เกณฑ์ที่ใช้ประเมินผลสำหรับการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพง

สิ่งที่ยากที่สุดในการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงคือ “การฟังเพื่อสรุปผล” ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดของการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพง เพราะถ้าผู้ที่ทำการเซ็ตอัพฯ ฟังและวิเคราะห์ผลจากการขยับตำแหน่งแต่ละครั้งออกมาผิดพลาด จะทำให้การขยับตำแหน่งครั้งต่อไปขาดทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ช่วยแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ มิหนำซ้ำ การขยับลำโพงที่ผิดพลาดไปจากตำแหน่งที่ถูกที่ควร ก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้หนักหนามากขึ้นไปกว่าเดิม

ฟังเพื่อสรุปผล.?

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ใครจะสามารถ ฟังแบบวิเคราะห์เสียง” (critrical listening) ได้อย่างกระจ่างแจ้งโดยไม่ผ่านการฝึกฝนมาก่อน และโชคร้ายที่ยังไม่มีโรงเรียนสอนการฟังแบบวิเคราะห์เสียงลักษณะที่ว่านี้ (นอกจากคอร์ส Ear-Training ของผม) อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการฟังวิเคราะห์เสียงเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นต้องมีสำหรับคนที่จะลงมือเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพง

นักเล่นฯ ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานาน ส่วนใหญ่จะได้ทักษะในการฟังวิเคราะห์มาจากการฟังด้วยตัวเองเป็นระยะเวลานาน บางคนที่เรียนรู้ได้เร็วเพราะมีเพื่อนๆ ที่เล่นกันเป็นกลุ่มคอยช่วยกันฟังและแลกเปลี่ยนมุมมองซึ่งกันและกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีส่วนช่วยให้สามารถพัฒนาการฟังแยกแยะเสียงได้เร็วขึ้น สามารถวิเคราะห์ลักษณะเสียงและประเมินคุณภาพเสียงได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งคนที่ผ่านขั้นตอนการฝึกฝนและเรียนรู้ในการฟังวิเคราะห์เสียงมาแล้ว จะสามารถจำแนกเสียงที่ฟังออกมาได้มากกว่าคนทั่วไปที่บอกได้แค่ว่า เสียงดีหรือ เสียงไม่ดีซึ่งเป็นทักษะระดับพื้นฐานสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้เล่นเครื่องเสียง

ความสามารถในการฟังที่บอกได้แค่ว่าเสียงดีหรือไม่ดี ไม่พอสำหรับใช้เป็นมอนิเตอร์วัดผลในการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพง คุณสมบัติที่จำเป็นมากกว่านั้นสำหรับนักเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงคือต้องสามารถ แยกแยะเสียงแต่ละเสียงในเพลงที่กำลังฟังออกมาได้ ครบทั้งหมดซึ่งตรงนี้เป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานที่จำเป็นมากๆ สำหรับนักเซ็ตอัพลำโพง เพราะนักเซ็ตอัพลำโพงต้องอาศัยหูของตัวเองเป็นมอนิเตอร์ ถ้าหูของคุณไม่สามารถแยกแยะรายละเอียดของเสียงที่ได้ยินจากลำโพงออกมาได้ครบถ้วนทั้งหมด คุณก็ไม่มีทางเซ็ตอัพลำโพงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีได้เลย

แยกแยะแล้วต่อด้วย วิเคราะห์

เมื่อคุณสามารถฟังแยกแยะได้ว่า ในเพลงที่กำลังฟังนั้นมีเสียงเครื่องดนตรีทั้งหมดกี่ชิ้น.? เป็นเสียงของเครื่องดนตรีอะไรบ้าง.? สิ่งที่คุณต้องทำต่อไปคือ บอกตัวเองให้ได้ว่า เสียงแต่ละเสียงที่อยู่ในเพลงที่กำลังฟังนั้นเป็นเสียงของเครื่องดนตรีอะไรบ้าง.? ซึ่งเป็นขั้นตอนเบื้องต้นของการ ฟังวิเคราะห์เสียง

