รีวิวเครื่องเสียง Tchernov Cable ซีรี่ย์ Reference รุ่น Reference MK II IC สายสัญญาณอะนาลอก และรุ่น Reference DSC SC สายลำโพง

ทุกครั้งที่ผมทดลองแม็ทชิ่งสายสัญญาณกับสายลำโพง ผมจะรู้สึกขัดใจเสมอ ซึ่งความรู้สึกขัดใจที่ว่านั้น มันเกิดจากความรู้สึกขัดแย้งในใจกับหลักคิดที่ว่า ถ้าเราตีค่า สายสัญญาณกับ สายลำโพงเป็นแค่ accessories หรืออุปกรณ์เสริมสำหรับชุดเครื่องเสียง มันก็ไม่น่าจะมีอิทธิพลกับเสียงของซิสเต็มมากเท่ากับอุปกรณ์หลักอย่างเครื่องเล่น, แอมป์ หรือลำโพง แต่เอาเข้าจริง บ่อยครั้งที่ผมทดลองแม็ทชิ่งซิสเต็มหลัก (เพลเยอร์ + แอมป์ + ลำโพง) ด้วยสายสัญญาณ + สายลำโพง ที่มีคุณภาพต่างกันหลายระดับ สลับกันไปมา ผมกลับพบว่า บางซิสเต็มมันแสดงศักยภาพของเสียงที่แตกต่างกันในระดับพลิกฟ้าหงายแผ่นดินออกมาให้ได้ยินเมื่อทำการเปลี่ยนสายสัญญาณ+สายลำโพงที่มีราคาสูงกว่าราคาค่าตัวของอุปกรณ์ในซิสเต็มนั้นรวมกันเข้าไป

บ่อยครั้งเมื่อผมเอาสายสัญญาณ + สายลำโพงที่มีราคา สูงเข้าไปทดลองใช้กับซิสเต็มที่มีราคาระดับกลางๆ แล้วพบว่า มันทำให้คุณภาพเสียงของซิสเต็มนั้น กระโดดขึ้นไปอยู่ในระดับที่ไม่คาดคิดว่าซิสเต็มนั้นจะสามารถให้ออกมาได้.!!!

ฟังแล้วอึ้ง ฟังแล้วงง แต่จริง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกขัดใจก็เพราะว่า ราคาของสายสัญญาณ+สายลำโพงชุดนั้น มันอยู่ในระดับ สูงกว่าราคาของอุปกรณ์ทั้งหมดในซิสเต็มรวมกันน่ะซิ.!!

ผมมานั่งคิดถึงสาเหตุแห่งความรู้สึกขัดใจนั้น ทำไมผมต้องรู้สึกขัดใจ.? คงเป็นเพราะผมเรียนมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ จึงรู้สึกขัดแย้งในการใช้ อุปกรณ์เสริมที่มีราคาสูงกว่า อุปกรณ์หลักมันหมายถึงความไม่คุ้มค่า.. หรือเปล่า.? หรือว่าผมกำลังคิดผิด ที่เอาหลักเศรษฐศาสตร์ไปวัดผลของอิเล็กทรอนิคซึ่งเป็นคนละสาขากัน ถ้าผู้ผลิตสายสัญญาณ + สายลำโพงชุดนั้นเปลี่ยนราคาขายให้ต่ำลงมา อยู่ในระดับประมาณ 20% ของราคาของอุปกรณ์เครื่องเสียงชุดนั้นรวมกัน แบบนี้ผมคงรู้สึกดีขึ้นใช่มั้ย.? ซึ่งมันไม่เมคเซ้นต์เลย การตั้งราคาขายของผู้ผลิตแต่ละเจ้ามันเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องผลของการแม็ทชิ่ง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ความรู้สึกคุ้มค่าคุ้มราคาของยูสเซอร์ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จริงๆ แล้ว ทั้งสามเรื่องนี้มันไม่ได้มีอะไรที่ขึ้นตรงต่อกันโดยตรงเลย

สรุปแล้ว ผมต้องหาระบบความคิดใหม่มาใช้ในการประเมินประสิทธิภาพและมูลค่าของสายสัญญาณ+สายลำโพง รวมทั้งสายไฟเอซีด้วย และต้องปรับเปลี่ยนความคิดซะใหม่ด้วยว่า สายต่อเชื่อมในระบบอย่างสายสัญญาณ, สายลำโพง และสายไฟเอซี พวกนี้ไม่ได้เป็นแค่ accessories แต่มันคืออุปกรณ์หลักในชุดเครื่องเสียงที่ละเลยความสำคัญไปมิได้.!!!

Tchernov Cable Reference Series
สายสัญญาณอะนาลอก + สายลำโพงระดับไฮเอ็นด์จากรัสเซีย

Tchernov Cable เป็นแบรนด์ของประเทศรัสเซีย พวกเขาจัดแบ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดออกเป็น 5 ซีรี่ย์ เริ่มจาก Standard, Special, Classic, Reference และ Ultimate เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสทดสอบสายไฟเอซีรุ่น Reference AC Cable ของแบรนด์นี้ไปแล้ว (REVIEW) แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะดูสวยแบบเรียบๆ ไม่ได้วิลิศมาหราเว่อวังอลังการเหมือนสายเคเบิ้ลระดับซุปเปอร์ไฮเอ็นด์ของบางยี่ห้อ แต่เสียงที่ได้ออกมานั้นมันใช่เลย.. มันเป็นเสียงที่สายไฟดีๆ ในอุดมคติควรจะเป็น

ต้องบอกว่าติดใจ เลยต้องถามหาสายสัญญาณและสายลำโพงรุ่นเดียวกันมาทดลองฟัง และหลังจากได้ทดลองฟังมาระยะเวลานานพอสมควร ผมก็ตัดสินใจเขียนรายงานประสบการณ์ทดลองฟังสายสัญญาณ + สายลำโพงของ Tchernov Cable คู่นี้ออกมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน.. ประทับใจ.? แหงล่ะครับ ไม่โดนไม่เขียนให้เสียเวลา.!!

