค DAC ในตัวของ Audiolab 6000A ได้มาก

ช่วงที่สองของการทดสอบที่ช่วยเสริมส่งคุณค่าของ NP5 Prisma MK2 ออกมาได้ชัดมากคือตอนจับคู่กับ external DAC ของ MyTek Liberty DAC II ซึ่งรองรับทั้ง Hi-Res PCM, DSD และ MQA ทางอินพุต Coaxial เมื่อได้ NP5 Prisma MK2 มาทำหน้าที่เป็น streamer ให้ Liberty DAC II ก็กลายเป็นเสือติดปีก สามารถเล่นไฟล์ DSD ด้วยมาตรฐาน DoP ได้อย่างเต็มที่ และเล่นไฟล์ MQA ได้ถึงขีดสุด คลี่ได้หมดจด ใครที่ใช้ Liberty DAC II หรือแม้แต่ Brooklyn ที่ไม่มีอินพุต Ethernet อยู่ แนะนำให้พิจารณาเอา NP5 Prisma MK2 เข้าไปประกบเลย แล้วคุณจะรัก DAC ของคุณมากขึ้นอีกหลายเท่า.!!!

หลังจากทดลองฟังเสียงของ NP5 Prisma MK2 นานติดต่อกันหลายวัน ผ่านไฟล์เพลงหลากรูปแบบ หลายระดับความละเอียด ผมสังเกตว่า NP5 Prisma MK2 แสดง ความโดดเด่นบางอย่างออกมาให้เห็นตอนเล่นไฟล์ WAV 16/44.1 ที่ค่อนข้างชัดเจน ความโดดเด่นที่ว่านั้นก็คือ เสียงกลางที่มาพร้อมทั้งความนวลเนียน ความต่อเนื่อง และความแม่นยำของจังหวะ ไม่ว่าจะฟังเพลงช้าหรือเพลงเร็ว ผมรู้สึกได้ว่า NP5 Prisma MK2 ให้เสียงเพลงที่เป็นไฟล์ WAV 16/44.1 ออกมาได้ดีมาก มีความเป็นดนตรีสูง โดยเฉพาะเมื่อฟังจากเสียงร้อง ทั้งนักร้องชายและหญิง ผมพบว่า ผมสามารถเกาะติดไปกับ อารมณ์ของนักร้องในเพลงนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนจบเพลง คือฟังแล้วมันให้ความรู้สึกลื่นไหลไปกับลีลาของเพลงโดยไม่สะดุด

คือตอนฟังจากไฟล์อื่นๆ ที่มีความละเอียดสูง ผมพบว่ามันให้ความคมชัดที่เหนือกว่า และให้ความจะแจ้งที่เหนือกว่าตอนฟังไฟล์ WAV 16/44.1 แต่น่าแปลก เมื่อพิจารณาที่ความต่อเนื่องลื่นไหลที่ให้ความรู้สึกล่องลอยไปกับเพลงแล้ว ไฟล์ที่มีความละเอียดสูงๆ เหล่านั้นกลับเป็นรองไฟล์ WAV 16/44.1 เป็นไปได้ว่า ระหว่างอินพุต Coaxial กับชิป DAC ES9018K2M มันใช้วิธีรับ/ส่งสัญญาณด้วยมาตรฐาน S/PDIF ซึ่งเป็นการรับ/ส่งสัญญาณดิจิตัลที่ใช้สัญญาณ clock บนตัวสัญญาณในการควบคุมสปีดในการรับ/ส่ง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมาใช้กับสัญญาณ PCM 16/44.1 ตั้งแต่แรก และได้ผ่านการพัฒนามาจนถึงจุดสูงสุดของมันแล้ว เมื่อฟังไฟล์ PCM 16/44.1 เสียงจึงออกมาดีมากอย่างที่ผมได้ยิน