ขั้นตอนที่สองของการ ฟังวิเคราะห์เสียงก็คือ ต้องบอกตัวเองให้ได้ว่า เสียงเครื่องดนตรีที่เกิดขึ้นแต่ละเสียงในเพลงนั้น เกิดจากการที่นักดนตรีกระทำกับเครื่องดนตรีแบบไหนบ้าง.? ตี, เคาะ, เป่า, ดีด หรือสี ซึ่งแน่นอนว่า เครื่องดนตรีแต่ละประเภทย่อมอาศัยการกระทำต่อเครื่องดนตรีที่ต่างกันในการสร้างเสียงดนตรีขึ้นมา และนั่นก็นำมาสู่การ ฟังวิเคราะห์เสียงระดับที่ลึกลงไปในขั้นที่สาม นั่นคือ ฟังให้ออกว่า นักดนตรีแต่ละคนกระทำกับเครื่องดนตรีของพวกเขาด้วยระดับความดังที่ต่างกันอย่างไรบ้าง.? ชิ้นไหนเล่นดัง.. ชิ้นไหนเล่นเบา..

ที่ผมเกริ่นมาทั้งหมดคือความสามารถในการฟังวิเคราะห์เสียงที่ผู้เซ็ตอัพฯ จะต้องนำมาใช้ในการประเมินผลการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพง

เกณฑ์ที่ใช้วัดผลในการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังทำการเซ็ตอัพลำโพงเพื่อค้นหาตำแหน่งที่ให้เสียงดีที่สุดสำหรับลำโพงคู่นั้นของคุณ ผมเชื่อว่า ในใจของคุณตอนนี้จะต้องมีคำถามหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือคำถามที่ว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าตำแหน่งไหนคือตำแหน่งที่ลงตัวที่สุด.? จะรู้ได้อย่างไรว่า ตำแหน่งไหนคือตำแหน่งที่ใช่.?

Setup level

ผมได้จัดทำแผนผังที่ใช้ประเมินผลการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงอย่างง่ายๆ มาให้ดูเป็นแนวทาง ขณะอ่านวิธีประเมินนี้ ขอให้พิจารณารูปภาพข้างบนนี้ประกอบได้ด้วยจะทำให้เข้าใจแนวทางได้ง่ายขึ้น

เบื้องต้น ผมขอแยกระดับคุณภาพเสียงที่ได้จากการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงออกเป็น 3 ช่วง คือ Fair (พอใช้ได้), Excellent (ดีเยี่ยม) และ Perfect (สมบูรณ์แบบ)

Fair! (พอใช้ได้)

ถ้าคุณเป็นนักเล่นมือใหม่ที่กำลังสนใจจะเริ่มทดลองเซ็ตอัพลำโพงเพื่อค้นหาตำแหน่งที่ให้เสียงดีที่สุด ผมแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการเข้าไปอ่านบทความมินิซีรี่ย์เรื่อง เทคนิคการเซ็ตอัพลำโพง สำหรับระบบเสียง stereo 2 chที่ผมเขียนไว้ในเว็บไซต์ allabout.in.th มีอยู่ทั้งหมด 6 ตอนต่อเนื่องกัน ซึ่งในบทความเหล่านั้นจะแนะนำพื้นฐานทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นแม็ทชิ่งซิสเต็มซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนที่จะเริ่มต้นเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพง เพราะถ้าคุณเลือกใช้ลำโพงที่มีขนาดไม่สัมพันธ์กับขนาดของห้องฟัง หรือเลือกใช้แอมปลิฟายที่มีคุณสมบัติทางเทคนิคไม่เหมาะสมกับความต้องการของลำโพง ก็หมดหวังกับการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงให้ได้ผลลัพธ์ทางเสียงที่ดี

เมื่อคุณมีลำโพงที่แม็ทชิ่งกับขนาดของห้องฟัง และได้แอมป์ที่แม็ทชิ่งกับลำโพงแล้ว หลังจากคุณทำการจัดวางลำโพงในห้องของคุณและได้กำหนดจุดนั่งฟังตามคำแนะนำในบทความตอนที่ 5 เกี่ยวกับการ วัดระยะและจัดวางลำโพงแล้ว แค่นี้เสียงที่คุณได้ยินจากตำแหน่งวางลำโพงตามที่แนะนำไว้ในบทความนั้นก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ Fair แล้ว ซึ่งคุณสมบัติของเสียงที่คุณควรจะได้ยินในขั้นตอนนี้ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ก็คือ Soundstage (เวทีเสียง), Body (มวลเสียง) และ Tonal Balance (สมดุลของโทนเสียง)