เทคโนโลยี

ถ้าบริษัท CH Home Medias ไม่นำสายยี่ห้อนี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ก็คงไม่รู้เลยว่า แบรนด์นี้โลดแล่นอยู่ในยุทธจักรมาเกือบยี่สิบปีแล้ว (ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2002) ซึ่งหลังจากเปิดดำเนินการมา 3 ปี พวกเขาก็เปิดตัวสายออดิโอ เคเบิ้ลซีรี่ย์ Reference ออกมาในตลาดเมื่อปี 2005 เป็นซีรี่ย์ที่พวกเขาออกแบบและผลิตโดยใช้เทคนิคพิเศษหลายๆ อย่างที่พวกเขาคิดค้นและจดสิทธิบัตรเอาไว้ในช่วงสามปีของการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ภายนอกของตัวสายอาจจะดูธรรมดาๆ แต่ถ้าไม่ได้ข้อมูลจากผู้ผลิตจะไม่รู้เลยว่า ภายในมันมีเทคโนโลยีจำนวนมากอยู่ในนั้น อาทิเช่น FTDA® conductor damping method (Patent RU No.124834U) เป็นเทคนิคการแด้มปิ้งตัวนำภายในสาย, SATI® conductor insulation (Patent RU No.124832U) เกี่ยวกับเรื่องฉนวน และล่าสุดคือ X-Shield® SE (Super Efficiency)(Patent RU No.124835U) เป็นการโมดิฟายล่าสุดของระบบชีลด์ที่ใช้องค์ประกอบหลายๆ ชนิดผสานกัน (Multi-Element Shielding System)

ยังมีอีกเทคนิคที่ Tchernov Cable จดสิทธิบัตรเอาไว้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พวกเขาเป็นคนบุกเบิก นั่นคือ Distributed Symmetric Conductor ตัวย่อคือ DSC (Patent RU No.2652382U) คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้กับสายไฟเอซีและสายลำโพงในรุ่น top-of-the-line ของแบรนด์ เทคนิค DSC นี้ส่งผลต่อสปีดการส่งผ่านคลื่นเสียงที่สูงสุดเท่าที่จะสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ในสายออดิโอ เคเบิ้ล มีผลช่วยลดปริมาณความเพี้ยน EMI (Electromagnetic Interference) ช่วยลด noise ลงได้มากถึง 20-40dB เมื่อเทียบกับตัวนำธรรมดาทั่วไป นอกจากนั้น เทคนิค DSC นี้ยังทำให้ความต้านทานรวม (อิมพีแดนซ์) ของตัวนำอยู่ในระดับที่ต่ำและนิ่ง คงเสถียรภาพไปตลอดย่านเสียง ตั้งแต่ต่ำสุดที่ระดับ 0Hz (DC) ขึ้นไปจนถึงสูงสุดที่ระดับหลายสิบเมกกะเฮิร์ต ด้วยลักษณะโครงสร้างของตัวนำที่มีความสมมาตรยังส่งผลช่วยลดคาปาซิแตนซ์โดยรวมลง ทำให้การส่งผ่านสัญญาณได้ผลใกล้เคียงอุดมคติมากที่สุด ทำให้ได้ไดนามิกเร้นจ์ที่ขยายกว้าง ได้เกนสัญญาณที่มากพอตลอดทั้งสเปคตรัม และยังได้ความใสของพื้นเสียงที่น่าทึ่ง.. ทราบที่มาที่ไปแบบนี้แล้ว เป็นอย่างไรบ้างครับ อยากลองฟังเสียงล่ะซิ..!!

* ทำความรู้จักกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่สาย Techernov Cable ใช้อยู่ คลิ๊กที่นี่

ก่อนหน้านี้ ถ้าคุณต้องการคุณสมบัติทั้งหมดนั้น คุณต้องเป็นเจ้าของสายสัญญาณกับสายลำโพงรุ่นท็อปสุดของแบรนด์ นั่นคือรุ่น “Ultimateซึ่งมีราคาสูงมาก แต่หลังจากคิดค้นเทคนิค DSC ออกมาได้ ทาง Tchernov Cable ก็ได้นำเอาเทคนิคทั้งหมดมาใช้ในการออกแบบสายสัญญาณ, สายลำโพง และสายไฟเอซีซีรี่ย์ “Referenceซึ่งเป็นซีรี่ย์รองลงมาจาก Ultimate ซึ่งมีราคาต่ำกว่าซีรี่ย์ Ultimate ประมาณครึ่งหนึ่ง!

ตอนนี้ ทั้งสายสัญญาณ, สายลำโพง และสายไฟเอซี ซีรี่ย์ Reference ของ Tchernov Cable ทั้งสามเส้นได้มาอยู่ในมือของผมแล้ว!

สายสัญญาณ Tchernov Cable รุ่น Reference MK II IC

ในซีรี่ย์ Reference นี้ Tchernov Cable ทำสายสัญญาณออกมา 5 ชนิด เป็นสายสัญญาณดิจิตัล 3 ตัว นั่นคือ สาย USB ชื่อรุ่น “Reference USB A-B IC”, สาย HDMI รุ่น “Reference HAMI 2.0 IC”, และสายดิจิตัล AES/EBU รุ่น Reference MK II IC AES/EBU ส่วนอีก 2 ตัวเป็นสายสัญญาณอะนาลอก นั่นคือ สาย Subwoofer รุ่น Reference SUB IC กับสายสัญญาณอะนาลอก รุ่น Reference MK II IC ซึ่งมีทั้งแบบอันบาลานซ์ติดขั้วต่อ RCA (ภาพบน) และแบบบาลานซ์ติดขั้วต่อ XLR (ภาพล่าง)