อือมม.. ผมอาจจะลืมไปว่า NP5 Prisma MK2 ตัวนี้มีราคาแค่สองหมื่นกว่าบาทเท่านั้น และใช้การเชื่อมต่อสัญญาณผ่านช่อง coaxial กับ optical ก็ไม่ควรจะส่งผ่านสัญญาณไฮเรซฯ ได้ดีเท่ากับสัญญาณ PCM 16/44.1 อยู่แล้ว เพราะการรับ/ส่งสัญญาณที่มีความละเอียดสูงมากๆ ต้องใช้ระบบ clock ที่มีประสิทธิภาพสูงมากๆ รวมถึงการเชื่อมต่อก็ควรจะเป็นอินเตอร์เฟซที่มีแบนด์วิธกว้างๆ อย่าง USB ที่มีไดเวอร์พิเศษควบคุม ซึ่งการเอาคุณภาพระดับนั้นเข้ามาใส่ในตัว NP5 Prisma MK2 น่าจะทำให้ต้นทุนสูงมากจนไม่สามารถขายในราคานี้ได้ อีกอย่าง จุดประสงค์ในการสร้าง NP5 Prisma MK2 ตัวนี้ขึ้นมาก็เพื่อใช้เสริมให้กับภาค DAC ระดับปานกลางที่ยังไม่มีอินพุต Ethernet ในตัว รวมถึงใช้เสริมความสามารถในการสตรีมไฟล์เพลงให้กับ DAC รุ่นเก่าๆ ที่มีคุณภาพสูง ราคาแพงๆ แต่มีแค่อินพุต coaxial ให้ใช้

เมื่อกลับสู่โลกความเป็นจริง หันกลับมามองในแง่ วัตถุประสงค์มากกว่า ความคาดหวังที่เกินจริงผมก็ต้องยอมรับว่า NP5 Prisma MK2 ทำหน้าที่ของมันได้อย่างวิเศษแล้ว ไม่มีข้อบกพร่องใดมากพอให้ตำหนิ ในขณะที่ คุณภาพเสียงที่ให้ออกมาก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากเกินระดับราคาค่าตัวไปมาก

AirPlay และ Bluetooth

ก่อนปิดเคสทดสอบ ผมลองสตรีมเพลงจาก iPhone 12 ของผมไปที่ NP5 Prisma MK2 เล่นๆ ผ่านทาง AirPlay แต่เสียงที่ออกมามันไม่เล่นๆ เลย..!!! อ๊ะ.. เสียงดีกว่าที่คิดเยอะ นอกจาก AirPlay กับ Bluetooth แล้ว NP5 Prisma MK2 ยังรองรับการสตรีมตรงๆ จากอุปกรณ์พกพาผ่าน Chromcast ได้ด้วยนะ ใครที่ชอบฟังเพลงด้วยวิธีนี้จะแฮ้ปปี้มาก เพราะเสียงที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเกินคาดมากทีเดียว ลองแล้วชอบแฮะ.. เพราะมันง่ายและเสียงดี ฟังเพลินมาก.!!!

ปลดล็อค..!!!

ขอแสดงความยินดีกับคนที่มี external DAC รุ่นเก่าๆ ที่มีราคาแพงๆ อยู่ในมือ เพราะ NP5 Prisma MK2 ตัวนี้มันจะเข้าไป ปลดล็อคแก้พันธนาการที่เป็นข้อจำกัดในการเชื่อมต่อเน็ทเวิร์คของ DAC เก่าของคุณให้หมดไป ช่วยทำให้ DAC เก่าของคุณสามารถรองรับสัญญาณดิจิตัลจากการสตรีมไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คได้ ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นไฟล์เพลงที่เก็บอยู่บน NAS, ไฟล์เพลงที่เก็บไว้ในฮาร์ดดิสพกพาที่เชื่อมต่อด้วย USB หรือแม้แต่การสตรีมไฟล์เพลงจากผู้ให้บริการอย่าง TIDAL จากอินเตอร์เน็ต รวมถึงการสตรีมสัญญาณจากสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตของคุณผ่าน Bluetooth ด้วย

และที่ผมประทับใจ NP5 Prisma MK2 ตัวนี้มากๆ ก็คือ คุณภาพเสียงของมัน ซึ่งมันไม่ทำให้ DAC ของคุณด้อยค่าลง มิหนำซ้ำ มันกลับทำให้ DAC เก่าๆ ของคุณมีคุณภาพดีกว่าในยุคสมัยก่อนซะด้วยซ้ำ เพราะการสตรีมไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คเป็นวิธีเล่นเพลงดิจิตัลที่มีปัญหา jitter ต่ำจนวัดไม่ได้ (เรียกว่าไม่มีเลยก็ได้) ผิดกับการเล่นจากแผ่นด้วยเครื่องเล่นแผ่นที่ยังมีปัญหา jitter อยู่

ด้วยสมรรถนะทางเสียง, ด้วยความสามารถในการใช้งาน รวมถึง ราคาขายในระดับที่หลายๆ คนเอื้อมถึง ผมจึงไม่รั้งรอที่จะการันตี Highly Recormmended! ให้กับ NP5 Prisma MK2 ตัวนี้ด้วยความยินดี..!!! /

**********************
ราคา : 27,800 บาท / ตัว
**********************
สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Primare Thailand
โทร. 02-610-9564
facebook: 
@primarethailand

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า