ลักษณะเวทีเสียงที่คุณได้ยินจากคุณภาพเสียงในระดับ Fair คือรับรู้ได้ถึงความกว้างของเวทีเสียงที่ฉีกตัวออกไปทางด้านซ้ายและขวา สามารถระบุได้ชัดกับเสียงที่บันทึกมาแบบ Hard Stereo คือฉีกซ้ายขวาชัดๆ ส่วนตำแหน่งของเสียงที่อยู่ในพื้นที่อากาศระหว่างลำโพงทั้งสองข้างอาจจะยังแยกแยะได้ไม่ชัดเจนนักในขั้นต้นนี้

ส่วนคุณสมบัติทางด้านมวลเสียงนั้น ในขั้นตอนแรกนี้ คุณจะสามารถรับรู้ได้ถึงความเข้มข้นอวบหนาของเนื้อเสียงของเสียงดนตรีแต่ละชิ้น ซึ่งนักเซ็ตอัพฯ ที่ยังติดอยู่กับ เสียงที่ชอบส่วนใหญ่จะพยายามปรับจูนตำแหน่งลำโพงเพื่อให้ได้เสียงที่มีมวลหนาอวบ ซึ่งทำให้มีโอกาสจะหลงทางได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ใช้ลำโพงขนาดเล็กประเภทสองทางวางขาตั้ง ซึ่งเป็นประเภทลำโพงที่ให้ปริมาณความถี่ต่ำน้อยกว่าความถี่กลางและแหลมอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ซึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดทางด้านสรีระของตัวลำโพงเอง เมื่อคุณพยายามปรับจูนตำแหน่งการจัดวางเพื่อทำให้ได้เสียงที่ออกหนาอวบอิ่ม มักจะทำให้เสียงในย่านทุ้มถูกยกขึ้นมาประชิดกับความถี่ในย่านกลางต่ำมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้ฟังแล้วรู้สึกว่าเสียงกลางมีมวลหนาและอิ่ม แต่ในขณะเดียวกัน การทำเช่นนั้นจะส่งผลให้รายละเอียดของเสียงในย่านกลางต่ำที่เชื่อมต่อกับความถี่ในย่านอัปเปอร์เบส (upper bass) หรือเสียงทุ้มตอนต้นถูกกลบกลืนหายไป มองอีกด้านหนึ่ง ก็คือทำให้โทนัลบาลานซ์ (Tonal Balance) หรือสมดุลของความถี่เสียงเสียหายไป คือทำให้ย่านความถี่ต่ำถูกหนุนขึ้นมาจนมีปริมาณสูงกว่าความถี่ในย่านกลางและแหลม

เคล็ดลับสำหรับนักเซ็ตอัพฯ ที่จะทำให้สามารถก้าวผ่านขั้นตอนนี้ไปให้ได้คือต้องมองข้ามบุคลิกเสียงที่เน้นทุ้มหนาๆ ซึ่งเป็นแนวเสียงที่ทำให้ชวนฟังไปให้ได้ ต้องหันมายอมรับโทนัลบาลานซ์ของเสียงที่ถูกต้องตรงตามขนาดของลำโพงจริงๆ นั่นคือ ถ้าลำโพงเล็ก ก็ต้องยอมรับว่าเสียงทุ้มจะไม่อวบหนาอย่างที่ต้องการ เมื่อคุณสามารถมองข้ามประเด็นของเสียงหนา (จนเกินจริง) ไปได้แล้ว คุณจะได้เสียงเบสที่ปรับเปลี่ยนขนาดไปตามเพลงได้ และเป็นเสียงเบสที่สามารถย้ายตำแหน่งไปอยู่ตรงไหนของเวทีเสียงก็ได้ ขึ้นอยู่กับการมิกซ์ของเพลงนั้นๆ ถ้าคุณสัมผัสได้ถึงคุณสมบัติเหล่านี้ แสดงว่าคุณได้ทำการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงจนได้คุณภาพเสียงออกมาประมาณ 50% ของคุณภาพเสียงที่ลำโพงของคุณสามารถให้ได้แล้ว