สายสัญญาณของ Tchernov Cable ตัวนี้จัดเต็มทั้งทางด้านตัวนำ, ชีลด์ และขั้วต่อ ส่วนที่เป็นไฮไล้ท์ที่ทำให้สายสัญญาณรุ่นนี้แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ ก็คือ ตัวนำ” (Conductor) แม้ว่า Tchernov จะใช้โลหะทองแดงเป็นตัวนำหลักเหมือนหลายๆ แบรนด์ในตลาด แต่ตัวนำทองแดงที่พวกเขาเอามาใช้ทำสายสัญญาณและสายลำโพงรวมทั้งสายไฟเอซีไม่ใช่ทองแดงธรรมดาทั่วไป แต่เป็นทองแดงที่นำไปผ่านกระบวนการทางไฟฟ้า (electrolytic refinement) เพื่อคัดเอาแร่ธาติบางตัวออกไป และเพิ่มแร่ธาติบางตัวเข้าไปกับเนื้อทองแดง เป็นส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติของความเป็นตัวนำให้กับเนื้อทองแดงให้สูงขึ้น โดยที่ Tchernov ตั้งชื่อเรียกตัวนำทองแดงที่ผ่านกระบวนการนี้ว่า “Balanced Refinement Copperย่อสั้นๆ ว่า “BRC

คือทองแดงที่แบรนด์อื่นๆ ใช้ทำสายมักจะมุ่งไปที่การสกัดเอาอ็อกซิเจนออกไปจากเนื้อทองแดงเป็นหลัก ที่เรียกกันว่าเป็นทองแดงเกรด OFC (Oxegen Free Copper) นั่นแหละ แต่จริงๆ แล้ว การสกัดเอาอ็อกซิเจนออกไปจากเนื้อทองแดงเพียงแค่ทำให้ทองแดงนั้นเกิดอ็อกไซด์ได้ยากขึ้นเท่านั้นเอง แต่วิศวกรของ Tchernov ศึกษาลึกลงไปจนพบว่า ในเนื้อของโลหะทองแดงยังมีแร่ธาตุอีกหลายตัวที่เป็นตัวส่งเสริมและเป็นปฏิปักษ์ต่อการนำไฟฟ้า (สัญญาณ) ไม่ได้มีแค่อ็อกซิเจนเท่านั้น ในขณะเดียวกัน แร่ธาตุบางตัวที่ถูกใช้ผสมเข้าไปในเนื้อทองแดงเพื่อไล่อ็อกซิเจนก็คือ Silicon (Si) ซึ่งจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในเนื้อทองแดงแทนที่อ็อกซิเจน กรณีที่มีปริมาณ Silicon แฝงอยู่ในเนื้อทองแดงจำนวนมากๆ จะไปกระทบกับคุณภาพการนำสัญญาณของทองแดง ซึ่งส่งผลต่อเสียงที่แย่ลงในที่สุด

สรุปแล้ว ทองแดงที่ผ่านกระบวนการ BRC ของ Tchernov จะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการใช้ทำสายนำสัญญาณภาพ, สายนำสัญญาณเสียง รวมถึงสายลำโพงมากกว่าทองแดงแบบอื่นๆ คือไม่เข้าไปสร้างผลกระทบเชิงลบกับสัญญาณเสียงที่ส่งผ่านมันไปนั่นเอง

ลักษณะภายนอก

สายสัญญาณรุ่น Reference MK II IC ที่ผมได้รับมาทดสอบครั้งนี้มีความยาว 1 เมตร ข้างในอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเพียบ อาทิ ใช้ตัวนำทองแดง BRC ขนาด 1.00 mm2 ทบกันแบบ multi-stranded จำนวน 2 ชุด, พันด้วยแผ่นเทปฉนวน PE/PTFE, มีการแด้มปิ้งภายในตัวสายด้วยเทคนิคที่ชื่อว่า Fiber Torsion Dampling (FTDA) คือใช้ไฟเบอร์หรือเส้นใยจำนวนหลายเส้นอัดอยู่ในตัวสายเพื่อช่วยซับเรโซแนนซ์ภายในตัวสาย ก่อนจะชีลด์ทับด้วยแผ่นฟอยด์ทองแดง BRC อีกชั้นเพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก ซึ่งเป็นเทคนิคการชีลด์ที่ Tchernov คิดค้นขึ้นมาชื่อว่า X-Shield SE

เปลือกนอกของตัวสายเป็นตาข่ายตาถี่สีน้ำตาลอมทอง ทำด้วยวัสดุประเภท อีลาสติก เทอร์โมพลาสติก โพลี่ยูรีเทน แบบพิเศษที่ชื่อว่า Elastollan ที่มีความทนทานสูง ตัวสายทรงกลมยาว ขนาดตัวสายมีหนาตัดอยู่ที่ 1.2 .. (รวมเปลือกนอก) ใหญ่ประมาณนิ้วก้อย เมื่อใช้นิ้วกดที่ตัวสายจะรู้สึกแข็ง แต่ลักษณะของตัวสายไม่ได้แข็งกระด้าง ค่อนข้างโอนอ่อน ให้ตัว ทิ้งน้ำหนักลงพื้น ไม่เป็นอุปสรรคกับการใช้งานในพื้นที่แคบๆ

ขั้วต่อสัญญาณที่ใช้ ทาง Tchernov ออกแบบและผลิตเอง ชุบทองทั้งอัน ดูแข็งแรงและแน่นหนามาก ยึดติดกับตัวสายด้วยน็อตและมีท่อหดสีดำปิดทับช่วงรอยต่อระหว่างขั้วต่อกับตัวสายเอาไว้ มีแถบสีแดงและสีดำเส้นเล็กๆ คาดอยู่บนตัวขั้วต่อเพื่อใช้กำกับแชนเนลของแต่ละเส้น (แดง = แชนเนลขวา, ดำ = แชนเนลซ้าย) บนท่อหดสีดำมีลูกศรสีทองพิมพ์กำกับทิศทางเดินของสัญญาณเอาไว้ด้วย เส้นที่ส่งมาให้ทดสอบตัวลูกศรที่พิมพ์ไว้เริ่มจางลงแล้ว

ตัวขั้วต่อใช้วิธียึดกับแจ๊คตัวผู้บนหลังเครื่องด้วยการหมุนปลอกนอกของขั้วต่อในลักษณะตามเข็มนาฬิกาเมื่อต้องการเพิ่มความกระชับแน่น และหมุนปลอกในแนวทวนเข็มนาฬิกาเมื่อต้องการคลายยึดออก

