Track Reference – ‘Isn’t She Lovely’ เพลงเด่นของ Livingston Taylor จากอัลบั้มชุด Ink ของค่าย Chesky Records

เพลงนี้แต่งเนื้อและทำนองโดย Stevie Wonder อยู่ในอัลบั้มชุด Songs in the Key of Life ซึ่งเวอร์ชั่นออริจินัลนั้นมาในลีลากระฉับกระเฉง กระฉึกกระฉัก ตามสไตล์ R&B ส่วนเวอร์ชั่นที่ Livingston Taylor เอามาคัฟเวอร์เปลี่ยนอารมณ์ไปทางโปร่งโล่งสบายสไตล์โฟล์ค เรียบเรียงง่ายๆ เลเยอร์ดนตรีไม่สลับซับซ้อน นำเสนอด้วยเสียงกีต้าร์โปร่งและกีต้าร์เบสเป็นแกน โดยเน้นความเด่นไปที่เสียงร้องของลีฟวิงสตัน เทเลอร์เป็นหลัก

ค่ายเพลงไฮเอ็นด์อย่าง Chesky Records เป็นคนจัดการดูแลการบันทึกเสียงทั้งหมด จึงการันตีได้ในแง่คุณภาพเสียง ทว่า ตัวของ David Chesky เจ้าของค่ายนี้นิยมไปทางดิจิตัล การบันทึกเสียงของค่ายนี้จึงอาศัยเทคโนโลยีดิจิตัลเข้ามาใช้เยอะ เสียงที่ออกมาจะมีโทนสว่าง โปร่ง ไดนามิกดี รายละเอียดดี ถ้าเล่นด้วยซิสเต็มดิจิตัลเพลย์แบคที่มีคุณภาพดี จะได้รายละเอียดของเสียงออกมาดีมาก แต่ก็มีโอกาสที่จะพบกับเสียงที่แห้งและหยาบได้ง่ายเช่นกัน
—————
TITLE : Isn’t She Lovely
SINGER : Livingston Taylor
ALBUM : [1997] Chesky Records (Chesky JD162)

เนื้อร้อง :

intro

(1)
Isn’t she lovely
Isn’t she wonderful
Isn’t she precious
Less than one minute old

I never thought through love we’d be
Making one as lovely as she
But isn’t she lovely made from love

(2)
Isn’t she pretty
Truly the angel’s best
Boy, I’m so happy
We have been heaven blessed

I can’t believe what God has done
Through us he’s given life to one
But isn’t she lovely made from love

(3)
Now.. Isn’t she lovely
Isn’t she wonderful
Isn’t she precious
Less than one minute old

I never thought through love we’d be
Making one as lovely as she
But isn’t she lovely made from love

But isn’t she lovely made from love
—————
นักดนตรี :
Livingston Taylorขับร้อง
Larry Saltzman, Jeff Mironovกีต้าร์
Ned Mannเบส
John Arrucciเครื่องเคาะ
Will Gallisonฮาร์โมนิก้า
Eugene Ruffolo, Martee LeBowร้อง / ประสาน
—————
ช่วงอินโทร / 00:06 – 00:39

ช่วงอินโทรของเพลงนี้ ความยาวประมาณ 33 วินาที เมื่อนั่งฟังที่จุด sweet spot วินาทีที่ 00:06 คุณจะได้ยินเสียงผิวปากดังขึ้นมาก่อน บนพื้นที่อากาศ ณ ตำแหน่ง ตรงกลางระหว่างลำโพงทั้งสองข้าง ก่อนจะมีเสียงกีต้าร์โปร่งที่อยู่ตรงลำโพงข้างขวาดังตามขึ้นมา และเสียงผิวปากกับเสียงกีต้าร์โปร่งทั้งสองเสียงนี้จะเล่นคลอกันไปเรื่อยๆ จนถึงเวลา 00:39 ลิฟวิงสตัน เทย์เลอร์จึงเริ่มต้นเปลี่ยนเสียงผิวปากเป็นการร้องเนื้อเพลงท่อนแรกขึ้นมาในวินาทีที่ 00:40 พอดี

เนื้อท่อนแรก / 00:40 – 01:13

ในเนื้อเพลงบรรทัดแรกของท่อนแรก เมื่อนักร้องปล่อยเสียงคำร้องมาถึงคำว่า Love.. ly ตรงคำว่า Love จะมีเสียงกีต้าร์เบสสอดออกมารับ ซึ่งตำหน่งของเสียงเบสนี้จะอยู่ในตำแหน่งลึกลงไปหลังเสียงร้องนิดนึง แล้วพอคำว่า ..ly ที่ต่อหลังคำว่า Love ดังออกมา จะมีเสียงกีดสายกีต้าร์ตัวที่สองเบาๆ ปรากฏขึ้นมารับตอนนาทีที่ 00:44 ซึ่งกีต้าร์ตัวที่สองนี้จะมีตำแหน่งอยู่ใกล้กับลำโพงข้างซ้าย จากนั้น ทั้ง 4 เสียง คือ เสียงร้องนำตรงกลาง, เสียงกีต้าร์ตัวขวา, เสียงเบสตรงกลางหลังเสียงร้อง และเสียงกีต้าร์ตัวซ้าย จะดำเนินลีลาไปด้วยกันจนจบเนื้อร้องท่อนแรกในนาทีที่ 01:13