ผมอยากจะบอกว่า คุณภาพเสียงระดับนี้ สำหรับบางคนอาจจะถือว่าดีพอแล้วสำหรับใช้ฟังเพลงทั่วๆ ไปที่เน้นอรรถรสของเพลงที่ชื่นชอบ ซึ่งอาจจะเป็นเพลงตลาดๆ ทั่วไปที่ไม่ได้มีความพิถีพิถันในการบันทึกเสียงมาก

Excellent! (ดีเยี่ยม)

เมื่อคุณใช้ความพยายามในการปรับจูนตำแหน่งลำโพงอย่างละเอียดเพิ่มเติมขึ้นมาอีกขั้น สิ่งที่คุณจะต้องโฟกัสและตั้งเป็นเป้าหมายในการปรับจูนตำแหน่งเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่อัพเลเวลขึ้นมาถึงขั้น Excellent! ก็คือคุณสมบัติทางด้าน ไดนามิก” (dynamic) ของเสียง

ไดนามิกของเสียงหมายถึงความแตกต่างในแง่ความดังเบาของเสียงแต่ละเสียง ซึ่งถ้าคุณฟังด้วยความสังเกต คุณจะพบว่า ในเพลงเดียวกันนั้น เสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นจะมีช่วงสวิงของความดังที่กว้างแคบต่างกัน บางชิ้นนั้นสวิงได้กว้าง หมายถึงว่า ช่วงที่นักดนตรีกระทำกับเครื่องดนตรีชิ้นนั้นเบาๆ เสียงที่ออกมาก็จะเบามาก แต่ในบางขณะนักดนตรีคนนั้นก็เพิ่มน้ำหนักในการกระทำ (บรรเลง) เครื่องดนตรีชิ้นนั้นมากขึ้น ทำให้เสียงโน็ตดนตรีที่เกิดจากเครื่องดนตรีชิ้นนั้นมีความดังมากขึ้น เมื่อเอาช่วงที่เบาที่สุดกับช่วงที่ดังที่สุดของเสียงเครื่องดนตรีชิ้นนั้น ในเพลงนั้นๆ มาเทียบกัน เราจะได้อัตราสวิงของเสียงเครื่องดนตรีชิ้นนั้น เรียกอย่างเป็นทางการว่า ไดนามิกเร้นจ์” (dynamic range) ถ้าเครื่องดนตรีชิ้นไหนมีช่วงที่เบากับช่วงที่ดังห่างกันมากๆ (หน่วยวัดเป็น dB = decibel) เราเรียกว่า เสียงเครื่องดนตรีชิ้นนั้นให้ไดนามิดเร้นจ์กว้าง ในทางกลับกัน เสียงของเครื่องดนตรีไหนที่มีช่วงเบากับช่วงดังสุดไม่ต่างกันมาก เราก็พูดว่า เครื่องดนตรีชิ้นนั้นให้ไดนามิกเร้นจ์แคบ

ในการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงเพื่อยกระดับคุณภาพเสียงขึ้นมาที่ระดับ Excellent! คุณควรใช้เพลงที่ใช้เครื่องดนตรีที่บรรเลงโดยมนุษย์ทั้งหมด ไม่ควรใช้เพลงที่มีเสียงที่เกิดจากการสังเคราะห์ด้วยเครื่องดนตรีคีย์บอร์ด เพราะเสียงเครื่องดนตรีที่เกิดจากการสังเคราะห์จะให้อัตราสวิงของไดนามิกที่ไม่แน่นอน ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ อ้างอิงไม่ได้ อาจทำให้หลงทางได้ง่าย