สายลำโพง Tchernov Cable รุ่น  Reference DSC SC

เป็นสายลำโพงในซีรี่ย์ Reference ที่ออกมาให้ใช้ร่วมกับสายสัญญาณ Reference MK II IC

ตัวสายภายนอกหุ้มฉนวน Elastollan สีน้ำตาลอมทอง แบบเดียวกับที่ใช้ทำเปลือกหุ้มสายสัญญาณ การออกแบบโครงสร้างตัวนำที่อยู่ภายในใช้เทคนิคพิเศษที่ชื่อว่า DSC (Distributed Symmetric Conductor) คือใช้ตัวนำ 2 กลุ่ม กลุ่มละ 3 เส้นในการนำสัญญาณ โดยที่เส้นตัวนำสัญญาณเฟส + (สีแดงในภาพ) และเฟส – (สีขาวในภาพ) จะถูกวางสลับกันไปตลอดทั้งเส้น หมุนเป็นเกลียวห่างๆ ในลักษณะที่เรียกว่า hexagonal structure 3+3+1 โดยมีเส้นฉนวน SPVC แทรกอยู่ตรงกลาง ซึ่งทางผู้ผลิตอ้างว่า การออกแบบโครงสร้างตัวนำลักษณะนี้มีผลดีคือทำให้คลื่นเสียงทั้งสองเฟสเดินทางไปเป็นกลุ่มพร้อมกันทั้งหมด ส่งผลดีต่อคุณสมบัติทางด้าน speed และ phase ที่สอดคล้องกันไปตลอดตั้งแต่อินพุตไปจนถึงเอ๊าต์พุต

สายลำโพงเส้นที่ผมได้รับมาทดสอบติดขั้วต่อแบบ banana ที่ทาง Tchernov ออกแบบและทำขึ้นมาเอง แข็งแรง และที่ตัวแกนถูกทำให้แยกเป็นสี่เสี่ยง สามารถพองขยายและหดตัวได้ เวลาเสียบเข้าไปในช่องเสียบบานาน่าตัวเมียฝั่งของตัวลำโพง แกนกลางนี้จะพองตัวออกอัดแน่นอยู่ในช่องเสียบของตัวเมีย ไม่หลุดง่าย และทำให้การส่งสัญญาณเสียงมีประสิทธิภาพสูง สัญญาณไม่ตกหล่น (อิมพีแดนซ์ที่จุดต่อเชื่อมจะนิ่ง ไม่สวิง)

ทดสอบ

ผมได้รับสายสัญญาณรุ่น Reference MK II IC กับสายลำโพงรุ่น Reference DSC SC มาอย่างละ 1 คู่ ผมจึงจัดเตรียมซิสเต็มทดสอบขึ้นมาได้ 2 ชุดในการทดสอบสายสัญญาณ+สายลำโพงของ Tchernov Cable ชุดนี้

อินติเกรตแอมป์ Cambridge Audio รุ่น CXA81 ที่ใช้เป็นซิสเต็มแรกในการทดสอบครั้งนี้

ชุดแรกเป็นซิสเต็มที่เรียบง่ายคือใช้อินติเกรตแอมป์เป็นหลักเพื่อให้ใช้สายสัญญาณแค่ชุดเดียวที่ป้อนจาก source คือเน็ทเวิร์ค เพลเยอร์คือ Audiolab รุ่น 6000N Play (REVIEW) มาที่อินติเกรตแอมป์ Cambridge Audio รุ่น CXA81 จากนั้นก็ใช้สายลำโพงเชื่อมต่อระหว่างอินติเกรตแอมป์กับลำโพง Wharfedale รุ่น EVO 4.4 (REVIEWแต่เนื่องจาก ตัวลำโพงให้ขั้วต่อสายลำโพงมาสองชุด ในขณะที่เรามีสายลำโพงแค่คู่เดียว ในการทดสอบฟังเสียงผมจึงใช้วิธีต่อสลับระหว่างขั้วต่อที่ลำโพงทั้ง 4 รูปแบบ (HOW-TO) พบว่า ต่อสายลำโพงที่ขั้วต่อคู่ล่าง (bass) ของ EVO 4.4 ให้เสียงออกมาดีที่สุด เฟสเสียงกลมกลืน มิติโฟกัสคมชัด โทนเสียงอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ แหลมไม่ตกมากในขณะที่ปริมาณเบสกำลังดีและหัวเบสกระชับแน่น

เครื่องเล่นเน็ทเวิร์ค เพลเยอร์ของ Lumin รุ่น T2 ที่ใช้เป็นต้นทางของซิสเต็มที่สองในการทดสอบครั้งนี้

ลำโพง Audiovector รุ่น R-1 Arrete ที่ใช้อ้างอิงในการทดสอบครั้งนี้

ส่วนอีกชุดเป็นซิสเต็มที่ใหญ่ขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น โดยอาศัยปรีแอมป์ของ VTL รุ่น TL 2.5 + เพาเวอร์แอมป์ VTL รุ่น MB125 (หลอด) สลับกับเพาเวอร์แอมป์ Ayre Acoustics รุ่น V-3 (โซลิดสเตท) ขับลำโพง Audiovector รุ่น R-1 Arrete (REVIEW) จุดเชื่อมต่อระหว่างเพาเวอร์แอมป์กับลำโพงของซิสเต็มนี้ถือว่าเพอร์เฟ็กต์มาก เพราะตัวลำโพง R-1 Arrete ใช้ขั้วต่อสายลำโพงแบบซิงเกิ้ลไวร์เนื่องจากสายสัญญาณ Reference MK II IC มีอยู่คู่เดียว ผมจึงใช้สายสัญญาณธรรมดามาอีกคู่ สลับกันต่อเชื่อมระหว่างปรีแอมป์ไปที่เพาเวอร์แอมป์ กับต่อจาก Source คือ Lumin T2 ไปที่ปรีแอมป์ พบว่า ใช้สาย Tchernov Cable ต่อจากปรีแอมป์ไปเพาเวอร์แอมป์ ส่วนสายธรรมดาใช้ต่อจาก Lumin T2 มาที่ปรีแอมป์ได้ผลรวมดีกว่า (ถ้ามีสายสัญญาณ Reference ของ Tchernov Cable อีกชุด เสียงน่าจะดีขึ้นอีกเยอะ!)