เนื้อท่อนสอง / 01:13 – 01:44

ในเนื้อเพลงบรรทัดแรกของท่อนที่สอง เมื่อนักร้องปล่อยเสียงคำร้องมาถึงคำว่า Pret ..ty ตรงคำว่า Pret .. ก่อจะลง ..ty จะมีเสียงเคาะกลองสอดออกมารับ เป็นการเพิ่มเสียงเครื่องดนตรีชิ้นที่ 5 เข้ามาในเพลง (นับเสียงร้องเป็นเสียงดนตรีด้วย) และเสียงดนตรีทั้งหมดก็ดำเนินสอดรับประสานกันไปจนจบเนื้อร้องท่อนที่สองเมื่อเวลาของแทรคนี้เดินมาถึงนาทีที่ 01:45 แล้วต่อด้วยท่อนโซโล่ในวินาทีถัดมาทันที

กีต้าร์ตัวซ้าย ซึ่งเล่นแบบตอดเล็กตอดน้อยมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาบนเวทีเสียงครั้งแรกเมื่อนาทีที่ 00:44 ด้วยระดับความดังที่ เบากว่าเสียงกีต้าร์ตัวขวา พอแทรคเพลงดำเนินมาถึงนาทีที่ 01:46 กีต้าร์ตัวซ้ายก็ปรับเปลี่ยนลีลามาทำหน้าที่เป็น soloist โซโล่นำทันที

เพราะเปลี่ยนมาทำหน้าที่โซโล่ จังหวะนี้ ถ้าสังเกต จะเห็นว่า กีต้าร์ตัวซ้ายเร่งความดังของเสียงมากขึ้นกว่าช่วงก่อนๆ อย่างชัดเจน และหลังจากกีต้าร์ตัวซ้ายเริ่มต้นปล่อยโซโล่ออกมาแค่ 8 – 9 โน๊ต จะมีเสียงเคาะแทนมารีนเบาๆ ดังขึ้นมารับตรงนาทีที่ 01:49 ตำแหน่งอยู่บนพื้นที่อากาศระหว่างลำโพงทั้งสอง ในเลเยอร์ที่ลึกลงไปหลังเสียงเคาะกลองนิดนึง พิกัดที่มองจากตำแหน่งนั่งฟังตรงจุด sweet spot เข้าไปคืออยู่บนพื้นที่ระหว่างตรงกลางกับลำโพงซ้าย เยื้องจากตรงกลางเข้ามาหาลำโพงซ้ายนิดนึง และในวินาทีถัดมาตรงหน่วยเวลาที่ 01:50 จะมีเสียงกีต้าร์ปริศนาดังขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง ตรงตำแหน่งกลางๆ ระหว่างลำโพงทั้งสอง ในเลเยอร์ที่เหนือกว่าเสียงเบสขึ้นมานิดนึง ซึ่งในปกอัลบั้มนี้แจงรายชื่อนักดนตรีที่ร่วมบรรเลงในอัลบั้มนี้ไว้ทั้งหมด 8 คน โดยมีรายชื่อของคนเล่นกีต้าร์แค่ 2 คน แต่ในแทรคนี้จะได้ยินเสียงกีต้าร์ตัวที่สามโผล่ขึ้นมาตรงตำแหน่งวงกลมสีเทาตามภาพข้างบนนี้ ซึ่งกีต้าร์ตัวขวากับตัวซ้ายก็ยังคงเล่นต่อเนื่องอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นการ overdub (บันทึกทับลงไปภายหลัง) หรือมีศิลปินมาแจมโดยไม่ได้ลงเครดิตไว้ .??

พอกีต้าร์ตัวซ้ายเล่นโซโล่มาถึงนาทีที่ 02:19 ก็หลบหลีกทางให้กีต้าร์ตัวขวาสลับขึ้นมาโซโล่บ้าง ซึ่งกีต้าร์ตัวขวาก็รับหน้าที่โซโล่มาเรื่อยๆ โดยมีเสียงดนตรีชิ้นอื่นๆ ทั้งหมดคอยประคองมาจนถึงนาทีที่ 02:50 ลีฟวิงสตัน เทย์เลอร์ก้กลับมารับหน้าที่ร้องนำ โดยเอาเนื้อร้องท่อนแรกมาร้องซ้ำ จนจบลงในนาทีที่ 03:37 แล้วเปลี่ยนจากร้องมาเป็นผิวปากอีกครั้ง ซึ่งหากสังเกต จะได้ยินเสียงผิวปากครั้งหลังนี้ดังมาจากตำแหน่งเยื้องไปทางลำโพงซ้ายมากกว่าตอนที่เขาร้องเนื้อร้องนิดนึง ก่อนจะค่อยๆ ขยับเคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งที่ร้องเนื้อร้องตามเดิม จากนั้นเสียงผิวปากกับเสียงดนตรีทุกชิ้นก็เล่นคลอกันมาถึงท่อนจบ ซึ่งกีต้าร์ตัวซ้าย, เสียงเบส และเสียงเคาะกลอง จะหยุดเล่นด้วยการ fade out ออกไปก่อน ประมาณนาทีที่ 04:10 เป็นการย้อนลีลาอารมณ์กลับไปเหมือนตอนขึ้นต้นนั่นเอง เหลือแต่เสียงกีต้าร์ตัวขวากับเสียงผิวปากที่กอดคอกันไปแค่สองเสียงจนจบเพลง .. /

************************
หมายเหตุ : อาจจะมีการอัพเกรดข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต

Track Reference : Angel Eyes
———————–
Track Reference : Bird on the Wire

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า