เป้าหมายที่ต้องไปให้ถึงคุณภาพระดับ Excellent! คือฟังแล้วต้องรู้สึกได้ถึงระดับความแตกต่างในการสวิงไดนามิกของเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นที่แยกออกมาจากกันได้อย่างเด็ดขาด สามารถบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่า ชิ้นไหนเล่นดัง ชิ้นไหนเล่นเบา แต่ละชิ้นมีลักษณะการสวิงไดนามิกอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นไดนามิก ทรานเชี้ยนต์ (transient dynamic) คือเสียงที่มีการสวิงไดนามิกที่กว้าง แสดงออกมาในลักษณะของเสียงที่มีความฉับพลัน รุนแรง อย่างเช่นเสียงตีกลอง, เสียงเคาะฉาบ, เสียงเคาะคีย์เปียโน, เสียงกระแทกกระเดื่อง, เสียงกระตุกสายเบส ฯลฯ ไปจนถึง ไดนามิก คอนทราสน์ (contrast dynamic) ที่แสดงความดังของเสียงออกมาในลักษณะที่มีความต่อเนื่อง อย่างเช่น เสียงร้อง, เสียงสีไวโอลิน, เสียงสีเชลโล, เสียงเป่าแซ็กโซโฟน, เป่าฟรุ๊ท ฯลฯ ซึ่งเป็นเสียงที่มีลักษณะการสวิงไดนามิกที่แคบ มักให้อารมณ์ที่อ่อนหวาน อ้อยสร้อย และผ่อนคลาย

ถ้าคุณได้ยินคุณสมบัติเหล่านี้ออกมาจากลำโพงที่คุณกำลังทำการเซ็ตอัพ แสดงว่าคุณได้ทำการขยับตำแหน่งของลำโพงใกล้จะถึงจุดที่ลงตัวมากที่สุดในห้องฟังของคุณแล้ว ซึ่งถือว่าได้คุณภาพเสียงออกมาประมาณ 80% ที่ลำโพงของคุณสามารถทำได้ และในขั้น Excellent! นี้ นอกจากคุณสมบัติทางด้านไดนามิกเร้นจ์ของเสียงจะดีขึ้นมากแล้ว เมื่อทดลองฟังไปที่คุณสมบัติทางด้านเวทีเสียง คุณจะพบว่า การจัดวางรูปวงมีความชัดเจนเพิ่มขึ้น ความสมดุลระหว่างเวทีเสียงด้านขวาและด้านซ้ายก็จะดีขึ้น รับรู้ถึงมิติด้านลึกได้ดีขึ้น ส่วนคุณสมบัติทางด้านมวลเสียงกับโทนัลบาลานซ์ อาจจะดีขึ้นบ้าง หรือไม่ดีขึ้นมาก ก็ขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพของลำโพงที่คุณใช้

Perfect! (สมบูรณ์แบบ)

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดของการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพง และถ้าคุณไม่แม่นยำมากพอ มีโอกาสสูงมาก เมื่อคุณเลื่อนขยับตำแหน่งลำโพงไปจากตำแหน่งนี้แล้วอาจทำให้คุณภาพเสียงโดยรวมลดด้อยลงจากเดิม ถอยหลังลงไปอยู่ในระดับ Fair! ก็ได้

ปกติแล้ว การเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงให้ได้คุณภาพเสียงไปถึงระดับ Excellent! ก็นับว่าหินมากแล้ว ต้องใช้ความละเอียดในการวิเคราะห์อย่างมาก ต้องทดลองฟังเพลงให้เยอะพอ เพื่อให้มีตัวอย่างมากพอก่อนจะสรุปผลและลงมือขยับเพื่ออัพเกรดคุณภาพเสียงไปสู่ขั้นตอนต่อไป ซึ่งในบางห้องฟัง บางสถานการณ์ อาจจะต้องอาศัยการปรับจูนสภาพอะคูสติกเข้าช่วยบ้างก็เป็นได้ หรืออาจจะต้องอาศัยการปรับจูนจุดเล็กจุดน้อยภายในซิสเต็มเข้าช่วย อย่างเช่นจับสายไฟเอซีกับสายสัญญาณและสายลำโพงให้แยกจากกัน, ใช้วัสดุรองสายลำโพงเพื่อยกให้ลอยขึ้นมาจากพื้นห้อง, หรือแม้แต่ใช้วัสดุต่างๆ รองใต้เครื่อง, ใช้ตัวกรองไฟ หรือปรับปรุงระบบกราวนด์ ฯลฯ แต่จากประสบการณ์ของผมพบว่า นักเล่นฯ ส่วนใหญ่มักจะมีความพึงพอใจมากแล้วเมื่อลำโพงของเขาสามารถถ่ายทอดคุณภาพเสียงออกมาได้ถึงระดับ Excellent! นี้