เสียงของสายสัญญาณ Reference MK II IC + สายลำโพง Reference DSC SC

หลังจากทดลองฟังเพลงหลากหลายรูปแบบผ่านทางซิสเต็มทั้งสองมานานร่วมเดือน ผมพบว่า จุดขายของสายสัญญาณ + สายลำโพงรุ่น Reference ของ Tchernov Cable คู่นี้อยู่ที่ ความสะอาดของเสียงที่โดดเด่นมากๆ สังเกตได้ชัดที่สุดคือในย่านกลางกับแหลม โดยเฉพาะในย่านเสียงแหลมที่ปราศจากอาการ ringing หรือลักษณะของเสียงแหลมที่มีความก้อง (resonant) ในตัวของมันเอง

อัลบั้ม : Vivaldi – The Four Season (DSF64)
ศิลปิน : Seiji Ozawa conducted Boston Symphony Orchestra, Joseph Silverstein – violin
ค่าย : Telarc

นี่เป็นงานอัลบั้มที่ใช้ระบบฮาร์ดแวร์ของ Soundstream ในการบันทึกเสียงและทำมาสเตอริ่งโดยค่าย Telarc เจ้าพ่อของการบันทึกเสียงด้วยระบบ Full Digital ครบวงจร ซึ่งได้รับการวิจารณ์จากนักฟังเพลงในนิตยสารของเมืองนอกว่าเป็น The Four Season ที่ให้เสียงเครื่องสายที่อบอุ่นและมลังเมลืองมากที่สุดเวอร์ชั่นหนึ่ง ผมมีไฟล์เพลง DSD ของอัลบั้มนี้ซึ่งริปมาจากแผ่น SACD โดยตรง แต่หลังจากทดลองฟังมาแล้วหลายครั้ง พบว่า เมื่อใดก็ตามที่ซิสเต็มมีปัญหาเรโซแนนซ์ในย่านเสียงแหลม ไมว่าจะเป็นเรโซแนนซ์ที่เกิดขึ้นในส่วนไหนของซิสเต็ม เสียงเครื่องสายในอัลบั้มชุดนี้ โดยเฉพาะเสียงไวโอลินของโจเซฟ ซิลเวอร์สไตน์ จะออกมาวี๊ดว้าดและซี๊ดซ้าดมากเกินไป เปิดดังๆ แล้วฟังได้ไม่นาน มันจะมีอาการวิ้งๆ ในหู

แต่วันนี้ผมรู้สึกเพลิดเพลินกับอัลบั้มนี้มาก สามารถเสพอรรถรสจากอัลบั้มนี้ได้อย่างดูดดื่ม ผมเปิดเสียงค่อนข้างดัง มันทำให้บรรยากาศในห้องฟังของผมมีความร่าเริงและเบิกบานมากเป็นพิเศษ ตอนที่โจเฟซ ซิลเวอร์สไตน์ซอยไวโอลินยิกๆ ช่วงกลางๆ ของมูพเม้นต์ “Summerนั้น ผมแทบจะเห็นภาพหมู่มวลผีเสื้อเข้ามาบินว่อนอยู่ในห้องฟังของผมเลยทีเดียว ฟังแล้วได้อารมณ์สดชื่นอย่างมาก.!!

สายสัญญาณและสายลำโพง Reference Series ของ Tchernov Cable คู่นี้ทำให้ผมได้ยินรายละเอียดของเสียงในย่านกลางแหลมมากขึ้น ผมพบว่า แม้จะเร่งเสียงให้ดังขึ้น เสียงแหลมที่ได้จากสายสัญญาณ+สายลำโพงคู่นี้ก็ไม่มีอาการแปร๋น หรือเจิดจ้า หรือจัดจ้าน หรือเสียดแทงหูปรากฏออกมาเลย เมื่อขยับวอลลุ่มให้ดังขึ้น เสียงโน๊ตของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมีพลังดีดตัวเพิ่มมากขึ้น อัตราสวิงของไดนามิกเร้นจ์เปิดกว้างมากขึ้น อิมแพ็คของโน๊ตแต่ละตัวมันพุ่งออกมาจากลำโพงด้วยพลังที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยสปีดที่แสดงความฉับพลันได้ดีขึ้น และที่ประทับใจสุดๆ ก็คือว่าเสียงแหลมที่ได้ยินมันไม่มีอาการ shift โทนขึ้นไปจากโน๊ตเดิมเลย.!

โดยปกติแล้ว สายสัญญาณหรือสายลำโพงที่ออกแบบไม่ดี ซึ่งอาจจะด้วยเหตุที่ใช้ตัวนำคุณภาพต่ำ หรือออกแบบระบบชีลด์ไม่ดี ป้องกันสัญญาณรบกวนได้ไม่หมดจดจริงๆ ทำให้มีคลื่นขยะความถี่สูงเล็ดลอดเข้าไปถึงตัวนำได้ เวลาฟังเสียงแหลมด้วยระดับวอลลุ่มสูงๆ มักจะมี ขยะเกาะติดกับเสียงของโน๊ตที่ความถี่สูงออกมาด้วย เป็นลักษณะของเสียงจิ๊กๆ เบาๆ ที่ติดมากับปลายเสียงแหลมที่เป็นอิมแพ็คของสัญญาณทรานเชี้ยนต์ ทำให้ฟังนานๆ แล้วเกิดความรู้สึกหยาบกระด้าง ซึ่งอาการที่ว่านี้ไม่เกิดขึ้นเลยกับสายสัญญาณ+สายลำโพงรุ่น Reference Series ของ Tchernov Cable คู่นี้ นี่คือความวิเศษสุดของสายสัญญาณและสายลำโพงคู่นี้ ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่ามันแค่น้อยนิด แต่จากประสบการณ์ของผม ต้องขอบอกว่า สิ่งนี้ “Low Noise – Low Distortion” คือหัวใจสำคัญและแกนหลักของคำว่าเสียงดีนั่นเอง

อัลบั้ม : Waves – The Bossa Nova Session (DSF64)
ศิลปิน : Eden Atwood
ค่าย : Groove Note

ขณะที่เปิดเพลงสุ่มๆ ลองฟังกับสายสัญญาณ+สายลำโพงคู่นี้ไปเรื่อยๆ ผมก็มาสะดุดหูกับเสียงร้อง Eden Atwood ในอัลบั้มนี้เข้าให้ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมฟังอัลบั้มนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเกิดความรู้สึกแปลกๆ กับอัลบั้มชุดนี้ คือที่ผ่านมาเวลาฟังแทรคแรกคือเพลง “He’s a Cariocaแล้วผมจะรู้สึกว่าเพลงนี้มันไม่น่าสนใจเลย การเรียบเรียงดนตรีของเพลงนี้มันอยู่ในระดับที่ราบเรียบไปเรื่อยๆ ตามสไตล์ของ Antonio Carlos Jobim ที่มักจะออกแนวเอื่อยเฉื่อย ไม่น่าตื่นเต้น ฟังแล้วน่าเบื่อ แต่วันนี้มาแปลก ผมกลับรู้สึกว่า ภายใต้ท่วงจังหวะที่เนิบนาบของเพลงนี้มันมีรายละเอียดลึกๆ ให้ค้นหา โดยเฉพาะเสียงโซโล่ของเปียโนที่เคยอุดอู้ กลับมีความสดใสเพิ่มขึ้น แต่ละโน๊ตในช่วงโซโล่ท่อนกลางของเพลงมีมีทั้งพลังของหัวโน๊ตและความกระชับของจังหวะที่เบสช่วยประคองอยู่ จนมีเสียงกีต้าร์เข้ามารับช่วงไป เป็นท่อนโซโล่ยาวที่น่าฟังมากขึ้น น่าติดตามมากขึ้น ความน่าเบื่อหายไป ฟังแล้วเพลินมากขึ้น ซึ่งต้นเหตุน่าจะมาจาก ความสะอาดของเสียงตลอดทั้งย่าน ผสานกับ ความถูกต้องแม่นยำของจังหวะเพลงที่นิ่ง ปลอดปล่อยการขยับตัวของโน๊ตได้อย่างอิสระไปตามจังหวะของเพลงโดยไม่มีอาการวูบวาบ เมื่อขยับเลื่อนมาถึงแทรคที่สองเพลง “O Patoที่มีจังหวะกระชั้นมากขึ้น ผมพบว่า ประสาทหูของผมก็ยังคงจับโฟกัสของแต่ละเสียงได้อย่างชัดเจน แม้ในช่วงท้ายๆ ที่เอเดน เธอใช้วิธีด้นเสียงอย่างรวดเร็วก็ไม่มีคำร้องไหนที่หลุดรอดจากประสาทหูของผมแม้แต่ตัวเดียว เรื่องราวในคำร้องยังคงถูกถ่ายทอดออกมาให้รับรู้โดยตลอด ต่อเนื่องและเชื่อมโยงไม่ขาดตอน แสดงว่า สายสัญญาณ+สายลำโพงของ Tchernov Cable คู่นี้สามารถส่งผ่านสัญญาณเสียงได้อย่างลื่นไหล ไม่มีอาการอั้น ไม่มีอาการสะดุด และที่เจ๋งสุดๆ คือ ไม่มีการรบกวนใดๆ เกิดขึ้นกับสัญญาณเลย.!

อัลบั้ม : La Fille Mal Gardee (DSF64)
ศิลปิน : The Royal Ballet Production, John Lanchbery; conductor
ค่าย : Decca

ยิ่งทดลองฟัง ยิ่งชัดเจนว่า สายสัญญาณ+สายลำโพง Reference Series ของ Tchernov Cable คู่นี้ให้เสียงที่สะอาดบริสุทธิ์มากๆ นั่นแสดงว่า noise floor ของสายชุดนี้ต้องอยู่ในระดับที่ต่ำมากๆ ผมมั่นใจมากขึ้นหลังจากลองฟังอัลบั้มชุดนี้!

เมื่อจัดการสัญญาณรบกวนจากภายนอกไม่ให้แทรกเข้ามาในตัวสายได้สำเร็จ และเมื่อระบบที่ใช้ขจัดเรโซแนนซ์ที่เกิดขึ้นบนตัวนำทำงานของมันได้ผลตามที่คาดไว้ ผลลัพธ์ที่จะปรากฏออกมาให้สัมผัสก็คือ Low Level Resolution หรือรายละเอียดที่เจาะลึกลงไปถึงระดับ ละอองเสียงที่แผ่วเบา จะถูกเปิดเผยออกมาให้ได้ยิน เพราะหม่านหมอกซึ่งก่อตัวเป็น noise floor ที่เคยกลบทับรายละเอียดของเสียงที่เบาบาง (อย่างเช่นส่วนของฮาร์มอนิก และแอมเบี้ยนต์) ได้ถูกขจัดออกไปจนหมด นั่นทำให้รายละเอียดที่ระดับความดังที่ต่ำมากๆ ได้รับการปลดปล่อยออกมาให้เราได้ยิน

บางคนอาจจะมองว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคประเภทปรีแอมป์หรือภาค DAC รุ่นใหม่ๆ ที่ให้รายละเอียดสูงๆ ก็น่าจะช่วยทำให้รายละเอียดเสียงระดับ Low Level Resolution ปรากฏออกมาได้ไม่ใช่หรือ.? ใช่เหมือนกัน เพราะภาค DAC ใหม่ๆ จะให้ S/N ratio ที่สูงกว่า DAC ยุคเก่าๆ แต่นั่นมันเป็นผลิตผลที่เกิดขึ้นภายใน ตัวเครื่องนั้นๆ แต่เมื่อสัญญาณเอ๊าต์พุตของภาค DAC เหล่านั้นผ่านออกมานอกเครื่องเพื่อส่งต่อไปที่อินพุตของแอมป์ สัญญาณเหล่านั้นต้องวิ่งผ่านสายสัญญาณอยู่ดี และนี่แหละคือขั้นตอนที่สายสัญญาณ Reference Series ของ Tchernov Cable แสดงอิทธิฤทธิ์ที่เยี่ยมยอดของมันออกมาให้เห็น.!!!