แต่ถ้าคุณมีความคิดที่จะเซ็ตอัพต่อเพื่อให้ไปถึงระดับ Perfect! แนะนำให้ทำการวัดระยะและทำเครื่องหมายบนพื้นห้องเพื่อเก็บตำแหน่งวางลำโพงเอาไว้ก่อนเริ่มต้นขยับลำโพงต่อไป ซึ่งคุณสมบัติของเสียงที่คุณต้องให้ความใส่ใจสำหรับการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงระดับ Perfect! ก็มี สปีดในการบรรเลง (Timing), อารมณ์+ความผ่อนคลาย (Peace) และจังหวะดนตรี (Rhythm) ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจทางด้านศาสตร์ของดนตรีเข้ามาช่วย อย่างเช่น ควรจะแม่นในเรื่องของจังหวะต่างๆ ของเพลง อาทิเช่น 2/4, 3/4 หรือ 4/4 วอลซ์, แทงโก้, รุมบ้า, ร็อค ฯลฯ

ความยากของขั้นตอนนี้อยู่ที่การแยกแยะสปีดในการบรรเลงที่นักดนตรีกระทำกับเครื่องดนตรีของพวกเขา อย่างเช่น สปีดในการพรมปลายนิ้วลงไปบนคีย์เปียโน ซึ่งเพลงที่เล่นเร็วก็ต้องออกมาเร็วแต่ต้องไม่เร็วจนฟังแยกแยะโน๊ตไม่ได้ คือโน๊ตเปียโนต้องแยกจากกันไม่ใช่ติดกันเป็นพืด ในขณะเดียวกัน สปีดหรือความเร็วในการบรรเลงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นจะต้องรู้สึกได้ถึงความแตกต่างกัน คือต้องรับรู้ได้ชัดว่า เสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นในเพลงเดียวกันนั้นมีสปีดในการบรรเลงที่เร็วช้าไม่เท่ากัน และในเครืองดนตรีชิ้นเดียวกัน ในแต่ละช่วงขณะก็บรรเลงด้วยความเร็วที่ต่างกัน ถ้าขยับตำแหน่งลำโพงจนฟังแล้วสามารถรับรู้ได้ถึงสปีดของเสียงตามที่กล่าวมาก็ถือว่า คุณกำลังเซ็ตอัพลำโพงจนเข้าใกล้คำว่า Perfect! แล้ว ซึ่งในขั้นตอนนี้ คนที่มีทักษะทางด้านดนตรีจะได้เปรียบคนที่ไม่มี เพราะทักษะดนตรีจะทำให้เข้าถึงความถุูกต้องของจังหวะเพลงได้ง่ายกว่าคนทั่วไปมาก

เมื่อการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงมาถึงจุด Perfect! คุณจะสามารถรับรู้ได้ถึงลักษณะการจัดเรียงระดับตื้น-ลึกของชั้นดนตรีในเวทีเสียง (layer) ได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นระดับคุณภาพทางด้านเวทีเสียงที่สูงกว่าขั้นตอน Fair! และขั้นตอน Excellent! ขึ้นมาอีกระดับ /

***********************
บทความที่แนะนำให้อ่านประกอบ

เทคนิคการเซ็ตอัพลำโพง สำหรับระบบเสียง stereo 2 ch
ต้องทำอะไรบ้าง? เพื่อให้ลำโพงคู่หนึ่งสามารถเปล่งเสียงออกมาดีที่สุด!
อย่าตั้ง แนวเสียงให้กับตัวเองก่อนการเซ็ตอัพ
วิธีปรับจูนตำแหน่งลำโพงเพื่อค้นหา โฟกัสของเสียง
เทคนิคการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพง

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า