ใครยังไม่เคยฟังอัลบั้มชุด “La Fille Mal Gardeeชุดนี้ ผมขอแนะนำให้หามาไว้ฟัง อย่ากลัวว่ามันเป็นเพลงแนวคลาสสิก เพราะผมรับประกันเลยว่า แม้ว่าคุณจะไม่ใช่แฟนเพลงคลาสสิกมาก่อน คุณจะชอบเมื่อมีโอกาสได้ฟังอัลบั้มชุดนี้ ทำนองไพเราะมาก การเรียบเรียงดนตรีมีรายละเอียดให้ค้นหา โดยเฉพาะรายละเอียดเสียงในระดับความดังต่ำๆ ที่ระยิบระยับ ที่โดดเด่นมากๆ ก็คือคุณภาพการบันทึกเสียง ซึ่งถือว่า La Fille Mal Gardee ชุดนี้เป็นหนึ่งในงานบันทึกเสียงที่ดีที่สุดของค่าย Decca นั่นเลย ซาวนด์สเตจยอดเยี่ยมมาก รูปวงสวย โดยเฉพาะทางด้านลึกที่ฉีกแผ่ออกไปด้านหลังของลำโพง คลี่กระจายออกไปเหมือนรูปพัด แต่ละชิ้นดนตรีไม่มีการซ้อนทับกัน ต่างแยกแยะตำแหน่งออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด และแม้ว่าจะเป็นสัญญาณที่มีระดับ Level (ความดัง) ต่ำ แต่ทุกเสียงให้อัตราสวิงไดนามิกได้เต็มสเกล ไม่รู้สึกอั้นแต่อย่างใด ซึ่งสายสัญญาณ+สายลำโพงของ Tchernov Cable ชุดนี้สามารถถ่ายทอดคุณสมบัติเหล่านี้ออกมาให้ผมได้ยินได้ ครบทั้งหมดโดยไม่มีอะไรหลุดหายไปแม้แต่น้อย ผมนั่งฟังอัลบั้มนี้ด้วยความเพลิดเพลินบันเทิงใจไปจนจบอัลบั้ม ความรู้สึกเหมือนกถูกดูดไปอยู่ในโรงละครขนาดใหญ่ที่อบอุ่นไปด้วยเสียงดนตรีที่มลังเมลืองอย่างยิ่ง

เมื่อผมทดลองเปลี่ยนเอาสายสัญญาณแถมราคาถูกๆ กับสายลำโพงที่เป็นสายตัดจากม้วนราคาเมตรละสองร้อยมาสลับแทนสายสัญญาณ+สายลำโพงของ Tchernov Cable คู่ที่กำลังทดสอบนี้ แล้วลองฟังอัลบั้มนี้เทียบกัน ข้อด้อยที่ผมพบปรากฏออกมาจากการฟังอัลบั้มนี้มีอยู่ 2-3 ลักษณะ อย่างแรกที่ชัดเจนมากๆ คือ รายละเอียดจมโดยเฉพาะรายละเอียดของเสียงที่มีระดับ Low Level คือเบามากๆ อย่างเช่นแอมเบี้ยนต์ของโถงที่ใช้บันทึกเสียงที่เคยเปิดโล่งออกไปทางด้านหลังของระนาบลำโพงจะมีลักษณะมืดสลัว มัวซัว ไม่เปิดสว่างออกไปจนถึงด้านหลังลึกๆ อย่างที่เป็นก่อนหน้านี้ ปลายเสียงเครื่องสายไวโอลินที่เคยพลิ้วๆ กังวานๆ หดหายไปเกือบหมด เสียงบรรเลงโดยรวมจะฟังดูแข็งๆ แห้งๆ ไม่อ่อนช้อยเหมือนก่อนหน้านี้ ฟังนาทีแรกๆ เหมือนจะไม่แย่ลงมาก แต่พอฟังต่อเนื่องไปสิบกว่านาที พบว่าค่อยแย่ลงๆ จนไม่อยากฟังต่อ ความเพลิดเพลินในอรรถรสของเพลงหดหายไปเยอะเลย กลายเป็นฟังแล้วรู้สึกรำคาญกับเสียงที่เดี๋ยวดังเดี๋ยวเบา ไม่ต่อเนื่องและไม่ราบลื่น

พอเปลี่ยนสายสัญญาณ + สายลำโพง Tchernov Cable คู่นี้กลับคืนเข้าไป แล้วฟังใหม่ ทุกอย่างก็กลับมามลังเมลืองเหมือนเดิม ความมีชีวิตชีวาของเพลงกลับคืนมา ฟังแล้วรู้สึกอิ่มเอม เพลินไปได้เรื่อยๆ ไม่รู้สึกเบื่อ ..

อัลบั้ม : Sings Latin in a Satin Mood (DSF64)
ศิลปิน : Julie London
ค่าย : Liberty

นี่เป็นอัลบั้มเพลงแนวลาตินแจ๊สที่โด่งดังมากอัลบั้มหนึ่งช่วงปลายยุค ’50 ต่อต้นยุค ’60 แม้ว่าในวงการเพลงขณะนั้นจะมีดาวเด่นสกาวฟ้าเฉิดฉายในวงการอยู่แล้วหลายดวง อาทิเช่น Peggy Lee และ Lena Horne โดยเฉพาะ Peggy Lee ที่ดังมากๆ ในตอนนั้น แต่ด้วยน้ำเสียงที่นักวิจารณ์ตั้งให้ว่าเสียงเสน่ห์ smoky voice ที่ออกแนวหม่นอมทุ้ม ไม่ใสเป็นแก้วเหมือนเพกกี้ ลี ทำให้จูลี่ ลอนดอนมีที่ยืนเป็นของตัวเอง ความสำเร็จของเธออยู่ในระดับที่สูงพอสมควร โดยเฉพาะอัลบั้มนี้ “Sings Latin in a Satin Mood” ชุดนี้ถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามในโลกของดนตรีบอสซ่าของยุคสมัยนั้นเลยทีเดียว

ปัจจุบัน ใน TIDAL ได้เอางานเพลงอัลบั้มนี้ในเวอร์ชั่นรีมาสเตอร์ระดับ 24/176.4 จากสตูดิโอมาให้ฟังในฟอร์แม็ต MQA ซึ่งผมทดลองฟังผ่านเน็ทเวิร์ค เพลเยอร์ Lumin T2 บนซิสเต็มที่ใช้ทดสอบสายสัญญาณ+สายลำโพงของ Tchernov Cable ชุดนี้ พบว่า เสียงที่ออกมามีความเนียนละมุนอย่างมาก เสียงร้องของจูลี่ ชัดเจนเหมือนมีวิญญาณ รับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่เธอจงใจปลดปล่อยออกมากับคำร้องในแต่ละวลีอย่างชัดเจน เสียงดนตรีกลมกล่อม จังหวะจะโคนแม่นยำ แม้ว่าจะไม่ได้คึกคักกระฉับกระเฉงมาก แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ชวนเคลิบเคลิ้มดีทีเดียว ประมาณอารมณ์เหมือนนั่งฟังในคลับบาร์สลัวๆ และแน่นอนว่า ทุกเสียงที่ได้ยินมีความสะอาดของทั้งตัวเสียงและพื้นเสียงอยู่ตลอด ซึ่งนั่นคือบุคลิกเด่นของสายสัญญาณและสายลำโพง Tchernov Cable คู่นี้

มีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมทดลองใช้ภาคปรีแอมป์ในตัวเน็ทเวิร์ค เพลเยอร์ Lumin T2 ต่อสัญญาณอะนาลอก เอ๊าต์ตรงจาก T2 เข้าที่เพาเวอร์แอมป์ V-3 โดยตรงด้วยสายสัญญาณ Reference MK II IC ของ Tchernov Cable แล้วใช้สายลำโพง Recference DSC SC ต่อจาก V-3 ไปที่ลำโพง Audiovector R-1 Arrete เสียงที่ได้ออกมามีรายละเอียดดีมากๆ เนื้อเสียงมีมวลที่สะอาดและนุ่มมีเนื้อ ไดนามิกลื่นไหลมาก อัตราสวิงราบลื่น ความต่อเนื่องดีมาก แม้ว่าหัวเสียงอิมแพ็คจะไม่กระชับหนักและรุนแรง รวมถึงอิมแพ็คไม่แรงเท่ากับต่อผ่านปรีแอมป์ แต่ผมก็ยอมรับว่าติดใจกับรายละเอียดเสียงจากการต่อตรงจาก Lumin T2 เข้าที่เพาเวอร์แอมป์อยู่ไม่น้อย ชอบใจในแง่ของความบริสุทธิ์ในน้ำเสียงที่ได้จากการต่อตรงมากๆ

สรุป

ไม่มีสูตรตายตัวที่จะกำหนดได้ชัดว่า ราคาของสายสัญญาณ+สายลำโพงที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับซิสเต็มใดๆ ควรจะมีราคาเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาอุปกรณ์เครื่องเสียงทั้งหมดในซิสเต็มนั้นรวมกัน.? แต่ที่แน่ๆ การปรับจูนเสียง ภายในซิสเต็มมีความสำคัญมาก ต้องมาเป็นอันดับแรกก่อนการปรับจูนเสียง ภายนอกซิสเต็มอันนี้เป็นสัจจธรรม หลังจากการทดสอบสายสัญญาณ + สายลำโพงของ Tchernov Cable ชุดนี้แล้ว ผลของมันยิ่งช่วยยืนยันทฤษฎีนี้ให้ตะหนักว่ามันจริงมากๆ

การขยับปรับแก้อะไรที่มันอยู่นอกซิสเต็มเครื่องเสียง อย่างเช่น การปรับตำแหน่งของลำโพง, การปรับสภาพอะคูสติก ฯลฯ แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมที่จำเป็นต่อคุณภาพเสียงโดยรวม แต่กิจกรรมเหล่านั้นก็ไม่สามารถชดเชยคุณภาพที่ได้จากการปรับจูนภายในซิสเต็มได้ การปรับเปลี่ยนสายสัญญาณ, สายลำโพง รวมถึงสายไฟเอซี ที่ใช้กับอุปกรณ์ทุกชิ้นในซิสเต็มให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด เป็นกิจกรรมที่สำคัญอันดับแรกที่ส่งผลกับคุณภาพเสียงในภาพรวมได้มากกว่าการปรับจูนภายนอกที่จะส่งผลตามมา ดังนั้น ใครที่ยังไม่เคยพิจารณาสายสัญญาณ+สายลำโพงที่ใช้อยู่ว่ามันอยู่ในระดับที่ เหมาะสมกับประสิทธิภาพของอุปกรณ์อื่นๆ ในซิสเต็มแล้วยัง.. แนะนำให้หันมาพิจารณาได้แล้ว ไม่แน่ ทุกวันนี้มันอาจจะเป็น คอขวดในระบบของคุณอยู่ก็ได้ /

********************
ราคา : สายสัญญาณ REFERENCE MK II IC
ความยาว 1 เมตร = 78,500 บาท (RCA/XLR ราคาเท่ากัน)
ความยาว 1.5 เมตร = 105,800 บาท (RCA/XLR ราคาเท่ากัน)

ราคา : สายลำโพง REFERENCE DSC SC
ความยาว 1.65 เมตร = 146,800 บาท (ก้ามปู/บานาน่า ราคาเท่ากัน)
ความยาว 2.65 เมตร = 208,200 บาท (ก้ามปู/บานาน่า ราคาเท่ากัน)

สนใจ/ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ :
CH Home Medias

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า